รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492
New Seal of the Royal Command of Thailand.svg
ข้อมูลทั่วไป
ผู้ตราสภาผู้แทนราษฎร
ผู้ลงนามในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
(รังสิต กรมขุนชัยนาทนเรนทร
อลงกฏ
ธานีนิวัต
พระยามานวราชเสวี
อดุลเดชจรัส​)
วันลงนาม9 พฤศจิกายน 2490
ผู้ลงนามรับรองศรีธรรมาธิเบศ
(ประธานวุฒิสภา)
วันลงนามรับรอง25 ธันวาคม 2491
วันประกาศ23 มีนาคม 2492
(ราชกิจจานุเบกษา ฉะบับพิเศษ เล่ม ๖๖/ตอนที่ ๑๗/หน้า ๑-๘๐ มีนาคม ๒๔๙๒)
วันเริ่มใช้23 มีนาคม 2492
ท้องที่ใช้ไทย ราชอาณาจักรไทย
การร่าง
ชื่อร่างร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ผู้ยกร่างสภาผู้แทนราษฎร
การยกเลิก
รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2494

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 5 ของไทย มีการบัญญัติเป็นครั้งแรกว่า "ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" จัดร่างโดยสภาผู้แทนราษฎร และประกาศและบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2492 และถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 โดยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้ทำรัฐประหารตนเอง รวมอายุการประกาศและบังคับใช้ 2 ปี เศษ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ อำนาจนิติบัญญัติ ให้มีรัฐสภาซึ่งประกอบด้วยวุฒิสภาและสภาผู้แทนวุฒิสภาโดยกำหนดให้มีสมาชิกในสภานี้ทั้งสิ้น 100 คน[1]

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีทั้งหมด 188 มาตรา โดยแยกเป็น 11 หมวด ดังนี้[2] หมวดที่ 1 บททั่วไป หมวดที่ 2 พระมหากษัตริย์ หมวดที่ 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย หมวดที่ 4 หน้าที่ของชนชาวไทย หมวดที่ 5 แนวนโยบายแห่งรัฐ หมวดที่ 6 อำนาจนิติบัญญัติ หมวดที่ 7 อำนาจบริหาร หมวดที่ 8 อำนาจตุลาการ หมวดที่ 9 ตุลาการรัฐธรรมนูญ หมวดที่ 10 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และหมวดที่ 11 บทสุดท้าย และบทเฉพาะกาล

รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีสาระสำคัญแตกต่างจากฉบับอื่นอย่างไร[แก้]

ส่วนที่แรก พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและแต่งตั้งประธานองคมนตรีคนหนึ่ง และองคมนตรีไม่มากกว่า 8 คนเป็นคณะองคมนตรี องคมนตรีต้องไม่เป็นข้าราชการประจำหรือข้าราชการพลเรือนและต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใด ๆ

ส่วนที่สอง ได้มีการกำหนดสิทธิเสรีภาพ ตลอดจนหน้าที่ของชนชาวไทย วุฒิสภา

ส่วนที่สาม ให้พระมหากษัตริย์ มีอำนาจเลือกและแต่งตั้งวุฒิสมาชิก

ส่วนที่สี่ อำนาจนิติบัญญัติ โดยให้มีรัฐสภาซึ่งประกอบด้วยวุฒิสภาและสภาผู้แทนวุฒิสภา และมีสมาชิกจำนวน 100 คน โดยประธานวุฒิสภาเป็นประธานรัฐสภา ส่วนสภาผู้แทน มีสมาชิกมาจากการที่ราษฎรเลือกตั้ง ให้ถือเกณฑ์ราษฎร 150,000 คนต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร 1 คน ถ้าราษฎรถึง 75,000 คนหรือกว่านั้น ให้นับเป็น 150,000 คน และมีสมาชิกสภา ผู้แทนได้ 1 คน หลักเกณฑ์ในการกำหนดผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ การเลือกตั้งส่วนสมาชิกสภาผู้แทนต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง การลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจต่อคณะรัฐมนตรี ให้สภาผู้แทนเป็นผู้กระทำภายหลังที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อวุฒิสภาแล้ว

ส่วนที่ห้า อำนาจในการบริหาร ห้ามรัฐมนตรีเป็นข้าราชการประจำ ห้ามรัฐมนตรีเป็นกรรมการที่ปรึกษาตัวแทนหรือลูกจ้างของบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนหรือองค์การใด ๆ ซึ่งดำเนินธุรกิจเพื่อการค้ากำไร เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนและการทุจริต

การยกเลิก[แก้]

หลังจากจอมพล แปลก พิบูลสงคราม รัฐประหารในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2494 ได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2492 และกลับไปใช้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2475 เพื่อเป็นการลดอำนาจพระมหากษัตริย์ พระองค์เจ้าธานีนิวัตทรงบันทึกปฏิกิริยาของพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลว่า "ท่านกริ้วมาก ทรงตำหนิหลวงพิบูลอย่างแรงหลายคำ ท่านว่าฉันไม่พอใจมากที่คุณหลวงทำเช่นนี้"[3]:48–9

อ้างอิง[แก้]

  1. http://wiki.kpi.ac.th/images/8/8b/รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย_พุทธศักราช_2492.PDF
  2. https://www.baanjomyut.com/library_4/politics/04_15.html
  3. ใจจริง, ณัฐพล (2556). ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ: ความเคลื่อนไหวของขบวนการปฏิปักษ์ปฏิวัติสยาม (พ.ศ. 2475-2500) (1 ed.). ฟ้าเดียวกัน. ISBN 9786167667188. Check date values in: |date= (help)