บุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์
รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ
ดำรงตำแหน่ง
23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 – 3 เมษายน พ.ศ. 2564
หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
3 เมษายน พ.ศ. 2564
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 28 เมษายน พ.ศ. 2502 (61 ปี)
พรรคการเมือง พรรคเพื่อชาติ
คู่สมรส พลตำรวจตรี จรัณฐค์ วรพัฒนานันน์

นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ (ชื่อเดิม บุษรินทร์ ติยะไพรัช) หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ[1] เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย เป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และเป็นพี่สาวของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา

ประวัติ[แก้]

บุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ เกิดเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2502 เป็นบุตรของนายแต้ซ้ง และนางจม แซ่เตีย มีพี่สาว 1 คน และน้องชาย-น้องสาว คือ นายยงยุทธ ติยะไพรัช และนางสาวละออง ติยะไพรัช สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย ระดับปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และระดับปริญญาโทรัฐศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

บุศริณธญ์ สมรสกับพลตำรวจตรี จรัณฐค์ วรพัฒนานันน์

การเมือง[แก้]

บุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2543 และต่อมาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ในนามพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ต่อมาได้เลื่อนแทนตำแหน่งที่ว่างของนายสันติ พร้อมพัฒน์ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554[2]

ในการเลือกตั้งนายกอบจ.ปี 2557 นางบุศริณธญ์ (ติยะไพรัชน์) วรพัฒนานันน์ ได้รับเลือกตั้งโดยชนะนางรัตนา อดีตนายกอบจ. อย่างไรก็ตามที่ประชุมกกต.ได้มีมติให้ใบเหลือง จากกรณีถูกร้องเรียนว่า นายวีระเดช สมวรรณ นายอำเภอเมืองเชียงราย ได้ใช้อำนาจหน้าที่ราชการเพื่อช่วยเหลือผู้สมัคร โดยได้ประสานให้ผู้นำท้องถิ่นและฝ่ายปกครองในพื้นที่มาประชุมกัน และให้นายยงยุทธ ติยะไพรัชน์ น้องชายนางบุศริณธญ์ ได้เข้ามาในที่ประชุมและพูดหาเสียงให้แก่นางบุศริณธญ์ สอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองถึงคะแนนนิยมของนางบุศริณธญ์ในลักษณะเหมือนเป็นการบังคับ ขืนใจให้บุคคลที่ถูกซักถามเกิดความเกรงกลัว กกต.เห็นว่ามีความผิดโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการใดๆ เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร จึงสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ และดำเนินคดีอาญาแก่นายยงยุทธ และนายวีระเดช[3]

ภายหลังศาลอุทธรณ์ภาคมีคำพิพากษายืนตามมติกกต.

ในปี 2564 เธอได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]