บุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์
รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 28 เมษายน พ.ศ. 2502 (60 ปี)
พรรคการเมือง พรรคเพื่อชาติ
คู่สมรส พลตำรวจตรี จรัณฐค์ วรพัฒนานันน์

นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ (ชื่อเดิม บุษรินทร์ ติยะไพรัช) รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ[1] เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย เป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และเป็นพี่สาวของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา

ประวัติ[แก้]

บุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ เกิดเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2502 เป็นบุตรของนายแต้ซ้ง และนางจม แซ่เตีย มีพี่สาว 1 คน และน้องชาย-น้องสาว คือ นายยงยุทธ ติยะไพรัช และนางสาวละออง ติยะไพรัช สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย ระดับปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และระดับปริญญาโทรัฐศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

บุศริณธญ์ สมรสกับพลตำรวจตรี จรัณฐค์ วรพัฒนานันน์

การเมือง[แก้]

บุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2543 และต่อมาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ในนามพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ต่อมาได้เลื่อนแทนตำแหน่งที่ว่างของนายสันติ พร้อมพัฒน์ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554[2]

ในการเลือกตั้งนายกอบจ.ปี 2557 นางบุศริณธญ์ (ติยะไพรัชน์) วรพัฒนานันน์ ได้รับเลือกตั้งโดยชนะนางรัตนา อดีตนายกอบจ. อย่างไรก็ตามที่ประชุมกกต.ได้มีมติให้ใบเหลือง จากกรณีถูกร้องเรียนว่า นายวีระเดช สมวรรณ นายอำเภอเมืองเชียงราย ได้ใช้อำนาจหน้าที่ราชการเพื่อช่วยเหลือผู้สมัคร โดยได้ประสานให้ผู้นำท้องถิ่นและฝ่ายปกครองในพื้นที่มาประชุมกัน และให้นายยงยุทธ ติยะไพรัชน์ น้องชายนางบุศริณธญ์ ได้เข้ามาในที่ประชุมและพูดหาเสียงให้แก่นางบุศริณธญ์ สอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองถึงคะแนนนิยมของนางบุศริณธญ์ในลักษณะเหมือนเป็นการบังคับ ขืนใจให้บุคคลที่ถูกซักถามเกิดความเกรงกลัว กกต.เห็นว่ามีความผิดโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการใดๆ เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร จึงสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ และดำเนินคดีอาญาแก่นายยงยุทธ และนายวีระเดช[3]

ภายหลังศาลอุทธรณ์ภาคมีคำพิพากษายืนตามมติกกต.

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]