สหรัฐไทยเดิม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สหรัฐไทยเดิม
เขตการปกครองของราชอาณาจักรไทย

25 มกราคม 2485–1 มกราคม 2489


ธงชาติ

อาณาเขตของประเทศไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
เมืองหลวง อำเภอเมืองเชียงตุง
โครงสร้างการเมือง เขตการปกครองของราชอาณาจักรไทย
ประวัติศาสตร์
 -  ไทยนำทหารเข้ายึดดินแดนดังกล่าวจากก๊กมินตั๋งและกองทัพอังกฤษ 25 มกราคม 2485
 -  ไทยส่งคืนดินแดนแก่สหประชาชาติ 1 มกราคม 2489
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ ประเทศพม่า พม่า
ThaiHistory Placide CarteDuRoyaumeDeSiam.png
ThaiHistory SiamPlacide.jpg
ยุคก่อนประวัติศาสตร์
บ้านเชียง ประมาณ 2500 ปีก่อน พ.ศ.
บ้านเก่า ประมาณ 2000 ปีก่อน พ.ศ.
ยุคอาณาจักร
สุวรรณภูมิ
ก่อนพุทธศตวรรษที่ 3- พุทธศตวรรษที่ 5
โจฬะ
พุทธศตวรรษที่ 2-17
สุวรรณโคมคำ
พุทธศตวรรษที่ 4-5
ทวารวดี-นครชัยศรี-ศรีจนาศะ
ประมาณ พุทธศตวรรษที่ 5-15
โยนกนาคพันธุ์
พ.ศ. 638-1088
คันธุลี
พ.ศ. 994-1202
  เวียงปรึกษา
1090-1181
ศรีวิชัย
พ.ศ. 1202-1758
  ละโว้
1191 -1470
หิรัญเงินยางฯ
1181 - 1805
  หริภุญชัย
1206-1835
 
สงครามสามนคร พ.ศ. 1467-1470
  สุพรรณภูมิ
ละโว้
ตามพรลิงค์
ลังกาสุกะ
 
พริบพรี
นครศรีธรรมราช
  สุโขทัย
1792-1981
พะเยา
1190-2011
เชียงราย
1805-1835
ล้านนา
1835-2101
อยุธยา (1)
พ.ศ. 1893-2112  
  สค.ตะเบ็งชเวตี้  
  สค.ช้างเผือก
  เสียกรุงครั้งที่ 1
   พ.ศ. 2112
พิษณุโลก
2106-2112
ล้านนาของพม่า
2101-2317
  แคว้นล้านนา
  แคว้นเชียงใหม่
กรุงศรีอยุธยา (2)
พ.ศ. 2112-2310
เสียกรุงครั้งที่ 2
สภาพจลาจล
กรุงธนบุรี
พ.ศ. 2310-2325
ล้านนาของสยาม
2317-2442
  นครเชียงใหม่
  
  
กรุงรัตนโกสินทร์
พ.ศ. 2325-ปัจจุบัน
  สงครามเก้าทัพ
  อานามสยามยุทธ
  การเสียดินแดน
  มณฑลเทศาภิบาล
  สงครามโลก: ครั้งที่ 1 - ครั้งที่ 2
 
ยุครัฐประชาชาติ
ประเทศไทย
  ปฏิวัติ พ.ศ. 2475
  เปลี่ยนแปลงชื่อประเทศ
  พ.ศ. 2475–2516
  พ.ศ. 2516–ปัจจุบัน
สหรัฐไทยเดิม
พ.ศ. 2485-2489
 
จัดการ: แม่แบบ  พูดคุย  แก้ไข

สหรัฐไทยเดิม หรือสะกดว่า สหรัถไทยเดิม[1][2] เดิมชื่อ แคว้นสหรัฐไทยใหญ่[3] คือดินแดนทางภาคเหนือของประเทศไทย มีอาณาเขตรวมดินแดนของรัฐฉาน, รัฐกะยาจนไปถึงครึ่งใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ในประเทศพม่า เคยเป็นอดีตเขตการปกครองเสมือนจังหวัด[4] ของประเทศไทยช่วงปี พ.ศ. 2485 ก่อนที่จะคืนดินแดนดังกล่าวแก่สหประชาชาติในปี พ.ศ. 2489 หลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง

ประวัติ[แก้]

ความเดิม[แก้]

ในการรับรู้ของรัฐบาลไทยสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม สหรัฐไทยเดิมหรือแคว้นสหรัฐไทยใหญ่คือดินแดนที่มีชนชาติไทอาศัยอยู่ และในอดีตอาณาจักรล้านนาเคยแผ่อิทธิพลไปครอบครอง[5] ก่อนหน้านี้ช่วงต้นรัตนโกสินทร์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยพยายามขยายอำนาจเข้าเมืองเชียงตุงถึงสามครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ[5] ก่อนที่เชียงตุงจะตกเป็นของพม่า และเป็นส่วนหนึ่งของอังกฤษตั้งแต่ พ.ศ. 2433

การเข้ายึดและรวมเข้าราชอาณาจักร[แก้]

กระทั่งสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นขอให้รัฐบาลไทยสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ยกกำลังทหารขึ้นไปยึดดินแดนส่วนนี้จากทหารจีนก๊กมินตั๋ง ของจอมพลเจียงไคเช็กและกองทัพอังกฤษ เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2485

วันที่ 18 พฤษภาคมจึงได้ประกาศยกเลิกกำหนดในทางอรรถคดีที่กองทัพทำสงครามทั่วราชอาณาจักรยกเว้นจังหวัดเชียงรายและสหรัฐไทยเดิม[6] และวันที่ 22 พฤษภาคมปีเดียวกันนั้น กองบัญชาการทหารสูงสุดได้เปลี่ยนชื่อ "แคว้นสหรัฐไทยใหญ่" เป็น "สหรัฐไทยเดิม" อย่างเป็นทางการ[3] วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2486 พลเอกฮิเดะกิ โทโจ (ญี่ปุ่น) ได้มาพบจอมพล ป. พิบูลสงคราม เพื่อมอบพื้นที่จำนวน 12 เมือง ไทยจึงผนวกดินแดนแคว้นสหรัฐไทยใหญ่และรัฐเมืองพาน (เมืองปั่น) เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย[5][7][8] ทั้งนี้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นอำเภอ 12 อำเภอ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2486 มีการสถาปนาเจ้าฟ้าสิริสุวรรณราช ยสสรพรหมลือ เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงตุง และจัดการปกครองสหรัฐไทยเดิมเสมือนจังหวัดหนึ่ง[4]

ไทยได้มีการทำสนธิสัญญากับญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2486 หลังการประกาศมอบดินแดนทั้งหมดให้แก่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2486 ราชกิจจานุเบกษาระบุว่า "ฉะนั้น กลันตัน ตรังกานู ไซบุรี ปะลิส และบันดาเกาะที่ขึ้นหยู่ กับทั้งเชียงตุงและเมืองพาน จึงเปนอันรวมเข้าไนราชอานาจักรไทยตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม พุทธสักราช 2486 เปนต้นไป"[9]

สิ้นสุดการครอบครองของไทย[แก้]

ทว่าหลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นแพ้สงคราม ไทยจำต้องส่งมอบรัฐเชียงตุง รัฐกะยาและรัฐเมืองพาน ให้กับกองพลอินเดียที่ 7 เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2488 รัฐบาลไทยสมัยควง อภัยวงศ์ ได้คืนดินแดนส่วนนี้ให้กับสหประชาชาติ และวันเดียวกันนั้นได้มีการประกาศจากกรมบัญชาการทัพใหญ่ ว่ามีการเปลี่ยนชื่อ "สหรัฐไทยเดิม" เปลี่ยนกลับเป็น "แคว้นสหรัฐไทยใหญ่" ตามเดิม โดยให้เหตุผลว่าประกาศเก่านั้นไร้ผลและยกเลิกเสีย[3] จนวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2489 ไทยได้ตกลงทำสัญญาที่เรียกว่า สัญญาความตกลงสมบูรณ์แบบเพื่อเลิกสถานะสงคราม ระหว่างไทยกับสัมพันธมิตร ประกอบด้วยสัญญา 24 ข้อ[10] เป็นอันสิ้นสุดการครอบครองดินแดนสหรัฐไทยเดิม เจ้าฟ้าสิริสุวรรณราช ยสสรพรหมลือ และครอบครัวได้ติดตามกองทัพไทยเข้ามาพำนักในเชียงใหม่ จนกระทั่งพิราลัยในปี พ.ศ. 2498[11] ซึ่งหลังจากนี้อังกฤษได้เข้ามามีบทบาทในการผนวกดินแดนนี้เข้ากับประเทศพม่าในเวลาต่อมา

เขตการปกครอง[แก้]

เมื่อกองกำลังพายัพปกครองสหรัฐไทยเดิม ได้จัดการปกครองเป็นแบบทหารเสมือนจังหวัด[4] การนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเจ้าฟ้าสิริสุวรรณราช ยสสรพรหมลือ เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงตุง[4] และได้ให้เจ้าขุนแสงเป็นตำแหน่งเจ้าฟ้าเมืองสีป้อ โดยมีพลตรีผิน ชุณหะวัณ รองแม่ทัพกองทัพพายัพ เป็นข้าหลวงทหารประจำรัฐไทยใหญ่เพียงคนเดียว โดยมีสำนักงานอยู่ที่เมืองเชียงตุง[12] จัดการปกครองสหรัฐไทยเดิมเสมือนเป็นจังหวัดหนึ่ง[4] ให้นายตำรวจซึ่งเป็นหัวหน้าสถานีตำรวจทำหน้าที่เป็นนายอำเภอ[4] และมีการตั้งศาลากลางสหรัฐไทยเดิมขึ้นที่เมืองเชียงตุง แบ่งท้องที่การปกครองออกเป็น 12 อำเภอ คือ[1]

  1. อำเภอเมืองเชียงตุง
  2. อำเภอเมืองยอง
  3. อำเภอเมืองพยาค
  4. อำเภอเมืองยู้
  5. อำเภอเมืองชิง
  6. อำเภอเมืองมะ
  1. อำเภอเมืองยาง
  2. อำเภอเมืองขาก
  3. อำเภอเมืองเลน
  4. อำเภอเมืองโก
  5. อำเภอเมืองสาด
  6. อำเภอเมืองหาง

ส่วนรัฐเมืองพาน (เมืองปั่น) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำสาละวิน ถูกจัดการปกครองแบบทหารเช่นเดียวกับท้องที่สหรัฐไทยเดิม กำหนดให้รัฐเมืองพานเป็นอำเภอหนึ่งชื่อ อำเภอเมืองพาน[4] โดยให้หัวหน้าสถานีตำรวจเป็นนายอำเภออยู่ในบังคับบัญชาของตำรวจสนามเชียงใหม่และทัพพายัพ[13]

การศาล[แก้]

ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้ตั้งศาลขึ้น 3 แห่ง ที่เมืองเชียงตุง เมืองสาด และเมืองหาง[1][14] โดยมีตราประจำศาลสหรัฐไทยเดิม ทั้ง 3 ศาล โดยใช้ตราประจำชาด คือดวงตรารูปวงกลม ศูนย์กลางกว้าง 5 เซนติเมตร ลายกลางเป็นตราแผ่นดิน เบื่องล่างมีอักษรชื่อศาลตามชื่อเมือง ดังนี้ สาลเมืองเชียงตุง สาลเมืองสาต และสาลเมืองหาง[2] ส่วนทางอรรถคดีของอำเภอเมืองพานให้ขึ้นกับศาลเมืองหางของสหรัฐไทยเดิมตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2486[13] โดยมีการส่งอัยการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่[15] เป็นต้น

การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมภายใต้การปกครองของไทย[แก้]

หลังจากที่ไทยที่เข้าครอบครองดินแดนของพม่าตามที่ได้วางเป้าหมายไว้แล้วก็ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนสอนภาษาไทยขึ้นทุกอำเภอ[16] รัฐบาลถือว่าการผนวกดินแดนสหรัฐไทยเดิมและรัฐเมืองพานอยู่ภายใต้นโยบายรวมชนเผ่าไทยเพื่อสร้างชาติไทยให้ยิ่งใหญ่เป็นมหาอำนาจในแหลมทอง และรัฐบาลถือว่าราษฏรในดินแดนที่ผนวกมานั้นต้องได้รับการคุ้มครองดูแลเช่นเดียวกับราษฎรในประเทศไทย มีการห้ามข้าราชการทั้งทหารและพลเรือนใช้อำนาจสร้างความเดือดร้อนแก่ราษฎร[4]

หลังอยู่ภายใต้การปกครองของไทย ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสังคมของกลุ่มชนพื้นเมืองของพม่ามีการเรียนการสอนภาษาไทยและหลายคนถึงขั้นอ่านออกเขียนได้[17] ยกเลิกวัฒนธรรมดั้งเดิมทั้งหมดและให้ปฏิบัติตามรัฐนิยม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมนี้มีผลกระทบอย่างมากซึ่งยังได้ส่งผลมาถึงปัจจุบันอีกด้วย[ต้องการอ้างอิง]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 "ประกาสกองบันชาการทหานสูงสุด เรื่องการปกครองสหรัถไทยเดิม". ราชกิจจานุเบกสา (ใน ไทย) 60 (31ก): 1082–1083. 15 มิถุนายน พ.ศ. 2486. 
  2. 2.0 2.1 "แจ้งความกรมเลขาธิการคนะรัถมนตรี เรื่องไห้ไช้ตราประจำชาดสำหรับสาลที่ตั้งขึ้นไหม่ไนสหรัถไทยเดิม". ราชกิจจานุเบกสา (ใน ไทย) 60 (42ง): 2538. 10 สิงหาคม พ.ศ. 2486. 
  3. 3.0 3.1 3.2 "ประกาศกรมบัญชาการทัพใหญ่ เรื่องยกเลิกประกาศบัญชาการทหารสูงสุด เรื่องเปลี่ยนชื่อแคว้นสหรัฐไทยใหญ่เป็นสหรัฐไทยเดิม". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 62 (55ง): 1446. 2 ตุลาคม พ.ศ. 2488. 
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 4.5 4.6 4.7 สรัสวดี อ๋องสกุล. ประวัติศาสตร์ล้านนา. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ:อมรินทร์, 2552. หน้า 575
  5. 5.0 5.1 5.2 สรัสวดี อ๋องสกุล. ประวัติศาสตร์ล้านนา. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ:อมรินทร์, 2552. หน้า 574
  6. "ประกาสกองบันชาการทหานสูงสุด เรื่องกำหนดไนทางอัถคดีไห้จังหวัดเชียงรายและดินแดนที่ยึดได้ไนสหรัถไทยเดิม เปนเขตซึ่งกองทัพได้กะทำสงครามต่อไป ส่วนดินแดนไนราชอาณาจักรนอกนั้น ไห้พ้นเปนเขตซึ่งกองทัพได้กะทำสงคราม". ราชกิจจานุเบกสา (ใน ไทย) 60 (27ง): 1751. 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2486. 
  7. http://iseehistory.socita.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538711079&Ntype=1
  8. http://www.lannaworld.com/cgi/lannaboard/reply_topic.php?id=9404
  9. "ประกาส รวมกลันตัน ตรังกานู ไซบุรี ปะลิส เชียงตุง และเมืองพาน เข้าไนราชอาณาจักรไทย". ราชกิจจานุเบกสา (ใน ไทย) 60 (55ก): 1532–1533. 18 ตุลาคม พ.ศ. 2486. 
  10. http://www1.tv5.co.th/service/mod/heritage/nation/pastevent/past_ram83.htm
  11. พรหมานุสรณ์. อนุสรณ์พระราชานเพลิงศพเจ้าฟ้าสิริสุวรรณราช ยสสรพรหมลือ (พรหมลือ ณ เชียงตุง) ณ เมรุวัดสวนดอก เชียงใหม่. 8 ตุลาคม 2498, หน้า 8
  12. กรมยุทธศึกษาทหาร. ประวัติศาสตร์การสงครามของไทยในสงครามมหาเอเชียบูรพา. กรุงเทพฯ:กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม, 2540, หน้า 216-218
  13. 13.0 13.1 "ประกาสกองบันชาการทหานสูงสุด เรื่องการจัดการปกครองรัถเมืองพาน". ราชกิจจานุเบกสา (ใน ไทย) 60 (55ง): 3272. 18 ตุลาคม พ.ศ. 2486. 
  14. http://www.mettadham.ca/thaiandasiaburapawar2.htm
  15. "ประกาสกะซวงมหาดไทย เรื่องแต่งตั้งอัยการไปรับราชการไนสหรัถไทยเดิม". ราชกิจจานุเบกสา (ใน ไทย) 61 (37ง): 1108. 20 มิถุนายน พ.ศ. 2487. 
  16. บ. บุญค้ำ. เที่ยวเมืองเชียงตุง และแคว้นสาละวิน. 2499. มปถ., หน้า 175
  17. บรรจบ พันธุเมธา. ไปสอบคำไทย. กรุงเทพฯ : โครงการเผยแพร่เอกลักษณ์ของไทย กระทรวงศึกษาธิการ, 2522, หน้า 174