รัฐนิยม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

รัฐนิยม เป็นคำสั่งของจอมพล แปลก พิบูลสงคราม จำนวน 12 ฉบับ มีเนื้อหาปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนไทยให้เป็นแบบตะวันตกมากขึ้น

โปสเตอร์ไทยจากยุคสมัยทางวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นถึงการแต่งกายต้องห้ามทางด้านซ้ายและการแต่งกายที่เหมาะสมทางด้านขวา

รัฐนิยม ฉบับที่ 1[แก้]

เรื่องการใช้ชื่อประเทศ ประชาชน และสัญชาติ ประกาศใช้เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 โดยในวันที่ 28 กันยายน ปีเดียวกัน ให้เปลี่ยนชื่อประเทศจาก “สยาม” เป็น “ไทย” ตามที่เรียกขานประชาชนว่าคนไทย ชื่อประเทศก็ควรเรียกว่า ประเทศไทย

รัฐนิยม ฉบับที่ 2[แก้]

ประกาศไม่ให้คนไทยประพฤติตนเป็นตัวแทนของต่างชาติ และไม่ให้ขายที่ดินให้ต่างชาติโดยเด็ดขาด

รัฐนิยม ฉบับที่ 3[แก้]

เรื่องการเรียกชื่อชาวไทย

รัฐนิยม ฉบับที่ 4[แก้]

เรื่องการเคารพธงชาติ การร้องเพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมี

รัฐนิยม ฉบับที่ 5[แก้]

เรื่องให้ชาวไทยพยายามใช้เครื่องอุปโภค บริโภคที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย

รัฐนิยม ฉบับที่ 6[แก้]

เรื่องทำนอง และเนื้อร้องเพลงชาติของไทย

รัฐนิยม ฉบับที่ 7[แก้]

เรื่องชักชวนให้ชาวไทยร่วมกันสร้างชาติ

รัฐนิยม ฉบับที่ 8[แก้]

เรื่องเพลงสรรเสริญพระบารมี

รัฐนิยม ฉบับที่ 9[แก้]

เรื่องภาษาและหนังสือไทยกับหน้าที่พลเมืองดี ซึ่งกำหนดให้ชนชาติไทย ถือเป็นพลเมืองดีที่จะต้องศึกษาให้รู้หนังสือไทยอันเป็นภาษาของชาติอย่างน้อยต้องให้อ่านออก เขียนได้ และถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญในการช่วยเหลือสนับสนุนแนะนำชักจูงให้พลเมืองที่ยังไม่รู้ ภาษาไทยหรือยังไม่รู้หนังสือไทยให้รู้ภาษาไทยหรือหนังสือไทยจนอ่านออกเขียนได้ ทั้งนี้เพื่อ ไม่ให้เกิดความแตกแยกและความแตกต่างของท้องที่ถิ่นกำเนิด

รัฐนิยม ฉบับที่ 10[แก้]

เรื่องการแต่งกายของประชาชนชาวไทย : กำหนดให้คนไทยต้องแต่งกายตามที่รัฐบาลกำหนดไว้ว่าเป็นสุภาพชน เช่น ผู้ชายสวมหมวกใส่เสื้อชั้นนอกคอเปิดหรือปิด สวมกางเกงขายาวแบบสากล สวมรองเท้าหุ้มส้นและหรือหุ้มข้อ และถุงเท้า ส่วนผู้หญิงก็ต้อง สวมหมวก ใส่เสื้อนอกคลุมไหล่ สวมผ้าถุง ใส่รองเท้าหรือหุ้มส้นและถุงเท้า เป็นต้น

รัฐนิยม ฉบับที่ 11[แก้]

เรื่องกิจประจำวันของคนไทย (ประกาศเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2484) โดยชนชาติไทยพึงบริโภคอาหารให้ตรงเวลา ไม่เกินวันละ 4 มื้อ และนอนประมาณ 6-8 ชั่วโมงต้องมุ่งมั่นทำงาน พักกลางวันไม่เกิน 1 ชั่วโมง มีเวลาทำสวนครัว เลี้ยงสัตว์ ปลูกต้นไม้ ทั้งชำระร่างกายแล้วจึงรับประทานอาหารว่าง ในเวลากลางคืนก็ควรใช้ในการพบปะสนทนาในครอบครัว มิตรสหาย ทั้งใช้ศึกษาหาความรู้ หรือในการมหรสพ ส่วนวันหยุดก็ควรใช้ให้เป็นประโยชน์ ต่อร่างกายและจิตใจ เล่นกีฬา พักผ่อน ทำบุญ ฟังเทศน์ เป็นต้น

รัฐนิยม ฉบับที่ 12[แก้]

เรื่องการช่วยเหลือคุ้มครองเด็ก คนชรา หรือคนทุพพลภาพ ประกาศเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2485

ดูเพิ่ม[แก้]

หนังสือและบทความ[แก้]

เว็บไซต์[แก้]

อ้างอิง[แก้]