ข้ามไปเนื้อหา

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยในช่วงรุ่งสาง
ประเภทอนุสาวรีย์
ที่ตั้งแขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
พิกัด13°45′24″N 100°30′6″E / 13.75667°N 100.50167°E / 13.75667; 100.50167
ความสูง24 เมตร (79 ฟุต) (ส่วนปีก)
สร้างเมื่อ24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 (วางศิลาฤกษ์)
กรกฎาคม พ.ศ. 2482 (เริ่มก่อสร้าง)
24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 (พิธีเปิด)
สร้างเพื่อระลึกถึงการปฏิวัติสยาม
สถานะเปิดใช้งาน, ยังมีอยู่
สถาปนิกหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล
ประติมากรศิลป์ พีระศรี, สิทธิเดช แสงหิรัญ
สถาปัตยกรรมอลังการศิลป์, สถาปัตยกรรมคณะราษฎร
ผู้ดูแลกรมศิลปากร
เหตุการณ์สำคัญเหตุการณ์ 14 ตุลา
เหตุการณ์ 6 ตุลา
พฤษภาทมิฬ
การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ. 2553
วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557
การประท้วงในประเทศไทย พ.ศ. 2563–2564
ชื่อที่ขึ้นทะเบียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ขึ้นเมื่อ12 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
เป็นส่วนหนึ่งของโบราณสถานในเขตกรุงเทพมหานคร
เลขอ้างอิง0005568
วงเวียน ทางแยก
ชื่ออักษรไทยอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ชื่ออักษรโรมันAnusawari Prachathipatai
รหัสทางแยกN108
ทิศทางการจราจร
ถนนดินสอ
» แยกสะพานวันชาติ
ถนนราชดำเนินกลาง
» แยกป้อมมหากาฬ
ถนนดินสอ
» ปากถนนมหรรณพ
ถนนราชดำเนินกลาง
» แยกคอกวัว
อ้างอิง
[1][2]

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นอนุสาวรีย์สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย ตั้งอยู่กึ่งกลางวงเวียนบริเวณถนนราชดำเนินกลางตัดกับถนนดินสอ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475[2] อนุสาวรีย์แห่งนี้ยังเป็นจุดหลักกิโลเมตรศูนย์ของประเทศไทย ซึ่งใช้เป็นหลักอ้างอิงในการวัดระยะทางจากกรุงเทพมหานคร[3][4]

การออกแบบและก่อสร้างอนุสาวรีย์ดำเนินการโดยหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล ขณะที่ศิลป์ พีระศรีและสิทธิเดช แสงหิรัญ เป็นผู้ออกแบบประติมากรรม[2] ตัวอนุสาวรีย์ประกอบด้วย "ปีก" จำนวน 4 ปีก ล้อมรอบแท่นกลางซึ่งเป็นประติมากรรมพานแว่นฟ้ารองรับพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 องค์ประกอบทั้งหมดสื่อถึงอุดมการณ์ประชาธิปไตยของคณะราษฎรและเหตุการณ์การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475[5]

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 ในวาระครบรอบ 8 ปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 250,000 บาท[1]

ด้วยชื่อและความหมายที่สื่อถึง "ประชาธิปไตย" อนุสาวรีย์แห่งนี้จึงกลายเป็นจุดรวมตัวสำคัญของการชุมนุมทางการเมืองในประเทศไทยในหลายวาระสำคัญ เช่น เหตุการณ์ 14 ตุลา เหตุการณ์ 6 ตุลา พฤษภาทมิฬ วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2553 และการประท้วงในประเทศไทย พ.ศ. 2563–2565[6]

ประวัติ

[แก้]

ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีความคิดที่จะจัดสร้างอนุสรณ์เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังรำลึกถึงความสามัคคีกลมเกลียวในชาติ และพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญของชาติ ตลอดจนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนี้นำมาซึ่งความสถาพรแก่ชาติ รัฐบาลจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมแก่การสร้างอนุสาวรีย์ เมื่อพิจารณาที่เหมาะสมนั้น จึงเห็นว่าบริเวณถนนราชดำเนินที่กำลังมีการปรับปรุงอยู่ในขณะนั้น เป็นพื้นที่ที่เหมาะสม ประกอบกับขณะนั้นกำลังมีการก่อสร้างสะพานเฉลิมวันชาติในบริเวณเดียวกัน การสร้างอนุสาวรีย์จะยิ่งสร้างความสง่างามแก่บ้านเมือง รัฐบาลได้จัดการประกวดการออกแบบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนี้ โดยแบบที่ได้รับรางวัลและนำมาจัดสร้างคือแบบของหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล

วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเริ่มต้นขึ้นใน "24 มิถุนายน พ.ศ. 2482"[7]

เริ่มการก่อสร้าง กรกฎาคม พ.ศ. 2482 โดยรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการการก่อสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นเพื่อควบคุมกำกับการก่อสร้าง โดยมีศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างและ สิทธิเดช แสงหิรัญ เป็นผู้ช่วยปั้นอนุสาวรีย์[2] การก่อสร้างใช้งบประมาณทั้งสิ้น 250,000 บาท[1]

ในอนาคต อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจะเป็นชื่อของสถานีรถไฟฟ้าสองสถานีที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีม่วง ส่วนต่อขยายเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ ซึ่งตั้งอยู่ใต้ถนนพระสุเมรุ ใกล้กับหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ[8][9] และรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนต่อขยายศูนย์วัฒนธรรมฯ–บางขุนนนท์ ซึ่งตั้งอยู่ใต้ถนนราชดำเนินกลาง บริเวณหน้าลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ และอาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์[10][9]

รายละเอียดและสัญลักษณ์

[แก้]

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นรูปหล่อลอยตัว ประกอบด้วยรูปเล่มรัฐธรรมนูญในสมุดไทย ประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า สร้างด้วยทองแดง มีความสูง 3 เมตร หนัก 4 ตัน ตั้งบนฐานรูปทรงกลมด้านบนโค้งกลม ลานอนุสาวรีย์ยกสูงมีบันไดโดยรอบ รอบนอกลานอนุสาวรีย์มีครีบทรงแบน อยู่ 4 ทิศ ที่โคนครีบ มีภาพแกะสลักลายปั้นนูน และมีรั้วเตี้ย ๆ กั้นโดยรอบลานอนุสาวรีย์ รั้วนี้ใช้ปืนใหญ่โบราณจำนวน 75 กระบอก ฝังดินโผล่ท้ายกระบอกขึ้นมา เป็นเสา คล้องโซ่เชื่อมต่อกัน[5] โดยสัญลักษณ์ต่าง ๆ ภายในอนุสาวรีย์ประกอบด้วย:[5][4]

  • ปีก 4 ด้าน สูงจากแท่นพื้น 24 เมตร มีรัศมียาว 24 เมตร หมายถึง วันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเกิดเหตุการณ์การปฏิวัติสยาม
  • พานทูนฉบับรัฐธรรมนูญ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดป้อม กลางตัวอนุสาวรีย์ สูง 3 เมตร หมายถึง เดือน 3 หรือ เดือนมิถุนายน (ขณะนั้นนับเมษายนเป็นเดือนแรกของปี) ตรงกับเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยนั้น และหมายถึง อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ภายใต้รัฐธรรมนูญ (นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ)
  • ปืนใหญ่จำนวน 75 กระบอก (ปากกระบอกปืนฝังลงดิน) โดยรอบฐานของอนุสาวรีย์ที่มีโซ่เหล็กร้อยไว้ หมายถึงปีที่ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (เลข 75 เป็นเลขท้ายสองหลักของปี พ.ศ. 2475) ส่วนโซ่ที่ร้อยไว้ด้วยกันหมายถึงความสามัคคีพร้อมเพรียงของคณะปฏิวัติ
  • ลายปั้นนูนที่ฐานครีบทั้ง 4 เน้นถึงเรื่องราวการดำเนินงานของคณะราษฎรตอนที่นัดหมายและแยกย้ายกันก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475
  • พระขรรค์ 6 เล่ม ที่รายล้อมรอบป้อมกลางตัวอนุสาวรีย์ หมายถึง หลัก 6 ประการของคณะราษฎร
  • อ่างตรงฐานปีกทั้ง 4 ด้านเป็นรูปงูใหญ่ หมายถึง ปีที่เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นปีมะโรง หรือ ปีงูใหญ่

บทวิจารณ์

[แก้]

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้รับการวิจารณ์ถึงลักษณะทางสถาปัตยกรรมอย่างหลากหลาย รองศาสตราจารย์แสงอรุณ รัตกสิกร อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้กล่าวถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไว้ว่า "อนุสาวรีย์นี้ไม่ได้ผล เพราะว่าเป็นอนุสาวรีย์ที่ออกแบบโดยการใช้ตัวเลขเป็นสัญลักษณ์ให้แก่ตัวอนุสาวรีย์...มันก็ไม่งามจริง ๆ มันจะไม่งามแน่ ๆ เพราะผู้ออกแบบมัวไปแก่ตัวเลขสัญลักษณ์เสีย โดยเฉพาะตัวพานรัฐธรรมนูญที่ขยายขนาด Scale แบบสุนัขย่าเหลที่นครปฐม"[11] นอกจากนี้อาจารย์ชาตรี ประกิตนนทการ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้กล่าวถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยว่า "...ทำหน้าที่เป็นเสมือนฉากแห่งความทันสมัยในยุคประชาธิปไตยที่ตัดขาดจากสมัยเดิม" [12] ผู้ช่วยศาสตราจารย์แจนนิส วงศ์สุรวัฒน์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้วิจารณ์ประติมากรรมนูนสูงของปีกอนุสาวรีย์และกล่าวถึงอนุสาวรีย์ว่า "...อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นการแสดงออกทางศิลปกรรมที่สำคัญชิ้นแรกต่อภาพของประชาธิปไตยในสายตาของคนไทย มันมีแง่มุมที่น่าเคารพบางประการ ที่ยังเป็นปัจจุบัน และมีภาพที่ดูไม่แน่ชัดบางประการ"[13] นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการด้านสังคมศาสตร์และประวัติศาสตร์ไทย ระบุว่าอนุสาวรีย์นี้เป็นอนุสาวรีย์แรกของไทยที่ไม่ได้มีฐานะในการเคารพนับถือเช่นพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์ อย่างไรก็ตาม นิธิแสดงความเห็นว่าอนุสาวรีย์นี้ "ล้มเหลวในการสื่อความหมายของประชาธิปไตย"[6]

การเดินทาง

[แก้]

การเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ถนนราชดำเนินกลาง

[แก้]

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

[แก้]
  • Handicapped/disabled access เส้นทางที่มีรถรองรับวีลแชร์
สายที่ จุดเริ่มต้น จุดสิ้นสุด ประเภทของรถที่ให้บริการ ผู้ให้บริการ หมายเหตุ
15 (4-2) วงกลม: BRT ราชพฤกษ์ สยาม 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม-แดง

2.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู)

ขสมก.
47 (3-41) เรือข้ามฟาก ท่าเรือคลองเตย สำนักงานที่ดินกรุงเทพ 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม–แดง
59E (1-7E) รถโดยสารประจำทาง อู่รังสิต ทางด่วน: สนามหลวง (อนุสาวรีย์ทหารอาสา)
59 (เดิม) สนามหลวง (อนุสาวรีย์ทหารอาสา)
59 (1-8) 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม-แดง

2.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู)

60 (1-38) Handicapped/disabled access รถโดยสารประจำทาง อู่สวนสยาม MRT สนามไชย 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม–แดง

2.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีฟ้า (ใช้แก๊สธรรมชาติ)

60E (1-80E) ทางด่วน: MRT สนามไชย 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม–แดง
68 (4-12) รถโดยสารประจำทาง อู่แสมดำ บางลำพู 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม-แดง

2.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู)

68 สมุทรสาคร 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม–แดง
มจธ.บางขุนเทียน
70 (2-14) ประชานิเวศน์ 3 สนามหลวง 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม-แดง

2.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู)

70E (2-32E) ทางด่วน: สนามหลวง 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม-แดง
79 (4-42) รถโดยสารประจำทาง อู่บรมราชชนนี ราชประสงค์ 1.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู)
509 (4-60) หมู่บ้านเศรษฐกิจ รถโดยสารประจำทาง สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร)
511 Handicapped/disabled access รถโดยสารประจำทาง อู่ฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ รถโดยสารประจำทาง สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (บรมราชชนนี) 1.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู)

2.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีฟ้า (ใช้แก๊สธรรมชาติ)

556 (4-64) แยกนครชัยศรี อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม-แดง
รถโดยสารประจำทาง อู่วัดไร่ขิง 1.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู)
4-35 วงกลม: คลองสาน เทเวศร์ 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม-แดง
A4 Handicapped/disabled access ท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานดอนเมือง สนามหลวง 1.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีฟ้า (ใช้แก๊สธรรมชาติ) 1.วิ่งเฉพาะขากลับ ท่าอากาศยานดอนเมือง
S1 Handicapped/disabled access ท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 1.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู)

2.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีฟ้า (ใช้แก๊สธรรมชาติ)

1.วิ่งเฉพาะขากลับ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 ราชการ, กรมโยธาธิการ (2484). ประวัติการก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย. โรงพิมพ์คุรุสภา. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "R" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  2. 1 2 3 4 "อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย". การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 2021-04-09.
  3. "อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย". ศูนย์ข้อมูลเกาะรัตนโกสินทร์. มหาวิทยาลัยศิลปากร. สืบค้นเมื่อ 2021-04-09.
  4. 1 2 "อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย: 88 ปี ปฏิวัติสยาม 2475". บีบีซีไทย. 2020-06-24. สืบค้นเมื่อ 2021-04-09.
  5. 1 2 3 "ความหมายที่ซ่อนอยู่ 'อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย'". วอยซ์ทีวี. 2015-06-24. สืบค้นเมื่อ 2021-04-09.
  6. 1 2 เอียวศรีวงศ์, นิธิ (2014). ชาติไทย เมืองไทย แบบเรียน และอนุสาวรีย์. ศิลปวัฒนธรรม. ISBN 9789740213505.
  7. อนุสรณ์ ติปยานนท์ | บันทึกถึง 24 มิถุนายน จากจันทร์ถึงอาทิตย์https://www.matichonweekly.com/culture/article_30763
  8. "รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ "เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ"". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-09-09. สืบค้นเมื่อ 2021-09-09.
  9. 1 2 เช็กเลย!รถไฟฟ้าเปลี่ยนชื่อสถานี 17 แห่ง อะไรบ้าง
  10. "แผ่นพับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน - มีนบุรี - สขร" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2021-09-09. สืบค้นเมื่อ 2021-09-09.
  11. แสงอรุณ รัตกสิกร อนุสาวรีย์ที่ไทยทำ เก็บถาวร 2011-05-14 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน เรียกข้อมูลวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
  12. ยุวดี มณีกุล เงาการเมืองในงานสถาปัตย์หลัง 2475 เก็บถาวร 2011-05-11 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน ข้อมูลวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
  13. Janice Wongsurawat. A Critical Analysis of the Form and Symbolic Content of the Democracy Monument as a Work of Art, With Emphasis on the Reliefs on the Base of Four Wings. The Research Center of Silpakorn University , 1987, pp. 25-35.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

13°45′24″N 100°30′6″E / 13.75667°N 100.50167°E / 13.75667; 100.50167