อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
| อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย | |
|---|---|
อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยในช่วงรุ่งสาง | |
| ประเภท | อนุสาวรีย์ |
| ที่ตั้ง | แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร |
| พิกัด | 13°45′24″N 100°30′6″E / 13.75667°N 100.50167°E |
| ความสูง | 24 เมตร (79 ฟุต) (ส่วนปีก) |
| สร้างเมื่อ | 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 (วางศิลาฤกษ์) กรกฎาคม พ.ศ. 2482 (เริ่มก่อสร้าง) 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 (พิธีเปิด) |
| สร้างเพื่อ | ระลึกถึงการปฏิวัติสยาม |
| สถานะ | เปิดใช้งาน, ยังมีอยู่ |
| สถาปนิก | หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล |
| ประติมากร | ศิลป์ พีระศรี, สิทธิเดช แสงหิรัญ |
| สถาปัตยกรรม | อลังการศิลป์, สถาปัตยกรรมคณะราษฎร |
| ผู้ดูแล | กรมศิลปากร |
| เหตุการณ์สำคัญ | เหตุการณ์ 14 ตุลา เหตุการณ์ 6 ตุลา พฤษภาทมิฬ การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ. 2553 วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557 การประท้วงในประเทศไทย พ.ศ. 2563–2564 |
| ชื่อที่ขึ้นทะเบียน | อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย |
| ขึ้นเมื่อ | 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 |
| เป็นส่วนหนึ่งของ | โบราณสถานในเขตกรุงเทพมหานคร |
| เลขอ้างอิง | 0005568 |
| ชื่ออักษรไทย | อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย |
| ชื่ออักษรโรมัน | Anusawari Prachathipatai |
| รหัสทางแยก | N108 |
| ทิศทางการจราจร | |
↑ | ถนนดินสอ » แยกสะพานวันชาติ |
→ | ถนนราชดำเนินกลาง » แยกป้อมมหากาฬ |
↓ | ถนนดินสอ » ปากถนนมหรรณพ |
← | ถนนราชดำเนินกลาง » แยกคอกวัว |
| อ้างอิง | |
| [1][2] | |
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นอนุสาวรีย์สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย ตั้งอยู่กึ่งกลางวงเวียนบริเวณถนนราชดำเนินกลางตัดกับถนนดินสอ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475[2] อนุสาวรีย์แห่งนี้ยังเป็นจุดหลักกิโลเมตรศูนย์ของประเทศไทย ซึ่งใช้เป็นหลักอ้างอิงในการวัดระยะทางจากกรุงเทพมหานคร[3][4]
การออกแบบและก่อสร้างอนุสาวรีย์ดำเนินการโดยหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล ขณะที่ศิลป์ พีระศรีและสิทธิเดช แสงหิรัญ เป็นผู้ออกแบบประติมากรรม[2] ตัวอนุสาวรีย์ประกอบด้วย "ปีก" จำนวน 4 ปีก ล้อมรอบแท่นกลางซึ่งเป็นประติมากรรมพานแว่นฟ้ารองรับพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 องค์ประกอบทั้งหมดสื่อถึงอุดมการณ์ประชาธิปไตยของคณะราษฎรและเหตุการณ์การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475[5]
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 ในวาระครบรอบ 8 ปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 250,000 บาท[1]
ด้วยชื่อและความหมายที่สื่อถึง "ประชาธิปไตย" อนุสาวรีย์แห่งนี้จึงกลายเป็นจุดรวมตัวสำคัญของการชุมนุมทางการเมืองในประเทศไทยในหลายวาระสำคัญ เช่น เหตุการณ์ 14 ตุลา เหตุการณ์ 6 ตุลา พฤษภาทมิฬ วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2553 และการประท้วงในประเทศไทย พ.ศ. 2563–2565[6]
ประวัติ
[แก้]ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีความคิดที่จะจัดสร้างอนุสรณ์เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังรำลึกถึงความสามัคคีกลมเกลียวในชาติ และพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญของชาติ ตลอดจนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนี้นำมาซึ่งความสถาพรแก่ชาติ รัฐบาลจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมแก่การสร้างอนุสาวรีย์ เมื่อพิจารณาที่เหมาะสมนั้น จึงเห็นว่าบริเวณถนนราชดำเนินที่กำลังมีการปรับปรุงอยู่ในขณะนั้น เป็นพื้นที่ที่เหมาะสม ประกอบกับขณะนั้นกำลังมีการก่อสร้างสะพานเฉลิมวันชาติในบริเวณเดียวกัน การสร้างอนุสาวรีย์จะยิ่งสร้างความสง่างามแก่บ้านเมือง รัฐบาลได้จัดการประกวดการออกแบบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนี้ โดยแบบที่ได้รับรางวัลและนำมาจัดสร้างคือแบบของหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล
วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเริ่มต้นขึ้นใน "24 มิถุนายน พ.ศ. 2482"[7]
เริ่มการก่อสร้าง กรกฎาคม พ.ศ. 2482 โดยรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการการก่อสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นเพื่อควบคุมกำกับการก่อสร้าง โดยมีศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างและ สิทธิเดช แสงหิรัญ เป็นผู้ช่วยปั้นอนุสาวรีย์[2] การก่อสร้างใช้งบประมาณทั้งสิ้น 250,000 บาท[1]
ในอนาคต อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจะเป็นชื่อของสถานีรถไฟฟ้าสองสถานีที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีม่วง ส่วนต่อขยายเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ ซึ่งตั้งอยู่ใต้ถนนพระสุเมรุ ใกล้กับหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ[8][9] และรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนต่อขยายศูนย์วัฒนธรรมฯ–บางขุนนนท์ ซึ่งตั้งอยู่ใต้ถนนราชดำเนินกลาง บริเวณหน้าลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ และอาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์[10][9]
รายละเอียดและสัญลักษณ์
[แก้]อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นรูปหล่อลอยตัว ประกอบด้วยรูปเล่มรัฐธรรมนูญในสมุดไทย ประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า สร้างด้วยทองแดง มีความสูง 3 เมตร หนัก 4 ตัน ตั้งบนฐานรูปทรงกลมด้านบนโค้งกลม ลานอนุสาวรีย์ยกสูงมีบันไดโดยรอบ รอบนอกลานอนุสาวรีย์มีครีบทรงแบน อยู่ 4 ทิศ ที่โคนครีบ มีภาพแกะสลักลายปั้นนูน และมีรั้วเตี้ย ๆ กั้นโดยรอบลานอนุสาวรีย์ รั้วนี้ใช้ปืนใหญ่โบราณจำนวน 75 กระบอก ฝังดินโผล่ท้ายกระบอกขึ้นมา เป็นเสา คล้องโซ่เชื่อมต่อกัน[5] โดยสัญลักษณ์ต่าง ๆ ภายในอนุสาวรีย์ประกอบด้วย:[5][4]
- ปีก 4 ด้าน สูงจากแท่นพื้น 24 เมตร มีรัศมียาว 24 เมตร หมายถึง วันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเกิดเหตุการณ์การปฏิวัติสยาม
- พานทูนฉบับรัฐธรรมนูญ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดป้อม กลางตัวอนุสาวรีย์ สูง 3 เมตร หมายถึง เดือน 3 หรือ เดือนมิถุนายน (ขณะนั้นนับเมษายนเป็นเดือนแรกของปี) ตรงกับเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองสมัยนั้น และหมายถึง อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ภายใต้รัฐธรรมนูญ (นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ)
- ปืนใหญ่จำนวน 75 กระบอก (ปากกระบอกปืนฝังลงดิน) โดยรอบฐานของอนุสาวรีย์ที่มีโซ่เหล็กร้อยไว้ หมายถึงปีที่ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (เลข 75 เป็นเลขท้ายสองหลักของปี พ.ศ. 2475) ส่วนโซ่ที่ร้อยไว้ด้วยกันหมายถึงความสามัคคีพร้อมเพรียงของคณะปฏิวัติ
- ลายปั้นนูนที่ฐานครีบทั้ง 4 เน้นถึงเรื่องราวการดำเนินงานของคณะราษฎรตอนที่นัดหมายและแยกย้ายกันก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475
- พระขรรค์ 6 เล่ม ที่รายล้อมรอบป้อมกลางตัวอนุสาวรีย์ หมายถึง หลัก 6 ประการของคณะราษฎร
- อ่างตรงฐานปีกทั้ง 4 ด้านเป็นรูปงูใหญ่ หมายถึง ปีที่เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นปีมะโรง หรือ ปีงูใหญ่
บทวิจารณ์
[แก้]อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้รับการวิจารณ์ถึงลักษณะทางสถาปัตยกรรมอย่างหลากหลาย รองศาสตราจารย์แสงอรุณ รัตกสิกร อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้กล่าวถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไว้ว่า "อนุสาวรีย์นี้ไม่ได้ผล เพราะว่าเป็นอนุสาวรีย์ที่ออกแบบโดยการใช้ตัวเลขเป็นสัญลักษณ์ให้แก่ตัวอนุสาวรีย์...มันก็ไม่งามจริง ๆ มันจะไม่งามแน่ ๆ เพราะผู้ออกแบบมัวไปแก่ตัวเลขสัญลักษณ์เสีย โดยเฉพาะตัวพานรัฐธรรมนูญที่ขยายขนาด Scale แบบสุนัขย่าเหลที่นครปฐม"[11] นอกจากนี้อาจารย์ชาตรี ประกิตนนทการ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้กล่าวถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยว่า "...ทำหน้าที่เป็นเสมือนฉากแห่งความทันสมัยในยุคประชาธิปไตยที่ตัดขาดจากสมัยเดิม" [12] ผู้ช่วยศาสตราจารย์แจนนิส วงศ์สุรวัฒน์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้วิจารณ์ประติมากรรมนูนสูงของปีกอนุสาวรีย์และกล่าวถึงอนุสาวรีย์ว่า "...อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นการแสดงออกทางศิลปกรรมที่สำคัญชิ้นแรกต่อภาพของประชาธิปไตยในสายตาของคนไทย มันมีแง่มุมที่น่าเคารพบางประการ ที่ยังเป็นปัจจุบัน และมีภาพที่ดูไม่แน่ชัดบางประการ"[13] นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการด้านสังคมศาสตร์และประวัติศาสตร์ไทย ระบุว่าอนุสาวรีย์นี้เป็นอนุสาวรีย์แรกของไทยที่ไม่ได้มีฐานะในการเคารพนับถือเช่นพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระมหากษัตริย์ อย่างไรก็ตาม นิธิแสดงความเห็นว่าอนุสาวรีย์นี้ "ล้มเหลวในการสื่อความหมายของประชาธิปไตย"[6]
การเดินทาง
[แก้]การเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ถนนราชดำเนินกลาง
[แก้]องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
[แก้]| สายที่ | จุดเริ่มต้น | จุดสิ้นสุด | ประเภทของรถที่ให้บริการ | ผู้ให้บริการ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| 15 (4-2) | วงกลม: |
สยาม | 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม-แดง
2.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู) |
ขสมก. | |
| 47 (3-41) | สำนักงานที่ดินกรุงเทพ | 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม–แดง | |||
| 59E (1-7E) | ทางด่วน: สนามหลวง (อนุสาวรีย์ทหารอาสา) | ||||
| 59 (เดิม) | สนามหลวง (อนุสาวรีย์ทหารอาสา) | ||||
| 59 (1-8) | 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม-แดง
2.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู) |
||||
| 60 (1-38) |
MRT สนามไชย | 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม–แดง
2.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีฟ้า (ใช้แก๊สธรรมชาติ) |
|||
| 60E (1-80E) | ทางด่วน: MRT สนามไชย | 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม–แดง | |||
| 68 (4-12) | บางลำพู | 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม-แดง
2.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู) |
|||
| 68 | สมุทรสาคร | 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม–แดง | |||
| มจธ.บางขุนเทียน | |||||
| 70 (2-14) | ประชานิเวศน์ 3 | สนามหลวง | 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม-แดง
2.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู) |
||
| 70E (2-32E) | ทางด่วน: สนามหลวง | 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม-แดง | |||
| 79 (4-42) | ราชประสงค์ | 1.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู) | |||
| 509 (4-60) | หมู่บ้านเศรษฐกิจ | ||||
| 511 |
1.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู)
2.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีฟ้า (ใช้แก๊สธรรมชาติ) |
||||
| 556 (4-64) | แยกนครชัยศรี | อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย | 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม-แดง | ||
| 1.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู) | |||||
| 4-35 | วงกลม: คลองสาน | เทเวศร์ | 1.รถโดยสารประจำทางสีครีม-แดง | ||
| A4 |
สนามหลวง | 1.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีฟ้า (ใช้แก๊สธรรมชาติ) | 1.วิ่งเฉพาะขากลับ ท่าอากาศยานดอนเมือง | ||
| S1 |
1.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู)
2.รถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีฟ้า (ใช้แก๊สธรรมชาติ) |
1.วิ่งเฉพาะขากลับ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ |
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 ราชการ, กรมโยธาธิการ (2484). ประวัติการก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย. โรงพิมพ์คุรุสภา. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "R" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน - 1 2 3 4 "อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย". การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 2021-04-09.
- ↑ "อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย". ศูนย์ข้อมูลเกาะรัตนโกสินทร์. มหาวิทยาลัยศิลปากร. สืบค้นเมื่อ 2021-04-09.
- 1 2 "อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย: 88 ปี ปฏิวัติสยาม 2475". บีบีซีไทย. 2020-06-24. สืบค้นเมื่อ 2021-04-09.
- 1 2 3 "ความหมายที่ซ่อนอยู่ 'อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย'". วอยซ์ทีวี. 2015-06-24. สืบค้นเมื่อ 2021-04-09.
- 1 2 เอียวศรีวงศ์, นิธิ (2014). ชาติไทย เมืองไทย แบบเรียน และอนุสาวรีย์. ศิลปวัฒนธรรม. ISBN 9789740213505.
- ↑ อนุสรณ์ ติปยานนท์ | บันทึกถึง 24 มิถุนายน จากจันทร์ถึงอาทิตย์https://www.matichonweekly.com/culture/article_30763
- ↑ "รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ "เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ"". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-09-09. สืบค้นเมื่อ 2021-09-09.
- 1 2 เช็กเลย!รถไฟฟ้าเปลี่ยนชื่อสถานี 17 แห่ง อะไรบ้าง
- ↑ "แผ่นพับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน - มีนบุรี - สขร" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2021-09-09. สืบค้นเมื่อ 2021-09-09.
- ↑ แสงอรุณ รัตกสิกร อนุสาวรีย์ที่ไทยทำ เก็บถาวร 2011-05-14 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน เรียกข้อมูลวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
- ↑ ยุวดี มณีกุล เงาการเมืองในงานสถาปัตย์หลัง 2475 เก็บถาวร 2011-05-11 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน ข้อมูลวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
- ↑ Janice Wongsurawat. A Critical Analysis of the Form and Symbolic Content of the Democracy Monument as a Work of Art, With Emphasis on the Reliefs on the Base of Four Wings. The Research Center of Silpakorn University , 1987, pp. 25-35.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- “อนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญ” ในอีสาน “อนุสรณ์รำลึกประชาธิปไตย” แห่งแรกของไทย โดย วิภา จิรภาไพศาล บนศิลปวัฒนธรรม
- ความเป็นประชาธิปไตยในอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บทสัมภาษณ์ ศรัญญู เทพสงเคราะห์ โดย 101.world
13°45′24″N 100°30′6″E / 13.75667°N 100.50167°E