กรมศิลปากร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
กรมศิลปากร
ราชอาณาจักรไทย
Thailand Fine Arts Dept Seal.svg
ตราพระพิคเณศ
อาคาร กรมศิลปากร Fine Arts Department Thailand.jpg
อาคารกรมศิลปากร
ที่ทำการ
ไทย
1 ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร และ 81/1 ถนนศรีอยุธยา แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 27 มีนาคม พ.ศ. 2454
เขตอำนาจ ทั่วราชอาณาจักร
งบประมาณ 2,444.9905 ล้านบาท (พ.ศ. 2559)[1]
ผู้บริหารหลัก กิตติพันธ์ พานสุวรรณ, อธิบดี
อรุณศักดิ์ กิ่งมณี, รองอธิบดี
พนมบุตร จันทรโชติ, รองอธิบดี
จารึก วิไลแก้ว, รองอธิบดี
ต้นสังกัด กระทรวงวัฒนธรรม
ลูกสังกัด ดูในบทความ
เว็บไซต์
FineArts.go.th

กรมศิลปากร (อังกฤษ: Fine Arts Department) เป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งมีภารกิจคุ้มครอง ป้องกัน อนุรักษ์ บำรุงรักษา ฟื้นฟู ส่งเสริม สร้างสรรค์ เผยแพร่ จัดการศึกษา ค้นคว้า วิจัย พัฒนา สืบทอดศิลปะและทรัพย์สินมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ เพื่อธำรงคุณค่าและเอกลักษณ์ของความเป็นชาติ อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมไทยและความมั่นคงของชาติ

ประวัติ[แก้]

ในอดีตก่อนพุทธศักราช ๒๔๕๔ ประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เกี่ยวกับมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ บรรดาโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม การดนตรี นาฏศิลป์ งานช่างประณีตศิลป์ หอสมุด จดหมายเหตุ และพิพิธภัณฑ์ ฯลฯ กิจการดังกล่าวจึงกระจายการจัดการไว้ตามหน่วยงานต่างๆ ทำให้ราชการบางอย่างยังไม่เป็นระเบียบอันดี หรือมีงานที่ก้าวก่ายกันอยู่

ด้วยเหตุนี้ ในวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๔๕๔ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โอนกิจการของช่างมหาดเล็กจากกระทรวงวัง และกรมพิพิธภัณฑ์ จากกระทรวงธรรมการ มารวมกันตั้งเป็น “กรมศิลปากร” โดยให้มีผู้บัญชาการขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ใดในกระทรวง หรือกรมใดเป็นผู้บัญชาการเมื่อใดก็ได้ สุดแต่จะทรงพระราชดำริเห็นเหมาะสม ทั้งนี้ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ ทรงเป็นผู้บัญชาการกรมศิลปากรพระองค์แรก

จากพระราชญาณทัศนะของสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของมรดกศิลปวัฒนธรรม อันเป็นมูลฐานแสดงให้เห็นถึงความเจริญของชาติ จึงก่อกำเนิดเป็น “กรมศิลปากร” ซึ่งดำเนินภารกิจดูแลมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติมาจนถึงปัจจุบัน

  • พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้โอนกิจการของช่างมหาดเล็ก จากกระทรวงวัง และกรมพิพิธภัณฑ์ จากกระทรวงธรรมการ มาจัดตั้งเป็น "กรมศิลปากร"
  • พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โอนงานพิพิธภัณฑ์ ไปอยู่ในความควบคุมดูแลของ กรรมการหอพระสมุดฯ และได้โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งราชบัณฑิตยสภา เรียกว่า "ศิลปากรสถาน" ดังนั้น กรมศิลปากร จึงถูกยกเลิกไป
  • พ.ศ. 2476 มีพระราชบัญญัติจัดตั้งกรมศิลปากร ขึ้นมาใหม่ โดยสังกัดกระทรวงธรรมการ และมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ส่วนราชการภายใน และย้ายสังกัด เพื่อความเหมาะสมหลายครั้ง
  • พ.ศ. 2501 มีพระราชบัญญัติ โอนกรมศิลปากร มาสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ และต่อมาได้โอนมาสังกัดกระทรวงวัฒนธรรมซึ่งได้รับการสถาปนาขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545

บทบาท และหน้าที่[แก้]

  1. ปกป้อง คุ้มครอง อนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมธำรงจารีตประเพณี พระราชพิธี และรัฐพิธีให้คงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติเพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศไทย
  2. สืบทอด สร้างสรรค์ เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม
  3. ปรับเปลี่ยนระบบและกลไกการบริหารจัดการมรดกศิลปวัฒนธรรม
  4. บริหารจัดการองค์ความรู้และพัฒนามรดกศิลปวัฒนธรรมให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยว
  5. จัดการศึกษาเฉพาะด้านศิลปวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์ สืบทอดและพัฒนาอย่างยั่งยืน

การแบ่งส่วนราชการ[แก้]

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมศิลปากรกระทรวงวัฒนธรรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 ให้แบ่งส่วนราชการกรมศิลปากร ดังต่อไปนี้

  • สำนักบริหารกลาง[2]
  • กองโบราณคดี
  • กองโบราณคดีใต้น้ำ
  • ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม
  • สำนักการสังคีต
  • สำนักช่างสิบหมู่
  • สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
  • สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์
  • สำนักศิลปากรที่ 1 - 12
  • สำนักสถาปัตยกรรม
  • สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
  • สำนักหอสมุดแห่งชาติ

หน่วยงานในสังกัด[แก้]

สำนักศิลปากร[แก้]

สำนักการสังคีต[แก้]

กองโบราณคดี[แก้]

กองโบราณคดีใต้น้ำ[แก้]

สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ[แก้]

สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 81/1 ถนนศรีอยุธยา แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 โทร. 0 2628 5036-39 ต่อ 305, 307 โทรสาร 0 2281 6766

  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ภาคเหนือ
    • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก
    • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร
    • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง จังหวัดสุโขทัย
    • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก จังหวัดสุโขทัย
    • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน จังหวัดน่าน
    • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย จังหวัดลำพูน
    • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
    • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
    • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ จังหวัดนครราชสีมา
    • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
    • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
    • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
    • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
    • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
    • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัด

อุดรธานี

สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์[แก้]

สำนักสถาปัตยกรรม[แก้]

สำนักหอสมุดแห่งชาติ[แก้]

หอสมุดแห่งชาติ

หอสมุดแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ ร.9 นครราชสีมา

หอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลา

หอสมุดแห่งชาติเขตลาดกระบัง เฉลิมพระเกียรติ

หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี[3]

หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สงขลา

• หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ตรัง

• หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม

• หอสมุดแห่งชาติชลบุรี

• หอสมุดแห่งชาตินครศรีธรรมราช

• หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก กาญจนบุรี

• หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี

• หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่

• ศูนย์นราธิปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์

• ห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิริธร

• หอวชิราวุธานุสรณ์

• หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

• หอสมุดดำรงราชานุภาพ

• หอสมุดปิยมหาราชรฦก

สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ[แก้]

  • หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
  • หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่ พื้นที่รับผิดชอบ : เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก และนครสวรรค์
  • หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตรัง พื้นที่รับผิดชอบ : ตรัง กระบี่ ภูเก็ต พังงา และระนอง
  • หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ยะลา พื้นที่รับผิดชอบ : ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และสตูล
  • หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สงขลา พื้นที่รับผิดชอบ : สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร
  • หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พะเยา พื้นที่รับผิดชอบ : พะเยา เชียงราย น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อุบลราชธานี พื้นที่รับผิดชอบ : อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ ขอนแก่น เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม
  • หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี พื้นที่รับผิดชอบ : สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
  • หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จังหวัดจันทบุรี พื้นที่รับผิดชอบ : จันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว
  • หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ทำหน้าที่รวบรวมเก็บรักษาเอกสารและสิ่งของที่เนื่องในภารกิจของพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
  • หอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ทำหน้าที่รวบรวมเก็บรักษาเอกสารรวมทั้งการจัดนิทรรศการประวัติผลงานและสิ่งของที่เนื่องในภารกิจของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งอยู่ที่บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดสุพรรณบุรี (ดอนย่างแย้)

สำนักช่างสิบหมู่[แก้]

สำนักบริหารกลาง[แก้]

  • ฝ่ายเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

อ้างอิง[แก้]

Flag of Thailand.svg ประเทศไทย
  1. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 เล่ม 132 ตอนที่ 91ก วันที่ 25 กันยายน 2558
  2. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/A/089/36.PDF
  3. "หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร". www.nlt.go.th.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]