การขนส่งในประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หลักกิโลเมตรที่ 0
การจราจรแออัดในชั่วโมงเร่งด่วนในกรุงเทพมหานคร
รถสามล้อหรือรถตุ๊กตุ๊ก รูปแบบการขนส่งอย่างหนึ่ง

การขนส่งในประเทศไทย มีความหลากหลายและยังไม่มีความเป็นระเบียบ การขนส่งแต่ละประเภทไม่มีความโดดเด่นมากนัก ได้แก่ ระบบการขนส่งทางถนน ที่เป็นหลักของการขนส่งสินค้าทั่วประเทศ การขนส่งทางรถประจำทางที่มีการขนส่งระยะไกลไปยังจังหวัดต่าง ๆ มีการใช้รถจักรยานยนต์เพื่อใช้การเดินทางระยะสั้นแทนการใช้จักรยาน การใช้รถยนต์ส่วนตัวซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมีส่วนทำให้การจราจรเกิดความแออัดทั้งในกรุงเทพมหานครและเมืองสำคัญต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีการขนส่งระบบรางที่เชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่าง ๆ แต่ยังมีความล่าช้า ถึงแม้จะมีแผนขยายการให้บริการที่มีรถไฟความเร็วสูงไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศก็ตาม การขนส่งทางอากาศภายในประเทศ ซึ่งในปัจจุบันยังมีสายการบินไม่มากนัก แต่ยังมีความโดนเด่นด้วยวิธีการขนส่งที่มีความแปลกใหม่จากสายตาของชาวต่างประเทศ เช่น รถตุ๊กตุ๊ก รถสองแถว เป็นต้น ทั้งนี้ สถาบันการจัดการนานาชาติ (International Institute for Management Development: IMD) ได้จัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 28 จาก 64 เขตเศรษฐกิจ[1]

ระบบราง[แก้]

รถไฟทางไกล[แก้]

ขบวนรถไฟสายแม่กลอง

การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดให้บริการเดินรถในความยาวเส้นทางทั้งสิ้น 4,507 กิโลเมตร จำนวน 666 สถานี/ที่หยุดรถ ในรางขนาด 1 เมตร (เป็นทางเดี่ยว 4,097 กิโลเมตร ทางคู่ 303 กิโลเมตร และทางสาม 107 กิโลเมตร)

รายชื่อจังหวัดที่มีทางรถไฟทางไกล
การเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในปัจจุบัน

รถไฟความเร็วสูง[แก้]

ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการสายแรกได้ภายใน พ.ศ. 2569[5]

รถไฟฟ้าในเขตเมือง[แก้]

รถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท และสายสีลม เป็นรถไฟฟ้าสองสายแรกของประเทศไทย

ในปัจจุบัน ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนมีให้บริการเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น โดยเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2542 ในเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท (หมอชิต–อ่อนนุช) และสายสีลม (สนามกีฬาฯ–สะพานตากสิน)[6] ในปัจจุบันมีรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้วทั้งสิ้น 5 สาย สายล่าสุดที่เปิดให้บริการคือ สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ซึ่งเปิดให้บริการใน พ.ศ. 2559[7]

นอกจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลแล้ว ยังมีโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเมืองใหญ่อื่น ๆ อาทิ ขอนแก่น[8] ภูเก็ต[9][10] นครราชสีมา[11] เชียงใหม่ หาดใหญ่

รถราง[แก้]

รถรางกรุงเทพ
ดูบทความหลักที่: รถรางในประเทศไทย
รายชื่อจังหวัดที่เคยมีทางรถราง

ในอดีตประเทศไทยก็เคยมีการใช้รถราง โดยรถรางกรุงเทพเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2431 โดยเปิดสายบางคอแหลมเป็นสายแรกเมื่อเริ่มแรกใช้กำลังม้าลากรถไปตามราง ทำให้ใช้เวลาการเดินทางมาก จึงไม่เป็นที่นิยม ภายหลังเปลี่ยนมาใช้กำลังไฟฟ้าเมื่อ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2437 และจนถึงวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2511 ได้ยกเลิกการเดินรถทุกเส้นทางอย่างถาวร

ส่วนเส้นทางในต่างจังหวัดมีสองสายคือ รถรางลพบุรี และทางรถไฟสายปากน้ำ ที่ใช้รถรางวิ่งแทนรถไฟตั้งแต่ พ.ศ. 2468

ระบบถนน[แก้]

โครงข่ายถนน[แก้]

ตรอกและซอย[แก้]

ทางแยกต่างระดับมักกะสัน

ตรอก เป็นประเภทของถนนที่มีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งบางครั้งยานพาหนะขนาดใหญ่อย่างรถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ มักจะพบการขนส่งโดยใช้วิธีเดินเท้า จักรยาน หรือรถจักรยานยนต์ ส่วนมากแล้วจะอยู่ในเขตเมือง ส่วนซอย จะเป็นถนนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาระดับหนึ่ง บางแห่งรถยนต์สามารถเข้าได้ แต่ไม่สามารถวิ่งสวนทางกันได้ จึงมีการจัดการจราจรให้เดินรถทางเดียว หรือบางแห่งเป็นซอยที่มีขนาดใหญ่เทียบเท่าถนน สำหรับชื่อของซอย มักจะตั้งชื่อตามถนนที่ซอยนั้นแยกออกมา เช่น ซอยสุขุมวิท 55 หรือ ถนนทองหล่อ เป็นซอยที่แยกออกมาจากถนนสุขุมวิท เป็นต้น

ถนน[แก้]

ถนนมีทั้งถนนในเมืองและถนนที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัด ถนนบำรุงรักษาโดยหน่วยงานท้องถิ่น หรือถนนในเมืองบางแห่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายทางหลวง ซึ่งจะมีการกำกับรหัสหมายเลขทางหลวงนั้น ๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นจังหวัดที่มีการลงทุนในเรื่องโครงข่ายถนนในเมืองและในจังหวัดเป็นเงินจำนวนมาก

ทางหลวง[แก้]

ดูบทความหลักที่: ทางหลวงในประเทศไทย

ทางหลวงในประเทศไทยมีหลายประเภท ได้แก่ ทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบท ทางหลวงท้องถิ่น ทางหลวงสัมปทาน ระบบทางหลวงในประเทศไทยมีความยาวรวม 64,600 กิโลเมตร ลาดยางแล้ว 62,985 กิโลเมตร และยังไม่ได้ลาดยาง 1,615 กิโลเมตร (ข้อมูลปี พ.ศ. 2539) ทางหลวงแผ่นดินสายหลักในประเทศไทย ได้แก่ ถนนพหลโยธิน ถนนมิตรภาพ ถนนสุขุมวิท และถนนเพชรเกษม ทางหลวงบางแห่งได้รับการกำหนดให้เป็นทางหลวงสายเอเชีย นอกจากนี้ยังมีทางหลวงพิเศษ ซึ่งเป็นทางหลวงประเภทหนึ่ง แต่มีการควบคุมการเข้าออก และเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

ทางหลวงพิเศษและทางพิเศษ[แก้]

ดูบทความหลักที่: ทางด่วนในประเทศไทย

ทางพิเศษเป็นถนนที่มีการควบคุมการเข้าออก และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาจราจรติดขัดในเขตเมืองสำคัญต่าง ๆ แต่ได้ดำเนินการก่อสร้างเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น ส่วนทางพิเศษในเมืองสำคัญต่าง ๆ ยังเป็นโครงการและยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง ส่วนทางหลวงพิเศษเป็นโครงข่ายทางหลวงที่เชื่อมโยงระหว่างเมืองในภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีทางหลวงพิเศษเพียง 2 สาย ได้แก่ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และถนนกาญจนาภิเษก

การขนส่งผู้โดยสารทางถนน[แก้]

รถประจำทาง[แก้]

รถโดยสารระหว่างจังหวัด[แก้]

รถโดยสารระหว่างจังหวัดให้บริการโดย บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และบริษัทเอกชนอีกหลายบริษัท โดยมีสถานีรถโดยสารในกรุงเทพมหานคร สามแห่ง คือ หมอชิต2 สถานีขนส่งสายใต้ และสถานีขนส่งเอกมัย

รถโดยสารระหว่างประเทศ[แก้]

บขส. ได้เปิดการเดินรถไปยังประเทศลาว และประเทศกัมพูชา นอกจากนี้ยังมีบริษัทเดินรถอีกหลายแห่งที่เปิดเส้นทางระหว่างประเทศ

รถโดยสารประจำทาง[แก้]
รถโดยสารประจำทางในกรุงเทพมหานคร

รถประจำทางเป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่อย่างหนึ่งในไทย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่เช่นกรุงเทพมหานคร ระบบรถเมล์ประจำทางให้บริการโดย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก) ถือเป็นระบบที่ขนส่งผู้โดยสารระบบหนึ่ง และยังมีอีกหลายจังหวัดที่มีรถโดยสารประจำทาง

รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ[แก้]

ประจำทางด่วนพิเศษบริการเฉพาะกรุงเทพและปริมณฑลได้แก่ รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและรถ ปรับอากาศพิเศษ (ปอ.พ)บริการในกรุงเทพมหานครของ บริษัท พรีเมียร์ เมโทรบัส[12]

รถโดยสารเข้าเมือง[แก้]

เป็นรถโดยสารที่ขนส่งผู้โดยสารจากท่าอากาศยานเข้ามาในเขตเมือง

รถประจำทางประเภทอื่น[แก้]

ประเทศไทยยังมีรถประจำทางอีกจำนวนมากที่ให้บริการ เช่น สองแถว กระป้อ เป็นต้น

รถวิ่งชมเมือง[แก้]

กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองเดียวที่มีรถวิ่งชมเมืองบริการนักท่องเที่ยว ซึ่งประกอบด้วย 2 เส้นทางคือ รถรางสายรอบกรุงรัตนโกสินทร์[13] และรถรางเยาวราช[14](ปิดบริการชั่วคราว)

รถรับจ้าง[แก้]

รถแท็กซี่

รถรับจ้างมีหลายประเภท เช่น รถแท็กซี่ ระบบมิเตอร์บริการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล นครราชสีมา อุดรธานี ขอนแก่น ชลบุรี ภูเก็ต หาดใหญ่ นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี และเชียงใหม่ รวมทั้งมอเตอร์ไซค์รับจ้างตามหน้าปากซอยและสถานที่สำคัญ ตุ๊กตุ๊กและรถสามล้อ มีให้บริการเช่นกัน

อุบัติเหตุทางถนน[แก้]

ทางอากาศ[แก้]

โบอิง 747-400 ของการบินไทย

ท่าอากาศยาน[แก้]

ท่าอากาศยาน มีจำนวนทั้งสิ้น 106 แห่ง (ข้อมูลปี พ.ศ. 2542) ท่าอากาศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและรองรับผู้โดยสารได้มากที่สุดในประเทศไทย คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นอกจากนี้ ยังมีท่าเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 17 แห่ง (ข้อมูลปี พ.ศ. 2550)

จำนวนท่าอากาศยานในประเทศไทย จำแนกตามสภาพและความยาวของทางวิ่ง
สภาพ ความยาว (เมตร) รวม
ยาวกว่า 3,047 2,438-3,047 1,524-2,437 914-1,523 สั้นกว่า 914
ลาดยาง 6 แห่ง 11 แห่ง 17 แห่ง 18 แห่ง 4 แห่ง 56 แห่ง
ไม่ได้ลาดยาง 1 แห่ง 16 แห่ง 33 แห่ง 50 แห่ง
รวมทั้งสิ้น 106 แห่ง

ท่าอากาศยานนานาชาติ[แก้]

ในปี พ.ศ. 2561 ท่าอากาศยานที่รับผู้โดยสารจากต่างประเทศมายังประเทศไทยมีทั้งหมด 11 ท่าอากาศยาน โดย ท่าอากาศยานหัวหินเป็นท่าอากาศยานล่าสุดที่ให้บริการใน เส้นทางระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย โดยท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี และท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี ยกเลิกการรับผู้โดยสารจากต่างประเทศในปีดังกล่าว ต่อไปนี้เป็นรายชื่อท่าอากาศยานที่การบินระหว่างประเทศในปี พ.ศ. 2561

ท่าอากาศยานในประเทศไทยที่สามารถรับเครื่องบิน ขนาดใหญ่ชนิด โบอิง 747 มีเพียง 6 ท่าอากาศยานโดยทั้งหมด การบินไทย เครื่องทำการบินทางพาณิชย์ ได้แก่

ท่าอากาศยานที่สามารถรับเครื่องบินขนาดใหญ่ แอร์บัส เอ380 มีเพียง 4 ท่าอากาศยาน แต่ให้บริการเชิงพาณิชย์ที่เดียวคือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

สายการบิน[แก้]

ในประเทศไทยมีสายการบินจำนวนมาก โดยมีการบินไทยเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติ

การขนส่งทางน้ำ[แก้]

เรือด่วนเจ้าพระยา
เรือโดยสารคลองแสนแสบ

เส้นทางน้ำสายสำคัญ 3,999 กม. 3,701 กม. เป็นเส้นทางที่มีน้ำลึกไม่ต่ำกว่า 0.9 เมตรตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเล็กๆ อีกจำนวนมาก ที่ใช้เรือขนาดเล็กเช่นเรือหางยาวในการเดินเรือ

การขนส่งในแม่น้ำลำคลอง[แก้]

มีเรือโดยสารให้บริการในแม่น้ำเส้นทางต่าง ๆ จำนวนมากมายหลายบริษัท เช่น เรือด่วนเจ้าพระยา หรือเรือหางยาว เรือข้ามฟาก ส่วนเรือโดยสารในคลอง เช่น เรือโดยสารคลองแสนแสบ ให้บริการในคลองแสนแสบ ซึ่งสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

ท่าเรือและเมืองท่า[แก้]

ปัจจุบันท่าเรือแหลมฉบังเป็นท่าเรือเดียวที่มีผู้โดยสารเดินทางไปกลับจากท่าเรือแหลมฉบังไปยังประเทศสิงคโปร์ และประเทศสิงคโปร์มายังท่าเรือแหลมฉบัง

เรือเดินสมุทร[แก้]

เรือเดินสมุทรมีทั้งหมด 299 ลำ (ขนาดใหญ่เกิน 1,000 ตันกรอส) หรือคิดเป็นขนาด 1,834,809 ตันกรอส หรือ 2,949,558 DWT (ข้อมูลปี พ.ศ. 2542) แบ่งออกเป็น

การขนส่งทางท่อ[แก้]

  • ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม 67 กิโลเมตร
  • แก๊สธรรมชาติ 350 กิโลเมตร

อ้างอิง[แก้]

  1. [คมนาคม ฟุ้งความสามารถแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานไทยดีขึ้นมา 1 อันดับ - คุณภาพถนนไทย ดีขึ้นพรวด 12 อันดับ https://www.khaosod.co.th/economics/news_6583756]
  2. ภาพชุด -- พม่าเปิดหวูดฟื้นทางรถไฟสายมรณะ รัฐมอญถึง “ช่องเขาขาด”
  3. ศอ.บต.ประชุมร่วมเตรียมผลักดันฟื้นฟูการเดินรถไฟเส้นทางสุไหงโก-ลก สู่มาเลเซีย
  4. ลาวเตรียมสร้างทางรถไฟท่านาแล้ง-เวียงจันทน์ภายในสิ้นปีนี้
  5. เร่งโครงการรถไฟความเร็วสูง 'กทม.-โคราช' ลงนามเพิ่มอีก 3 สัญญา เสร็จแน่ปี 2569
  6. http://www.bts.co.th/corporate/th/01-about-history.aspx ประวัติความเป็นมา
  7. http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1462201042
  8. "บิ๊กตู่" อนุมัติ "ขอนแก่น" สร้างรถรางไฟฟ้าแห่งแรก ระยะทาง 26 กม.เปิดบริการปลายปี61
  9. โครงการรถไฟฟ้าภูเก็ต - (แก้ไขชื่อกระทู้)
  10. http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9570000021952
  11. https://wekorat.com/2017/04/04/korat-lrt-mass-transit-stations-update/ ขนส่งมวลชนโคราช
  12. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2011-06-30. สืบค้นเมื่อ 2011-05-21.
  13. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2018-10-10. สืบค้นเมื่อ 2018-10-10.
  14. http://www.academyofmagical.com/gallery,show,141.html

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]