อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วงเวียน อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ
Pitak Ratthathammanun Monument.JPG
ชื่ออักษรไทย อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ
ชื่ออักษรโรมัน Anusawari Lak Si Circle
รหัสทางแยก N110
ที่ตั้ง แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
ทิศทางการจราจร
ทิศเหนือ
ถนนพหลโยธิน
» ย่านสะพานใหม่ เขตสายไหม
ทิศตะวันออก
ถนนรามอินทรา
» แยกลาดปลาเค้า
ทิศใต้
ถนนพหลโยธิน
» แยกเกษตร
ทิศตะวันตก
ถนนแจ้งวัฒนะ
» แยกหลักสี่

อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ ณ วงเวียนหลักสี่ จุดตัดระหว่างถนนพหลโยธินกับถนนแจ้งวัฒนะและถนนรามอินทรา ตั้งอยู่ในพื้นที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญจัดสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองการปราบกบฏบวรเดช โดยมีการบรรจุอัฐิทหารและตำรวจที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ภายในรวม 17 นาย จึงมีชื่อเรียกอื่นๆ ได้แก่ อนุสาวรีย์ปราบกบฏ อนุสาวรีย์ 17 ทหารและตำรวจ อนุสาวรีย์หลักสี่ หรืออนุสาวรีย์หลวงอำนวยสงคราม[1] มีการปรับปรุงพื้นที่บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญอยู่หลายครั้งโดยกรมทางหลวง เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดโดยรอบอนุสาวรีย์ อาทิ การปรับภูมิทัศน์เป็นสี่แยกและการขุดอุโมงค์ลอดอนุสาวรีย์ และการก่อสร้างสะพานลอยด้านข้างอนุสาวรีย์เพื่อเชื่อมต่อถนนแจ้งวัฒนะกับถนนรามอินทรา ปัจจุบัน(พ.ศ. 2561)ในบริเวณอนุสาวรีย์มีการก่อสร้างสถานีวัดพระศรีมหาธาตุของทั้งโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายหมอชิต - คูคต และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี

อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญได้รับการออกแบบโดยหลวงนฤมิตรเลขการ อาจารย์ประจำโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โดยยึดหลักทางการเมืองของรัฐบาล 5 ประการ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กองทัพ และรัฐธรรมนูญ[2] การก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2479 มีการทำพิธีเปิดในวันที่ 15 ตุลาคม ปีเดียวกัน โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงประกอบพิธีเปิด

อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ เคยใช้เป็นสถานที่เพื่อนัดชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน (นปช.) ในปี พ.ศ. 2553[3] นอกจากนี้ยังมีประเพณีตักบาตรวันขึ้นปีใหม่ ณ บริเวณอนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นประจำทุกปี

ประวัติ[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่: กบฏบวรเดช

ในสมัยพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทย ได้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองขึ้นหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทยในปี พ.ศ. 2475 โดยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช อดีตเสนาบดีกระทรวงกลาโหม รวมทั้งนายทหารอื่น ๆ ก่อการรัฐประหารโดยนำกองทหารเพชรบุรี นครราชสีมา และอุดรธานี บุกเข้ายึดพื้นที่ดอนเมืองและบางเขนไว้ ภายหลังการปราบกบฏแล้วนั้น รัฐบาลจึงมีดำริก่อสร้างอนุสาวรีย์เพื่อบรรจุอัฐินายทหารและตำรวจของรัฐบาลที่เสียชีวิตในการปฏิบัติการดังกล่าว[4] จึงดำเนินการก่อสร้างอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญในราวปี พ.ศ. 2479 โดยหลวงนฤมิตรเลขการเป็นผู้ออกแบบอนุสาวรีย์ ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จและทำพิธีเปิดในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2479 โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงประกอบพิธีเปิด

รายละเอียดการก่อสร้าง[แก้]

แนวคิดและลักษณะทางสถาปัตยกรรม[แก้]

อนุสาวรีย์ได้รับการออกแบบโดยหลวงนฤมิตรเลขการ อาจารย์ประจำโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โดยออกแบบลักษณะเป็นเสา และสื่อถึงหลักทางการเมืองของรัฐบาล 5 ประการ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กองทัพ และรัฐธรรมนูญ เสาของอนุสาวรีย์มีลักษณะคล้ายลูกปืน สื่อความหมายถึงกองทัพ ประดับกลีบบัว 8 ซ้อนขึ้นไป 2 ชั้น บนฐานรูปแปดเหลี่ยมซึ่งหมายถึงทิศทั้งแปดตามคติพราหมณ์ ฐานของอนุสาวรีย์มี 4 ทิศ มีบันไดวนรอบฐาน ส่วนบนสุดของเสาอนุสาวรีย์เป็นพานรัฐธรรมนูญซึ่งหมายถึง รัฐธรรมนูญ[2]

ผนังของเสาแต่ละด้านของอนุสาวรีย์มีการจารึกและประดับในเรื่องราวที่ต่างกันไป โดยผนังด้านทิศตะวันตกหรือผนังที่อยู่ด้านหน้าของถนนพหลโยธินมีการจารึกรายนามของทหารและตำรวจ 17 นายที่เสียชีวิต ด้านทิศตะวันออกนั้นเป็นรูปแกะสลักของครอบครัวชาวนาคือ พ่อ แม่ และลูก โดย ผู้ชายถือเคียวเกี่ยวข้าว ผู้หญิงถือรวงข้าว และเด็กถือเชือก ซึ่งสื่อถึงชาติและประชาชนในชาติ ด้านทิศเหนือเป็นรูปธรรมจักรซึ่งหมายถึงศาสนา และด้านทิศใต้เป็นแผ่นทองเหลืองจารึกโคลงสยามานุสติ ซึ่งเป็นโคลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งสื่อถึงพระมหากษัตริย์

การปรับปรุงภูมิทัศน์[แก้]

โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า สายสีชมพู และรถไฟฟ้าสายสีเขียว บริเวณอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ

การจราจรบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์มีความเนื่องแน่น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2536 กรมทางหลวงได้ปรับปรุงทางจราจรบริเวณอนุสาวรีย์โดยทุบพื้นที่โดยรอบเหลือเพียงแต่เสาอนุสาวรีย์ ทำเป็นสี่แยก ต่อมาได้ยกเลิกการใช้สี่แยกดังกล่าวเนื่องจากได้ขุดอุโมงค์ลอดอนุสาวรีย์แทน ในปี พ.ศ. 2553 กรมทางหลวงได้ดำเนินการก่อสร้างสะพานลอยในบริเวณวงเวียนหลักสี่ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้องเคลื่อนย้ายตัวอนุสาวรีย์ออกไปจากบริเวณเดิม กลุ่มนักอนุรักษ์โบราณคดี และกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนชาวบ้านได้รวมตัวกันคัดค้านการเคลื่อนย้ายดังกล่าว[5] หากทว่ากรมทางหลวงได้อ้างว่าได้พูดคุยกับกรมศิลปากรแล้ว แต่กรมศิลปากรปฏิเสธและไม่มีนโยบายที่จะเคลื่อนย้ายโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้ว[6]

สิ่งสืบเนื่อง[แก้]

เหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ[แก้]

นอกจากการสร้างอนุสาวรีย์เพื่อเป็นที่รำลึกแล้วนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเหรียญเหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ (ใช้อักษรย่อว่า พ.ร.ธ.) เป็นเหรียญสำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จกล้าหาญ แก่ผู้ช่วยเหลือราชการทั้งฝ่ายทหาร และ พลเรือนในการปราบกบฏบวรเดช คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ตราใน "พระราชบัญญัติเหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2476" ขึ้นใช้ไว้ ตั้งแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป คือ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2476 ปัจจุบันเป็นเหรียญที่พ้นสมัยพระราชทาน[7]

อ้างอิง[แก้]

  1. MSN ข่าวimpaqmsn.com จุดรวมแดง-วอร์รูมรัฐ พลิกปูมวันวาน เรียกข้อมูลวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
  2. 2.0 2.1 My First Brain อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ เรียกข้อมูลวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
  3. http://www.prachatai.com อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ เรียกข้อมูลวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
  4. พะเยาว์ เขียวชะอุ่ม, ณัฏฐิยา วงศ์สุวรรณ อนุเสาวรีย์ของไทย เรียกข้อมูลวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
  5. อำมาตย์รื้อย้ายอนุสาวรีย์ปราบกบฏเดือนนี้ เรียกข้อมูลวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
  6. กระทรวงวัฒนธรรม m-culture.go.th กรมศิลป์ฯ - โต้กลับ “คุยกับใคร” ย้ายอนุสาวรีย์ปราบกบฏหลักสี่ เรียกข้อมูลวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
  7. nectec.or.th เหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ The Safeguarding the Constitutional Medal เรียกข้อมูลวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°52′31″N 100°35′49″E / 13.875246°N 100.596839°E / 13.875246; 100.596839