สถาปัตยกรรมคณะราษฎร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โรงแรมรัตนโกสินทร์ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมคณะราษฎร
ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สถาปัตยกรรมคณะราษฎร มีเสาใหญ่หกเสาด้านหน้า ซึ่งอ้างอิงถึงหลักหกประการของคณะราษฎร

สถาปัตยกรรมคณะราษฎร คือรูปแบบหนึ่งของสถาปัตยกรรมไทยที่ก่อสร้างหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 คือสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2475−2490 เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ บ้างก็เรียกว่า อลังการศิลป์ ที่มีลักษณะเรียบง่าย ลดทอนรายละเอียด ไม่ตกแต่งรายละเอียด ตลอดจนสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก และไม่มีหลังคา มีแนวคิดเรื่องประชาธิปไตย[1] อุดมการณ์ประชาธิปไตย ความเสมอ มีองค์ประกอบตกแต่งใช้รูปทรงทางเรขาคณิต ใช้เส้นตั้ง เส้นนอน จัดองค์ประกอบให้ดูทันสมัย ไม่ขึ้นเป็นจั่วทรงสูง ไร้ลวดลายไทย สื่อถึงความเสมอภาค และการลดเลิกฐานานุศักดิ์ ชนชั้นทางสังคม[2]

หลัง พ.ศ. 2490 สถาปัตยกรรมคณะราษฎรไม่ได้ถูกสร้างเพิ่มเติม และสถาปัตยกรรมที่ยังคงอยู่ เช่น อนุสาวรีย์ หรือตึกอาคารที่มีความโดดเด่นสำคัญ ถูกพูดถึงในเชิงลบ เช่น หน้าตาน่าเกลียดไม่เป็นไทย บดบังโบราณสถาน และยังมีข้อเสนอให้มีการรื้อถอนทำลายไปบ้าง[3] เช่น โรงภาพยนตร์เฉลิมไทย ถึงกระนั้นแนวคิดคณะราษฎรถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ หลังการรัฐประหาร 2549 โดยกลุ่มปัญญาชน นักศึกษา นักประวัติศาสตร์ และนักกิจกรรมทางการเมือง ที่ใช้อนุสาวรีย์สิ่งปลูกสร้าง วัตถุสัญลักษณ์ต่าง ๆ เป็นสถานที่รวมตัวทางการเมือง[2]

ตัวอย่างงาน[แก้]

คณะราษฎรได้ทำการสร้างอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หรืออนุสาวรีย์ปราบกบฏที่บางเขน และยังได้ปรับเปลี่ยนถนนราชดำเนินกลาง เพื่อเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าของประเทศภายใต้ระบอบประชาธิปไตย นับตั้งแต่การขยายถนน  ตัดต้นมะฮอกกานีเดิมที่ปลูกไว้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และได้สร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตรงสี่แยกถนนดินสอ ตลอดจนสร้างโรงแรม (เช่น โรงแรมรัตนโกสินทร์และสุริยานนท์) โรงภาพยนตร์ (ศาลาเฉลิมไทย) ห้างสรรพสินค้า (ตึกไทยนิยม) และอาคารพาณิชย์คอนกรีตสองฝั่งถนนราชดำเนินกลาง

รูปลักษณ์ของรัฐธรรมนูญที่แสดงเป็นเล่มสมุดไทยวางบนพานแว่นฟ้า ยังปรากฏตามวัด เช่น ตามหน้าบัน หรือลวดลายไม้แกะสลักต่าง ๆ เช่นวัดหลายแห่งในจังหวัดลำปาง อาทิ วัดปงสนุกเหนือ วัดปงหอศาล วัดปงสนุก ส่วนแนวคิดหลัก 6 ประการของคณะราษฎร มีเห็นในงานสถาปัตยกรรมของรัฐ เช่นหน้าต่าง 6 บานบนโดมของตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ที่พบมากคือแถวเสา 6 ต้น เช่นที่มุขหน้าตึกกระทรวงยุติธรรม และมุขหน้าศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (หลังเก่า)[4] นอกจากนั้นยังพบสถาปัตยกรรมคณะราษฎรในจังหวัดลพบุรี มีการสร้าง 3 วงเวียน รวมถึงมีกลุ่มอาคารใหญ่ ๆ อาคารพาณิชย์ หน้าตาแบบสถาปัตยกรรมยุคคณะราษฎรกระจายตัวอยู่ เช่น อาคารที่ทำการสถานีตำรวจภูธรเมืองลพบุรีหลังเก่า โรงแรมทหานบก (ตัวสะกดภาษาไทยสมัย จอมพล ป.) ตรงวงเวียนศาลพระกาฬ อาคารหลายแห่งในโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย โรงภาพยนตร์ทหานบก ซึ่งปัจจุบันกรมธนารักษ์ดูแลและให้ เอกชนบริษัทรักษาความปลอดภัยเช่าอยู่ อาคารหลายแห่งในโรงพยาบาลอานันทมหิดล และ สถานีตำรวจของนิคมกสิกร นอกเมืองลพบุรี[2]

อ้างอิง[แก้]

  1. "สถาปัตยกรรมคณะราษฎร' มรดกและวัธนธัมจอมพล ป". วอยซ์ทีวี. 24 มิถุนายน 2557. สืบค้นเมื่อ 17 มีนาคม 2563. Check date values in: |access-date=, |date= (help)
  2. 2.0 2.1 2.2 ธันยพร บัวทอง (16 กุมภาพันธ์ 2563). "คณะราษฎร : เยือนลพบุรี ดูมรดกที่เหลืออยู่ของจอมพล ป.พิบูลสงคราม และการอภิวัฒน์ 2475". บีบีซีไทย. สืบค้นเมื่อ 17 มีนาคม 2563. Check date values in: |access-date=, |date= (help)
  3. หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ (22 มิถุนายน 2562). "24 มิถุนายน 2475 : สำรวจความคิด "คณะราษฎร" ผ่านมรดกทางวัฒนธรรม". บีบีซีไทย. สืบค้นเมื่อ 17 มีนาคม 2563. Check date values in: |access-date=, |date= (help)
  4. ศรัณย์ ทองปาน (10 กันยายน 2552). "โลกใบใหญ่ สถาปัตยกรรม – มรดก ๒๔๗๕ : สถาปัตยกรรมคณะราษฎร". สารคดี. สืบค้นเมื่อ 17 มีนาคม 2563. Check date values in: |access-date=, |date= (help)