ปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เดือนมีนาคม พ.ศ. 2553

การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของประเทศไทยทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมนานาประการ ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาเรื่องอากาศ, การลดลงของประชากรสัตว์ป่า, การทำลายป่า, การชะล้างพังทลายของดิน, การขาดแคลนน้ำ และปัญหาขยะ ตามข้อมูลบ่งชี้ในปี พ.ศ. 2547 ค่าใช้จ่ายด้านมลพิษทางอากาศและน้ำของประเทศมีขนาดเพิ่มขึ้นไปจนถึงที่ประมาณ 1.6–2.6 เปอร์เซนต์ของจีดีพีต่อปี[1] การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจึงก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อมดังที่ปรากฏ

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560–2564) ของประเทศไทยเตือนว่า "ในปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศกำลังเสื่อมโทรม และกลายเป็นจุดอ่อนในการรักษาพื้นฐานของการผลิต, บริการ และการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน มีการใช้ต้นตอทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากเพื่อการพัฒนา ส่งผลให้เกิดการกร่อนสลายอย่างต่อเนื่อง ป่าได้หมดลง และความหลากหลายทางชีวภาพถูกคุกคาม ในขณะที่แสดงความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำในอนาคต การจัดหาน้ำที่มีอยู่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของภาคส่วนต่าง ๆ ได้ ความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกิดจากการจัดสรรของการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรม ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มขึ้นพร้อมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการทำให้กลายเป็นเมือง ปัญหาทั้งหมดเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและเพิ่มความเสียหายทางเศรษฐกิจมากขึ้น"[2]:14-15,132

อากาศเปลี่ยนแปลง[แก้]

นักวิจัยพบว่าอุณหภูมิของประเทศไทยสูงขึ้นในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา มีความแปรปรวนบางอย่างในการประเมินของพวกเขา กรมอุตุนิยมวิทยาของประเทศไทยรายงานว่าอุณหภูมิเฉลี่ยต่อปีในประเทศไทยสูงขึ้นประมาณหนึ่งองศาเซลเซียสจากปี พ.ศ. 2524 ถึง พ.ศ. 2550[3]:231 การศึกษาอื่นพบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยต่อปีในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 0.95 องศาเซลเซียสระหว่างปี พ.ศ. 2498 และ พ.ศ. 2552 มากกว่าอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 0.69 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดรายปีเพิ่มขึ้น 0.86 องศาเซลเซียสและอุณหภูมิต่ำสุดรายปีลดลง 1.45 องศาเซลเซียสตลอด 55 ปีที่ผ่านมา จากปี พ.ศ. 2536 ถึงปี พ.ศ. 2551 ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยได้เพิ่มขึ้น 3–5 มม. ต่อปีเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลก 1.7 มม. ต่อปี[4] ศาสตราจารย์แดนนี มาร์ก ที่ปรึกษาด้านสภาพภูมิอากาศแก่มูลนิธิร็อกเกอะเฟลเลอร์ ได้เตือนว่า "การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโลก และประเทศไทยน่าจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์, เศรษฐกิจ และระดับการพัฒนา"[3]:231 ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นภัยคุกคามที่สำคัญสำหรับประเทศไทย[5]

ช่องโหว่และการตอบสนองของภาครัฐ[แก้]

สัญญาณเตือนไฟป่าด้านหน้าทุ่งที่เพิ่งถูกไฟไหม้

ระบบนิเวศเขตร้อนบางแห่งกำลังถูกทำลายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเร็วกว่าที่คาดไว้—การฟอกขาวของพืดหินปะการังเป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง—ในขณะที่ถิ่นที่อยู่ของพืชหรือสัตว์อื่น ๆ อีกมากอาจเสียหายได้เมื่อเวลาผ่านไป ระบบนิเวศเขตร้อนดูเหมือนจะมีความเสี่ยงเป็นพิเศษเนื่องจากสปีชีส์เขตร้อนมีวิวัฒนาการภายในเฉพาะเจาะจงมากในช่วงอุณหภูมิที่แคบ ด้วยอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น พวกมันอาจไม่รอด[6] ตามรายงานฉบับหนึ่ง ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไม่เป็นสัดส่วน จากผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ[7]

ความร้อนสุดขีดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบันลดชั่วโมงทำงานลง 15–20 เปอร์เซนต์ และตัวเลขนั้นสามารถเพิ่มเป็นสองเท่าภายในปี พ.ศ. 2593 เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงดำเนินต่อไป ตามรายงานที่ตีพิมพ์ในเอเชีย-แปซิฟิก เจอร์นัลออฟพับลิคเฮลธ์ ระบุว่า โครงการเอกสารสูญเสียร้อยละหกของจีดีพีของประเทศไทยภายในปี พ.ศ. 2573 เนื่องจากการลดชั่วโมงการทำงานจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น[8] บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ โดยโมรา และคณะ[9] คาดการณ์ว่า "...สิ่งต่าง ๆ จะเริ่มรวนในเขตร้อนที่ [ตามต้นฉบับ] ประมาณปี พ.ศ. 2563..."[10] นักวิทยาศาสตร์บางคนคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2643 "...เขตละติจูดต่ำและกลางส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ไม่ได้ เพราะความเครียดจากความร้อนหรือภัยแล้ง..."[11]

มลพิษทางอากาศ[แก้]

รถจักรยานยนต์ ที่สี่แยกนานา กรุงเทพมหานคร
ความหลากหลายทางชีวภาพในทิวเขาขุนตาน ที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ซึ่งในทุกปีที่ภูเขาป่าจะมีการจุดไฟโดยเกษตรกรเพื่อเพิ่มผลผลิตของเห็ดเผาะหนัง ที่มีมูลค่า

ธนาคารโลกประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตในประเทศไทยจากมลพิษทางอากาศเพิ่มขึ้นจาก 31,000 คนในปี พ.ศ. 2533 เป็น 49,000 คนในปี พ.ศ. 2556[12][13]

การเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมได้ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศซึ่งอยู่ในระดับสูงสำหรับประเทศไทย ยานพาหนะและโรงงานได้ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตกรุงเทพมหานคร[14]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Thailand Environment Monitor 2006, Executive Summary: Blue Waters in Peril" (PDF). World Bank. สืบค้นเมื่อ 2011-09-13.
  2. The Twelfth National Economic and Social Development Plan (2017 - 2021). Bangkok: Office of the National Economic and Social Development Board (NESDB); Office of the Prime Minister. n.d. สืบค้นเมื่อ 31 May 2018.
  3. 3.0 3.1 Marks, Danny (August 2011). "Climate Change and Thailand: Impact and Response". Contemporary Southeast Asia; A Journal of International and Strategic Affairs. 33 (2): 229–258. doi:10.1353/csa.2011.0132. สืบค้นเมื่อ 5 April 2019.
  4. Thailand Disaster Management Reference Handbook (PDF). Hawaii: Center for Excellence in Disaster Management & Humanitarian Assistance (CFE-DM). May 2018. p. 16. สืบค้นเมื่อ 29 May 2018.
  5. Overland, Indra et al. (2017) Impact of Climate Change on ASEAN International Affairs: Risk and Opportunity Multiplier, Norwegian Institute of International Affairs (NUPI) and Myanmar Institute of International and Strategic Studies (MISIS).
  6. Hance, Jeremy (16 August 2016). "Climate change pledges not nearly enough to save tropical ecosystems". Mongabay. สืบค้นเมื่อ 29 August 2016.
  7. Naruchaikusol, Sopon (June 2016). "TransRe Fact Sheet: Climate Change and its impact in Thailand" (PDF). TransRe. Geography Department, University of Bonn. สืบค้นเมื่อ 19 April 2018.
  8. Shankleman, Jessica; Foroohar, Kambiz (19 July 2016). "Soaring Temperatures Will Make It Too Hot to Work, UN Warns". Bloomberg. สืบค้นเมื่อ 21 July 2016.
  9. Mora, Camilo (2013-08-23). "The projected timing of climate departure from recent variability" (PDF). Nature. 502 (7470): 183–187. doi:10.1038/nature12540. PMID 24108050. สืบค้นเมื่อ 29 August 2016.
  10. Zuesse, Eric (2013-10-14). "Climate Catastrophe Will Hit Tropics Around 2020, Rest Of World Around 2047, Study Says". Huffington Post. สืบค้นเมื่อ 29 August 2016.
  11. Vince, Gaia (18 May 2019). "The heat is on over the climate crisis. Only radical measures will work". The Guardian. สืบค้นเมื่อ 16 November 2019.
  12. The Cost of Air Pollution: Strengthening the Economic Case for Action (PDF). Washington DC: World Bank and Institute for Health Metrics and Evaluation. 2016. p. 101. สืบค้นเมื่อ 8 December 2016.
  13. Buakamsri, Tara (8 December 2016). "Our silent killer, taking a toll on millions" (Opinion). Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 8 December 2016.
  14. "Environment in East Asia and Pacific". The World Bank. สืบค้นเมื่อ 2007-06-07.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

 บทความนี้รวมเอางานสาธารณสมบัติจากประเทศศึกษา หอสมุดรัฐสภา