ปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เดือนมีนาคม พ.ศ. 2553

รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะเวลา 35 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ประเทศไทยได้ใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (พ.ศ. 2535–2539)[1] การปกป้องสิ่งแวดล้อมได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการจัดลำดับความสำคัญต้น ๆ ของรัฐบาลไทย แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่เจ็ดพยายามที่จะบรรลุผลอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี, งานวิศวกรรม, อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมพื้นฐาน[2]

การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยที่น่าทึ่ง ได้นำมาซึ่งความท้าทายด้านเศรษฐกิจที่ดินอยู่ช่วงหนึ่ง โดยประเทศไทยในปัจจุบันได้เผชิญกับปัญหาด้านมลพิษทางอากาศและน้ำ, การลดลงของประชากรสัตว์ป่า, การทำลายป่า, การกัดกร่อน, การขาดแคลนน้ำ และปัญหาของเสียอันตราย ตามข้อมูลบ่งชี้ในปี ค.ศ. 2004 ค่าใช้จ่ายด้านมลพิษทางอากาศและน้ำของประเทศมีขนาดเพิ่มขึ้นไปจนถึงที่ประมาณ 1.6–2.6 เปอร์เซนต์ของจีดีพีต่อปี[3] ด้วยเหตุนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้คนและสภาพแวดล้อมเป็นอย่างมาก

อากาศเปลี่ยนแปลง[แก้]

นักวิจัยพบว่าอุณหภูมิของประเทศไทยสูงขึ้นในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา มีความแปรปรวนบางอย่างในการประเมินของพวกเขา กรมอุตุนิยมวิทยาของประเทศไทยรายงานว่าอุณหภูมิเฉลี่ยต่อปีในประเทศไทยสูงขึ้นประมาณหนึ่งองศาเซลเซียสจากปี ค.ศ. 1981 ถึง ค.ศ. 2007[4]:231 การศึกษาอื่นพบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยต่อปีในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 0.95 องศาเซลเซียสระหว่างปี ค.ศ. 1955 และ ค.ศ. 2009 มากกว่าอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 0.69 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดรายปีเพิ่มขึ้น 0.86 องศาเซลเซียสและอุณหภูมิต่ำสุดรายปีลดลง 1.45 องศาเซลเซียสตลอด 55 ปีที่ผ่านมา จากปี ค.ศ. 1993 ถึงปี ค.ศ. 2008 ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยได้เพิ่มขึ้น 3–5 มม. ต่อปีเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลก 1.7 มม. ต่อปี[5] ศาสตราจารย์แดนนี มาร์ก ที่ปรึกษาด้านสภาพภูมิอากาศแก่มูลนิธิร็อกเกอะเฟลเลอร์ ได้เตือนว่า "การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโลก และประเทศไทยน่าจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์, เศรษฐกิจ และระดับการพัฒนา"[4]:231 ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นภัยคุกคามที่สำคัญสำหรับประเทศไทย[6]

มลพิษทางอากาศ[แก้]

รถจักรยานยนต์ ที่สี่แยกนานา กรุงเทพมหานคร
ความหลากหลายทางชีวภาพในทิวเขาขุนตาน ที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ซึ่งในทุกปีที่ภูเขาป่าจะมีการจุดไฟโดยเกษตรกรเพื่อเพิ่มผลผลิตของเห็ดเผาะหนัง ที่มีมูลค่า

การเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมได้ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศซึ่งอยู่ในระดับสูงสำหรับประเทศไทย ยานพาหนะและโรงงานได้ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตกรุงเทพมหานคร[7]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Chapter 1 Overview of Environmental Issues and Environmental Conservation Practices in Thailand". Overseas Environmental Measures of Japanese Companies (Thailand) (PDF). Ministry of the Environment, Government of Japan. Mar 1999. สืบค้นเมื่อ 2 Mar 2015.
  2. "Government Policies Pertaining to the Manufacturing Sector". Thailand Gateway.
  3. "Thailand Environment Monitor 2006, Executive Summary: Blue Waters in Peril" (PDF). World Bank. สืบค้นเมื่อ 2011-09-13.
  4. 4.0 4.1 Marks, Danny (August 2011). "Climate Change and Thailand: Impact and Response". Contemporary Southeast Asia; A Journal of International and Strategic Affairs. 33 (2): 229–258. doi:10.1353/csa.2011.0132. สืบค้นเมื่อ 5 April 2019.
  5. Thailand Disaster Management Reference Handbook (PDF). Hawaii: Center for Excellence in Disaster Management & Humanitarian Assistance (CFE-DM). May 2018. p. 16. สืบค้นเมื่อ 29 May 2018.
  6. Overland, Indra et al. (2017) Impact of Climate Change on ASEAN International Affairs: Risk and Opportunity Multiplier, Norwegian Institute of International Affairs (NUPI) and Myanmar Institute of International and Strategic Studies (MISIS).
  7. "Environment in East Asia and Pacific". The World Bank. สืบค้นเมื่อ 2007-06-07.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

 บทความนี้รวมเอางานสาธารณสมบัติจากประเทศศึกษา หอสมุดรัฐสภา