ศาลาเฉลิมไทย
| ศาลาเฉลิมไทย | |
|---|---|
กรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2499 มองเห็นศาลาเฉลิมไทย เป็นอาคารตรงกลางภาพ | |
![]() | |
| ข้อมูลทั่วไป | |
| สถานะ | ถูกรื้อถอน |
| ประเภท | โรงละคร/โรงภาพยนตร์ |
| สถาปัตยกรรม | สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ |
| เมือง | มุมถนนราชดำเนินกลางกับถนนมหาไชย พื้นที่ด้านหน้าโลหะปราสาทและวัดราชนัดดารามวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร |
| ประเทศ | |
| เริ่มสร้าง | พ.ศ. 2483 - 2492 |
| ปรับปรุง | พ.ศ. 2496[1] |
| รื้อถอน | 20 มีนาคม พ.ศ. 2532 |
| ผู้สร้าง | บริษัทศิลป์ไทย |
| การออกแบบและการก่อสร้าง | |
| สถาปนิก | จิตรเสน อภัยวงศ์[1] |

ศาลาเฉลิมไทย เป็นอดีตโรงมหรสพและโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่มุมถนนราชดำเนินกลางกับถนนมหาไชย ได้รับการสร้างขึ้นตามความประสงค์ของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม ศาลาเฉลิมไทยได้สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2483 แต่ก็ได้หยุดไปช่วงหนึ่งเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้เปิดอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492
อาคารก่อสร้างขึ้นด้วยรูปทรงโมเดิร์นตามแบบตะวันตกไม่มีหลังคา คล้ายคลึงกับศาลาเฉลิมกรุง อาคารได้รับการออกแบบโดยจิตรเสน อภัยวงศ์ ที่จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมจากประเทศฝรั่งเศส และตกแต่งภายในโดยศิววงศ์ กุญชร ณ อยุธยา
ศาลาเฉลิมไทยเมื่อเปิดใหม่ ได้กลายเป็นหนึ่งในโรงมโหรสพที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในขณะนั้น ด้วยที่นั่งราว 1,200 ที่นั่ง พร้อมที่นั่งชั้นบน เวทีเป็นแบบมีกรอบหน้า มีเวทีแบบเลื่อนบนราง (Wagon Stage) เพื่อความรวดเร็วในการเปลี่ยนฉาก ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นโรงภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2496[2]
เนื่องจากศาลาเฉลิมไทยตั้งอยู่ด้านหน้าวัดราชนัดดารามวรวิหาร และ โลหะปราสาท ทำให้เกิดการบดบังทัศนียภาพเบื้องหลัง จนในที่สุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2532 คณะรัฐมนตรีรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ มีมติให้รื้อศาลาเฉลิมไทย แม้จะมีเสียงคัดค้านจากหลายฝ่ายก็ตาม โดยศาลาเฉลิมไทยได้ฉายเรื่อง "พ้นท้ายนรสิงห์" เป็นภาพยนตร์เรื่องสุดท้าย[1]
ประวัติ
[แก้]ก่อสร้างในสมัยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี มีความประสงค์ให้เป็นโรงละครแห่งชาติในเวลานั้น และมีรูปแบบของอาคารกลมกลืนกับอาคารอื่นที่สร้างขึ้นริมถนนราชดำเนินกลาง
เดิมเป็นอาคารว่างเปล่าแล้วเป็นโกดังเก็บผ้าของทางราชการ ต่อมาบริษัทศิลป์ไทย (ซึ่งมีนายพิสิฐ ตันสัจจา เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นด้วย) ได้ขอเช่าพื้นที่ ริเริ่มปรับปรุงต่อเติมเป็นสถานบันเทิง ออกแบบและควบคุมโดย อาจารย์ศิววงศ์ กุญชร ณ อยุธยา สถาปนิกชั้นนำของเมืองไทย ใช้งบประมาณถึง 1 ล้านบาท[3]
เปิดดำเนินการเป็นสถานที่แสดงละครเวทีอาชีพ ระหว่าง พ.ศ. 2492–2496 ก่อนเปลี่ยนเป็นโรงภาพยนตร์
ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 ทางโรงภาพยนตร์ได้จัดแสดงละครเวที พันท้ายนรสิงห์ เป็นการอำลาอาลัยการก่อนปิดตัวถาวร หลังจากนั้นได้ขนย้ายวัสดุอุปกรณ์ เครื่องฉาย รถขายไอศกรีม ลำโพง ตัวอักษรชื่อโรง พร้อมกับการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่เหลือออกเพื่อสร้างเป็น ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ซึ่งเผยให้เห็นทัศนียภาพสง่างามของ โลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหาร เบื้องหลังได้อย่างเต็มที่
ความรุ่งโรจน์และนวัตกรรม
[แก้]โรงละครเวที
[แก้]ในอดีตได้ชื่อว่าเป็นโรงมหรสพ ซึ่งผสมผสานความสง่างามแบบโรงละครในยุโรปกับความหรูหราของศิลปะลวดลายไทยอันวิจิตร ทันสมัยยิ่งใหญ่ด้วยเวทีเลื่อนขึ้นลงได้ระบบไฮดรอลิค[4] เพียงแห่งเดียวของเมืองไทย สามารถจุผู้ชม 1,500 ที่นั่ง (ศาลาเฉลิมนคร 800 ที่นั่ง, ศาลาเฉลิมกรุง 600 ที่นั่ง) ตั้งแต่ยุคละครเวที หลายเรื่องของคณะอัศวินการละครเป็นตำนานที่มีชื่อเสียง เช่น พันท้ายนรสิงห์, นันทาเทวี, บ้านทรายทอง ฯลฯ[5]
โรงภาพยนตร์
[แก้]เมื่อเข้าสู่ยุคปรับเปลี่ยนเป็นโรงภาพยนตร์ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2496 โดยหนังไทยเรื่องแรกที่เข้าฉายคือ พลายมลิวัลย์ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2496 ในขณะเดียวกันได้ริเริ่มจัดพื้นที่ซึ่งเป็นต้นแบบของวัฒนธรรมร้านข้าวโพดคั่ว (Pop Corn) อย่างโรงหนังต่างประเทศ และร้านไอศกรีม (ป๊อบ "ตราเป็ด" ที่ดังมากในขณะนั้น พร้อมป้ายโลโก้ รูปหน้าโดนัลด์ ดั๊ก มองเห็นแต่ไกล)
ต้นเดือนเมษายน ปีนั้น เป็นแห่งแรกในเมืองไทยที่ฉายหนังสามมิติ ใต้อุ้งมือโจร (Man in the Dark) และหนังซีเนมาสโคปเรื่องแรกของโลก อภินิหารเสื้อคลุม (The Robe) เข้าฉายในวันสิ้นปี[6]
พ.ศ. 2498 เป็นสถานที่ฉายเฉพาะกิจสำหรับหนังการ์ตูนไทยเรื่องแรก (16 มม./พากย์) เหตุมหัศจรรย์ ของ ปยุต เงากระจ่าง (ซึ่งเพิ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกชาติปี พ.ศ. 2555)[7]และหนังทุนสูง (16 มม./พากย์) นเรศวรมหาราช ของอัศวินภาพยนตร์ ในช่วงต้นทศวรรษ 2500
หลังจากนั้นเป็นผู้นำความแปลกใหม่มาเสนออย่างต่อเนื่อง ได้แก่ หนังเพลงระบบ ทอดด์-เอโอ เสียงสเตอริโอโฟนิคสมบูรณ์แบบครั้งแรกของฮอลลีวู้ด มนต์รักทะเลใต้ (South Pacific), หนังการ์ตูน ระบบซูเปอร์เทคนิรามา 70 มม.เรื่องแรกของโลก เจ้าหญิงนิทรา (Sleeping Beauty), หนังมหากาพย์สงครามโลก 34 ดาราสากล วันเผด็จศึก (The Longest Day), หนังซีเนราม่า 3 เครื่องฉาย พิชิตตะวันตก (How the West Was Won), หนังมหากาพย์ทุนมโหฬารตลอดกาล คลีโอพัตรา (Cleopatra) ซึ่งโปรแกรมนี้เป็นครั้งแรกของโรงหนังเมืองไทยที่ติดตั้งลิฟท์บริการผู้ชมชั้นบนด้วย[8] และหนังเด่นอีกหลายเรื่อง เช่น บุษบาริมทาง (My Fair Lady), ดร.ชิวาโก (Dr.Zhivago) รวมทั้งหนังซีเนมาสโคปเรื่องแรกของอัศวินภาพยนตร์-ชอว์บราเดอร์ส รางวัลตุ๊กตาทอง (มรดกชาติปี พ.ศ. 2555) เรือนแพ [9] ที่ยังกลับมาฉายซ้ำอีก 2–3 ครั้ง เป็นต้น
วันมหาวิปโยค 14 ตุลา
[แก้]ศาลาเฉลิมไทยมีบทบาทสำคัญในช่วงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 โดยเป็นทั้งที่หลบภัยและโรงพยาบาลของคนเจ็บจากการต่อสู้เรียกร้องรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย[10]
รายชื่อภาพยนตร์ไทยที่เข้าฉายที่ศาลาเฉลิมไทย
[แก้]2496
- จันทโครพ
- ดรรชนีนาง
- ตำรวจชายแดน
- นางแมวป่า
- พลายมลิวัลย์
- ฟ้ามุ่ย
- หยกฟ้า
2497
- นางกลางเมือง
- เพลิงชีวิต
- มนต์รักอสูร
- เหยื่ออาชญากรรม
2498
- ราตรีในโตเกียว
- วารุณี
- สร้อยฟ้าขายตัว
2499
- กัปตันยุทธ
- แผ่นดินว่างกษัตริย์
- ฟ้าธรรมาธิเบศร์
- สามรักในปารีส
- สุดฟากฟ้า
2500
- ถ่านไฟเก่า
- นเรศวรมหาราช
- ปาหนัน
- มังกรทอง
- รักริษยา
- สุรนารี
2501
- กตัญญูปกาสิต
- ดอกฟ้าในมือโจร
- ทหารเสือกรมหลวงชุมพร
- เทวรูปหยก
- สาวน้อย
2502
- ภูตเหลือง
2504
- เรือนแพ
2513
- โทน
2514
- จงอางผยอง
- ดวง
- ดาบคู่สะท้านโลกันต์
- ทุ่งเศรษฐี
- เพชรพระอุมา
- สื่อกามเทพ
- หนึ่งนุช
2515
- เจ้าลอย
- ชู้
- นี่แหละรัก
- ลานสาวกอด
- สาวขบเผาะ
- หัวใจป่า
2516
- กระสือสาว
- เขาสมิง
- ชลาลัย
- ตลาดพรหมจารี
- นี่แหละสิ่งที่ข้าต้องการ
- พยัคฆ์พันลาย
- พรานเพชฌฆาต
- ภูกระดึง
2517
- คู่หู
- ทิพพ์ช้าง
- เทพธิดาโรงแรม
- น้ำผึ้งขม
- พยานบาป
- มาแต่เลือด
- รอยมลทิน
- สาวสิบเจ็ด
- หัวใจ 100 ห้อง
- อีสาน
2518
- ความรักครั้งสุดท้าย
- ประสาท
- แผ่นดินแม่
- พยัคฆ์ร้ายไทยถีบ
- มีนัดไว้กับหัวใจ
- มือปืนพ่อลูกอ่อน
- โรงแรมผี
- สาวเจ้าพยัคฆ์
- สาวแรงสูง
- แหม่มจ๋า
2519
- กุ้งนาง
- เกมส์
- เจ้าแม่
- ตามล่า อ.ต.ล.
- เทวดาเดินดิน
- นางแบบมหาภัย
- แบ๊งค์
- แผ่นดินของเรา
- มนต์เรียกผัว
- แม่ปลาช่อน
- วัยอลวน
- สัตว์มนุษย์
- เสาร์ 5
2520
- 1 ต่อ 7
- กิเลสคน
- คู่ทรหด
- ชาติสิงห์ทุ่งสง
- ตามฆ่า 20,000 ไมล์
- ทรามวัยใจเด็ด
- แม่ดอกกัญชา
- ล่า
- ลูกเจ้าพระยา
- ศาลปืน
- สิงห์สำออย
- หัวใจที่ไม่อยากเต้น
- ไอ้ขลุ่ย
2521
- เกวียนหัก
- ครูบ้านนอก
- เจ้าสาวคืนเดียว
- ซุปเปอร์ลูกทุ่ง
- น้องเมีย
- ฟ้าหลังฝน
- มันส์เขาล่ะ
- ยิ้มสวัสดี
- ลูกโดด
- วัยตกกระ
- วัยรุ่นจอมคนอง
- เสือเผ่น
- หอหญิง
- ไอ้ 8 นิ้ว
2522
- ชื่นรัก
- ผู้หญิงมือสอง
- แผ่นดินเถื่อน
- แผ่นเสียงตกร่อง
- เพลงรักดอกไม้บาน
- แม่เขียวหวาน
- รักริษยา
- สามคนผัวเมีย
2523
- กากี
- ขุนเดช
- เครือฟ้า
- เคหาสน์สีแดง
- ทายาทลูกทุ่ง
- แผ่นดินแห่งความรัก
- เมียจำเป็น
- ย.ยอดยุ่ง
- รักนอกตำรา
- รุ้งเพชร
- อาอี๊
2524
- เก็บรัก
- จู้ฮุกกรู
- เชลยศักดิ์
- ดำอำมหิต
- ถ้าเธอยังมีรัก
- ทหารอากาศขาดรัก
- นกน้อย
- ประกาศิตจากหัวใจ
- แม่กาวาง
- รักข้ามคลอง
- รักนี้บริสุทธิ์
- อาจารย์โกย
2525
- ทอง ภาค 2
- นักฆ่าขนตางอน
- นักเลงคอมพิวเตอร์
- นักสืบฮาร์ด
- พยัคฆ์ร้าย 6 แผ่นดิน
- พระเอกรับจ้าง
- รักข้ามรุ่น
- รักมหาสนุก
- รัตติกาลยอดรัก
- แรงรัก
- ลูกเขยกำนัน
- สองขวัญขยันหาเมีย
- สาวจอมกวน
- แสนซน
- หล่อลากดิน
- หัวใจดื้อรัก
- ไอ้หนุ่มรถไถ
- เฮงสองร้อยปี
2526
- ขอรักเธออีกสักครั้ง
- เจ้าสาวเงินล้าน
- บ้านน้อยกลางดง
- พ่อตาจิ๊กโก๋
- เพื่อน-แพง
- มหาเฮง
- มือปืน
- แม่ดอกกระถิน
- แม่ยอดกะล่อน
- แม่หัวลำโพง
- รักกันวันละนิด
- ล่าพยัคฆ์
- สงครามเพลง
- สาวแดดเดียว
- อย่าดีกว่า
- อั้งยี่
2527
- กองพันทหารเกณฑ์
- ขอแค่คิดถึง
- คาดเชือก
- ซากุระ
- น.ส. ลูกหว้า
- นักร้องนักเลง
- บ้านสีดอกรัก
- ผ่าโลกบันเทิง
- แพแตก
- ฟ้าบันดาล
- แม่มะนาวหวาน
- รักคือฝันไป
- ลูกหนี้ทีเด็ด
- สเว็ตเตอร์สีแดง
- หน่วย 123
- อิสรภาพของทองพูน โคกโพ
- ไอ้จอมเก
2528
- กองพันทหารใหม่
- กัมพูชา
- เขยบ้านนอก
- คนดีที่บ้านด่าน
- จับตาย
- ซึมน้อยหน่อย กะล่อนมากหน่อย
- ตำรวจบ้าน
- นักร้องปืนโหด
- นางเสือดาว
- ปล้นลอยฟ้า
- เปิดโลกมหาสนุก
- ผู้การเรือเร่
- วัลลี
- หงส์ฟ้า
- หยุดโลกเพื่อเธอ
2529
- เกิดมาลุย
- ชมพู่แก้มแหม่ม
- ดวงยิหวา
- ด้วยรักและผูกพัน
- นายร้อยสอยดาว
- น้ำเซาะทราย
- ปลื้ม
- แม่ดอกรักเร่
- ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท
- ยิ้มม์
- ร.ด.เรียนดี รักดี
- ร้อยป่า
- รักพลิกล็อก
- รักหน่อยน่า
- ลูกทุ่งฮอลิเดย์
- วนาลี
2530
- ก้อโอเคนะ
- ฉันผู้ชายนะยะ
- ฉันรักผัวเขา
- ดีแตก
- นางนวล
- บ้าน
- ปีกมาร
- ผู้พันเรือพ่วง
- พรหมจารีสีดำ
- พลอยทะเล
- เพชรเสี้ยนทอง
- ฟ้าสีทอง
- มันแอบอยู่ในหอ
- แรงปรารถนา
- สายน้ำไม่ไหลกลับ
- หากคุณรักใครสักคน
- อย่าบอกว่าเธอบาป
- เฮงได้ เฮงดี รักนี้..
2531
- ครั้งเดียวก็เกินพอ
- คุณจ่าเรือแจว
- จงรัก
- ฉลุย
- ด้วยรัก...คิดถึง
- ตลุยโรงหมอ
- ทอง ภาค 3
- น.ส.บังอร
- ผิดฝาไม่ผิดโลง
- เพชฌฆาตเดนสงคราม
- ภุมรีสีทอง
- มนต์รักเพลงทะเล้น
- มันโผล่ขึ้นมาหยอก
- รักแรกอุ้ม
- แรงเทียน
- เพราะว่าฉันรักเธอ
อ้างอิง
[แก้]- บรรณานุกรม
- ฉัตรภูติ, ธนาทิพย์ (2547). ตำนานโรงหนัง. เวลาดี. ISBN 974-9659-11-2.
- รายการอ้างอิง
- 1 2 3 ศาลาเฉลิมไทย เก็บถาวร 2016-04-23 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, ศูนย์ข้อมูลเกาะรัตนโกสินทร์ .สืบค้นเมื่อ 14/12/2559
- ↑ ศาลาเฉลิมไทย : วัฒนธรรมใหม่ที่ไม่อาจบดบังพลังเก่า, BlogGang.com .สืบค้นเมื่อ 14/12/2559
- ↑ ธนาทิพย์ ฉัตรภูติ, 2547: หน้า 56–57
- ↑ ธนาทิพย์ ฉัตรภูติ, 2547: หน้า 57–58
- ↑ อิงคศักดิ์ เกตุหอม, นี่คือชีวิตของดอกดิน หอภาพยนตร์ชาติ(องค์การมหาชน), 2554 ISBN 978-616-543-135-4 หน้า 29-31
- ↑ ธนาทิพย์ ฉัตรภูติ, 2547: หน้า 60–61
- ↑ จุลสารทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ 2,2555
- ↑ ข่าวบันเทิง หน้า 13 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ,พ.ศ. 2506
- ↑ จุลสารทะเบียนมรดกภาพยนตร์
- ↑ ธนาทิพย์ ฉัตรภูติ, 2547: หน้า 61
ดูเพิ่ม
[แก้]- ศาลาเฉลิมกรุง
- ศ.ดร.สุรพล วิรุฬห์รักษ์, นาฎยศิลป์รัชกาลที่ 9, สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , 2549.
