คลองแสนแสบ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เรือด่วนคลองแสนแสบช่วงถัดจากสะพานหัวช้าง
คลองแสบแสบที่ตัดผ่านสวนปทุมวนานุรักษ์และห้างสรรพสินค้าแพลตตินัม ใกล้กับท่าเรือประตูน้ำ

คลองแสนแสบ เป็นคลองที่ขุดขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) เพื่อเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำบางปะกงเข้าด้วยกัน ซึ่งมีการใช้ส่วนหนึ่งของคลองสำหรับการขนส่งสาธารณะโดยเรือด่วนที่กรุงเทพ คลองนี้มีความยาว 72 กิโลเมตรไหลผ่าน 21 เขต และเชื่อมคลองสายย่อยกว่า 100 แห่ง[1][2] แต่ในปัจจุบันมีปัญหามลภาวะทางน้ำ ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการทำลายสิ่งแวดล้อมโดยการทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำ ทำให้คลองแสนแสบนั้นมีสภาพที่สกปรกไม่น่ามอง

ที่มาของชื่อ[แก้]

สำหรับที่มาของชื่อคลองแสนแสบนั้น มีข้อสันนิษฐานดังนี้[ต้องการอ้างอิง]

  1. ว่ากันว่าชื่อคลองที่เรียกว่า "แสนแสบ" นั้นเพราะยุงชุม โดยมีหลักฐานจากบันทึกการเดินทางของนักสำรวจชาวอังกฤษชื่อนาย ดี.โอ. คิง ความว่า "...คลองนี้ยาวถึง 55 ไมล์ เชื่อมนครกรุงเทพฯ กับแม่น้ำบางปะกง บริเวณที่ราบชนบท... คนพื้นเมืองเป็นคนเชื้อสายมาเลย์... ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรอยู่ก็ตาม มือข้างหนึ่งจะต้องใช้ปัดยุงเสมอ ..."
  2. เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาเขมรว่า "แสสาบ" เพราะในสมัยหนึ่งคนไทยเคยเรียกทะเลว่า "เส" หรือ "แส" ส่วนคำว่า "สาบ" เป็นภาษาเขมรแปลว่า "จืด" คำนี้คนไทยยืมมาใช้เรียกทะเลน้ำจืดว่า "ทะเลสาบ" อย่างที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น "แสสาบ" หรือที่แปลว่าทะเลน้ำจืด อาจถูกนำมาใช้เรียกคลองน้ำจืดอันกว้างและยาวแห่งนี้ แล้วเพี้ยนเสียงกลายมาเป็น "แสนแสบ" ตามกาลเวลาที่ผ่านไป ประกอบกับในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ไทยได้กวาดต้อนเชลยศึกชาวเขมรมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ย่านบางกะปิเป็นจำนวนมาก ชาวเขมรจึงอาจเรียกคลองที่ไหลผ่านแหล่งชุมชนของตนด้วยภาษาเขมร แล้วเพี้ยนมาเป็นแสนแสบดังที่กล่าวไปแล้ว
  3. "แสนแสบ" น่าจะเพี้ยนมาจากคำมลายู "เซนแญป" เป็นชื่อเรียกขานของชาวมุสลิมที่ถูกกวาดต้อนมาจากหัวเมืองภาคใต้ สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และมาตั้งบ้านเรือนแถบวัดชนะสงคราม กระทั่งสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อขุดคลองแล้วเสร็จและเสร็จศึกจึงให้มาอยู่ตามแนวคลองนั้น และเนื่องจากเคยอาศัยอยู่ริมคลองใกล้ทะเล กระแสน้ำแรง เมื่อมาอยู่ริมคลองที่น้ำไหลช้า ค่อนข้างนิ่ง จึงเรียกคลองนี้ว่า "สุไหงแซนแญบ" หรือคลองที่เงียบสงบ โดยสุไหงแปลว่าคลองหรือแม่น้ำ และแซนแญบหมายถึงเงียบสงบ ต่อมาจึงเรียกเพี้ยนกันไปเป็นแสนแสบ

ประวัติ[แก้]

คลองแสนแสบถูกสร้างขึ้นตามพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว[3] ในช่วงที่มีความขัดแย้งระหว่างสยามกับอันนัมเหนือกัมพูชา เพื่อก่อตั้งเส้นทางขนส่งทหารแะอาวุธ[4][5] การก่อสร้างเริ่มต้นขึ้นใน พ.ศ. 2380 และใช้ค่าใช้จ่ายไป 96,000 บาท[6] ต่อมาจึงแล้วเสร็จในเวลา 3 ปี[7] เดิมทีคลองแสนแสบเคยมีดอกบัวเต็มไปหมด พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างวังสระปทุมในย่านสยาม ชื่อวังและเขตปทุมวันในปัจจุบันมาจากที่นี่[8]

คลองแสนแสบเริ่มต้นที่คลองมหานาคตรงบริเวณป้อมมหากาฬในกรุงเทพ แล้วสิ้นสุดลงที่แม่น้ำบางปะกง

คลองแสนแสบในช่วงที่ขุดขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ตั้งแต่หัวหมากไปถึงบางขนาก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและการขนส่งเสบียงอาหารและยุทธภัณฑ์ ระหว่างสงครามกับญวนที่ยาวนานถึง 14 ปี ส่วนตั้งแต่ช่วงคลองผดุงกรุงเกษมจนถึงหัวหมากนั้น ยังไม่พบหลักฐานว่าขุดขึ้นเมื่อใด สันนิษฐานว่าหลังจากขุดคลองมหานาคในสมัยรัชกาลที่ 1[9]

ความยาวและเส้นทาง[แก้]

คลองแสนแสบเป็นคลองสำคัญที่เชื่อมต่อจากปลายคลองมหานาค ผ่านย่านสำคัญของกรุงเทพฯ ได้แก่ ย่านมหานาค , ประตูน้ำ ในพื้นที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย , เขตดุสิต , เขตปทุมวัน , เขตราชเทวี , เขตวัฒนา , เขตห้วยขวาง , เขตสวนหลวง , เขตบางกะปิ , เขตวังทองหลาง , เขตบึงกุ่ม , เขตคันนายาว , เขตสะพานสูง , เขตมีนบุรี , เขตคลองสามวา และ เขตหนองจอก ไปออกแม่น้ำบางปะกงที่เขตอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา มีความยาวประมาณ 73.8 กิโลเมตร โดยแรงงานสำคัญของการขุดในช่วงต้น คือ ชาวจีนขุดคลองตั้งแต่ปลายคลองมหานาคไปจนถึงช่วงหัวหมาก และขุดจากคลองบางกะปิไปเชื่อมกับคลองบางขนาก จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นแรงงานจ้างชาวจีน[10]

คลองสาขา[แก้]

เนื่องจากคลองแสนแสบเป็นคลองหลัก ในการคมนาคมระหว่างลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำบางปะกง จึงมีการขุดคลองซอยขึ้นเป็นจำนวนมาก ดังนี้

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Wipatayotin, Apinya (26 January 2017). "Pollution fee high on canal clean-up list". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 26 January 2017.
  2. Wipatayotin, Apinya (20 December 2017). "49 fined over canal discharges". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 20 December 2017.
  3. Gerald W. Fry; Gayla S. Nieminen; Harold E. Smith (8 August 2013). Historical Dictionary of Thailand. Scarecrow Press. pp. 206–. ISBN 978-0-8108-7525-8.
  4. Maryvelma Smith O'Neil (2008). Bangkok: A Cultural History. Oxford University Press. pp. 108–. ISBN 978-0-19-534251-2.
  5. The Journal of the Siam Society. 1977.
  6. Porphant Ouyyanont (14 February 2018). Regional Economic History of Thailand. Flipside Digital Content Company Inc. pp. 19–. ISBN 978-981-4786-14-0.
  7. Tanabe, Shigeharu (1977). "Historical Geography of the Canal System in the Chao Phraya Delta". Journal of the Siam Society. 65 (2).
  8. "Bangkok's Crucible of Construction". 2Bangkok.com. Archived from the original on 18 November 2005. สืบค้นเมื่อ 26 January 2017.CS1 maint: BOT: original-url status unknown (link)
  9. "เขตบางกะปิ ฯลฯ". มติชน.
  10. เจ้าพระยาทิพากรวงศ์(ขำ บุนนาค) (1938-03-17). "117. ขุดคลองบางขนากและแก้คลองพระโขนง". พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°44′57.878″N 100°32′25.035″E / 13.74941056°N 100.54028750°E / 13.74941056; 100.54028750