ธนาคารกรุงไทย
![]() โลโก้ธนาคารกรุงไทย | |
อาคารสำนักงานใหญ่ธนาคารกรุงไทย | |
| ประเภท | บริษัทมหาชนจำกัด |
|---|---|
การซื้อขาย | SET:KTB |
| ISIN | TH0150010Z03 |
| อุตสาหกรรม | ธุรกิจการเงิน ธนาคาร |
| ก่อนหน้า | ธนาคารมณฑล ธนาคารเกษตร |
| ก่อตั้ง | 14 มีนาคม พ.ศ. 2509 |
| ผู้ก่อตั้ง | วิลาศ โอสถานนท์ ดิเรก ชัยนาม |
| สำนักงานใหญ่ | 35 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย |
| บุคลากรหลัก | ลวรณ แสงสนิท (ประธานกรรมการ) ไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย (รองประธานกรรมการ) ผยง ศรีวณิช (กรรมการผู้จัดการใหญ่) |
| รายได้ | |
| สินทรัพย์ | |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น | |
พนักงาน | 29,000 (พ.ศ. 2563) |
| อันดับความน่าเชื่อถือ | Fitch: AA+(tha)[2] |
| เว็บไซต์ | krungthai |
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (อังกฤษ: Krungthai Bank Public Company Limited) เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งเดียวในประเทศไทยที่เป็นธนาคารของรัฐ โดยมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง มีบทบาทสำคัญในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนทั่วไปและเป็นกลไกทางการคลังของภาครัฐในการดำเนินนโยบายสาธารณะ
ธนาคารก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2509 จากการควบรวมกิจการระหว่างธนาคารมณฑลและธนาคารเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนระบบการเงินของประเทศอย่างมั่นคง ครอบคลุมทั้งการให้บริการด้านเงินฝาก การปล่อยสินเชื่อ และบริการทางการเงินอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ นอกเหนือจากภารกิจในฐานะธนาคารพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทยยังมีบทบาทในการดำเนินกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐและประชาชน อาทิ การจ่ายเงินเดือนและเงินบำนาญให้แก่ข้าราชการ การคืนภาษี การบริหารโครงการเงินกู้ของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) การขึ้นเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ตลอดจนการให้บริการในโครงการภาครัฐสำคัญต่าง ๆ เช่น โครงการคนละครึ่ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงสถานการณ์พิเศษ
สถานะของธนาคารกรุงไทยในเชิงกฎหมายมีความซับซ้อน โดยเดิมเป็นรัฐวิสาหกิจตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พุทธศักราช 2502 แต่ภายหลังจากการแก้ไขกฎหมายงบประมาณใน พ.ศ. 2561 และการที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งไม่ใช่รัฐวิสาหกิจเข้าถือหุ้นในสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 ธนาคารจึงไม่ถือเป็นรัฐวิสาหกิจตามนิยามของกฎหมายงบประมาณ อย่างไรก็ดี หากพิจารณาตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พุทธศักราช 2548 ธนาคารกรุงไทยยังเข้าเกณฑ์ของรัฐวิสาหกิจอยู่ ดังนั้น สถานะของธนาคารจึงขึ้นอยู่กับกรอบนิยามตามกฎหมายแต่ละฉบับ[3]
สำนักงานใหญ่ของธนาคารตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันธนาคารกรุงไทยมีเครือข่ายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ รวมทั้งสิ้น 924 สาขา[4] และมีเครื่องเอทีเอ็มกว่า 7,200 เครื่อง อยู่ในอันดับที่ 4 รองจากธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงเทพ
ประวัติ
[แก้]ธนาคารมณฑล
[แก้]ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลไทยในสมัยของจอมพล ป. พิบูลสงครามได้ดำเนินการจัดตั้งธนาคารของรัฐในรูปแบบของรัฐวิสาหกิจขึ้นเพื่อทดแทนธนาคารต่างประเทศที่ยุติการดำเนินกิจการเนื่องจากประกาศสงครามของรัฐบาลไทยต่อฝ่ายสัมพันธมิตรทำให้ส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยทำการจัดตั้งธนาคารเมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2485 โดยใช้ชื่อว่า บริษัท ธนาคารไทย จำกัด (อังกฤษ: Thai Bank Company Ltd.) ธนาคารไทยจึงมีหน้าที่ในการดำเนินธุรกิจทดแทนธนาคารต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเพื่อเกื้อกูลการค้าข้าวของบริษัท ข้าวไทย จำกัด ต่อมาธนาคารไทยได้เปลี่ยนชื่อเป็น ธนาคารมณฑล จำกัด (อังกฤษ: The Provincial Bank Ltd.) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2488 เพื่อมิให้ชื่อซํ้าซ้อนกับธนาคารชาติ ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงสอดคล้องกับบทบาทในการสนับสนุนกิจการของบริษัทพาณิชย์ในจังหวัดต่าง ๆ[5] โดยมีสำนักงานเป็นตึก 4 ชั้นบริเวณแยกนางเลิ้ง ถนนนครสวรรค์ แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย)
ธนาคารมณฑลได้รับการก่อตั้งโดยมีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังถือ 50,650 หุ้น และบริษัท ข้าวไทย จำกัด ซึ่งมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจถือ 45,172 หุ้น ทำให้ธนาคารมณฑลมีสัดส่วนของการถือหุ้นของรัฐสูงถึงร้อยละ 95.8 และกรรมการธนาคารในระยะแรกมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เช่น วนิช ปานะนนท์ แนบ พหลโยธิน พระยาเฉลิมอากาศ เป็นต้น และพนักงานส่วนใหญ่เป็นพนักงานเดิมจากธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ ธนาคารชาร์เตอร์ด และธนาคารเมอร์แคนไทล์ที่ได้ยุติกิจการไป[5]
ภายหลังการรัฐประหารของพล.ท.ผิน ชุณหะวัณ ที่มีต่อรัฐบาลของ พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ใน พ.ศ. 2490 กลุ่มซอยราชครูที่เป็นกลุ่มการเมืองของพล.ท.ผิน ได้พยายามเข้าครอบงำธนาคารมณฑลเพื่อเป็นฐานเศรษฐกิจและประสบความสำเร็จใน พ.ศ. 2495 โดยแต่งตั้ง พล.ต.ต.ละม้าย อุทยานานนท์ หนึ่งในกลุ่มซอยราชครูขึ้นเป็นประธานคณะกรรมการต่อจากพระยาโกมารกุลมนตรีและพระยาบุรณศิริพงษ์เป็นผู้จัดการ ในภายหลังธนาคารได้กลับสู่กลุ่มอำนาจของจอมพล ป. อีกครั้งหลังจากการรัฐประหารใน พ.ศ. 2494 และอยู่ภายใต้กลุ่มอำนาจของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หลังจากการรัฐประหารใน พ.ศ. 2500[5]
การถูกใช้แสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มอำนาจทางการเมืองหลายครั้ง ทำให้ฐานะของธนาคารมณฑลอยู่ในสภาวะง่อนแง่น มีผลการดำเนินงานต่ำ หลังจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 ซึ่งให้ความสำคัญกับการมีวินัยทางการเงิน ทำให้ธนาคารมณฑลเริ่มประสบภาวะขาดทุนจนได้รับอัดฉีดเงินการกระทรวงการคลังจาก 10 ล้านบาทเป็น 30 ล้านบาท โดยถือหุ้นร้อยละ 82.3 เพื่อมิให้ธนาคารล้มละลาย แต่ก็แก้ไขสถานการณ์ได้ไม่มากนัก ทำให้รัฐบาลในสมัยจอมพล ถนอม กิตติขจร ตัดสินใจรวมธนาคารมณฑลเข้ากับธนาคารเกษตร[5]
ธนาคารเกษตร
[แก้]ธนาคารเกษตร (อังกฤษ: Agricultural Bank Ltd.) ได้รับการก่อตั้งโดยกลุ่มข้าราชการและพ่อค้าซึ่งนำโดยวิลาส โอสถานนท์ และดิเรก ชัยนาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าที่เป็นเกษตรกรเมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2493 โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ริมถนนเยาวราช แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร และมีทุนจดทะเบียนในชั้นแรก 10 ล้านบาท แบ่งเป็น 10,000 หุ้น โดยมีการกระจายหุ้นอย่างกว้างกว้างให้กับบุคคลต่าง ๆ โดยมีสุริยน ไรวา เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และวิลาสดำรงตำแหน่งผู้จัดการคนแรก ต่อมาได้มีข้าราชการหลายคนเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการแทน เช่น พระช่วงเกษตรศิลปการ พระยาบูรณสิริพงศ์[5]
ธนาคารเกษตรได้กลายเป็นฐานเศรษฐกิจของกลุ่มซอยราชครูเช่นเดียวกับธนาคารมณฑล โดยมีจอมพลผิน ชุณหะวัณ เข้ารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารสืบต่อจากพระยาศรีวิสารวาจา ทำให้ฐานะของธนาคารอยู่ในสภาวะตกต่ำจากการแสวงหาผลประโยชน์ ภายหลังจากการรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2500 ธนาคารเกษตรเกิดวิกฤติการณ์ทางการเงิน ทำให้รัฐบาลต้องอัดฉีดเงินเพื่อประคองธนาคารและส่งผลให้ธนาคารแปรสภาพจากวิสาหกิจเอกชนเป็นรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลังพยายามที่จะอัดฉีดเงินเพื่อพยุงฐานะของธนาคารจนถึง พ.ศ. 2508 รัฐบาลถือหุ้นเป็นสัดส่วนร้อยละ 92.15 และต่อมาได้รวมกิจการเข้ากับธนาคารมณฑล โดยมี หม่อมเจ้าทองประทาศรี ทองใหญ่ เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร และจำรัส จตุรภัทร เป็นกรรมการผู้จัดการคนสุดท้ายของธนาคารเกษตร[5]
รวมกิจการ
[แก้]ด้วยนโยบายของเสริม วินิจฉัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เห็นว่าธนาคารพาณิชย์ของรัฐบาลควรมีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ขณะที่ในเวลาดังกล่าว รัฐบาลไทยเข้าถือหุ้นใหญ่ ในธนาคารพาณิชย์ถึงสองแห่ง ประกอบด้วย ธนาคารมณฑล จำกัด ซึ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2485 และ ธนาคารเกษตร จำกัด ที่ก่อตั้งโดยสุริยน ไรวา ตั้งแต่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2493 กระทรวงการคลังจึงประกาศ ให้ควบรวมกิจการของธนาคารทั้งสองดังกล่าว โดยก่อตั้งขึ้นในชื่อใหม่ว่า ธนาคารกรุงไทย จำกัด เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2509 และใช้อาคารสำนักงานใหญ่แห่งเดิมของธนาคารเกษตรเป็นสำนักงานใหญ่ของธนาคารกรุงไทยในยุคแรก ต่อมาอาคารดังกล่าวมีพื้นที่คับแคบ ไม่สามารถรองรับกิจการ ซึ่งขยายตัวขึ้นอย่างมาก ธนาคารจึงทำการย้ายสำนักงานใหญ่ ไปยังอาคารเลขที่ 35 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 จนถึงปัจจุบัน สำหรับอาคารที่เยาวราชในทุกวันนี้ นอกจากคงใช้เป็นสาขาเยาวราชแล้ว ยังปรับปรุงส่วนหนึ่งของอาคารให้เป็นหอศิลป์กรุงไทยด้วย
จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และแปรสภาพ
[แก้]เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2532 ก่อนจะเปิดการซื้อขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 สิงหาคม ปีเดียวกัน และแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2537 ตามลำดับ ปัจจุบันกระทรวงการคลังยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยถือผ่านกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน[6]
ธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศประจำปี พ.ศ. 2560[7] ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 17/2560
สถานภาพความเป็นรัฐวิสาหกิจ
[แก้]วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (ในฐานะผู้ถือหุ้นมากกว่าร้อยละ 50) ได้มีหนังสือแจ้งธนาคาร ในเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาเกี่ยวกับสถานภาพของกองทุนฯ และธนาคารว่า ธนาคารไม่มีลักษณะเป็นรัฐวิสาหกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561[8]
ธนาคารอื่นที่รับโอนกิจการและโอนบริการ
[แก้]- รับโอนกิจการ ธนาคารสยาม จำกัด (ที่เปลี่ยนชื่อเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2527 มาจากชื่อเดิมคือ ธนาคารเอเชียทรัสต์ จำกัด ซึ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2508) เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2530 โดยแยกส่วนงานกำกับดูแลลูกหนี้เดิม โอนไปให้แก่บริษัท ทิพยสิน จำกัด
- รับโอนกิจการ ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่ถนนสุรศักดิ์ (ปัจจุบันเป็นที่ทำการของบริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ บสก.) ซึ่งยุติการดำเนินกิจการ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2541 โดยรับโอนเฉพาะทรัพย์สิน หนี้สิน งบประมาณที่มีคุณภาพ และเงินฝากของลูกค้าธนาคารดังกล่าว
- รับโอนกิจการ ธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) (ที่เปลี่ยนชื่อเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2520 มาจากชื่อเดิมคือ บริษัท แบงก์ตันเปงชุน จำกัด ซึ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 และเปลี่ยนชื่อครั้งแรกเป็น ธนาคารไทยพัฒนา เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2503 ตามลำดับ) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ในซอยสวนมะลิ (ปัจจุบันเป็นธนาคารกรุงไทย สาขาสวนมะลิ) เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2541
- โอนบริการทางการเงิน ตามกฎหมายชะรีอะฮ์ในศาสนาอิสลาม หรือที่นิยมเรียกว่า ธนาคารกรุงไทยชะรีอะฮ์ ให้แก่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548
ก้าวสู่ยุคแห่ง Mobile Banking
[แก้]พ.ศ. 2561 ธนาคารกรุงไทยได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT และ เป๋าตัง สำหรับทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน โดยแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT เป็นแอปพลิเคชันปิดที่ให้บริการเฉพาะลูกค้าที่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทยเท่านั้น ส่วน เป๋าตัง เป็นแอปพลิเคชันเปิด ประชาชนคนไทยทุกคนสามารถสมัครแอปพลิเคชันเป๋าตังเพื่อใช้รับสิทธิ์ต่าง ๆ จากทางภาครัฐ เช่น โครงการชิมช้อปใช้ โครงการคนละครึ่ง โดยรับเงินผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ G-Wallet ซึ่งมี Wallet ID 15 หลัก ขึ้นต้นด้วย 006-xxxxxxxx-xxxx (006 เป็นรหัสของธนาคารกรุงไทย) นอกจากนี้ในแอปพลิเคชันเป๋าตังยังมีการขยายการบริการในปีถัด ๆ มา โดยการเปิดให้ประชาชนซื้อสลากดิจิทัลในราคา 80 บาท, ซื้อพันธบัตรรัฐบาลผ่านวอลเล็ต สบม., ซื้อ-ขายหุ้นกู้ และผูกบัญชีธนาคารกรุงไทยเพื่อทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
พ.ศ. 2562 เปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินฝาก Krungthai NEXT Savings ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์แบบไม่มีสมุดคู่ฝาก รับฝากเฉพาะลูกค้าบุคคลธรรมดาและไม่สามารถเปิดบัญชีร่วมได้ ลูกค้าต้องมีอีเมลแอดเดรสและสมัครใช้บริการ Krungthai NEXT ด้วย ลูกค้าสามารถเปิดบัญชี Krungthai NEXT Savings ผ่านสาขาหรือแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ก็ได้ อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน (พ.ศ. 2567) อยู่ที่ 1.50% สำหรับเงินฝากไม่เกิน 2,000,000 บาท และ 0.65% สำหรับส่วนที่เกิน 2,000,000 บาท แต่หากเปิดบัญชีผ่านสาขาจะได้รับดอกเบี้ย 0.65% ตั้งแต่บาทแรก ส่วนลูกค้าที่เลือกเปิดบัญชีเงินฝากแบบมีสมุดคู่ฝาก จะได้รับอัตราดอกเบี้ย (พ.ศ. 2567) ที่ 0.30% ตั้งแต่บาทแรก และเมื่อทำรายการโดยไม่ใช้สมุดคู่ฝากเกินกว่า 20 รายการ ระบบจะรวมยอดที่เกิดขึ้นเป็นด้านฝากและด้านถอนอย่างละ 1 รายการ
พ.ศ. 2566 ธนาคารกรุงไทยได้ประกาศเก็บค่าธรรมเนียมการถอนเงินไม่ใช้บัตร 10 บาท/ครั้ง โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด[9] อย่างไรก็ดีการเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ธนาคารจึงต้องเลื่อนการเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวออกไปอย่างไม่มีกำหนด[10]
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568 มีกระแสข่าวว่าธนาคารกรุงไทยจะควบรวมกิจการอีกครั้งกับธนาคารทหารไทยธนชาต ซึ่งจะทำให้ธนาคารใหม่ที่จัดตั้งขึ้นนี้มีสินทรัพย์มากที่สุดในประเทศไทยที่ 5,365,222 ล้านบาท[11] แต่ธนาคารกรุงไทยปฏิเสธเช่นเดียวกับธนาคารทหารไทยธนชาต[12]
บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคาร
[แก้]ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อ
[แก้]- บริษัท กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง จำกัด (KTBL)
- บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTC)
- บริษัท กรุงไทย ไอบีเจ ลิสซิ่ง จำกัด (KTIBJ)
- บริษัท กรุงไทย ออโต้ลีส จำกัด (KTA)
ธุรกิจด้านตลาดทุนและที่ปรึกษาทางการเงิน
[แก้]- บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX)
- บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM)
- บริษัท เคทีบี แอดไวซ์เซอร์รี่ จำกัด (KTBA)
ธุรกิจประกัน
[แก้]- บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (KTAL)
- บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) (KPI)
ธุรกิจสนับสนุน
[แก้]- บริษัท กรุงไทย คอมพิวเตอร์ เซอร์วิส จำกัด (KTBCS)
- บริษัท รักษาความปลอดภัย กรุงไทยธุรกิจบริการ จำกัด (KTBGS)
- บริษัท กรุงไทยกฎหมาย จำกัด (KTBLAW)
รายนามประธานกรรมการ
[แก้]- หลวงอรรถปรีชาชนูปการ (ฉอรรถ แสนโกศิก) (พ.ศ. 2509-2513)
- หม่อมเจ้าทองประทาศรี ทองใหญ่ (พ.ศ. 2513-2515)
- นายกมล วรรณประภา (พ.ศ. 2515-2518)
- นายเอียด นาครทรรพ (พ.ศ. 2518-2519)
- นายอำนวย วีรวรรณ (พ.ศ. 2519-2520)
- พลตำรวจโท สล้าง เริ่มรุจน์ (พ.ศ. 2521-2523)
- นายชาญชัย ลี้ถาวร (พ.ศ. 2523-2525)
- นายพนัส สิมะเสถียร (พ.ศ. 2525-2535)
- นายบัณฑิต บุณยะปานะ (พ.ศ. 2535-2536)
- นายอรัญ ธรรมโน (พ.ศ. 2536-2538)
- หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล (พ.ศ. 2538-2540)
- นายศุภชัย พิศิษฐวานิช (พ.ศ. 2540-2541)
- นายมีชัย วีระไวทยะ (พ.ศ. 2541-2542)
- นายศิววงศ์ จังคศิริ (พ.ศ. 2542-2544)
- นายสมใจนึก เองตระกูล (พ.ศ. 2544-2546)
- พลเอก มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ (พ.ศ. 2546-2548)
- นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล (พ.ศ. 2548-2552)
- นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ (พ.ศ. 2552-2555)
- นางเบญจา หลุยเจริญ (พ.ศ. 2555-2556)
- นายวรวิทย์ จำปีรัตน์ (พ.ศ. 2556-2557)
- นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม (พ.ศ. 2557-2558)
- นายสมชัย สัจจพงษ์ (พ.ศ. 2558-2561)
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (พ.ศ. 2561-2563)
- นายประสงค์ พูนธเนศ (พ.ศ. 2563)
- นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ (พ.ศ. 2563-2566)
- นายลวรณ แสงสนิท (พ.ศ. 2566-ปัจจุบัน)
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
[แก้]- ข้อมูล ณ วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568[13]
| ลำดับที่ | รายชื่อผู้ถือหุ้น | จำนวนหุ้นสามัญ | สัดส่วนการถือหุ้น |
|---|---|---|---|
| 1 | กองทุน เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน | 7,696,248,963 | 55.07% |
| 2 | บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด | 1,426,031,848 | 10.20% |
| 3 | กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง | 633,361,315 | 4.53% |
| 4 | STATE STREET EUROPE LIMITED | 265,523,360 | 1.90% |
| 5 | SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED | 245,256,195 | 1.75% |
| 6 | CITIBANK NOMINEES SINGAPORE PTE LTD-ART A/C UNITED OVERSEAS BANK NOMINEES (PRIVATE) LIMITED | 178,750,000 | 1.28% |
| 7 | THE BANK OF NEW YORK MELLON | 123,935,791 | 0.89% |
| 8 | ธนาคารออมสิน | 118,334,622 | 0.85% |
| 9 | BNY MELLON NOMINEES LIMITED | 113,049,455 | 0.81% |
| 10 | สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด | 98,694,500 | 0.71% |
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 งบการเงิน/ผลประกอบการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- ↑ อันดับเครดิต เก็บถาวร 2021-01-28 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- ↑ ธนาคารกรุงไทยเป็นรัฐวิสาหกิจหรือไม่
- ↑ "ธนาคารแห่งประเทศไทย | Bank of Thailand". app.bot.or.th.
- 1 2 3 4 5 6 วิกฤติการณ์การเงินและเศรษฐกิจการเงินไทย ภาคที่ 6 สถาบันการเงินของรัฐ
- ↑ ข้อมูลผู้ถือหุ้นจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- ↑ ธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีนัยต่อความเสี่ยงเชิงระบบในประเทศประจำปี พ.ศ. 2560
- ↑ ‘กรุงไทย’ ประกาศพ้นการเป็น ‘รัฐวิสาหกิจ’ หลังกฤษฎีกาตีความชัดเจน
- ↑ "เริ่ม 1 พ.ค. ธ.กรุงไทย เก็บค่าธรรมเนียมถอนเงินไม่ใช้บัตรครั้งละ 10 บาท". Thai PBS.
- ↑ "แจ้ง ยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมถอนเงินไม่ใช้บัตร". krungthai.com.
- ↑ "จับตาบิ๊กดีลควบ 'กรุงไทย-ทีทีบี' ขึ้นเบอร์ 1 สินทรัพย์ 5.36 ล้านล้านบาท". กรุงเทพธุรกิจ. 21 มีนาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2025.
- ↑ "กรุงไทย ปฏิเสธข่าวบิ๊กดีล ควบรวมธนาคารทหารไทยธนชาต". ฐานเศรษฐกิจ. 21 มีนาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2025.
- ↑ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เก็บถาวร 2021-06-14 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
