จังหวัดเชียงใหม่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
"เชียงใหม่" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ เชียงใหม่ (แก้ความกำกวม)
จังหวัดเชียงใหม่
ตราประจำจังหวัดเชียงใหม่
ตราประจำจังหวัด
ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า
บุปผชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย เชียงใหม่
ชื่ออักษรโรมัน Chiang Mai
ชื่อไทยอื่น ๆ นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่
รัตนติงสาอภินวบุรีเชียงใหม่
ผู้ว่าราชการ สุริยะ ประสาทบัณฑิตย์
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2557)
นายกองค์การบริหาร บุญเลิศ บูรณุปกรณ์
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2551)
ISO 3166-2 TH-50
สีประจำกลุ่มจังหวัด ███ สีฟ้าเข้ม
ต้นไม้ประจำจังหวัด ทองกวาว
ดอกไม้ประจำจังหวัด ทองกวาว
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 20,107.057 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 2)
ประชากร 1,678,284 คน[2] (พ.ศ. 2557)
(อันดับที่ 5)
ความหนาแน่น 83.47 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 56)
ผลิตภัณฑ์มวลรวม 125,080 ล้านบาท[3] (พ.ศ. 2553)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300
โทรศัพท์ (+66) 0 5311 2713
เว็บไซต์ จังหวัดเชียงใหม่
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดเชียงใหม่

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดเชียงใหม่ (คำเมือง: Lanna-Chiang Mai.png) เป็นจังหวัดหนึ่งของไทย ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 20,107 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ และมีประชากร 1,655,642 คน มากเป็นอันดับ 5 ของประเทศ ในจำนวนนี้เป็นประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองและชานเมือง 960,906 คน โดยจังหวัดเชียงใหม่ทิศเหนือติดต่อกับรัฐฉานของพม่า

จังหวัดเชียงใหม่แบ่งการปกครองออกเป็น 25 อำเภอ โดยมีอำเภอเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของจังหวัด เมื่อ พ.ศ. 2552 มีการจัดตั้งอำเภอกัลยาณิวัฒนาเป็นอำเภอลำดับที่ 25 ของจังหวัด และลำดับที่ 878 ของประเทศ ซึ่งเป็นอำเภอล่าสุดของไทย อนึ่ง ราวปลายเดือนตุลาคม พ.ศ. 2555 สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ มีมติให้เสนอโครงการจัดตั้งอำเภอนันทบุรีเฉลิมพระเกียรติ ต่อกระทรวงมหาดไทย [4]

จังหวัดเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาแต่โบราณ มี "คำเมือง" เป็นภาษาท้องถิ่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งด้านประเพณีวัฒนธรรม และมีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเริ่มวางตัวเป็นนครสร้างสรรค์ และกำลังพิจารณาสมัครเข้าเป็นนครสร้างสรรค์ของยูเนสโก[5]

เนื้อหา

ประวัติศาสตร์[แก้]

พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ คือ พญามังราย พญาร่วง (พ่อขุนรามคำแหง) และพญางำเมือง

เมืองเชียงใหม่ มีชื่อปรากฏในตำนานว่า "นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" (คำเมือง: Lanna-Nopphaburi Si Nakhon Phing Chiang Mai.png)[6]) สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1839 โดยพญามังรายเป็นผู้ทรงสร้าง มีอายุครบ 700 ปี ในปี พ.ศ. 2539

ในอดีตเชียงใหม่มีฐานะเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรนครรัฐอิสระ ชื่อว่า อาณาจักรล้านนา ซึ่งปกครองโดยกษัตริย์ราชวงศ์มังราย ประมาณ 261 ปี (ระหว่าง พ.ศ. 1839-2101) กระทั่งในปี พ.ศ. 2101 เชียงใหม่ได้เสียเมืองให้แก่พระเจ้าบุเรงนองแห่งพม่า และได้อยู่ภายใต้การปกครองของพม่ามานานกว่าสองร้อยปี จนถึงสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี จึงได้มีการทำสงครามเพื่อขับไล่พม่าออกจากเมืองเชียงใหม่และเชียงแสนได้สำเร็จ โดยการนำของเจ้ากาวิละและพระยาจ่าบ้าน และเปลี่ยนชื่อเป็น เมืองรัตตนติงสาอภินวปุรี (คำเมือง: Lanna-Rattanatingsanawapuri.png)[7])

หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเจ้ากาวิละขึ้นเป็นพระบรมราชาธิบดี ปกครองนครเชียงใหม่และเป็นประมุขแห่งราชวงศ์ทิพย์จักร (ราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน) และต่อมา เจ้านายซึ่งเป็นเชื้อสายของพระเจ้ากาวิละ ก็ได้ปกครองเมืองเชียงใหม่และหัวเมืองต่างๆ สืบต่อมา

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการปฏิรูปการปกครองหัวเมืองประเทศราช โดยมีการจัดตั้งการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล เรียกว่า "มณฑลพายัพ" ต่อมาเชียงใหม่ได้มีการปรับปรุงการปกครองและยกฐานะขึ้นเป็น "จังหวัด" ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงปัจจุบัน

...เมืองเชียงใหม่นี้เหมือนหนึ่งเปนเพชรซึ่งประดับมงกุฎของเมืองไทย ถ้ามงกุฎปราศจากเพชรประดับก็จะไม่ผ่องใสงดงามได้...[8]

จุฬาลงกรณ์ ป.ร.

ภูมิศาสตร์[แก้]

ที่ตั้ง[แก้]

จังหวัดเชียงใหม่ตั้งอยู่ ณ ละติจูด 16 องศาเหนือ ลองติจูด 99 องศาตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 310 เมตร ส่วนกว้างจากทิศตะวันตกจรดทิศตะวันออกประมาณ 138 กิโลเมตร ส่วนยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ประมาณ 428 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพมหานคร 696 กิโลเมตร[9]

อาณาเขตติดต่อ[แก้]

จังหวัดเชียงใหม่มีชายแดนติดต่อกับประเทศพม่า ใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่อาย อำเภอฝาง อำเภอเชียงดาว อำเภอเวียงแหง อำเภอไชยปราการ รวมระยะทางทั้งสิ้น 227 กิโลเมตร พื้นที่เขตแดนส่วนใหญ่เป็นป่าเขา จึงไม่สามารถปักหลักเขตแดนได้ชัดเจน และเกิดปัญหาเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ

ภูมิประเทศ[แก้]

สภาพภูมิประเทศของจังหวัดเชียงใหม่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา

จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ 20,107.057 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 12,566,911 ไร่ มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของภาคเหนือ และเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดนครราชสีมา ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปมีสภาพพื้นที่เป็นภูเขาและป่าละเมาะ มีที่ราบอยู่ตอนกลางตามสองฟากฝั่งแม่น้ำปิง มีภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยคือ ดอยอินทนนท์ สูงประมาณ 2,565 เมตร อยู่ในเขตอำเภอจอมทอง นอกจากนี้ยังมีดอยอื่นที่มีความสูงรองลงมาอีกหลายแห่ง เช่น ดอยผ้าห่มปก (อำเภอฝาง) สูง 2,285 เมตร ดอยหลวงเชียงดาว (อำเภอเชียงดาว) สูง 2,170 เมตร ดอยสุเทพ (อำเภอเมืองเชียงใหม่) สูง 1,601 เมตร สภาพพื้นที่แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะคือ

  1. พื้นที่ภูเขา คิดเป็นพื้นที่ประมาณร้อยละ 80 ของจังหวัด ประกอบด้วยทิวเขาอินทนนท์ (หรือถนนธงชัยตะวันออก) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด พาดยาวจากทิศเหนือจรดใต้ ตามแนวรอยต่อกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทิวเขาแดนลาว ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด ตามเขตรอยต่อกับรัฐฉาน ประเทศพม่า และทิวเขาขุนตาน ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัด พาดผ่านในทิศเหนือ-ใต้ [9] พื้นที่ภูเขาส่วนใหญ่เป็นป่าต้นน้ำลำธาร ไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ส่วนบางพื้นที่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชาวเขาชาติพันธุ์ต่าง ๆ
  2. พื้นที่ราบลุ่มน้ำและที่ราบเชิงเขา กระจายอยู่ทั่วไประหว่างหุบเขาทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ ได้แก่ ที่ราบลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำฝาง ลุ่มน้ำแม่งัด เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการเกษตร

ภูมิอากาศ[แก้]

จังหวัดเชียงใหม่มีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นเกือบตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 25.4 องศาเซลเซียส โดยมีค่าอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 31.8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 20.1 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,100-1,200 มิลลิเมตร สภาพภูมิอากาศจังหวัดเชียงใหม่อยู่ภายใต้อิทธิพลมรสุม 2 ชนิด คือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งภูมิอากาศออกได้เป็น 3 ฤดู[9]

ข้อมูลภูมิอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ (พ.ศ. 2524–2553)
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 29.8
(85.6)
32.6
(90.7)
35.2
(95.4)
36.5
(97.7)
34.2
(93.6)
32.7
(90.9)
31.8
(89.2)
31.5
(88.7)
31.7
(89.1)
31.4
(88.5)
30.1
(86.2)
28.6
(83.5)
32.18
(89.92)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) 14.9
(58.8)
16.2
(61.2)
19.5
(67.1)
22.9
(73.2)
23.8
(74.8)
24.0
(75.2)
23.9
(75)
23.7
(74.7)
23.2
(73.8)
22.2
(72)
19.2
(66.6)
15.7
(60.3)
20.77
(69.38)
ปริมาณฝน มม (นิ้ว) 4.2
(0.165)
8.9
(0.35)
17.8
(0.701)
57.3
(2.256)
162.0
(6.378)
124.5
(4.902)
140.2
(5.52)
216.9
(8.539)
211.4
(8.323)
117.6
(4.63)
53.9
(2.122)
15.9
(0.626)
1,130.6
(44.512)
ความชื้นร้อยละ 68 58 52 57 71 77 79 81 81 79 75 73 70.9
วันที่มีฝนตกโดยเฉลี่ย (≥ 1 mm) 1 2 2 6 14 14 16 18 20 14 5 1 113
จำนวนชั่วโมงที่มีแดด 272.8 251.4 269.7 258.0 217.0 177.0 170.5 161.2 156.0 198.4 234.0 263.5 2,629.5
แหล่งที่มา1: กรมอุตุนิยมวิทยา (ทั่วไป 2524-2553), (ปม.ฝนเฉลี่ย 2524-2533)
แหล่งที่มา 2: หอสังเกตการณ์ฮ่องกง (ชม.แดดออก)

ทรัพยากรป่าไม้[แก้]

จังหวัดเชียงใหม่มีป่าไม้หลายประเภท ประกอบด้วย ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าเต็งรังผสมป่าสนเขา และป่าแดง เป็นต้น พื้นที่ป่าไม้ ประกอบด้วย ป่าธรรมชาติ สวนป่า และป่าฟื้นฟูตามธรรมชาติ โดยมีพื้นที่ป่าไม้อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ 8,787,656 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 69.92 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด[9] แบ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 25 แห่ง อุทยานแห่งชาติ 14 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 1 แห่ง อุทยานแห่งชาติในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่

นอกจากนี้จังหวัดเชียงใหม่ยังมีปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้เกิดขึ้นเป็นประจำ สาเหตุสำคัญเช่น การลักลอบตัดไม้ การบุกรุกเพื่อทำการเกษร และไฟป่า

ทรัพยากรน้ำ[แก้]

แม่น้ำปิงช่วงที่ไหลผ่านอำเภอเมือง
แม่น้ำกกช่วงที่ไหลผ่านอำเภอแม่อาย

จังหวัดเชียงใหม่มีแม่น้ำสำคัญ คือ แม่น้ำปิง และมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด และเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง และยังแบ่งตามพื้นที่ลุ่มน้ำดังนี้

  • ลุ่มน้ำปิงตอนบน เป็นลุ่มน้ำที่สำคัญที่สุดในภาคเหนือตอนบน มีพื้นที่ 25,355.9 ตร.กม. สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนมีความลาดชันสูง วางตัวแนวเหนือ-ใต้ พื้นที่ส่วนใหญ่เสี่ยงต่อแผ่นดินถล่มและการชะล้างพังทลายของดินสูง ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบสะวันนา คือ มีฤดูฝนสลับกับฤดูแล้งอย่างชัดเจน[ต้องการอ้างอิง] และยังมีลุ่มน้ำย่อยอีก 14 ลุ่มน้ำย่อย แม่น้ำที่สำคัญได้แก่ แม่น้ำปิง แม่แตง แม่กวง แม่งัด แม่แจ่ม แม่ขาน และแม่ตื่น
  • ลุ่มน้ำกก มีแม่น้ำกกเป็นแม่น้ำสายหลัก มีต้นกำเนิดจากภูเขาในประเทศพม่า ไหลผ่านเมืองกก เมืองสาด ประเทศพม่า เข้าเขตประเทศไทยที่ช่องน้ำกก อำเภอแม่อาย แล้วไหลเข้าสู่จังหวัดเชียงราย ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำโขง ครอบคลุมพื้นที่ 2,773 ตร.กม.[ต้องการอ้างอิง]
  • ลุ่มน้ำฝาง มีแม่น้ำฝางเป็นแม่น้ำสายหลัก ซึ่งมีต้นกำเนิดจากดอยขุนห้วยฝางและดอยหัวโท ทางตอนใต้ของอำเภอไชยปราการ ไหลลงสู่แม่น้ำกก มีความยาวลำน้ำประมาณ 70 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำ 1,948.5 ตร.กม. ในอำเภอไชยปราการ ฝาง และแม่อาย

ธรณีวิทยา[แก้]

จังหวัดเชียงใหม่มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรณี โดยมีการผลิตแร่ที่สำคัญ 8 ชนิด ได้แก่ ถ่านหิน เฟลด์สปาร์ (แร่ฟันม้า) แมงกานีส ชีไลต์ ดีบุก ดินขาว ฟลูออไรด์ และแร่หินอุตสาหกรรม และจังหวัดเชียงใหม่ยังมีแหล่งทรัพยากรธรณีที่สำคัญ เช่น แหล่งปิโตรเลียม อำเภอฝาง สภาพทางธรณีวิทยาที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ บ่อน้ำพุร้อน อำเภอสันกำแพงและอำเภอฝาง โป่งเดือด อำเภอแม่แตง บ่อน้ำแร่ธรรมชาติ อำเภอแม่ริม เป็นต้น

จังหวัดเชียงใหม่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งมีรอยเลื่อนมีพลัง 2 แห่งที่พาดผ่านจังหวัด ได้แก่ "รอยเลื่อนแม่จัน" ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด พาดผ่านอำเภอฝางและอำเภอแม่อายในทิศตะวันออก-ตะวันตก และ "รอยเลื่อนแม่ทา" พาดผ่านพื้นที่ตอนกลางของจังหวัดในทิศเหนือ-ใต้ ผ่านอำเภอพร้าว ดอยสะเก็ด แม่ออน เชียงดาว แม่แตง แม่ริม สันทราย เมืองเชียงใหม่ สารภี หางดง สันป่าตอง และแม่วาง นอกจากนี้พื้นที่ส่วนอื่นของจังหวัดก็มีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในบริเวณอื่นเช่นกัน โดยแผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางในเขตจังหวัดเชียงใหม่ครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 ขนาด 5.1 มีจุดเหนือศูนย์กลางในอำเภอแม่ริม ทำให้เกิดความเสียหายเล็กน้อยในบริเวณอำเภอแม่ริมและอำเภอข้างเคียง

แผ่นดินไหวในอดีตที่มีศูนย์กลางในจังหวัดเชียงใหม่ (ขนาดมากกว่า 4.0 Mw)
วันที่ เวลา (น.) ขนาด (Mw) จุดเหนือศูนย์กลาง พิกัด
26 พฤษภาคม 2521 06:22 4.8 อ.พร้าว 19°12′00″N 99°36′00″E / 19.20000°N 99.60000°E / 19.20000; 99.60000
10 กุมภาพันธ์ 2523 09:17 4.2 อ.พร้าว 19°21′00″N 99°13′48″E / 19.35000°N 99.23000°E / 19.35000; 99.23000
20 มิถุนายน 2525 20:20 4.3 อ.ดอยสะเก็ด 18°55′12″N 99°10′48″E / 18.92000°N 99.18000°E / 18.92000; 99.18000
19 กุมภาพันธ์ 2531 01:38 4.2 อ.ดอยสะเก็ด 18°52′12″N 99°10′12″E / 18.87000°N 99.17000°E / 18.87000; 99.17000
5 พฤศจิกายน 2538 06:57 4.0 อ.ฝาง 19°42′00″N 98°36′00″E / 19.70000°N 98.60000°E / 19.70000; 98.60000
21 ธันวาคม 2538 23:30 5.2 อ.พร้าว 19°42′00″N 99°00′00″E / 19.70000°N 99.00000°E / 19.70000; 99.00000
13 กรกฎาคม 2541 09:20 4.1 อ.ฝาง 19°42′00″N 99°06′00″E / 19.70000°N 99.10000°E / 19.70000; 99.10000
18 ธันวาคม 2545 20:47 4.3 อ.เชียงดาว 19°24′00″N 99°06′00″E / 19.40000°N 99.10000°E / 19.40000; 99.10000
4 ธันวาคม 2548 16:34 4.1 อ.แม่วาง 18°42′00″N 98°30′00″E / 18.70000°N 98.50000°E / 18.70000; 98.50000
13 ธันวาคม 2549 00:02 5.1 อ.แม่ริม 18°55′48″N 98°58′12″E / 18.93000°N 98.97000°E / 18.93000; 98.97000
19 มิถุนายน 2550 12:06 4.5 อ.แม่ริม 18°54′00″N 99°00′00″E / 18.90000°N 99.00000°E / 18.90000; 99.00000
แหล่งอ้างอิง: [10] สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา

การเมืองการปกครอง[แก้]

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

ดอกทองกวาว ดอกไม้ประจำจังหวัดเชียงใหม่

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค

จังหวัดเชียงใหม่แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 25 อำเภอ 204 ตำบล 2,066 หมู่บ้าน ซึ่งอำเภอทั้ง 25 อำเภอมีดังนี้

อำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอเชียงดาว อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอแม่แตง อำเภอแม่ริม อำเภอสะเมิง อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย อำเภอพร้าว อำเภอสันป่าตอง อำเภอสันกำแพง อำเภอสันทราย อำเภอหางดง อำเภอฮอด อำเภอดอยเต่า อำเภออมก๋อย อำเภอสารภี อำเภอเวียงแหง อำเภอไชยปราการ อำเภอแม่วาง อำเภอแม่ออน อำเภอดอยหล่อ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดลำพูน จังหวัดตาก จังหวัดลำปาง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงราย จังหวัดสุโขทัย จังหวัดแพร่ ประเทศพม่า ประเทศพม่า
แผนที่อำเภอในจังหวัดเชียงใหม่
หมายเลข อำเภอ ประชากร
(พ.ศ. 2557) [2]
พื้นที่
(ตร.กม.)
ความหนาแน่น
(คน/ตร.กม.)
1 อำเภอเมืองเชียงใหม่ 234,244 152.36 1,537
2 อำเภอจอมทอง 66,531 712.30 93
3 อำเภอแม่แจ่ม 58,698 2,686.57 22
4 อำเภอเชียงดาว 83,399 1,882.08 44
5 อำเภอดอยสะเก็ด 70,215 671.28 105
6 อำเภอแม่แตง 75,044 1,362.78 55
7 อำเภอแม่ริม 88,835 443.63 200
8 อำเภอสะเมิง 23,386 898.02 26
9 อำเภอฝาง 112,847 888.16 127
10 อำเภอแม่อาย 73,537 736.70 100
11 อำเภอพร้าว 49,324 1,148.19 43
12 อำเภอสันป่าตอง 75,390 178.19 423
13 อำเภอสันกำแพง 81,144 197.83 410
14 อำเภอสันทราย 127,062 285.02 446
15 อำเภอหางดง 83,310 277.14 301
16 อำเภอฮอด 43,809 1,430.38 31
17 อำเภอดอยเต่า 27,406 803.92 34
18 อำเภออมก๋อย 61,076 2,093.83 29
19 อำเภอสารภี 79,996 97.46 821
20 อำเภอเวียงแหง 27,527 672.17 41
21 อำเภอไชยปราการ 44,760 510.85 88
22 อำเภอแม่วาง 31,472 601.22 52
23 อำเภอแม่ออน 21,281 442.26 48
24 อำเภอดอยหล่อ 26,083 260.13 100
25 อำเภอกัลยาณิวัฒนา 11,908 674.58 18
รวม 1,678,284 20,107.05 83
การปกครองส่วนท้องถิ่น

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีจำนวน 211 แห่ง แบ่งออกเป็น 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด, 1 เทศบาลนคร, 4 เทศบาลเมือง, 118 เทศบาลตำบล และ 88 องค์การบริหารส่วนตำบล มีรายชื่อดังนี้

อำเภอเมืองเชียงใหม่

อำเภอจอมทอง

อำเภอแม่แจ่ม

อำเภอเชียงดาว

อำเภอดอยสะเก็ด

อำเภอแม่แตง

อำเภอแม่ริม

อำเภอสะเมิง

อำเภอฝาง

อำเภอแม่อาย

อำเภอพร้าว

อำเภอสันป่าตอง

อำเภอสันกำแพง

อำเภอฮอด

อำเภอสันทราย

อำเภอหางดง

อำเภอดอยเต่า

อำเภออมก๋อย

อำเภอสารภี

อำเภอเวียงแหง

อำเภอไชยปราการ

อำเภอแม่วาง

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่[แก้]

รายนามผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
ลำดับ รายนาม ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง
1 พระยาอุดมพงษ์เพ็ญสวัสดิ์ พ.ศ. 2444
2 พระยายอดเมืองขวาง ไม่ทราบข้อมูล
3 พระยามหินทรบดี ไม่ทราบข้อมูล
4 พระยาวรวิไชยวุฒิกร (เลื่อม สนธิรัตน) ไม่ทราบข้อมูล
5 พระยาเพ็ชร์พิสัยศรีสวัสดิ์ (แมน วสันตสิงห์) พ.ศ. 2461 - พ.ศ. 2471
6 พระยาอนุบาลพายัพกิจ (ปุ่น อาสนจินดา) พ.ศ. 2471 - พ.ศ. 2481
7 พระยาอมรฤทธิธำรง (พร้อม ณ ถลาง) พ.ศ. 2481 - พ.ศ. 2484
8 พระชาติตระการ (หม่อมราชวงศ์จิตร์ คะเนจร) พ.ศ. 2484 - พ.ศ. 2485
9 ขุนประสงค์สุขการี (ประสงค์ ลาภเจริญ) พ.ศ. 2485 - พ.ศ. 2488
10 นายทวี แรงขำ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2488 - 30 กันยายน พ.ศ. 2489
11 ขุนไตรกิตยานุกูล (อัมพร ไตรกิตยานุกูล) 22 ตุลาคม พ.ศ. 2489 - 30 มกราคม พ.ศ. 2494
12 นายอุดม บุญยประสพ 30 มกราคม พ.ศ. 2494 - 30 มิถุนายน พ.ศ. 2495
13 นายประเสริฐ กาญจนดุล 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 - 12 มิถุนายน พ.ศ. 2501
14 พ.ต.อ.เนื่อง รายะนาค 16 มิถุนายน พ.ศ. 2501 - 28 สิงหาคม พ.ศ. 2502
15 นายสุทัศน์ สิริสวย 31 สิงหาคม พ.ศ. 2502 - 30 มิถุนายน พ.ศ. 2503
16 พ.ต.อ.นิรันดร ชัยนาม 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2503 - 30 กันยายน พ.ศ. 2514
17 นายวิสิษฐ์ ไชยพร 1 ตุลาคม พ.ศ. 2514 - 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2515
18 นายอาษา เมฆสวรรค์ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2515 - 1 ตุลาคม พ.ศ. 2518
19 นายชลอ ธรรมศิริ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2518 - 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2520
20 นายประเทือง สินธิพงษ์ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 - 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2523
21 นายชัยยา พูนศิริวงศ์ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2523 - 30 กันยายน พ.ศ. 2530
22 นายไพรัตน์ เดชะรินทร์ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2530 - 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2534
23 นายชนะศักดิ์ ยุวบูรณ์ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2534 - 18 ตุลาคม พ.ศ. 2536
24 นายวีระชัย แนวบุญเนียร 18 ตุลาคม พ.ศ. 2536 - 30 กันยายน พ.ศ. 2539
25 นายพลากร สุวรรณรัฐ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2539 - 11 มกราคม พ.ศ. 2541
26 นายประวิทย์ สีห์โสภณ 12 มกราคม พ.ศ. 2541 - 22 เมษายน พ.ศ. 2544
27 นายโกสินทร์ เกษทอง 23 เมษายน พ.ศ. 2544 - 9 ตุลาคม พ.ศ. 2545
28 นายพิสิษฐ เกตุผาสุข 28 ตุลาคม พ.ศ. 2545 - 4 มิถุนายน พ.ศ. 2546
29 นายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2546 - 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549
30 นายวิชัย ศรีขวัญ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 - 30 กันยายน พ.ศ. 2550
31 นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 - 13 มีนาคม พ.ศ. 2552
32 ดร.อมรพันธุ์ นิมานันท์ 16 มีนาคม พ.ศ. 2552 -30 กันยายน พ.ศ. 2553
33 หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 - 30 กันยายน พ.ศ. 2555
34 นายธานินทร์ สุภาแสน 8 ตุลาคม พ.ศ. 2555 - 30 กันยายน พ.ศ. 2556
35 นายวิเชียร พุฒิวิญญู 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556 - 1 มิถุนายน พ.ศ. 2557
36 นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2557 - ปัจจุบัน

การเลือกตั้ง[แก้]

จังหวัดเชียงใหม่แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 10 เขต มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น 10 คน ส่วนวุฒิสภา มีการเลือกตั้งสมาชิกได้ 1 คน ปัจจุบันคือ ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร

การต่างประเทศ[แก้]

จังหวัดเชียงใหม่เป็นที่ตั้งของสถานกงสุลดังต่อไปนี้

  • สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา
  • สถานกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น
  • สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน
  • สถานกงสุลใหญ่สหภาพเมียนมา
  • สถานกงสุลอินเดีย
  • สถานกงสุลกิตติมศักดิ์สหราชอาณาจักร
  • สถานกงสุลกิตติมศักดิ์เยอรมนี
  • สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ฝรั่งเศส
  • สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ออสเตรเลีย
  • สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ออสเตรีย
  • สถานกงสุลกิตติมศักดิ์แคนาดา
  • สถานกงสุลกิตติมศักดิ์อิตาลี
  • สถานกงสุลกิตติมศักดิ์เปรู
  • สถานกงสุลกิตติมศักดิ์บังกลาเทศ
  • สถานกงสุลกิตติมศักดิ์สวีเดน
  • สถานกงสุลกิตติมศักดิ์กรีซ
  • สถานกงสุลกิตติมศักดิ์เกาหลีใต้
  • สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ฟิลลิปปินส์
  • สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ฟินแลนด์
  • สถานกงสุลกิตติมศักดิ์เนเธอร์แลนด์
  • สถานกงสุลกิตติมศักดิ์สวิสเซอร์แลนด์

เมืองพี่น้อง[แก้]

ประชากร[แก้]

ปี (พ.ศ.) ประชากร[12]
2549 1,661,020
2550 1,664,399
2551 1,670,317
2552 1,632,548
2553 1,640,479
2554 1,646,144
2555 1,655,642
2556 1,666,888
2557 1,678,284

ปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่มีประชากรทั้งสิ้น 1,678,284 คน (พ.ศ. 2557) แยกเป็นชาย 816,620 คน หญิง 861,664 คน[2] ความหนาแน่นเฉลี่ย 83 คน/ตร.กม. ในจำนวนดังกล่าวประกอบด้วยประชากรชนกลุ่มน้อย 64,505 คน กระจายตามอำเภอต่าง ๆ ใน 16 อำเภอ อำเภอที่มีประชากรชนกลุ่มน้อยมากที่สุด ได้แก่ อำเภอฝาง รองลงมา ได้แก่ อำเภอเชียงดาว อำเภอแม่อาย และอำเภอเวียงแหง[9] ประชากรส่วนใหญ่เป็น "ชาวไทยวน" หรือ "คนเมือง" ที่เหลือเป็น ไทใหญ่ ไทลื้อ ไทขึน และไทยสยาม[13]

เศรษฐกิจ[แก้]

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) พ.ศ. 2552 มีมูลค่า 127,660 ล้านบาท แบ่งเป็นภาคเกษตร 18,539 ล้านบาท (ร้อยละ 14.5) และนอกภาคเกษตร 109,121 ล้านบาท (ร้อยละ 85.5) ซึ่งสาขาการผลิตนอกภาคเกษตรที่สำคัญ มีบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ 20,603 ล้านบาท (ร้อยละ 16.1) ตามมาด้วยสาขาการศึกษา 15,916 ล้านบาท (ร้อยละ 12.5) มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยร้อยละ 2.3

มีรายได้ประชากรต่อหัวเฉลี่ย 79,971 บาท/คน/ปี อยู่ที่อันดับ 2 ของภาคเหนือรองจากจังหวัดลำพูน สำหรับรายได้ประชากรในเขตชนบท เฉลี่ยนั้น อยู่ที่ 59,092.45 บาท/คน/ปี อำเภอที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำที่สุด คือ อำเภออมก๋อย 29,198.01 บาท/คน/ปี และอำเภอที่มีรายได้สูงสุด คือ อำเภอฝาง 110,592.77 บาท/คน/ปี[9]

ใน พ.ศ. 2553 จังหวัดเชียงใหม่มีกำลังแรงงาน 985,349 คน (หรือร้อยละ 58.5 ของประชากร) มีอัตราว่างงานเฉลี่ย 1.2% อัตราจ้างแรงงาน 180 บาท/วัน นอกจากนี้ มีแรงงานต่างด้าว 67,663 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวพม่าถึง 67,453 คน แรงงานต่างด้าวประกอบอาชีพรับจ้างในกิจการก่อสร้างมากที่สุด 24,625 คน งานเกษตรและปศุสัตว์รองลงมา 22,655 คน[9]

ภาคเกษตรกรรม[แก้]

จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่การเกษตร 1,835,425 ไร่ (ร้อยละ 12.82 ของพื้นที่จังหวัด) ส่วนใหญ่ปลูกพืชสวน 515,385 ไร่ ปลูกข้าวรองลงมา 515,385 ไร่ พื้นที่การเกษตรนี้อยู่ในเขตชลประทาน 642,979 ไร่ (ร้อยละ 35 ของพื้นที่การเกษตร) มีครัวเรือนการเกษตร 1,192,446 ครัวเรือน

ผลผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญ พ.ศ. 2553-2554 สูงสุด 3 อันดับ คือ 1) ข้าว ผลผลิตเฉลี่ย 387,744 ตัน, 2) ลำไย ผลผลิตเฉลี่ย 195,195 ตัน และ 3) กระเทียม ผลผลิตเฉลี่ย 97,395 ตัน[9]

ภาคอุตสาหกรรม[แก้]

จังหวัดเชียงใหม่มีโรงงาน 1,395 แห่ง เงินลงทุน 32,180 ล้านบาท แรงงาน 43,306 คน อุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร เกษตร ขนส่ง อโลหะ และเครื่องดื่ม ซึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พ.ศ. 2554 มี 34 โครงการ ประเทศที่มีการลงทุนในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สิงคโปร์ มาเลเซีย เดนมาร์ก ออสเตรเลีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์[9]

การท่องเที่ยว[แก้]

ในการสำรวจ World Best Award-Top 10 Cities จากผู้อ่าน Travel and Leisure นิตยสารท่องเที่ยวของสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2553 ผลปรากฏว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับ 2 ของโลก รองแต่เพียงกรุงเทพมหานครเท่านั้น ซึ่งใน พ.ศ. 2552 จังหวัดเชียงใหม่ถูกจัดเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับ 5 ของโลก โดยพิจารณาจากสถานที่ ทัศนียภาพ ความสวยงามและร่มรื่น ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี อาหารการกิน แหล่งช็อปปิ้ง ความเป็นมิตรของผู้คน ความคุ้มค่า ของเงิน เป็นต้น[14]

ใน พ.ศ. 2553 จังหวัดมีจำนวนนักท่องเที่ยว 5,040,917 คน อยู่ในอันดับที่ 4 ของประเทศรองจากกรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดชลบุรี[9] เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 1,695,288 คน (ร้อยละ 33.63) สร้างรายได้รวม 39,507.03 ล้านบาท[9]

ประเพณีและวัฒนธรรม[แก้]

ศาสนา[แก้]

ประชากรในจังหวัดเชียงใหม่ นับถือศาสนาพุทธร้อยละ 91.80 ศาสนาคริสต์ร้อยละ 5.60 ศาสนาอิสลามร้อยละ 1.17 ศาสนาฮินดูและสิกข์ร้อยละ 0.02 และอื่น ๆ ร้อยละ 1.14[9]

ประเพณี[แก้]

การปล่อยโคมลอย ในเทศกาลยี่เป็ง

เมืองเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน คนเชียงใหม่ได้สั่งสมวัฒนธรรมประเพณีสืบทอดมาจากบรรพบุรุษอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่มีความผูกพันกับพุทธศาสนาและความเชื่อดั้งเดิม ประเพณีที่สำคัญ ได้แก่

  • ปีใหม่เมือง (สงกรานต์) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนของทุกปี เป็นประเพณีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ของชาวเชียงใหม่ แบ่งเป็นวันที่ 13 เป็นวันมหาสงกรานต์ มีขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ และพิธีสรงน้ำพระ วันที่ 14 เข้าวัดก่อเจดีย์ทราย และวันที่ 15 เมษายน ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และมีการเล่นสาดน้ำตลอดช่วงเทศกาล
  • ประเพณียี่เป็ง จัดขึ้นในช่วงวันลอยกระทงของทุกปี ราวเดือนพฤศจิกายน มีการตกแต่งบ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ ด้วยโคมชนิดต่างๆ มีการปล่อยโคมลอย มีการลอยกระทง ประกวดกระทงและนางนพมาศ
  • ประเพณีเข้าอินทขิล จัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ที่วัดเจดีย์หลวง เป็นการบูชาเสาหลักเมืองโดยการนำดอกไม้ธูปเทียนมาใส่ขันดอก
  • เทศกาลร่มบ่อสร้าง จัดขึ้นในเดือนมกราคมของทุกปี ที่ศูนย์หัตถกรรมทำร่มบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง มีการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน มีการแสดงทางวัฒนธรรม ขบวนแห่ ประเพณีพื้นบ้าน
  • มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ จัดขึ้นในอาทิตย์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี บริเวณสวนสาธารณะบวกหาด มีขบวนรถบุปผาชาติ และนางงามบุปผาชาติ
  • งานไม้แกะสลักบ้านถวาย จัดขึ้นในเดือนมกราคม ที่หมู่บ้านถวาย อำเภอหางดง มีการจำหน่ายและสาธิตการแกะสลักไม้ และหัตถกรรมพื้นบ้าน
  • ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ จัดขึ้นในเดือนเมษายน ในวันที่ 15 เป็นต้นไป ของทุกปี ที่บริเวณตัวเมืองจอมทอง มีขบวนรถจากชุมชน ห้างร้าน กลุ่มต่างๆ กว่า 40 ขบวน แห่ไปตามเมืองจอมทอง อำเภอจอมทอง จนถึง วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานกว่า 200 ปี ตามตำนานเกิดขึ้นที่อำเภอเภอจอมทอง ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและแห่งเดียวในโลก ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ กลายเป็นต้นแบบของการแห่ไม้ค้ำสะหลีของชาวล้านนา จนได้รับความนิยมไปทั่วภาคเหนือ และเป็นประเพณีที่เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดัง และได้รับความนิยมอย่างมาก

โครงสร้างพื้นฐาน[แก้]

การศึกษา[แก้]

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่รับรองระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับอุดมศึกษา มีจำนวนสถานศึกษาทั้งสิ้น 1,146 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นสถาบันการศึกษาขั้นพื้นฐาน 893 แห่ง ตามมาด้วยสถาบันการศึกษาเอกชน 140 แห่ง และมีสถาบันอุดมศึกษา 12 แห่ง มีครู/อาจารย์ 21,155 คน และนักเรียน นิสิต นักศึกษา 440,706 คน ซึ่งอัตราส่วนครู/อาจารย์ ต่อนักเรียน นิสิต นักศึกษาเป็น 1:21 นักเรียนในสังกัดส่วนใหญ่อยู่ในระดับประถมศึกษา 138,288 คน รองลงมาคือ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 75,804 คน[9]

สถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ที่สำคัญมีดังต่อไปนี้

นอกจากนี้ยังมีวิทยาเขตของสถาบันอุดมศึกษาตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัด ได้แก่

สาธารณสุข[แก้]

จังหวัดเชียงใหม่มีโรงพยาบาลแผนปัจจุบัน 48 แห่ง 6,045 เตียง[9] มีบุคลากรแพทย์ 1,065 คน (สัดส่วนต่อประชากรเป็น 1: 1,540) พยาบาล 4,812 คน (1: 341) และทันตแพทย์ 359 คน (1: 13,445)

อัตราการเกิด 10.98 ต่อ 1,000 คน อัตราการตาย 8.16 ต่อ 1,000 คน และอัตราการเพิ่มตามธรรมชาติ 2.52 ต่อ 1,000 คน[9]

โรงพยาบาลของรัฐที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงใหม่ อาทิ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลนครพิงค์ โรงพยาบาลสวนปรุง

การคมนาคม[แก้]

รถสองแถวที่รู้จักกันในชื่อ รถแดง

ทางถนน[แก้]

จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเมืองหลักของภาคเหนือ เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์ อุตสาหกรรมและการคมนาคม จึงมีเส้นทางคมนาคมหลักทั้งทางรถยนต์ รถไฟ และทางอากาศ มีทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงจังหวัด และเส้นทางมาตรฐานหลายสาย ทำให้การเดินทางติดต่อภายในจังหวัด การเดินทางสู่จังหวัดใกล้เคียงและกรุงเทพมหานครเป็นไปด้วยความสะดวก

การเดินทางจากกรุงเทพฯ มายังจังหวัดเชียงใหม่โดยทางรถยนต์ เริ่มต้นจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง นครสวรรค์ แล้วใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 (ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์) ผ่านจังหวัดลำปาง แยกซ้าย ผ่านจังหวัดลำพูน จนถึงจังหวัดเชียงใหม่

การคมนาคมทางรถยนต์ภายในตัวจังหวัด ระหว่างชนบท หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดใกล้เคียงมีความสะดวก เพราะมีเส้นทางคมนาคมเชื่อมติดต่อกัน การเดินทางโดยรถยนต์ระหว่างจังหวัดกับอำเภอ ระยะทางที่ไกลที่สุดคือ อำเภออมก๋อย ระยะทาง 179 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 4 ชั่วโมง ระยะทางที่ใกล้ที่สุดคือ อำเภอสันทราย 11 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 23 นาที โดยระยะทางจากตัวจังหวัด (อำเภอเมืองเชียงใหม่) ไปยังอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ เรียงจากอำเภอใกล้ที่สุด ไปถึงไกลที่สุด[15] ดังนี้

  • อำเภอแม่ริม 15 กิโลเมตร
  • อำเภอสารภี 9 กิโลเมตร
  • อำเภอสันทราย 11 กิโลเมตร
  • อำเภอสันกำแพง 13 กิโลเมตร
  • อำเภอหางดง 15 กิโลเมตร
  • อำเภอดอยสะเก็ด 18 กิโลเมตร
  • อำเภอสันป่าตอง 22 กิโลเมตร
  • อำเภอแม่ออน 29 กิโลเมตร
  • อำเภอดอยหล่อ 34 กิโลเมตร
  • อำเภอแม่วาง 35 กิโลเมตร
  • อำเภอแม่แตง 40 กิโลเมตร
  • อำเภอสะเมิง 54 กิโลเมตร
  • อำเภอจอมทอง 58 กิโลเมตร
  • อำเภอเชียงดาว 68 กิโลเมตร
  • อำเภอฮอด 88 กิโลเมตร
  • อำเภอพร้าว 103 กิโลเมตร
  • อำเภอดอยเต่า 121 กิโลเมตร
  • อำเภอไชยปราการ 131 กิโลเมตร
  • อำเภอเวียงแหง 150 กิโลเมตร
  • อำเภอฝาง 154 กิโลเมตร
  • อำเภอแม่แจ่ม 156 กิโลเมตร
  • อำเภอกัลยาณิวัฒนา 157 กิโลเมตร
  • อำเภอแม่อาย 174 กิโลเมตร
  • อำเภออมก๋อย 179 กิโลเมตร

สำหรับการเดินทางในตัวจังหวัด จะใช้การจราจรโดยรถส่วนบุคคลหรือรถจักรยานยนต์รวมทั้งจักรยาน สำหรับระบบมวลชนจะมี รถแดง ตุ๊กตุ๊ก รถเมล์ และประมาณ พ.ศ. 2550 เริ่มมีแท็กซี่มิเตอร์ในบริการในจังหวัดเชียงใหม่ โดยรถมีสีเหลือง-น้ำเงิน เป็นแท็กซี่สหกรณ์ ส่วนสีแดง-เหลืองเป็นแท็กซี่ส่วนบุคคล มีสถานีขนส่งภายในตัวจังหวัดเชื่อมต่ออำเภอต่าง ๆ คือ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 1 (สถานีขนส่งช้างเผือก) และสถานีขนส่งระหว่างจังหวัดคือ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 2 และ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 3 (สถานีขนส่งอาเขต)

สถานีรถไฟเชียงใหม่

ทางรถไฟ[แก้]

การคมนาคมทางรถไฟ ปัจจุบันมีรถไฟสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลพบุรี นครสวรรค์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ ลำปาง และลำพูน เปิดการเดินรถเร็ว รถด่วน รถด่วนพิเศษ และรถดีเซลรางปรับอากาศ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ รวมวันละ 14 ขบวน (ไป 7 กลับ 7) และนครสวรรค์-เชียงใหม่ วันละ 2 ขบวน (ไป-กลับ) มีสถานีรถไฟหลักและเป็นสถานีปลายทางในจังหวัดเชียงใหม่ คือสถานีรถไฟเชียงใหม่ ขบวนรถที่เข้า-ออกเชียงใหม่ มีดังนี้

  • รถด่วนพิเศษ
    • ข.1/2 กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ (ด่วนพิเศษนครพิงค์) มีเฉพาะรถนั่งและนอนปรับอากาศชั้นที่ 1 24ที่นั่ง/นอน รุ่นฮุนได และชั้นที่ 2 40 ที่นั่ง/นอน รุ่นแดวู (บนอ.ป. และ บนท.ป.)
    • ข.7/8 กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ ใช้รถดีเซลรางปรับอากาศ ชั้น 2 รุ่น แดวู ทำขบวนนี้
    • ข.13/14 กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ มีเฉพาะรถนั่งและนอนปรับอากาศชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 (รถบลูเทรน) (บนอ.ป.JR และ บนท.ป.JR) หมายเหตุ : บางวันอาจะมีรถนอน บนอ.ป. ฮุนได และ บนท.ป.โตกิว เข้ามาพ่วงแทน ในกรณีที่รถบลูเทรนถูกนำไปซ่อมบำรุง
  • รถด่วน
    • ข.51/52 กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ
  • รถเร็ว
    • ข.109/102 กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ
  • รถท้องถิ่น
  • ขบวนรถในอดีต
    • ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 11/12 กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ
    • ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 11/10 กรุงเทพ - เชียงใหม่ - กรุงเทพ
    • ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 9/12 กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ (เปลี่ยนเลขขบวนเป็น ข.7/8)
    • ขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 963/964 กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ (ด่วนพิเศษราชพฤกษ์) เริ่มวิ่งตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2549 - 31 มกราคม 2550

ทางอากาศ[แก้]

ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่

การคมนาคมทางอากาศ จังหวัดเชียงใหม่มีท่าอากาศยานเชียงใหม่ ที่มีความหนาแน่นของผู้ใช้บริการเป็นอันดับ4ของประเทศรองจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต ตามลำดับ โดยมีเที่ยวบินไป-กลับวันละหลายเที่ยวบิน ทั้งสายการบินภายในประเทศ และสายการบินระหว่างประเทศ โดยสายการบินระหว่างประเทศ มีสายการบินในแถบเอเชียมีเที่ยวบินโดยตรงจากเชียงใหม่ไปยังหลายประเทศ เช่น จีน เกาหลีใต้ ลาว เมียนมาร์ ไต้หวัน มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า เป็นต้น

สาธารณูปโภคอื่น ๆ[แก้]

  • ไฟฟ้า การไฟฟ้าของจังหวัดอยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขตเหนือ รับซื้อกระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ณ แหล่งผลิตแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มีสถานีควบคุมการจ่ายไฟฟ้า 5 สถานี จำนวนการไฟฟ้า 32 แห่ง ในปี 2553 จำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งสิ้น 567,201 ราย ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในจังหวัด 2,264.45 ล้านหน่วย สามารถให้บริการไฟฟ้าได้ครอบคลุม 25 อำเภอ สำหรับหมู่บ้าน ที่ไม่สามารถขยายเขตระบบจำหน่ายได้เนื่องจากสาเหตุหลายประการ ได้แก่ เป็นหมู่บ้าน ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แหล่งต้นน้ำลำธาร ลุ่มน้ำ เขตป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ เป็นต้น ซึ่งหลายแห่งมีการติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
  • ประปา การประปาในจังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ การประปาเชียงใหม่ การประปาฮอด การประปาสันกำแพง การประปาฝาง การประปาแม่ริม การประปาแม่แตง มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 54.83 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณการใช้น้ำ 25.33 ล้านลูกบาศก์เมตร มีจำนวนผู้ใช้น้ำ 112,685 ราย โดยในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ มีผู้ใช้น้ำประปามากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 69.04 ของจำนวนผู้ใช้ประปาทั้งหมดของจังหวัด
  • โทรศัพท์ จังหวัดเชียงใหม่มีจำนวนเลขหมายโทรศัพท์ 305,434 เลขหมาย เป็นเลขหมายที่มีผู้เช่า 186,294 เลขหมาย มีชุมสายโทรศัพท์ 247 แห่ง
  • ไปรษณีย์ มีสำนักงานไปรษณีย์ จำนวน 37 แห่ง มีจำนวนผู้ใช้บริการ 2,467,286 ราย[16]

ชาวเชียงใหม่ที่มีชื่อเสียง[แก้]

เจ้านายฝ่ายเหนือ
การเมือง
ข้าราชการ
สื่อมวลชน
ศิลปิน
บันเทิง
กีฬา

กีฬา[แก้]

จังหวัดเชียงใหม่มีการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติหลายครั้ง ได้แก่ เอเชียนเกมส์ 1998 และซีเกมส์ 1995 ฟุตบอลเอเชียเยาวชน 1998 และกีฬาในประเทศ ได้แก่ การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ 3 ครั้ง การแข่งขันยกน้ำหนักยุวชนชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดในปี พ.ศ. 2552[17] และล่าสุดคือ กีฬายุวชนอาเซียน

เชียงใหม่มีสโมสรฟุตบอลอาชีพ คือ สโมสรฟุตบอลเชียงใหม่ ในเดือนตุลาคม 2549 ได้มีแถลงการเปิดบริษัทที่จะสนับสนุนฟุตบอลอาชีพ ในชื่อ "บริษัท พัฒนาธุกิจกีฬา เชียงใหม่" [18]

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ[แก้]

สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป[แก้]

อำเภอเมืองเชียงใหม่
อำเภออื่น

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: [1] [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. 2.0 2.1 2.2 รายงานสถิติจำนวนประชากรและบ้าน พ.ศ. 2557 กรมการปกครอง
  3. สถิติผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2553 สำนักงานคลังจังหวัดเชียงใหม่
  4. แกะกล่อง ′นันทบุรี′ อำเภอใหม่-สวิสแห่งไทย, 4 พฤศจิกายน 2555, ข่าวมติชนออนไลน์.
  5. http://portal.unesco.org/culture/en/ev.php-URL_ID=35257&URL_DO=DO_TOPIC&URL_SECTION=201.html
  6. ชื่อเขียนตามที่ปรากฏใน ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับวัดพระงาม จ.ศ. 1216
  7. ชื่อเขียนตามที่ปรากฏใน ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับวัดพระงาม จ.ศ. 1216
  8. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ร.๕ บ.๑.๒/๖ พระราชหัตถเลขา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ ร ๒๑๘/๔๕ ลงวันอาทิตย์ เดือน ๘ แรม ๑ ค่ำ ปีมะแม จุลศักราช ๑๒๔๕ (๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๒๖) พระราชทานเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง
  9. 9.00 9.01 9.02 9.03 9.04 9.05 9.06 9.07 9.08 9.09 9.10 9.11 9.12 9.13 9.14 สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่. ข้อมูลจังหวัดเชียงใหม่. สืบค้น 24 มกราคม 2555.
  10. [2] สถิติแผ่นดินไหวที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย, สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา, สืบค้นวันที่ 17 เมษายน 2553
  11. 11.0 11.1 11.2 11.3 บรรยายสรุปจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2555 หน้า 39. สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่
  12. ประกาศสถิติจำนวนประชากรประจำปี กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, สืบค้นวันที่ 26 พฤษภาคม 2558
  13. แอนดรู ฟอร์บส์, ประวัติศาสตร์ล้านนาฉบับย่อ และ ชาวเชียงใหม่, เชียงใหม่ : หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ และ เทศบาลนครเชียงใหม่, 2547, หน้า 226
  14. เชียงใหม่คว้าอันดับ2World Best Award-Top10Cities คมชัดลึก. สืบค้น 24 มกราคม 2555
  15. การเดินทางภายในเชียงใหม่ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สืบค้นวันที่ 7 ตุลาคม 2554
  16. สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่. สืบค้น 24 มกราคม 2555. เข้าถึงได้จาก : [3]. , [4] สืบค้น 24 มกราคม 2555.
  17. ยกน้ำหนักยุวชนชิงแชมป์โลก เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7, 8 พ.ค. 2552
  18. การแถลงข่าว เปิด บริษัท พัฒนาธุกิจกีฬา เชียงใหม่ จาก หนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 18°48′N 98°59′E / 18.8°N 98.98°E / 18.8; 98.98