พระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ ฐิตธมฺโม)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระธรรมสิงหบุราจารย์
(จรัญ ฐิตธมฺโม)
หลวงพ่อจรัญ
หลวงพ่อจรัญ.jpg
เกิด 15 สิงหาคม พ.ศ. 2471
มรณภาพ 25 มกราคม พ.ศ. 2559
อายุ 87
อุปสมบท 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2491
พรรษา 67
วัด วัดอัมพวัน
ท้องที่ สิงห์บุรี
สังกัด มหานิกาย
วุฒิการศึกษา นักธรรมชั้นโท
ตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน (จ.สิงห์บุรี)
ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3

พระธรรมสิงหบุราจารย์ นามเดิม จรัญ จรรยารักษ์ ฉายา ฐิตธมฺโม เป็นพระภิกษุชาวไทย ในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย อดีตเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และอดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3

ท่านมีชื่อเสียงในระดับประเทศจากการเป็นพระนักพัฒนา พระนักเทศน์ และพระวิปัสสนาจารย์ แนวทางการสืบทอดพระพุทธศาสนาของท่านเน้นหนักที่การสั่งสอนเรื่องกฎแห่งกรรม โดยยกเหตุการณ์ที่ท่านประสบและนับเป็นกฎแห่งกรรมขึ้นมาเป็นอุทาหรณ์อยู่เสมอ และเน้นการพัฒนาจิตใจคนด้วยการฝึกวิปัสสนาตามหลักสติปัฏฐาน 4 แบบพองหนอ-ยุบหนอ นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้ที่ส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนหมั่นสวดมนต์ด้วยพุทธชัยมงคลคาถา (พาหุงมหากา) เพื่อเป็นเครื่องเจริญสติอย่างแพร่หลายอีกด้วย

ช่องทางการอัปเดตข้อมูลวัดอัมพวัน[แก้]

Website : https://www.amphawan.net/

Facebook : https://www.facebook.com/amphawantemple/

Youtube : https://www.youtube.com/user/satidream/playlists

การเข้าปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน[แก้]

  • สามารถเข้าปฏิบัติได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ไม่มีวันหยุด
  • ติดต่อได้ฝ่ายลงทะเบียน วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี ตลอดเวลา

วัดอัมพวัน ๕๓ หมู่ ๔ ต.พรหมบุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ๑๖๑๖๐

โทรศัพท์ :

> ๐๓๖-๕๑๐๕๙๘

> ๐๙๘-๔๖๙-๐๕๙๗

> ๐๖๒-๓๐๖-๑๘๓๑

  • สิ่งที่ต้องเตรียม ของใช้ส่วนตัว เงินค่าเดินทางไป-กลับ ส่วนเสื้อผ้า ชุดขาว ทางวัดมีให้ยืมฟรี อาหาร ทางวัดจัดเตรียมให้ ฟรี ที่นอน ทางวัดจัดให้ ฟรี
  • รายละเอียดเพิ่มเติม →

ประวัติ[แก้]

ชาติภูมิ[แก้]

พระธรรมสิงหบุราจารย์ มีนามเดิมว่า จรัญ จรรยารักษ์ เกิดเมื่อวันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2471 เวลา 07.10 น. ตรงกับแรม 15 ค่ำ เดือน 8 ปีมะโรง ที่บ้านบางม่วงหมู่ ตำบลม่วงหมู่ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี เป็นบุตรคนที่ 10 ในจำนวนทั้งหมด 10 คนของนายพอง จรรยารักษ์ และนางจวน (สุขประเสริฐ) จรรยารักษ์

อุปสมบท[แก้]

พระธรรมสิงหบุราจารย์(จรัญ ฐิตธมฺโม) อุปสมบทเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2491 เวลา 14.00น. ณ พัทธสีมาวัดพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี โดยมีพระพรหมนคราจารย์ (ดี ธมฺปญฺโญ) วัดแจ้งพรหมนคร อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูถาวรวิริยคุณ(กิมเฮง พุทฺธสโร) วัดพุทธาราม อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการช่อ ปภากโร วัดพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ท่านได้รับฉายาว่า"ฐิตธมฺโม" (ผู้มีธรรมตั้งมั่นแล้ว)

การศึกษา[แก้]

หลวงพ่อจรัญได้ธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพรและที่ต่างๆ เพื่อแสวงหาความรู้และประสบการณ์ทั้งทางสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน และได้ฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาวิชากับพระอาจารย์หลายท่าน อาทิ ศึกษาคชศาสตร์กับพระครูนิวาสธรรมขันธ์ (เดิม พุทฺธสโร) ตำบลหนองโพ อำเภอพยุหคีรี(ในขณะนั้น) ปัจจุบันอยู่ในอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ต่อมาเรียนกับ"พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์" (ลี ธมมฺธโร) และ "พระอริยคุณาธาร" (เส็ง ปุสฺโส) จังหวัดขอนแก่น และได้ศึกษาการทำเครื่องรางของขลัง น้ำมันมนต์ กับหลวงพ่อจง พุทฺธสโร วัดหน้าต่าง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ"หลวงพ่อสนั่น" วัดเสาธงทอง จังหวัดอ่างทอง และ"หลวงพ่อจาด" วัดบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี และได้ศึกษาสมถกรรมฐานกับพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ อำเภอภาษีเจริญ จังหวัดธนบุรี ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกับ "พระราชสิทธิมุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ)" วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ ศึกษาและปฏิบัติกรรมฐานกับหลวงพ่อในป่า(ไม่ทราบชื่อ) ศึกษาวิชาสเดาะกุญแจกับหลวงพ่อลี วัดบางปิ้ง สมุทรปราการ และได้ศึกษาพระอภิธรรมกับอาจารย์เตชิน (ชาวพม่า) ที่วัดระฆังโฆษิตาราม จังหวัดธนบุรี และศึกษาการพยากรณ์จากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) วัดสระเกศ จังหวัดกรุงเทพฯ และศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้วิทยาศาสตร์ทางจิตกับอาจารย์ พ.อ.ชม สุคันธรัต

แนวทางการทำงานสืบทอดพระพุทธศาสนา[แก้]

จะใช้หนี้โลกมนุษย์ ด้วยการเผยแพร่พระธรรม คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าจะไม่ขอสร้างวัตถุอีก

— พระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ ฐิตธัมโม)

♦♦♦ ปณิธานอันแน่วแน่ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ คือ ต้องการปลุกคนให้ตื่น เสกคนให้เป็นงาน ♦♦♦[แก้]

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

  • พ.ศ. 2526 ได้รับโล่เกียรติคุณนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นในสาขาสังคมสงเคราะห์อาสาสมัครฝ่ายกิจการพระศาสนา
  • พ.ศ. 2528 ได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ กรุงเทพฯ วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 ในฐานะผู้ได้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ด้านส่งเสริมชักชวนให้มาปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง
  • พ.ศ. 2529 ได้รับมอบเข็มเกียรติคุณนักพัฒนาดีเด่นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองจากพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2529
  • พ.ศ. 2558 ได้รับรางวัลเสาอโศกผู้นำศีลธรรม จากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ณ ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยในสังฆราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558
  • พ.ศ. 2558 ได้รับรางวัลเป็นบุคลที่ทำคุณประโยชน์ ด้านการพัฒนาสังคม และคุณภาพชีวิต จากมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในงานประกาศ “รางวัล ๑๐๐ ปี ชาติกาล หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก”

ตำแหน่งทางคณะสงฆ์[แก้]

  • พ.ศ. 2499 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็น รักษาการเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
  • พ.ศ. 2500 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
  • พ.ศ. 2517 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็น รักษาการเจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี
  • พ.ศ. 2518 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าคณะอำเภอพรหมบุรี
  • พ.ศ. 2519 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็น พระอุปัชฌาย์
  • พ.ศ. 2541 ได้รับพระบัญชาให้ดำรงตำแหน่งเป็น รองเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
  • พ.ศ. 2542 ได้รับพระบัญชาให้ดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
  • พ.ศ. 2552 ได้รับพระบัญชาให้ดำรงตำแหน่งเป็น ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี[1]
  • พ.ศ. 2557 ได้รับพระบัญชาให้ดำรงตำแหน่งเป็น ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3[2]

สมณศักดิ์[แก้]

  • พ.ศ. 2501 ได้รับการแต่งตั้งจากพระสุนทรธรรมประพุทธ (หล้า สีลวํโส) เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด ให้ดำรงตำแหน่งฐานานุกรมที่ พระครูปลัด
  • พ.ศ. 2511 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ในราชทินนามที่ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ พระครูภาวนาวิสุทธิ์[3]
  • พ.ศ. 2516 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เทียบพระครูสัญญาบัตรผู้ช่วยพระอารามหลวงชั้นเอก ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ในราชทินนามเดิมที่ พระครูภาวนาวิสุทธิ์
  • พ.ศ. 2525 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอชั้นเอก ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ในราชทินนามเดิมที่ พระครูภาวนาวิสุทธิ์
  • พ.ศ. 2531 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญยก ในราชทินนามที่ พระภาวนาวิสุทธิคุณ[4]
  • พ.ศ. 2535 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชสุทธิญาณมงคล ศรีพหลนราทร ธรรมิกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[5]
  • พ.ศ. 2544 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพสิงหบุราจารย์ ภาวนาวิธานโกศล วิมลธรรมานุสิฐ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[6]
  • พ.ศ. 2547 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมสิงหบุราจารย์ ภาวนาปฏิภาณโกศล โสภณธรรมานุสิฐ พิพัฒน์กิจสุนทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[7]
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานโกศโถ และเครื่องเกียรติยศแก่พระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ ฐิตธมฺโม)

หนังสือที่เกี่ยวข้อง[แก้]

อาการอาพาธและละสังขาร[แก้]

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย ศ.ดร. นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ออกแถลงการณ์ด่วน เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (25 ม.ค. 59) ตามที่พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมฺโม) วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี เข้ารับการรักษาอาการอาพาธในโรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2558 ด้วยอาการหอบเหนื่อยจากโรคปอดอักเสบ โดยคณะแพทย์ได้ถวายการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะและออกซิเจน นั้น

ต่อมาโรครุนแรงขึ้น แพทย์ได้ถวายการช่วยหายใจและถวายการรักษาประคับประคองระบบการหายใจและหลอดเลือดด้วยเครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด ถวายการรักษาทดแทนไต ระยะหลังอาการทรุดลง เริ่มมีเลือดออกผิดปกติจนต้องมีการถวายเลือดและเกล็ดเลือด จนในสุดการทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว ไม่สามารถถวายการรักษาประคับประคองได้ต่อไป พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมฺโม) ถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ ในวันที่ 25 มกราคม 2559 เวลา 8.37 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลศิริราชได้เคลื่อนสังขารหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม มาถึงวัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี แล้ว โดยมีภิกษุสงฆ์ สามเณร ศิษยานุศิษย์และประชาชนทั่วไปมารอรับจำนวนมาก ซึ่งตลอดทางมีการสวดมนต์บทอิติปิโสอย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้ จะมีการเคลื่อนสังขารหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม ไปตั้งบำเพ็ญกุศลภายในศาลาสุธรรมภาวนา

พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) ได้เข้ารับการรักษาอาการอาพาธในโรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2558 ด้วยอาการหอบเหนื่อยจากโรคปอดอักเสบ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลศิริราชรายงานอาการอาพาธฉบับที่ 1 วันที่ 24 ธันวาคม 2558 คณะแพทย์ได้ให้การช่วยหายใจด้วยเครื่องช่วยหายใจถวายยาปฏิชีวนะและถวายสารอาหารร่วมกับการควบคุมระดับความดันเลือดการทำงานของไตและควบคุมระดับน้ำตาล ขนาดนี้การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แต่คณะแพทย์จำเป็นต้องถวายการดูแลอย่างใกล้ชิดอีกระยะหนึ่ง จึงขอให้งดการเยี่ยมเพื่อป้องกันการติดเชื้อเพิ่มเติม

รายงานอาการอาพาธฉบับที่ 2 วันที่ 28 ธันวาคม 2558 คณะแพทย์ได้ถวายยาปฏิชีวนะ ออกซิเจนช่วยหายใจ ถวายยาปฏิชีวนะ ยานอนหลับ ตลอดจนติดตามการทำงานของหัวใจและไต ร่วมกับการถวายสารอาหาร และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

รายงานอาการอาพาธฉบับที่ 3 วันที่ 4 มกราคม 2559 อาการอาพาธและการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ยังคงเดิม ยกเว้นไตซึ่งทำงานลดลงบางส่วน คณะแพทย์ยังต้องถวายการช่วยหายใจด้วยเครื่องช่วยหายใจตลอดจนการรักษาทดแทนไตและการให้สารอาหารและให้ยานอนหลับ เพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ซึ่งคณะแพทย์ได้ถวายการดูแลอย่างใกล้ชิด

รายงานอาการอาพาธฉบับที่ 4 วันที่ 6 มกราคม 2559 อาการอาพาธและการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ระดับชีพจร และความดันโลหิตยังคงเดิม ไม่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน คณะแพทย์ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และเริ่มให้อาหารทางหลอดเลือด จากผลการตรวจเลือด พบว่าระดับเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติ จึงได้ให้เกล็ดเลือดทดแทน ขนาดนี้เกล็ดเลือดอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว คณะแพทย์ได้ถวายการดูแลอย่างใกล้ชิด

รายงานอาการอาพาธฉบับที่ 5 วันที่ 12 มกราคม 2559 แพทย์ยังคงถวายการช่วยหายใจ ถวายยาปฏิชีวนะและยากระตุ้นความดันโลหิตร่วมกับถวายการประคับประคองระบบการหายใจและไหลเวียนเลือดด้วยเครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด ถวายการรักษาทดแทนไต ถวายเลือดและเกล็ดเลือดโดยเฝ้าระวังและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

รายงานอาการอาพาธฉบับที่ 6 วันที่ 19 มกราคม 2559 แพทย์ยังคงถวายการช่วยหายใจและถวายการประคับประคองระบบการหายใจและไหลเวียนเลือดด้วยเครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด ถวายการรักษาทดแทนไต ใน 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา เกิดมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร จึงได้ถวายเลือดและเกล็ดเลือด ในขณะนี้ภาวะเลือดออกสามารถควบคุมได้และระดับออกซิเจนในเลือดสูงขึ้น

รายงานอาพาธฉบับที่ 7 วันที่ 24 มกราคม 2559 แพทย์ยังคงถวายการรักษาอย่างเต็มที่ แต่สภาพโดยทั่วไป และสัญญาณชีพต่าง ๆ ยังไม่ดีขึ้นและอยู่ในภาวะวิกฤต

รายงานอาพาธฉบับที่ 8 วันที่ 25 มกราคม 2559 ตามที่พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) วัดอัมพวันจ.สิงห์บุรี เข้ารับการรักษาอาการอาพาธในโรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2558 ด้วยอาการหอบเหนื่อยจากโรคปอดอักเสบโดยคณะแพทย์ได้ถวายการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะและออกซิเจนนั้น ต่อมาโรครุนแรงขึ้น แพทย์ได้ถวายการช่วยหายใจและถวายการรักษาประคับประคองระบบการหายใจและหลอดเลือดด้วยเครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด ถวายการรักษาทดแทนไต ระยะหลังอาการทรุดลง เริ่มมีเลือดออกผิดปกติจนต้องมีการถวายเลือดและเกล็ดเลือด จนในสุดท้ายการทำงานของอวัยวะต่างๆล้มเหลวไม่สามารถถวายการรักษาประคับประคองได้ต่อไป พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) ถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ ในวันที่ 25 มกราคม 2559 เวลา 8.37 น.

อ้างอิง[แก้]

  1. มหาเถรสมาคม, เสนอแต่งตั้ง พระธรรมสิงหบุราจารย์ วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี ให้เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
  2. มหาเถรสมาคม, เสนอแต่งตั้งพระสังฆาธิการให้เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๓
  3. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 85, ตอน 122 ง ฉบับพิเศษ, 31 ธันวาคม พ.ศ. 2511, หน้า 20
  4. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 105, ตอน 207 ฉบับพิเศษ, 9 ธันวาคม พ.ศ. 2531, หน้า 5
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 109, ตอน 101 ฉบับพิเศษ, 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535, หน้า 8
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 118, ตอน 24 ข ฉบับทะเบียนฐานันดร, 7 ธันวาคม พ.ศ. 2544, หน้า 25
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 121, ตอน 17 ข ฉบับทะเบียนฐานันดร, 15 กันยายน พ.ศ. 2547, หน้า 4

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

Facebook : https://www.facebook.com/amphawantemple/

Website : https://www.amphawan.net/