หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์)
เกิดป่วน อินทุวงศ์
2 ธันวาคม พ.ศ. 2440
อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
เสียชีวิต7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529 (88 ปี)
บ้านบุรีภัณฑ์ ตำบลนครชัยศรี อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
อาชีพนักเขียน, ครู, นักประวัติศาสตร์. นักโบราณคดี
บิดามารดานายกลั่น
นางปาด

ศาสตราจารย์หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์) เป็นบุคคลสำคัญทางด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะ เข้าทำงานในหอพระสมุดสำหรับพระนคร ภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และดำรงตำแหน่งคณบดีคนแรกของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

ประวัติ[แก้]

หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์) เกิดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2440 ที่บ้านปลายคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นบุตรของนายกลั่น กับนางปาด เมื่ออายุ 8 ปี บิดาได้พาไปฝากเป็นศิษย์กับพระอาจารย์เชย เจ้าคณะตะวันออก รองเจ้าอาวาสวัดท่าข้าม โดยได้ศึกษาอักขระสมัย หนังสือขอม และอ่านหนังสือพระมาลัย เป็นเวลา 3 ปี จากนั้นศึกษากับพระอาจารย์แหวน วัดบางช้างเหนือ จนถึง พ.ศ. 2452 พระอาจารย์แหวนได้นำไปฝากท่านพระครูสังฆกิจจารักษ์ (จืด) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร อยู่ที่คณะ 10 หลังจากนั้นได้บรรพชาเป็นสามเณร และได้เข้าเรียนบาลีไวยากรณ์ในมหาธาตุวิทยาลัย และได้สอบบาลีสนามหลวงเมื่อ พ.ศ. 2458 ได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ต่อมาเป็นครูในโรงเรียนบาลีไวยากรณ์รุ่นแรก และเป็นครูสอนบาลีไวยากรณ์ที่วัดทองนพคุณ เมื่อ พ.ศ. 2461 จนกระทั่งได้ลาสิกขาบทในปี พ.ศ. 2465

ท่านได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กเรือนนอกกับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้เข้าทำงานในหอพระสมุดแผนกต่างประเทศตั้งแต่ พ.ศ. 2466 ต่อมาได้รับบรรจุในตำแหน่งรองบรรณารักษ์หอพระสมุดสำหรับพระนคร พ.ศ. 2467 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยของศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ ในการตรวจพระราชพงศาวดารและจดหมายเหตุต่าง ๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ได้ย้ายจากตำแหน่งหน้าที่เดิมในหอสมุดสำหรับพระนครมาอยู่ประจำทำการที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร[1] จากนั้นดำรงตำแหน่งคณบดีคนแรกของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร[2] ระหว่าง พ.ศ. 2498–2504

การศึกษาของหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ทางด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะ ได้จำแนกรูปแบบศิลปวัตถุตามฝีมือช่างและการลำดับอายุโดยเรียงลำดับเวลาจากราชวงศ์ที่เรืองอำนาจ ซึ่งเป็นลำดับเวลาตามแบบพงศาวดารไทย ต่อมาได้กลายเป็นมาตรฐานในการลำดับยุคสมัยในงานโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ของไทยในเวลาต่อมา[3]

หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคหัวใจวาย ณ บ้านบุรีภัณฑ์ ตำบลนครชัยศรี อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529 รวมอายุได้ 88 ปี[4]

อ้างอิง[แก้]

  1. ธงทอง จันทรางศุ (3 กุมภาพันธ์ 2564). "พระทัยกว้าง". มติชนสุดสัปดาห์. Check date values in: |date= (help)
  2. "เด็กม.ปลาย อยากเข้าคณะโบราณคดี ม.ศิลปากร ต้องเตรียมอะไรบ้าง?". สนุก.คอม.
  3. ณัฎฐา ชื่นวัฒนา. "แวววับ จับใจ ไร้ลิ้น: พัฒนาการของโบราณคดีชาตินิยมอลังการ กับ มื้ออาหารที่หายไป (2)".
  4. อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์ หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์). หจก. โรงพิมพ์ยูไนเต็ดโปรดักชั่น. 2531. Check date values in: |date= (help)