โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
LOGO YRC.jpg
เรียนให้เด่น เล่นให้ดี มีศีลธรรม
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Yupparaj Wittayalai School (ปัจจุบัน)
Yupparaj Royal's College (เดิม)
อักษรย่อ ย.ว. (Y.R.C.)
ประเภท โรงเรียนรัฐบาล
ขึ้นกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ก่อตั้ง • 2448 (โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย)

• 2432 (โรงเรียนเมืองนครเชียงใหม่)

ผู้ก่อตั้ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระราชทานนามโรงเรียน พ.ศ. 2448)
รหัส 50012001 (ปัจจุบัน)
08500101 (เดิม)
ผู้อำนวยการ บุญเสริญ สุริยา
เพลง ยุพราช-บานเย็น
ภาพถ่ายอาคารเรือนเพชร ซึ่งปัจจุบันถูกรื้อถอนไปเพื่อนำไม้ไปสร้างอาคารเรือนแก้ว ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2496
ตึกยุพราชอาคารหลังแรกของโรงเรียน ปัจจุจบันมีอายุครบ 114 ปี
โรงช้างต้น หรือ เรือนช้างต้น หนึ่งในอาคารเก่าแก่ที่ปัจจุบันใช้เป็นห้อง BAND

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย (อักษรย่อ: ย.ว., Y.R.C.) เป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของภาคเหนือ และโรงเรียนสหศึกษาของรัฐบาลประจำจังหวัดเชียงใหม่ เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เป็นสถานศึกษาในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี โรงเรียนก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2432 โดยมีชื่อแรกตั้งว่า "โรงเรียนเมืองนครเชียงใหม่" และเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2448 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยศยศเป็น สมเด็จพระยุพราชในรัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานนามโรงเรียนใหม่ว่า "โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย" ซึ่งมีความหมายว่า "โรงเรียนของสมเด็จพระยุพราช (สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร)"

ประวัติโรงเรียน[แก้]

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยเป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2432 และได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นโรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลพายัพ หรือโรงเรียนตัวอย่างประจำ ภาคเหนือเมื่อปี พ.ศ. 2442 ตามพระบรมราโชบาย ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในการขยายการศึกษาออกสู่หัวเมือง เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร และความต้องการจัดการ ศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติโดยได้ออก"ประกาศจัดการเล่าเรียนในหัวเมือง" เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2441 ความว่า

…ความเจริญของคนทั้งหลายย่อมเกิดแต่ความประพฤติชอบ และการเลี้ยงชีวิตโดยชอบเป็นที่ตั้ง ครั้นทั้งหลายจะประพฤติชอบ แลจะหาเลี้ยงชีวิตโดยชอบนั้นเล่า ก็ย่อมอาศัยการได้ศึกษาวิชา ความรู้ ในทางที่จะให้บังเกิดประโยชน์ มาแต่ย่อมเยาว์ และฝึกซ้อมสันดานให้น้อยในทางสัมมาปฏิบัติและเจริญปัญญา สามารถในกิจการต่างๆ อันเป็นเครื่องประกอบการหาเลี้ยงชีพเมื่อเติบใหญ่ จึงเชื่อว่าได้เข้าสู่ทางความเจริญ… บัดนี้การฝึกสอนในกรุงเทพฯเจริญแพร่หลายมากขึ้นแล้ว สมควรจะจัดการฝึกสอนให้หัวเมืองได้เจริญขึ้นตามกัน…

สำหรับเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นหัวเมืองใหญ่ของมณฑลพายัพนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมี พระราชประสงค์ จะให้จัดเป็นโรงเรียนตัวอย่างและฝึกอบรมกุลบุตรกุลธิดา ให้รู้ธรรมเนียมการหนังสือ และฝึกหัดลายมือ ให้ใช้เป็นเสมียนได้ วิชาคิดเลขและวิชาช่างที่เป็นประโยชน์ และธรรมเนียมต่างๆ ที่เป็นคุณแก่แผ่นดิน ยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ก็ยังมีพระราชประสงค์จะปลูกฝังคุณสมบัติ ให้นักเรียนเป็นคนขยันขันแข็ง สะอาดทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ซื่อสัตย์สุจริตมีอุปนิสัยใจคอดี และเป็นพลเมืองดีในที่สุด

เมื่อแรกเริ่มก่อตั้งนั้น โรงเรียนมีที่ตั้งอยู่ที่ศาลากลางสวน ในจวนของพระยานริศรราชกิจ (สาย โชติกเสถียร) ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพในขณะนั้น ลักษณะการก่อตั้งโรงเรียนเป็นไปตามแนวพระดำริ ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ต้องการให้โรงเรียนหลวงตั้งอยู่ริมจวนข้าหลวง หรือในวัด ที่อยู่ไกล้จวนข้าหลวง เพื่อจะได้ช่วย เป็นธุระดูแลและให้ครูได้ตั้งใจสั่งสอนนักเรียน โรงเรียนหลวงที่ตั้งขึ้นมีจุดประสงค์สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เพื่อเป็น โรงเรียนตัวอย่าง แก่โรงเรียนอื่นๆ ในเมืองเชียงใหม่ จึงมีชื่อเป็นที่รู้จักของคนสมัยนั้นว่า โรงเรียนประจำมณฑลพายัพ หรือโรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลพายัพ เริ่มต้นจากการสอนภาษาพื้นเมือง ภาษาไทย และวิชาชีพต่างๆ รวมทั้งการอบรมความประพฤติ ให้รู้จักรับผิดชอบ ในระยะแรกเริ่มนั้นจัดการศึกษาเป็นแบบสหศึกษา มีนักเรียนชาย หญิง พระภิกษุ สามเณร เรียนรวมกัน มีขุนอุปกรณ์ศิลปศาสตร์ ข้าหลวงธรรมการมณฑล เป็นครูใหญ่คนแรก

โรงเรียนหลวงประจำมณฑลพายัพ ซึ่งระยะแรกตั้งอยู่ที่ศาลากลางสวน ในจวนของข้าหลวงใหญ่ เริ่มมีจำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้น จึงได้ขยายที่เรียนมาอยู่ที่โรงละคร ของเจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 8 เมื่อปี พ.ศ. 2444 แต่ภายหลังการศึกษาเพื่อให้เกิดความผสมผสานกลมกลืนกันในชาติ โดยใช้วิธีสอนหนังสือไทยกลางให้เหมือนกันทั่วประเทศ และเจ้าผู้ครองนครต่างๆ ในมณฑลพายัพต่างสนับสนุนการจัดการศึกษาของรัฐบาลอย่างดี สำหรับเมืองเชียงใหม่นั้น เจ้าอินทวโรรสสุริยวงค์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ได้สนับสนุนการตั้งโรงเรียนเพื่อสอนภาษาไทยชั้นสูง โดยได้บริจาคที่ดิน คือที่ดินตำบลสี่แยกถนนวโรรส ในเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีขนาดเนื้อที่ความยาว 37 วา 2 ศอก ความกว้าง 19 วา 2 ศอก และยกโรงเรือนซึ่งเป็นโรงละครเดิมจำนวน 1 หลัง ประกอบด้วยเสาไม้แก่นมีเครื่องบน และพื้นไม้จริงเพื่อให้สร้างโรงเรียนต่อไป สำหรับตัวอาคารของโรงเรียนหลังแรกนี้ ได้วางรูปแบบเป็นรูปทรงปั้นหยา มี 9 ห้อง มีขนาดความยาว 17 วา 2 ศอก ความกว้าง 6 วา มีเรือนโถงต่อจากเรือนเดิม เพื่อใช้เป็นที่นั่งเล่นหรือประโยชน์อื่นๆ รวม 4 ด้าน การก่อสร้างทำได้ถึงขั้นสร้างโครง และติดเครื่องบนแต่เนื่องจากขาดทุนทรัพย์การก่อสร้างโรงเรียน จึงหยุดชะงักไปชั่วคราว

ปี พ.ศ. 2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้พระยาสุรสีห์ วิสิษฐ์ศักดิ์ (เชย กัลยาณมิตร)ขึ้นมารับราชการตำแหน่ง ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพ โดยเฉพาะทางด้านการศึกษานั้น พระยาสุรสีห์วิสิษฐ์ศักดิ์พยายามดำเนินการทุกวิถีทางในอันที่จะใช้ "การศึกษาแผนใหม่" เป็นเครื่องช่วยในการปฏิรูป มณฑลพายัพ โดยเริ่มจากการสร้างโรงเรียน ท่านได้มอบหมายให้ขุนอุปกรณ์ศิลปศาสตร์ ข้าหลวงธรรมการมณฑลพายัพ เป็นหัวหน้าบอกบุญเรี่ยรายเงิน จากเจ้านายฝ่ายเหนือและข้าราชการมณฑล ได้เงินจำนวนมาก การก่อสร้างโรงเรียนที่ เจ้าอินทวโรรสสุริยวงค์ได้ก่อสร้างค้างไว ้จึงได้เริ่มดำเนินการต่อ จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2448 เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ครั้งยังดำรงพระอิสริยศเป็นสมเด็จพระบรม โอรสาธิราช สยามมงกุฏราชกุมาร ได้เสด็จประพาสมณฑลพายัพ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จเยี่ยมโรงเรียนเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2448 ดังความปรากฏในลิลิตพายัพ ความว่า "…ครั้นรุ่งขึ้นพระองค์ทรงรัถยานขับรี่ สู่ที่ตั้งโรงเรียน อ่านเขียนหนังสือสยาม เล่าบ่นตามกำหนด หมดทั้งเลขวิทยา ราชาทอดพระเนตรเสร็จ ผันพักตร์เสด็จโดยบาท สู่อาวาสเจดีย์หลวง…" ในการเสด็จประพาสมณฑลพายัพครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรด พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 500 บาท สมทบการสร้างโรงเรียน และได้พระราชทานนามโรงเรียน ที่ก่อสร้างใหม่ว่า โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ซึ่งมีความหมายว่าเป็นโรงเรียนของสมเด็จพระยุพราช นั่นเอง[1][2]

เหตุการณ์สำคัญและการจัดการศึกษาในล้านนา ก่อนพระราชทานนาม “ยุพราชวิทยาลัย”[แก้]

  • พ.ศ. 2410 คณะมิชชันนารี อเมริกันเพรสไบทีเรียน นำโดยหมอแมคกิลวารี ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลที่กรุงเทพฯ ให้เข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ นิกายโปรแตสแตนท์ เป็นครั้งแรกที่เชียงใหม่
  • พ.ศ. 2416 นางแมคกิลวารี มิชชั่นนารีชาวอเมริกัน สอนหนังสือแก่เด็กหญิงชาวล้านนา เป็นครั้งแรก
  • พ.ศ. 2421 คณะมิชชันนารีชาวอเมริกัน ได้จัดตั้ง “โรงเรียนสตรีอเมริกัน” ที่เมืองเชียงใหม่
  • พ.ศ. 2430 ศาสนาจารย์ เดวิด จี คอลินส์ ได้ขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนสำหรับเด็กชายขึ้นที่วัดร้างบ้านวังสิงห์คำ เรียกว่า Chiang mai Boy School หรือ “โรงเรียนชายวังสิงห์คำ
  • พ.ศ. 2441 รัชกาลที่ 5 ทรงให้จัดตั้งโรงเรียนภาษาไทยในหัวเมืองล้านนาเป็นครั้งแรกที่เมืองลำปาง โดยการบริจาคที่ดินของเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิตย์ เจ้าผู้ครองนครลำปาง และในปี พ.ศ. 2448 ได้พระราชทานนามว่า “โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย” ในระยะเวลาดังกล่าวการศึกษาในเมืองเชียงใหม่ ยังเป็นหน้าที่ของวัดต่างในชุมชน เช่น โรงเรียนวัดพระสิงห์ โรงเรียนวัดเจดีย์หลวง โรงเรียนวัดดวงดี โรงเรียนวัดเสาหิน เป็นต้น
  • พ.ศ. 2442 รัชกาลที่ 5 ทรงให้จัดตั้งโรงเรียนตัวอย่างตามหัวเมืองต่างๆ ในล้านนา ที่เมืองเชียงใหม่ทรงให้จัดตั้งโรงเรียนหลวงประจำมณฑลพายัพ หรือโรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลพายัพ ที่ในสวนหลวงจวนข้าหลวงมณฑลพายัพ(พระยานริศราชกิจ-สาย โชติกเสถียร) มีการสอนภาษาพื้นเมือง ภาษาไทยกลาง และวิชาชีพต่างๆ นักเรียนประกอบด้วยชาวบ้าน พระภิกษุ สามเณร
  • พ.ศ. 2443 ที่เมืองลำพูน มีการจัดตั้งโรงเรียนสอนหนังสือไทย สำหรับบุตรหลานของเจ้านายและข้าราชการเป็นครั้งแรก มีนักเรียน 33 คน นักเรียนประกอบเด็กชาย ภิกษุ สามเณร และที่บ้านหนองจ้อม แขวงสันทราย เมืองเชียงใหม่ พญาผาบหรือพญาปราบสงคราม เชื้อสายชาวเขินจากเชียงตุง นายแคว่น(กำนัน)หนองจ้อม นำชาวบ้านขัดขืนการเสียภาษีเป็นเงินตามนโยบายของรัฐบาลกรุงเทพฯ แทนสิ่งของ ดังที่เป็นมาในอดีต โดยการยกกำลังมาถึงน้ำแม่คาว มุ่งที่จะฆ่าและขับไล่ข้าหลวงและข้าราชการที่ส่งมาจากกรุงเทพฯ และถูกปราบลงได้
  • พ.ศ. 2444 ย้ายโรงเรียนหลวงประจำมณฑลพายัพ มาที่โรงละครของเจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครลำดับที่ 8 ในขณะเดียวกันกลุ่มคนจีนจากกรุงเทพฯ ที่มาค้าขายและตั้งรกรากในเมืองเชียงใหม่ ได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนภาษาจีนสำหรับลูกหลาน เช่น นายเตี๋ยงและชาวจีนย่านวัดเกตได้ก่อตั้ง ”โรงเรียนฮั่วเฮง” ต่อมานายสุ่นฮี้ (หลวงอนุสารสุนทร) ได้ย้ายโรงเรียนไปที่ถนนช้างคลาน
  • พ.ศ. 2445 พะกาหม่อง นำชาวไทใหญ่หรือเงี้ยว ที่ตั้งรกรากค้าขายที่เมืองแพร่ เข้ายึดจวนข้าหลวงเมืองแพร่ ข้าหลวง(พระยาราชฤทธานนท์)และข้าราชการที่มาจากกรุงเทพฯ ถูกประหารชีวิตเพราะเหตุที่มีการตั้งด่านเก็บภาษีการเดินทางระหว่างหัวเมืองต่างๆในล้านนา และถูกปราบลงได้ และใน ปีเดียวกันนี้เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ ได้ยกที่ดินและโรงละคร ยังได้ชักชวนข้าราชการและชาวบ้านบริจาคเงินสร้างสร้างอาคารเรียน 9 ห้อง ยกพื้นชั้นเดียว ทรงปั้นหยา
  • พ.ศ. 2448 (รัตนโกสินทร์ศก 124) รัชกาลที่ 6 ซึ่งขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ พระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมาร ในรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสมณฑลพายัพ ได้พระราชทานนาม “โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย” “โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย” และ “โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย[3][4][5]

ข้อมูลปัจจุบัน[แก้]

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เป็นโรงเรียนรัฐบาลประจำจังหวัดเชียงใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน) ตั้งอยู่กลางเมืองเชียงใหม่และอยู่บนเนื้อที่ 29 ไร่ 3 งาน เปิดการสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 6 แบบสหศึกษา มีนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 3,759 คน คณาจารย์และบุคลากรจำนวน 250 คน ปัจจุบันเป็นศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (โครงการ พสวท.) ประจำภาคเหนือ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527

รายนามผู้บริหารโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย[แก้]

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง หมายเหตุ
1 หม่อมราชวงศ์จันทร์ มหากุล พ.ศ. 2432-2442
2 พระยาอุปกรณ์ศิลปศาสตร์ พ.ศ. 2442-2446
3 นายเงิน ตุลยสัชฎ์ พ.ศ. 2447-2448
4 นายอิน นุพงศ์ไทย พ.ศ. 2449-2449
5 ขุนประยุทธนิติสาร พ.ศ. 2450-2453
6 นายโชติ ไชยภัฏ พ.ศ. 2453-2453
7 รองอำมาตย์เอกหลวงสุนทรเสข พ.ศ. 2454-2456
8 รองอำมาตย์เอกหลวงสุทธิชัยนฤเวทย์ พ.ศ. 2457-2458
9 รองอำมาตย์ตรีหลวงวุฒิศรเนติสาร พ.ศ. 2459-2461
10 รองอำมาตย์เอกหลวงอาจวิชชาสรร (ทอง ชัยปาณี) พ.ศ. 2462-2467,พ.ศ. 2469-2474
11 รองอำมาตย์โทขุนชำนิอนุสาสน์ พ.ศ. 2467-2468
12 นายถวิล ดารากร ณ อยุธยา พ.ศ. 2475-2475
13 หลวงปราโมทย์จรรยาวิภาช พ.ศ. 2476-2478
14 นายเกยูร ผลาชีวะ พ.ศ. 2479-2487
15 นายชื่น จรินโท พ.ศ. 2488-2490
16 นายโปร่ง ส่งแสงเติม พ.ศ. 2491-2495
17 นายโสภิต ศุขเกษม พ.ศ. 2496-2510, พ.ศ. 2512-2515
18 นายสนอง มณีภาค พ.ศ. 2511-2512
19 นายสุเชฎฐ วิชชวุต พ.ศ. 2516-2520
20 นายบรรจง พงศ์ศาสตร์ พ.ศ. 2520-2525
21 นายสมชาย นพเจริญกุล พ.ศ. 2525-2535
22 นายประสิทธิ์ แสนไชย พ.ศ. 2535-2537
23 นายสุรชาติ ช่วงฉ่ำ พ.ศ. 2537-2540
24 นายสาหร่าย แสงทอง พ.ศ. 2541-2544
25 นายวีรยุทธ จงสถาพรพงศ์ พ.ศ. 2544-2547
26 นายประดิษฐ์ จันทร์แสนตอ พ.ศ. 2547-2549
27 นายบรรจง พลฤทธิ์ พ.ศ. 2549-2552
28 นายวิษณุ ไชยแก้วเมร์ พ.ศ. 2554-2557
29 นายบุญเสริญ สุริยา พ.ศ. 2557-ปัจจุบัน

อาคารเรียน[แก้]

อาคาร 1 ตึกยุพราช

อาคาร 2 เรือนวิเชียร เป็นอาคารของกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ

อาคาร 3 เรือนรัตน์ เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

อาคาร 4 เรือนเพชร เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

อาคาร 5 เรือนวชิระ เป็นอาคารอำนวยการ

อาคาร 6 เรือนพัชระ เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ และกลุมสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

อาคาร 7 เรือนรัตนมณี เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา

อาคาร 8 เรือนศรีมรกต เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

อาคาร 9 เรือนนวรัตน์

อาคาร 10 เพชรรัตนราชสุดา

อาคาร ยุพราช 100 ปี

อาคารอื่นๆ

  • เรือนแก้ว เป็นอาคารทรงไทย สร้างด้วยไม้จากอาคารเรียนเก่า เพื่อรำลึกถึงอดีต เป็นศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรม และเป็นสถานที่เรียนวิชายุพราชศึกษา
  • อาคารพลศึกษา ห้องพักครูสุขศึกษาและพลศึกษา และโรงยิมพลศึกษา
  • เรือนพยาบาล
  • ธรรมสถานและวัดนางเหลียว เป็นสถานที่เรียนวิชาพระพุทธศาสนา
  • อาคารดนตรีไทย
  • อาคารโรงช้างต้น เป็นห้องศูนย์การเรียนรู้วงโยธวาทิต
  • อาคารศูนย์ประชาสัมพันธ์ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
  • แหล่งเรียนรู้รังผึ้งสุขสันต์

เพลงประจำโรงเรียน[แก้]

  • เพลง มาร์ชยุพราช-บานเย็น
  • เพลง ชาวบานเย็น
  • เพลง ใต้ร่มธงบานเย็น
  • เพลง ยุพราชอนุสรณ์
  • เพลง ยุพราชฯองอาจบานเย็น
  • เพลง ยุพราชร้อยปี
  • เพลง อย่าลืมบานเย็น

แผนการเรียนของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย[แก้]

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น[แก้]

จำนวน 12 ห้องต่อระดับชั้น รวม 36 ห้อง

  • ห้อง 1-2 ห้องเรียนโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (English Program)
  • ห้อง 3-8 ห้องเรียนสำหรับนักเรียนหลักสูตรปกติ
  • ห้อง 9 ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์
  • ห้อง 10-11 ห้องเรียนสำหรับนักเรียนหลักสูตรปกติ
  • ห้อง 12 ห้องเรียน Smart YRC

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย[แก้]

จำนวน 16 ห้องต่อระดับชั้น รวม 48 ห้อง

  • ห้อง 1 ห้องเรียนสำหรับนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ และนักเรียนทุนโครงการ พสวท. (ผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)
  • ห้อง 2 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ และ นักเรียนความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์
  • ห้อง 3 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ และ นักเรียนความสามารถพิเศษด้านภาษาอังกฤษ
  • ห้อง 4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ และ นักเรียนความสามารถพิเศษด้านภาษาไทย
  • ห้อง 5-7 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์
  • ห้อง 8-9 ห้องเรียนสำหรับนักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาคสมทบ (โครงการ พสวท.สมทบ)
  • ห้อง 10-11 แผนการเรียนภาษาอังกฤษ-คณิตศาสตร์
  • ห้อง 12 แผนการเรียนภาษาอังกฤษ-ภาษาฝรั่งเศส
  • ห้อง 13-14 แผนการเรียนภาษาอังกฤษ-ภาษาจีน
  • ห้อง 15 แผนการเรียนภาษาอังกฤษ-ภาษาญี่ปุ่น
  • ห้อง 16 ห้องเรียนโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (English Program)

แผนการเรียนพิเศษของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย[แก้]

  • โครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล(World-Class Standard School)
  • โครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (English Program)
  • โครงการหลักสูตรนานาชาติ (International Program)
  • โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์
  • โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (โครงการ พสวท.) ประจำภาคเหนือ
  • โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาคสมทบ (โครงการ พสวท.สมทบ)
  • โครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย

บุคคลที่มีชื่อเสียงที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย[แก้]

ดูเพิ่มที่ บุคคลจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

การเมือง[แก้]

ข้าราชการ[แก้]

  • อินทร์จันทร์ บุราพันธ์ - รองราชเลขาธิการ ศิษย์เก่าดีเด่นยุพราชวิทยาลัยภาครัฐ ปี พ.ศ. 2551
  • พล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูติ - อดีตเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
  • ศรศักดิ์ แสนสมบัติ - ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม อดีตอธิบดีกรมเจ้าท่า อดีตรองปลัดกระทรวงคมนาคม และศิษย์เก่าดีเด่นยุพราช ปี พ.ศ. 2554
  • ทินกร นำบุญจิตต์ - อดีตรองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • จตุพร บุรุษพัฒน์ - รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
  • สวัสดิ์ ศรีสุวรรณดี - อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, ตาก และประธานชมรมผู้ประณีประนอมประจำศาลจังหวัดเชียงใหม่ ศิษย์เก่าดีเด่นยุพราช
  • กฤษดาภรณ์ เสียมภักดี - อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, เชียงใหม่ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่
  • ชูชาติ กีฬาแปง - ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ศิษย์เก่าดีเด่นยุพราช ปี พ.ศ. 2550
  • จีรนันท์ วงษ์มงคล - อัครรราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา
  • สมศักดิ์ ตาไชย - อดีตเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)
  • วิเชียร พุฒิวิญญู - ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ (1 ตุลาคม พ.ศ. 2556 - 1 มิถุนายน พ.ศ. 2557) และ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี
  • พล.ต.ต.กริช กิติลือ - ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง อดีตผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบก.อก.บช.ปส.) และ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่

นักวิชาการ[แก้]

  • ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ประเสริฐ ณ นคร - อดีตนายกราชบัณฑิตยสถาน และนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติปี พ.ศ. 2531
  • ศาสตราจารย์ สุกิจ นิมมานเหมินท์ - เลขาธิการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2481) รักษาการคณบดีคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (2483) สมาชิกพฤฒสภา (2489) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (2491-2492) เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอินเดีย (2502) เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศสหรัฐอเมริกา (2506) สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (2515) นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (2515-2517) รองนายกรัฐมนตรี (2516-2519) และราชบัณฑิต ได้รับพระราชทานเข็มดุษฎีมาลา ศิลปวิทยา
  • ศาสตราจารย์ ดร.วิภาต บุญศรี วังซ้าย - อดีตอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่
  • ไพบูลย์ มุสิกโปดก - ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ภาพถ่ายศิลปะ ประจำปี พ.ศ. 2547

ผู้ประกาศข่าว[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. จดหมายเหตุ ร.ศ.125 เรื่อง การสร้างโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย. (เอกสารชั้นต้น)
  2. http://www.yupparaj.ac.th/history/part1.html
  3. หนานแก้วเมืองบูรพ์ (พระนามแฝง).ลิลิตพายัพ พระราชนิพนธ์ของ รัชกาลที่ 6. (เอกสารชั้นต้น)
  4. ธเนศวร์ เจริญเมือง, คนเมือง, เชียงใหม่ : หจก.โรงพิมพ์แสงศิลป์, 2544.
  5. สรัสวดี อ๋องสกุล, ประวัติศาสตร์ล้านนา พิมพ์ครั้งที่ 3, กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชซิ่ง, 2541

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 18°47′30″N 98°59′19″E / 18.79167°N 98.98861°E / 18.79167; 98.98861

แม่แบบ:ศูนย์สะเต็มศึกษา