หม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์
หม่อมเจ้า ชั้น 4
หม่อมเจ้ายาใจ.JPG
ราชวงศ์จักรี
พระบิดาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
พระมารดาหม่อมราชวงศ์โต จิตรพงศ์
ประสูติ28 ธันวาคม พ.ศ. 2453
วังท่าพระ
สิ้นชีพิตักษัย28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 (85 ปี)

ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ (28 ธันวาคม พ.ศ. 2453 - 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539) เป็นพระโอรสใน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ประสูติแต่หม่อมราชวงศ์โต จิตรพงศ์

พระประวัติ[แก้]

หม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ เป็นพระโอรสใน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ประสูติแต่หม่อมราชวงศ์โต จิตรพงศ์ เมื่อแรกประสูติ พระบิดาประทานพระนามลำลองว่า 'ไส' ด้วยเป็นพระโอรสองค์ที่ 4 จึงประทานพระนามตามหลักเกณฑ์ในคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ ต่อมาจึงประทานพระนามอย่างทางการว่า "ยาใจ" มีโสทรภคินีและโสทรภราดา 5 องค์ ได้แก่[1]

ปฐมวัย[แก้]

หม่อมเจ้ายาใจโปรดการวาดภาพมาแต่ทรงพระเยาว์ ทรงเคยนำกำหนดการทำขวัญเดือนหม่อมเจ้ากรณิกา จิตรพงศ์ โสทรขนิษฐา ซึ่งพระยาโหราธิบดีได้คำนวณหาฤกษ์ไว้นั้นไปเขียนภาพครุฑตามแบบตราที่ปรากฏอยู่บนซองจดหมายราชการ เมื่อทรงพระเยาว์นั้น หม่อมราชวงศ์โต จิตรพงศ์ให้ลูก ๆ เล่นกันที่เฉลียงบนตำหนัก ไม่ให้ไปไกลตา แต่อนุญาตให้ไปดูช้างที่ยืนโรงอยู่ในพระบรมมหาราชวังได้ บางคราวก็เลยไปดูจิตรกรรมเรื่องรามเกียรติ์ที่พระระเบียง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเป็นสิ่งที่หม่อมเจ้ายาใจโปรดมาก พอกลับมาก็ทรงนำชอล์กเขียนภาพยักษ์ไว้ที่บานประตูห้องบ้าง เวลาบรรทมเล่นก็เขียนภาพที่ฝาห้องจนเต็มผนัง

หม่อมเจ้ายาใจประชวรบ่อยเมื่อทรงพระเยาว์ หม่อมราชวงศ์โตผู้เป็นพระมารดาประคับประคองมาก รวมไปถึงหม่อมเจ้าแดง งอนรถ และหม่อมวัน งอนรถ ณ อยุธยา อัยกาและอัยยิกาฝ่ายพระมารดาด้วย หม่อมวันนั้นถึงกับเดินทางมาจากวังล่างที่ปากคลองตลาด มาช่วยเลี้ยงหลานชายคนโต หม่อมเจ้าแดงก็พลอยดีทัย เมื่อหลาน ๆ ไปเฝ้าก็ให้ทำร้านสูง ๆ ตั้งอ่างใบโตใส่น้ำต่อท่อเป็นฝักบัวให้หลาน ๆ เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน หม่อมเจ้ายาใจเองทรงซุกซน ทรงเคยแอบนำบุหรี่ไทยที่อัยกาทรงมาสูบจนเมากลิ้งไป ซึ่งยาสูบนี้เอง เป็นภัยต่อท่านจนตลอดชนม์ชีพ

การทรงงาน[แก้]

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเห็นว่าเลี้ยงดูประคับประคองมากเกินไป ประจวบกับสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถทรงจัดระเบียบโรงเรียนนายร้อยเสียใหม่ ทรงรับนักเรียนไปฝึกหัดแต่ยังเด็กด้วย จึงทรงพาพระโอรสไปสมัครเป็นนักเรียนนายร้อย เช่นเดียวกับพระอนุวงศ์ที่ทรงพระเยาว์อีกหลายองค์ ในเวลาหยุดเทอม พระบิดาก็ทรงฝากให้ไปประทับกับเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต) ที่อำเภอศรีราชา บางคราวก็ขอประทานฝากไปประทับกับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ที่หัวหินด้วยหัวหินนั้นมีอากาศดี และเมื่อไปประทับที่หัวหินนั้นทำให้ได้รู้จักผู้มีความสามารถ หม่อมเจ้ายาใจจึงแข็งแรงดีและทรงมีประสบการณ์ดีขึ้นมาก ทรงศึกษาอยู่ที่โรงเรียนนายร้อยหลายปีจนสิ้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงลาออก และเสด็จไปศึกษาต่อยังประเทศฝรั่งเศสโดยมีพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากรเป็นผู้ดูแล ทรงเข้าศึกษาในโรงเรียนมัธยมแวไซล์ โรงเรียนเตรียมอุดม (ในกรุงปารีส) และมหาวิทยาลัยกรุงปารีสตามลำดับ ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาออกแบบศิลปอุตสาหกรรมจากมหาวิทยาลัยกรุงปารีส เมื่อพ.ศ. 2475 และเสด็จกลับมายังประเทศไทยในอีกสามปีถัดมา หม่อมเจ้ายาใจทรงปฏิบัติหน้าที่พระโอรสองค์ใหญ่เป็นอย่างดี ทรงงานในกรมศิลปากรโดยที่ยังมิได้บรรจุเป็นข้าราชการในปีนั้น ซึ่งพระบิดาประทานพระโอวาทไว้ว่า "เกิดมาเป็นพระราชวงศ์ต้องทำราชการรับใช้พระเจ้าแผ่นดินและชาติบ้านเมือง อันมีบุญคุณแก่พ่อมาก พ่อแก่แล้วทำราชการไม่ไหว ขอให้รับราชการแทนตัวพ่อ ถึงจะยากลำบากก็ขอให้อดทนรับราชการสืบทอดต่อไป ได้เงินเดือนเท่าไรก็ใช้ให้พอ อย่าบ่น อย่าว่า และอย่าลาออก" หม่อมเจ้ายาใจก็ทรงทำตามพระโอวาท รับราชการในกรมศิลปากรจนเกษียณอายุ ทรงดำรงตำแหน่งคณบดีคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และทรงดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีอีกตำแหน่งหนึ่ง เมื่อชันษามากขึ้น ก็ยังทรงงานต่าง ๆ จนทรงทำมิได้แล้วจึงงดไว้ เมื่อหม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์เข้าไปรับราชการแทนองค์แล้วจึงทรงออกจากราชการ

หม่อมเจ้ายาใจทรงเป็นหนึ่งในผู้มีความรู้ในศิลปะแขนงต่าง ๆ อย่างดียิ่ง ทรงเคยรับหน้าที่ในการบูรณะปราสาทขอมหลายแห่ง เช่น ปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินพนมรุ้ง รวมทั้งเป็นผู้ดูแลการบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปีด้วย

เสกสมรส[แก้]

หม่อมเจ้ายาใจเสกสมรสกับหม่อมจักลิน ดูบัวส ราวปีพ.ศ. 2475 -2476 ณ ประเทศฝรั่งเศส มีธิดา 2 คน ได้แก่

  • หม่อมราชวงศ์ดวงใจ ชุมพล
  • หม่อมราชวงศ์เอมจิตร จิตรพงศ์

สิ้นชีพิตักษัย[แก้]

เมื่อปีพ.ศ. 2539 หม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ประชวรด้วยพระโรคปอดอักเสบ และสิ้นชีพิตักษัยเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 สิริชันษา 85 ปี นับป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญที่มีความรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมอีกองค์หนึ่ง ดังที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในหนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพว่า "มีเรื่องที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง บางทีข้าพเจ้าก็เผลอคิดไปว่าจะไปทูลถามที่วังคลองเตย แล้วก็นึกออกว่าท่านไม่อยู่แล้ว ก็ยังระลึกถึงท่านอยู่เสมอ"

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • สิทธิธรรม โรหิตะสุข. “สถาปนิกเลือดน้ำเงินกับศิลปะสมัยใหม่ในประเทศไทย: แนวคิดและบทบาทของสถาปนิกชั้นหม่อมเจ้าในช่วง พ.ศ. 2475-2505.” ใน ถนอม ชาภักดี และคนอื่นๆ (บก.), เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติ เวทีวิจัยมนุษยศาสตร์ไทย ครั้งที่ 11 เปิดโลกสุนทรีย์ในวิถีมนุษยศาสตร์. น. 22-37. กรุงเทพฯ: มีดี กราฟิก, 2560.

อ้างอิง[แก้]

  1. สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์มหามกุฎราชสันตติวงศ์ พระนามพระราชโอรสธิดา พระราชนัดดา. กรุงเทพ : อมรินทร์พริ้นติ้ง, พ.ศ. 2547. หน้า หน้าที่. ISBN 974-272-911-5
  2. แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอนที่ 60ง วันที่ 16 พฤษภาคม 2528


ก่อนหน้า หม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ ถัดไป
หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล 2leftarrow.png อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร คนที่ 6
(พ.ศ. 2514 – พ.ศ. 2517)
2rightarrow.png แสวง สดประเสริฐ