คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คณะโบราณคดี
มหาวิทยาลัยศิลปากร
Archeo.jpg
ชื่ออังกฤษ Faculty of Archaeology, Silpakorn University
ที่อยู่

คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เลขที่ 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200

ศูนย์สันสกฤตศึกษา เลขที่ 8 ซอยเส้นทางลัดสาย 2 ถนนพัฒนาการ แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10170
วันก่อตั้ง 12 มิถุนายน พ.ศ. 2498 (62 ปี)
คณบดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชวลิต ขาวเขียว
วารสาร วารสารดำรงวิชาการ
สีประจำคณะ      สีม่วงเม็ดมะปราง
สัญลักษณ์ พระพิฆเนศ
เว็บไซต์ เว็บไซต์คณะโบราณคดี
เฟซบุ๊ก เฟซบุ๊กคณะโบราณคดี
    

คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร (อังกฤษ: Faculty of Archaeology, Silpakorn University) ตั้งขึ้นเมื่อ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2498 ซึ่งเป็นคณะที่ 3 ของมหาวิทยาลัยศิลปากร ต่อจากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อผลิตนักโบราณคดีไปปฏิบัติงานดูแลรับผิดชอบ การอนุรักษ์โบราณวัตถุสถานอันเป็นมรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ตลอดจนปฏิบัติงานสนามทางโบราณคดีให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ มีศาสตราจารย์ หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์)เป็นคณบดีท่านแรก ต่อมาในปี พ.ศ. 2517 คณะโบราณคดีได้ปรับปรุงการศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต โดยขยายขอบเขตการผลิตบัณฑิตในสาขาวิชาอื่น ๆ อีกนอกเหนือจากการผลิตนักโบราณคดี เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งก็คือการเพิ่มสาขาวิชาภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส เพื่อให้บัณฑิตสามารถใช้ภาษาในชีวิตประจำวันได้อย่างเชี่ยวชาญและนำไปประยุกต์ใช้กับงานต่าง ๆ ได้

คณะโบราณคดี ทำการเรียนการสอนตลอด 4 ปีการศึกษาที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ โดยมีศูนย์สันสกฤตศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นหน่วยงานเสริมเพื่อทำการเรียนการสอนแก่นักศึกษาคณะโบราณคดีสาขาภาษาไทย รวมถึงวิชาโทบาลี สันสกฤต นอกจากนี้คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ยังถือเป็นที่เดียวในประเทศไทยที่มีการเปิดการเรียนการสอนในภาควิชาโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะเป็นวิชาเอกอีกด้วย

ประวัติ[แก้]

คณะโบราณคดีได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2498 โดยมีจุดมุ่งหมายหลักให้เป็นคณะวิชาที่ผลิตครูอาจารย์และนักโบราณคดี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานโบราณคดีเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในกองโบราณคดีของกรมศิลปากร หรืองานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโบราณคดี หลักสูตรและการเรียนการสอนในคณะโบราณคดีระยะแรกนั้นเป็นหลักสูตรอนุปริญญา 3 ปี โดยเป็นหลักสูตรที่เน้นด้านการผลิตนักวิชาการสาขาโบราณคดีเท่านั้น

ในแรกเริ่ม คณะโบราณคดีมีจุดมุ่งหมายหลัก เพื่อสนับสนุนให้ผู้สนใจ และมีสติปัญญาก้าวหน้าขึ้นไปเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านโบราณคดี รวมทั้งการผลิตบัณฑิตเพื่อเข้ารับราชการในกองโบราณคดี กรมศิลปากร นักโบราณคดีและครูอาจารย์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานโบราณคดี เนื่องจากเล็งเห็นว่าในประเทศไทยเป็นประเทศที่มีโบราณวัตถุสถานอยู่เป็นจำนวนมาก โบราณวัตถุสถานเหล่านี้ย่อมเป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของชาติ เป็นเครื่องผูกพันและช่วยกระตุ้นเตือนให้คนในชาติรู้สึกภาคภูมิใจ รักชาติมุ่งมานะที่จะรักษาเอกราชของชาติให้ดำรงคงอยู่ตลอดกาล การศึกษาโบราณคดี เท่ากับเป็นการช่วยรักษาวัฒนธรรมอันสูงส่งของชาติไว้มิให้สูญหาย จึงควรมีบุคลากรที่สามารถศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจและรักษาโบราณวัตถุโบราณสถานของชาติไว้ หลักสูตรและการเรียนการสอนในคณะโบราณคดีระยะแรก ๆ จึงเป็นการเน้นผลิตนักวิชาการสาขาโบราณคดีเท่านั้น

พ.ศ. 2496 มหาวิทยาลัยศิลปากรได้เปิดเตรียมคณะโบราณคดีขึ้นอีกแผนกหนึ่ง ในโรงเรียนศิลปศึกษา (เตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร) ปัจจุบันคือวิทยาลัยช่างศิลป ในครั้งนั้นโรงเรียนศิลปศึกษา แบ่งเป็น 3 แผนกคือ จิตรกรรม โบราณคดี และช่างสิบหมู่ เตรียมคณะโบราณคดีมีหลักสูตร 3 ปี ผู้ที่เรียนจบชั้นปีที่ 2 ถ้าสอบได้คะแนนถึงตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ ก็จะมีสิทธิที่จะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยศิลปากร สำหรับผู้ที่สอบได้คะแนนไม่ถึงหรือต้องการประกอบอาชีพ ไม่ต้องการที่จะเรียนต่อ ในมหาวิทยาลัยก็เรียนต่อจนจบชั้นปีที่ 3 ก็จะได้รับประกาศนียบัตรเทียบเท่าชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ปัจจุบัน (ม.8 เดิม)

สถานที่เรียนเมื่อครั้งเป็นโรงเรียนศิลปศึกษานั้น ใช้อาคารเก่าของกระทรวงคมนาคม ซึ่งเดิมตั้งอยู่ที่โรงละครแห่งชาติปัจจุบัน นักเรียนเตรียมโบราณคดีรุ่นแรกมีทั้งหมด 4 คน หญิง 1 คน ชาย 3 คน มีอาจารย์ที่สอนคือ ศาสตราจารย์ชิน อยู่ดี อาจารย์เขียน ยิ้มศิริ อาจารย์จิรา จงกล ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล รายพระนามและรายนามอาจารย์ที่กล่าวมานี้คงเป็นที่รู้จักของนักศึกษาโบราณคดีเป็นอย่างดี สำหรับวิชาสามัญต่าง ๆ ได้แก่ภาษาอังกฤษ ฯลฯ เรียนรวมกันทั้ง ๓ แผนก คือ จิตรกรรม โบราณคดี และช่างสิบหมู่

พ.ศ. 2498 มหาวิทยาลัยศิลปากรได้เปิดคณะโบราณคดี ขึ้นเป็นคณะวิชาที่ 3 ของมหาวิทยาลัยศิลปากร สถานที่เรียนของคณะโบราณคดีในขณะนั้นยังอยู่ที่โรงเรียนศิลปศึกษา บางครั้งได้อาศัยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเป็นที่ทำการชั่วคราวด้วย เมื่อตั้งคณะโบราณคดีขึ้นเมื่อพ.ศ. 2498 นั้น คณะโบราณคดียังไม่มีอาจารย์ประจำ อาจารย์ที่สอนส่วนใหญ่เป็นข้าราชการจากกรมศิลปากร นอกจากนี้ยังมีอาจารย์พิเศษจากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์จากคณะต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยศิลปากร และจากกระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น

พ.ศ. 2503 คณะโบราณคดีได้ย้ายมาอยู่บริเวณเดียวกับมหาวิทยาลัยศิลปากรปัจจุบัน

พ.ศ. 2507 ย้ายมาอยู่ตำหนักพรรณราย บริเวณวังท่าพระ ซึ่งปัจจุบันเป็นหอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

พ.ศ. 2521 ย้ายมาอยู่ที่ตึกคณะโบราณคดีได้ในปัจจุบัน และในปี พ.ศ. 2520 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาจารึกภาษาตะวันออก ดำเนินการสอนโดยภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อปีการศึกษา 2520 และทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อปีการศึกษา 2521

อาคารเรียน[แก้]

ตึกคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

นักศึกษาคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำการศึกษาที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ตลอดหลักสูตรทั้ง 4 ปี โดยมีอาคารที่มักใช้เรียนทั้งหมด 3 อาคารเรียน ส่วนการขุดค้นหรือการศึกษานอกสถานที่จะเป็นกรณีพิเศษของนักศึกษาในวิชาเอกโบราณคดี มานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์ศิลปะ โดย 3 อาคารเรียนที่ใช้มีดังนี้

  1. ตึกคณะโบราณคดี วังท่าพระ - เป็นอาคารเรียนหลักของคณะโบราณคดี โครงสร้างอาคารเป็นตึกเรียนสูง 5 ชั้น โดยนักศึกษาทุกวิชาเอกจะทำการศึกษาที่อาคารนี้ หน้าตึกจะมีสนามบาสเกตบอล ใช้เพื่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การชนช้าง หรือการเชียร์โต้ของแต่ละคณะในวังท่าพระ รวมถึงใช้เป็นที่จอดรถในกรณีที่ที่จอดรถไม่เพียงพอ
  2. หอประชุมและศูนย์เรียนรวม วังท่าพระ - ในส่วนของหอประชุมใช้เพื่อสำหรับการเรียนการสอนในวิชาศึกษาทั่วไปหรือวิชาที่มีนักศึกษาลงเป็นจำนวนมาก รองรับนักศึกษาได้ราว ๆ 300 คน และอาคารศูนย์รวมนั้นแท้จริงเป็นอาคารของคณะมัณฑนศิลป์ แต่ได้มีการแบ่งชั้นใต้ดิน ชั้น 1 และชั้น 2 เพื่อเป็นศูนย์เรียนรวมของนักศึกษา เพื่อรองรับความแออัด
  3. ศูนย์สันสกฤตศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร - ตั้งอยู่ที่คลองทวีวัฒนา มีจุดประสงค์เพื่อเป็นหน่วยงานเสริมแก่คณะโบราณคดี ภาควิชาภาษาตะวันออก ในด้านการให้ความรู้ทางด้านวิชาการ โดยนักศึกษาวิชาเอกภาษาไทย จะได้ทำการศึกษาที่ศูนย์สันสกฤตศึกษาเป็นครั้งคราว

นอกจาก 3 อาคารนี้แล้ว คณะโบราณคดี ยังมีตึกคณะอีกแห่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี เนื่องจากในตอนนั้นทางมหาวิทยาลัยมีความเห็นให้ย้ายคณะโบราณคดีมาศึกษาที่วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนและเห็นชอบจากอาจารย์คณะโบราณคดีรวมถึงนักศึกษาส่วนใหญ่ ทำให้ล้มเลิกไป จึงมีการใช้ตึกคณะโบราณคดีที่วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรีในโอกาสต่าง ๆ แทน ส่วนคณะโบราณคดีก็ให้ทำการเรียนการสอนที่วังท่าพระตามเดิม

เพลงประจำคณะ[แก้]

เพลงของคณะโบราณคดีนั้นถูกแต่งไว้มากกว่า 20 เพลง เพื่อใช้ในกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ เช่น การชนช้างหรือการเข้าค่ายคณะ เป็นต้น แต่เพลงที่ได้รับการยอมรับและถือเป็นเพลงประจำคณะคือเพลง แววมยุรา ซึ่งถูกแต่งโดยพิเศษ สังข์สุวรรณ ศิษย์เก่าคณะโบราณคดี เพลงแววมยุราถูกแต่งขึ้นในช่วงที่เรียกว่าเป็นช่วงวิกฤตของคณะก็ว่าได้ เนื่องจากในช่วงปี พ.ศ. 2513 มีแนวโน้มจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยศิลปากรว่าต้องการให้คณะโบราณคดีถูกยุบไปรวมกับคณะอักษรศาสตร์ ซึ่งก็ถูกหลายฝ่ายค้านไว้ โดยเฉพาะนักศึกษาคณะโบราณคดีที่ได้ออกมาคัดค้านอย่างชัดเจน จึงเป็นที่มาของเพลงแววมยุราที่ในเพลงมีการแสดงความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่คณะโบราณคดีถูกมองข้ามและไม่ได้รับการเหลียวแลหรือเห็นค่าพิเศษ สังข์สุวรรณยังได้เปรียบเปรยดอกแววมยุราซึ่งเป็นดอกของผักตบชวา ที่แม้ผักตบชวาจะล่องลอยไปตามน้ำอย่างไร้ค่าแต่เมื่อผลิดอกสีม่วงและอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ทุกคนก็จะเห็นค่าของมัน เฉกเช่นเดียวกับชาวคณะโบราณคดีที่ในตอนนั้นไม่ได้รับความเห็นค่า แต่หากสามัคคีและช่วยกันผ่านวิกฤตไปด้วยกันก็จะเป็นดอกแววมยุราที่งดงาม และดอกแววมยุรายังมีสีม่วงเฉกเช่นเดียวกับสีคณะโบราณคดีอีกด้วย

นอกจากนี้เพลง สวัสดีศิลปากร ยังเป็นหนึ่งในเพลงที่ถูกแต่งโดยคณะโบราณคดี ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์อุทกภัยในประเทศไทย พ.ศ. 2538 จึงได้มีการแต่งเพลงนี้เพื่อใช้ในการหาเงินบริจาคให้ผู้ประสบภัย ภายหลังก็ได้มีการใช้เพลงนี้ในทุกกิจกรรมและใช้ร้องกันในทุกคณะของมหาวิทยาลัยศิลปากร

ภาควิชาและหมวดวิชา[แก้]

คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากรประกอบด้วยภาควิชาดังต่อไปนี้

  • ภาควิชาโบราณคดี (วิชาเอก/วิชาโทโบราณคดี วิชาโทพิพิธภัณฑสถานศึกษา)
  • ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ (วิชาเอก/วิชาโทประวัติศาสตร์ศิลปะ)
  • ภาควิชามานุษยวิทยา (วิชาเอก/วิชาโทมานุษยวิทยา)
  • ภาควิชาภาษาตะวันออก (วิชาเอก/วิชาโทภาษาไทย วิชาโทภาษาเขมร วิชาโทภาษาฮินดี วิชาโทภาษาบาลี วิชาโทภาษาสันสกฤต)
  • ภาควิชาภาษาตะวันตก (วิชาเอก/วิชาโทภาษาอังกฤษ วิชาเอก/วิชาโทภาษาฝรั่งเศส)
  • หมวดวิชาประวัติศาสตร์ (วิชาเอก/วิชาโทประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วิชาโทประวัติศาสตร์)

หลักสูตร[แก้]

ปริญญาตรี
ปริญญาโท
ปริญญาเอก

หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.)

  • สาขาวิชาโบราณคดี
  • สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ
  • สาขาวิชามานุษยวิทยา
  • สาขาวิชาภาษาไทย
  • สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
  • สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส
  • สาขาวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (ศศ.ม.)

  • สาขาวิชาโบราณคดี
  • สาขาวิชาจารึกศึกษา
  • สาขาวิชาสันสกฤตศึกษา
  • สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ
  • สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรม

หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.)

  • สาขาวิชาโบราณคดี
  • สาขาวิชาจารึกศึกษา
  • สาขาวิชาสันสกฤตศึกษา
  • สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ

ทำเนียบคณบดี[แก้]

รายนามคณบดีคณะโบราณคดี
ลำดับ คณบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
1
ศาสตราจารย์ หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์) พ.ศ. 2498 - พ.ศ. 2504
2
ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล รักษาราชการแทนคณบดี 1 กันยายน พ.ศ. 2504 - 1 เมษายน พ.ศ. 2508
2 เมษายน พ.ศ. 2508 - 18 มีนาคม พ.ศ. 2516
19 มีนาคม พ.ศ. 2516 - 25 มิถุนายน พ.ศ. 2518
3
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ร้อยเอกเสนีย์ วิลาวรรณ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2518 - 3 มีนาคม พ.ศ. 2521
4
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ 4 มีนาคม พ.ศ. 2521 - 3 มีนาคม พ.ศ. 2525
5
อาจารย์พุฒ วีรประเสริฐ 4 มีนาคม พ.ศ. 2525 - 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2527
17 ตุลาคม พ.ศ. 2529 - 30 กันยายน พ.ศ. 2533
6
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.จำลอง สารพัดนึก 1 มิถุนายน พ.ศ. 2527 - 16 ตุลาคม พ.ศ. 2529
7
อาจารย์วีรพันธุ์ มาไลยพันธุ์ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2533 - 30 กันยายน พ.ศ. 2535
8
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชาติชาย ร่มสนธิ์ รักษาราชการแทนคณบดี 1 ตุลาคม พ.ศ. 2535 - 6 ตุลาคม พ.ศ. 2535
9
ศาสตราจารย์ ดร.ผาสุข อินทราวุธ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2535 - 6 ตุลาคม พ.ศ. 2539
7 ตุลาคม พ.ศ. 2543 - 6 ตุลาคม พ.ศ. 2547
10
ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิบูล ศุภกิจวิเลขการ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2539 - 6 ตุลาคม พ.ศ. 2543
11
รองศาสตราจารย์สุรพล นาถะพินธุ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2547 - 6 ตุลาคม พ.ศ. 2551
รักษาราชการแทนคณบดี 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551 - 16 ธันวาคม พ.ศ. 2551
12
ศาสตราจารย์สายันต์ ไพรชาญจิตร์ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551 - 30 กันยายน พ.ศ. 2553
รักษาราชการแทนคณบดี 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 - 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
13
ผู้ช่วยศาสตราจารย์เพ็ญพรรณ เจริญพร 1 มีนาคม พ.ศ. 2554 - 30 เมษายน พ.ศ. 2556
14
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชวลิต ขาวเขียว 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 - ปัจจุบัน
  • หมายเหตุ ตำแหน่งทางวิชาการในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น

เกร็ด[แก้]

  • สีประจำคณะ คือ      สีม่วงเม็ดมะปราง ตามโครงการอนุรักษ์และส่งเสริมโทนสีของไทย เพื่อเป็นกิจกรรมหนึ่งเนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งไม่ได้อนุมัติประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
  • การสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีการศึกษา 2548 คณะโบราณคดี วิชาเอกภาษาไทย เป็นสาขาวิชาที่มีผู้เลือกสมัครมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย
  • สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส คณะโบราณคดี เป็นสาขาวิชาที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นคณะที่มีความเด่นและเข้มแข็งทางวิชาการด้านภาษาฝรั่งเศสเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทยรองจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการจัดอันดับของสมาคมฝรั่งเศส
  • ปีพ.ศ. 2549 ได้รับการจัดอันดับให้เป็นคณะที่มีศักยภาพการเรียนการสอนเป็นอันดับ 9 ของกลุ่มคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จากอันดับสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
  • การสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีการศึกษา 2552 คณะโบราณคดี วิชาเอกมานุษยวิทยา เป็นสาขาวิชาที่มีผู้เลือกสมัครมากเป็นอันดับ 8 ของประเทศไทย
  • สาขาวิชาภาษาอังกฤษและสาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส ไม่ได้สอนภาษาโบราณหรือโบราณคดีภาคภาษาต่างประเทศแต่อย่างใด แต่เป็นการสอนให้ใช้ภาษาได้อย่างเชี่ยวชาญเพื่อการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เหมือนคณะมนุษยศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ หรือคณะอักษรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอื่นทุกประการ

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]