คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์
มหาวิทยาลัยศิลปากร
Faculty of Painting, Sculpture and Graphic Arts, Silpakorn University Logo.png
ชื่ออังกฤษ Faculty of Painting, Sculpture and Graphic Arts, Silpakorn University
ที่อยู่

คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เลขที่ 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200

คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ เลขที่ 6 ถนนราชมรรคาใน ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม 73000
วันก่อตั้ง 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 (75 ปี)
คณบดี รองศาสตราจารย์ญาณวิทย์ กุญแจทอง
สีประจำคณะ ██ สีหรดาล[1]
สัญลักษณ์ พระพิฆเนศ
เว็บไซต์ www.finearts.su.ac.th
เฟซบุ๊ก www.facebook.com/คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์-มหาวิทยาลัยศิลปากร-125266054156727

คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (อังกฤษ: Faculty of Painting, Sculpture and Graphic Arts, Silpakorn University) มีรากฐานมาจากหลักสูตรจิตรกรรมและประติมากรรมของโรงเรียนศิลปากรแผนกช่าง ต่อมาได้ยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร มีคณะจิตรกรรมประติมากรรมเป็นคณะวิชาเดียวของมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดตั้งเมื่อ พ.ศ. 2486 นับเป็นคณะแรกของมหาวิทยาลัยศิลปากร ดำเนินการสอนเพื่อผลิตบัณฑิตสาขาทัศนศิลป์แขนงต่าง ๆ ทางด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ศิลปะไทย ทฤษฎีศิลป์ และสื่อผสม ในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก

นอกจากการเรียนการสอนแล้ว ยังมุ่งมั่นส่งเสริมการอนุรักษ์ สืบสาน วิจัย พัฒนา และสร้างสรรค์ศิลปะ ตลอดจนการให้บริการด้านวิชาการ โดยร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐและเอกชน ในการเผยแพร่ส่งเสริมงานศิลปวัฒนธรรมทั้งในและต่างประเทศ ดำเนินการจัดแสดงนิทรรศการด้านศิลปกรรมของอาจารย์ นักศึกษา และศิลปินที่มีผลงานดีเด่น เพื่อเผยแพร่และเพื่อประโยชน์แก่สาธารณชนเสมอมา รวมถึงโครงการแลกเปลี่ยนต่าง ๆ ที่เป็นการเสริมสร้างความร่วมมือกับสถาบันที่มีการเรียนการสอนศิลปะทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ ตลอดจนคณาจารย์ ได้ให้ความร่วมมือเป็นกรรมการตัดสินการประกวดผลงานศิลปกรรมให้แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และงานบริการทางวิชาการอื่น ๆ

ประวัติ[แก้]

คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มีรากฐานมาจากหลักสูตรจิตรกรรมและประติมากรรมของโรงเรียนศิลปากร แผนกช่าง ซึ่งมีศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน และได้ผลิตศิษย์ช่างออกมาจำนวนหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2486 รัฐบาลของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้ตระหนักว่าศิลปะเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญอย่างยิ่งสาขาหนึ่งของชาติ และจำเป็นต้องทำนุบำรุงให้เจริญก้าวหน้า จึงได้ยกฐานะโรงเรียนศิลปากร ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร

ในปี พ.ศ. 2486 ได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตร และตราพระราชบัญญัติจัดตั้ง วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2486 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 โดยมีคณะจิตรกรรมประติมากรรมเป็นคณะวิชาเดียวของมหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดสอนเพียง 2 ภาควิชา คือ ภาควิชาจิตรกรรม และภาควิชาประติมากรรม โดยมีศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีเป็นผู้อำนวยการสอน และดำรงตำแหน่งคณบดีคนแรก หลังจากนั้นทางคณะฯ ได้เปิดหลักสูตรเพิ่มเติมขึ้นอีก 3 สาขา คือ สาขาภาพพิมพ์ โดยเปิดภาควิชาภาพพิมพ์ในปี พ.ศ. 2509 สาขาศิลปไทย โดยเปิดภาควิชาศิลปไทยในปี พ.ศ. 2520 และสาขาทฤษฎีศิลป์ โดยเปิดภาควิชาทฤษฎีศิลป์ในปี พ.ศ. 2530 ในระดับปริญญาตรีหลักสูตร 5 ปี ผู้ที่สอบผ่าน 3 ปี จะได้รับอนุปริญญา

ปัจจุบันคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ แบ่งการศึกษาออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับอนุปริญญา ระดับปริญญาบัณฑิต และระดับบัณฑิตศึกษา โดยมี 5 ภาควิชา ได้แก่ ภาควิชาจิตรกรรม ภาควิชาประติมากรรม ภาควิชาภาพพิมพ์ ภาควิชาศิลปไทย ภาควิชาทฤษฎีศิลป์ และอีก 2 หมวดวิชาคือ หมวดวิชาวาดเส้น และหมวดวิชาองค์ประกอบศิลป์ ภาควิชาที่อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งอีกหนึ่งภาควิชา คือโครงการจัดตั้งภาควิชาสื่อผสม คณะจิตรกรรมฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรศิลปบัณฑิต สาขาจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ศิลปไทย ปี พ.ศ. 2529 และหลักสูตรศิลปบัณฑิตสาขาวิชาทฤษฎีศิลป์ ปี พ.ศ. 2530 เป็นหลักสูตรศิลปบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ ปี พ.ศ. 2551 ทำให้การดำเนินการจัดการเรียนการสอนของคณะจิตรกรรมฯ ประจำปีการศึกษา 2551 มีการเรียนการสอน 2 หลักสูตร โดยใช้ระบบการศึกษาระบบทวิภาค โดยเปิดสอนระดับปริญญาบัณฑิต ดังนี้

นักศึกษาชั้นปีที่ 1–2 ในปีการศึกษา 2552 คณะจิตรกรรมฯ ได้ใช้หลักสูตรศิลปบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ ปี พ.ศ. 2551 โดยในหลักสูตรแยกกลุ่มวิชาเอกออกเป็น 6 กลุ่มวิชา คือ กลุ่มวิชาจิตรกรรม กลุ่มวิชาประติมากรรม กลุ่มวิชาภาพพิมพ์ กลุ่มวิชาศิลปไทย กลุ่มวิชาทฤษฎีศิลป์ และกลุ่มวิชาสื่อผสม

นักศึกษาชั้นปีที่ 3–5 ในปีการศึกษา 2552 คณะจิตรกรรมฯ ใช้หลักสูตรศิลปบัณฑิต (เดิม) ซึ่งแยกการเรียนการสอนออกเป็น สาขาวิชาเอก 5 สาขาวิชา และสาขาวิชาโท 7 สาขาวิชา

ประวัติโดยย่อ[แก้]

คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีกำเนิดและประวัติความเป็นมาสรุปโดยย่อดังนี้

  • พ.ศ. 2476 – ประกาศพระราชกฤษฎีกาจัดแบ่งส่วนราชการในกรมศิลปากร จัดตั้งกองประณีตศิลปกรรมขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2476 จุดเริ่มต้น "โรงเรียนประณีตศิลปกรรม สังกัดกรมศิลปากร"
  • พ.ศ. 2477 – กองประณีตศิลปกรรมแบ่งส่วนราชการออกเป็น 2 แผนกคือ แผนกช่างและแผนกโรงเรียน คือโรงเรียนประณีตศิลปกรรม มีศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้อำนวยการ จัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกหัดอบรมวิชาจิตรกรรมและประติมากรรมให้แก่ข้าราชการและยุวชนไทยโดยมิได้เก็บค่าเล่าเรียน
  • พ.ศ. 2480 – โรงเรียนประณีตศิลปกรรมได้เปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนศิลปากรแผนกช่าง"
  • พ.ศ. 2481 – นักเรียนจากโรงเรียนประณีตศิลปกรรมจบการศึกษาเป็นรุ่นแรก เป็นนักเรียนรุ่นแรกที่เป็นผู้ช่วยของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีในการสร้างอนุสาวรีย์สำคัญในเมืองไทย
  • พ.ศ. 2486 – จัดการแสดงศิลปกรรมของนักเรียนขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนได้ประจักษ์ถึงคุณค่าของศิลปกรรม

วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 ยกฐานะโรงเรียนศิลปากรแผนกช่างขึ้นเป็น "มหาวิทยาลัยศิลปากร"[2] โดย จอมพล ป.พิบูลสงคราม ตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม จึงได้ดำเนินร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากรขึ้น โดยมีอธิบดีกรมศิลปากรเป็นผู้อำนวยการมหาวิทยาลัย และศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นคณบดีคณะจิตรกรรมและประติมากรรมคณะวิชาแรกของ มหาวิทยาลัยศิลปากร

  • พ.ศ. 2497 – คณะจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ผลิตบัณฑิตสาขาประติมากรรมเป็นคนแรกจำนวน 1 คน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์เขียน ยิ้มศิริ ได้รับการแต่งตั้งให้รักษาการในตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมและประติมากรรม

  • พ.ศ. 2509 – คณะจิตรกรรมและประติมากรรมได้ขออนุมัติจากสภาการศึกษาแห่งชาติ จัดตั้งภาควิชาภาพพิมพ์ขึ้น เปิดโอกาสให้นักศึกษาเลือกทำปริญญาทางสาขาวิชาภาพพิมพ์ได้เช่นเดียวกับภาควิชาจิตรกรรมและภาควิชาประติมากรรม การจัดตั้งภาควิชาภาพพิมพ์มีผลต่อชื่อของคณะฯ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น "คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์"
  • พ.ศ. 2511 – คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ได้ผลิตศิลปบัณฑิตทางภาพพิมพ์ขึ้นเป็นรุ่นแรก จำนวน 4 คน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรักษาการคณบดีคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์

มหาวิทยาลัยได้มีการปรับปรุงหลักสูตรใหม่ โดยจัดให้มีการศึกษาภาคพื้นฐานขึ้น เพื่อให้นักศึกษามีความรู้พื้นฐานทั่วไปในวิชาศิลปศาสตร์ อันจะทำให้เป็นบัณฑิตผู้รอบรู้ มีทัศนคติอันดีงาม รู้จักวินิจฉัย มีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นทางนำคุณประโยชน์มาสู่สังคม และเพื่อให้ระบบการสอนแบบหน่วยกิตที่ได้มาตรฐานสากลคณะจิตรกรรมฯ จึงได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรของคณะฯ ขึ้นใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย หลักสูตรปรับปรุงใหม่นี้สำเร็จเรียบร้อยในปี พ.ศ. 2517

  • พ.ศ. 2517 – เปิดหลักสูตรใหม่เพื่อให้เข้าสู่ระบบการศึกษาแบบมหาวิทยาลัยสากล ศึกษาโดยใช้ระบบหน่วยกิตและมีการศึกษาวิชาความรู้พื้นฐานทั่วไปทุกคณะวิชา

คณะจิตรกรรมฯ ได้รับอนุมัติจากสภาการศึกษาแห่งชาติให้เปิดสอนระดับปริญญาโทเป็นปีแรก 3 สาขา คือ สาขาจิตรกรรม สาขาประติมากรรม และสาขาภาพพิมพ์ มีนักศึกษาจำนวน 4 คน

คณะจิตรกรรมฯ เปิดอาคารเรียนหลังใหม่ เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2517

ผู้ช่วยศาสตราจารย์กฤษณา คชเสนีย์ รับตำแหน่งรักษาการคณบดีคณะจิตรกรรมฯ

คณะจิตรกรรมฯ เปิดหลักสูตรการศึกษาภาควิชาศิลปไทย เพื่อส่งเสริมงานสร้างสรรค์ในลักษณะไทยประเพณีและลักษณะไทยสร้างสรรค์ มีนักศึกษาจบการศึกษารุ่นแรก ในปี พ.ศ. 2521 จำนวน 2 คน

  • พ.ศ. 2520 – คณะจิตรกรรมฯ จัดแสดงศิลปกรรมอาจารย์คณะจิตรกรรมฯ ครั้งที่ 1 หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นประธานในพิธีเปิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2520 ณ อาคารภาควิชาประติมากรรม คณะจิตรกรรมฯ

รองศาสตราจารย์ประหยัด พงษ์ดำ ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมฯ

อาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมฯ

  • พ.ศ. 2529 – คณะจิตรกรรมฯ ปรับปรุงหลักสูตรใหม่ เปลี่ยนโครงสร้างจำนวนหน่วยกิต นักศึกษาในระดับปริญญา เลือกศึกษาสาขาวิชาเอกและสาขาวิชาโทอย่างละหนึ่งสาขาวิชา มหาวิทยาลัยเปลี่ยนแปลงกลุ่มวิชาพื้นฐานทั่วไปใหม่แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มวิชา มีวิชาสังคมศาสตร์ วิชามนุษย์ศาสตร์ วิชาภาษา และวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
  • พ.ศ. 2530 – คณะจิตรกรรมฯ เปิดหลักสูตรการศึกษาภาควิชาทฤษฎีศิลป์ เพื่อรวบรวมรายวิชาทฤษฎีศิลป์เข้าไว้ด้วยกัน และเพื่อผลิตบัณฑิตทางด้านวิชาการและการวิจารณ์ศิลปะ

รองศาสตราจารย์สุรศักดิ์ เจริญวงศ์ ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมฯ

คณะจิตรกรรมฯ จัดตั้งหอศิลป์ของคณะจิตรกรรมฯ ขึ้น และเปิดการแสดงศิลปกรรมของอาจารย์คณะจิตรกรรมฯ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 โดยมีนโยบายที่จะสนับสนุนการแสดงผลงานของคณาจารย์ และนักศึกษาของคณะฯ รวมทั้งบุคคลภายนอกที่มีผลงานได้มาตรฐาน

คณะจิตรกรรมฯ เปิดหลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาศิลปไทย

รองศาสตราจารย์ประหยัด พงษ์ดำ รักษาการในตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมฯ เป็นการชั่วคราว

อาจารย์พิษณุ ศุภนิมิตร ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมฯ

  • พ.ศ. 2536 – คณะจิตรกรรมฯ และมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี มหาวิทยาลัยศิลปากร และในโอกาสนี้คณะจิตรกรรมฯ ได้จัดแสดงนิทรรศการศิลปกรรม ครั้งที่ 10 ของอาจารย์คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร อาจารย์ประจำและอาจารย์พิเศษจำนวน 50 ท่าน ได้ร่วมใจกันสร้างสรรค์ผลงานเพื่อเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ 50 ปี คณะจิตรกรรมฯ สร้างอุทิศแก่ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้เป็นบิดาของศิลปกรรมร่วมสมัยของไทย ชื่อผลงานคือ 50 ปี : 50 จินตภาพ ติดตั้งถาวรที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่

อาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมฯ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมฯ

คณะจิตรกรรมฯ จัดโครงการ "ทัศนศิลป์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวาระมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ" ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติหอศิลป์ ถนนเจ้าฟ้า

คณะจิตรกรรมฯ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข จัดโครงการเผยแพร่พระราชกรณียกิจสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 100 ปี ในการจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มอบแก่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี 34 แห่ง

  • พ.ศ. 2543 – การจัดแสดงนิทรรศการศิลปกรรมครั้งที่ 17 ของอาจารย์คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร อาจารย์ประจำและอาจารย์พิเศษ ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมชื่อ "กำแพงแห่งศรัทธา" เป็นผลงานชิ้นใหญ่ติดตั้งถาวรที่ธนาคารกสิกรไทย รายได้จากการจำหน่ายผลงานชุดกำแพงศรัทธา นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระสหาย จัดแสดงผลงานศิลปกรรม "11 Calamity" ณ หอศิลป์คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

คณะจิตรกรรมฯ ได้รับอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัย ในการดำเนินการแยกสอบวิชาเฉพาะ ในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2545 เป็นต้นไป

  • พ.ศ. 2545 – การจัดแสดงนิทรรศการศิลปกรรมครั้งที่ 19 ของอาจารย์คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร อาจารย์ประจำและอาจารย์พิเศษ ได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานชื่อ "ศิลปกรรมดินเผา 60 ปี คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร" ติดตั้งผลงานที่ด้านหน้าตึกคณะจิตรกรรม 1 เนื่องในโอกาสที่คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีอายุครบ 60 ปี ในปี พ.ศ. 2546
  • พ.ศ. 2546 – คณะจิตรกรรมฯ มีอายุครบ 60 ปี จัดนิทรรศการโครงการมหกรรมศิลปกรรม นักศึกษาคณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร (ป.ตรี–ป.โท) เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี และในปีการศึกษา 2546 คณะฯ ได้ดำเนินการตัดโครงการเนื่องในโอกาสที่คณะจิตรกรรมฯ มีอายุครบ 60 ปี ทั้งหมด 6 โครงการคือ
  1. โครงการมหกรรมศิลปกรรมของนักศึกษาคณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร (ป.ตรี–ป.โท) เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี คณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  2. โครงการนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัย 60 ปี คณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  3. โครงการสร้างสรรค์ศิลปกรรมระหว่างชาติ
  4. โครงการนิทรรศการศิลปกรรมของอาจารย์คณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในวาระครบ 60 ปี "ศิลปกรรมสุวรรณภูมิ"
  5. โครงการผลิตตำรา–วารสาร–บทความทางวิชาการศิลปะ เนื่องในวาระครบรอบ 60 ปี คณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  6. โครงการศิลปกรรมอาจารย์คณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร ครั้งที่ 20

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง หมดวาระการดำรงตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมฯ

ศาสตราจารย์ธนะ เลาหกัยกุล ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมฯ

รองศาสตราจารย์สุรศักดิ์ เจริญวงศ์ รักษาการในตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมฯ เป็นการชั่วคราว

อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมฯ

  • พ.ศ. 2549 – คณะจิตรกรรมฯ เปิดหลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาทฤษฎีศิลป์ รับนักศึกษาเข้าศึกษาในหลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาทฤษฎีศิลป์ ครั้งแรกในภาคการศึกษา 2/2549
  • พ.ศ. 2550 – คณะจิตรกรรมฯ ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาศิลปไทย และเริ่มใช้ในภาคการศึกษา 1/2551

คณะจิตรกรรมฯ ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรศิลปบัณฑิต ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2544 เป็นหลักสูตรศิลปบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ และเริ่มใช้หลักสูตรใหม่ในภาคการศึกษา 1/2551

คณะจิตรกรรมฯ ร่วมกับคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดตั้งหลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลปศึกษา โดยอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยศิลปากร

คณะจิตรกรรมฯ ปรับปรุงหลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตรกรรม สาขาวิชาประติมากรรม สาขาวิชาภาพพิมพ์ สาขาวิชาศิลปไทย เป็นหลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ โดยอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยศิลปากร

รองศาสตราจารย์ปริญญา ตันติสุข ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมฯ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมฯ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

รองศาสตราจารย์ญาณวิทย์ กุญแจทอง ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมฯ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

หลักสูตร[แก้]

อนุปริญญา
ปริญญาตรี
ปริญญาโท
ปริญญาเอก

หลักสูตรอนุปริญญาศิลปบัณฑิต (อนุ ศ.บ.)

  • สาขาวิชาทัศนศิลป์

หลักสูตรศิลปบัณฑิต (ศ.บ.) 5 ปี

  • สาขาวิชาทัศนศิลป์
    • วิชาเอกจิตรกรรม
    • วิชาเอกประติมากรรม
    • วิชาเอกภาพพิมพ์
    • วิชาเอกศิลปะไทย
    • วิชาเอกทฤษฎีศิลป์
    • วิชาเอกสื่อผสม

หลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต (ศล.ม.)

  • สาขาวิชาทัศนศิลป์
    • วิชาเอกจิตรกรรม
    • วิชาเอกประติมากรรม
    • วิชาเอกภาพพิมพ์
    • วิชาเอกศิลปะไทย
    • วิชาเอกสื่อผสม
  • สาขาวิชาทฤษฎีศิลป์
  • สาขาวิชาทัศนศิลปศึกษา (ร่วมกับคณะศึกษาศาสตร์)

หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.)

  • สาขาวิชาทัศนศิลป์

ทำเนียบคณบดี[แก้]

รายนามคณบดีคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์
ลำดับ คณบดี วาระการดำรงตำแหน่ง
1
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี พ.ศ. 2486 – 31 สิงหาคม พ.ศ. 2501
1 กันยายน พ.ศ. 2501 – 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505[3]
2
ผู้ช่วยศาสตราจารย์เขียน ยิ้มศิริ รักษาราชการแทนคณบดี 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 – 14 มีนาคม พ.ศ. 2514
3
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ รักษาราชการแทนคณบดี 15 มีนาคม พ.ศ. 2514 – 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2517[4]
4
ผู้ช่วยศาสตราจารย์กฤษณา คชเสนีย์ รักษาราชการแทนคณบดี 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 – 12 เมษายน พ.ศ. 2519
5
รองศาสตราจารย์ประหยัด พงษ์ดำ 13 เมษายน พ.ศ. 2523 – 12 เมษายน พ.ศ. 2527[5]
รักษาราชการแทนคณบดี 3 มิถุนายน พ.ศ. 2534 – 6 สิงหาคม พ.ศ. 2534[6]
6
อาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน 13 เมษายน พ.ศ. 2527 – 12 เมษายน พ.ศ. 2531[7]
7 สิงหาคม พ.ศ. 2538 – 6 สิงหาคม พ.ศ. 2542[8]
7
รองศาสตราจารย์สุรศักดิ์ เจริญวงศ์ 13 เมษายน พ.ศ. 2531 – 2 มิถุนายน พ.ศ. 2534 (ลาออก)[9]
รักษาราชการแทนคณบดี 21 มีนาคม พ.ศ. 2548 – 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2548[10]
8
อาจารย์พิษณุ ศุภนิมิตร 7 สิงหาคม พ.ศ. 2534 – 6 สิงหาคม พ.ศ. 2538[11]
9
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง 7 สิงหาคม พ.ศ. 2542 – 6 สิงหาคม พ.ศ. 2546[12]
10
ศาสตราจารย์ธนะ เลาหกัยกุล 7 สิงหาคม พ.ศ. 2546 – 19 มีนาคม พ.ศ. 2548[13]
11
รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย ชินะตังกูร รักษาราชการแทนคณบดี 20 มีนาคม พ.ศ. 2548[14]
12
อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 – 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552[15]
13
รองศาสตราจารย์ปริญญา ตันติสุข 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 – 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556[16]
14
อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 – 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2560[17]
15
รองศาสตราจารย์ญาณวิทย์ กุญแจทอง 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 – ปัจจุบัน[18]
  • หมายเหตุ ตำแหน่งทางวิชาการในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น

อ้างอิง[แก้]

  1. สรุปมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยศิลปากร ครั้งที่ 4/2560 เมื่อวันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 (โดยมีอาจารย์ ดร. ไพโรจน์ พิทยเมธี อาจารย์ประจำภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้จัดทำสีไทยโทน ในการควบคุมและประสานงานเพื่อปรับสีประจำคณะวิชา)
  2. พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยศิลปากร พุทธศักราช 2486, ราชกิจจานุเบกษา 12 ตุลาคม 2486 หน้า 1496 เล่ม 60 ตอนที่ 54
  3. คำสั่ง มศก. ที่ 21/2501 ลงวันที่ 5 กันยายน 2501
  4. คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 71/2514 ลงวันที่ 14 เมษายน 2514
  5. คำสั่ง มศก. ที่ 253/2523 ลงวันที่ 14 เมษายน 2523
  6. คำสั่ง มศก. ที่ 485/2534 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2534
  7. คำสั่ง มศก. ที่ 263/2527 ลงวันที่ 5 เมษายน 2527
  8. คำสั่ง มศก.ที่ 721/2538 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2538
  9. คำสั่ง มศก.ที่ 271/2531 ลงวันที่ 14 เมษายน 2531
  10. คำสั่ง มศก.ที่ 400/2548 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2548
  11. คำสั่ง มศก.ที่ 710/2534 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2534
  12. คำสั่ง มศก.ที่ 635/2542 ลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2542
  13. คำสั่ง มศก.ที่ 819/2546 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2546
  14. คำสั่ง มศก.ที่ 360/2548 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2548
  15. คำสั่ง มศก. ที่ 745/2548 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2548
  16. คำสั่ง มศก. ที่ 376/2552 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2552
  17. คำสั่ง มศก. ที่ 740/2556 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2556
  18. คำสั่ง มศก. ที่ 1012/2560 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2560

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]