ข้ามไปเนื้อหา

รายชื่อกลุ่มแยกในกองทัพไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

รายชื่อกลุ่มแยกในกองทัพไทย เป็นกลุ่มที่มีความมุ่งหมายทางการเมืองร่วมกัน หรือรักษาฐานอํานาจในกองทัพเอาไว้ โดยการจับมือกันเป็นวิธีบรรลุเป้าหมาย ผลักดันวาระ และฐานะของพวกตน[ต้องการอ้างอิง]

จปร.5

[แก้]

จปร.5 (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 5) เป็นกลุ่มนายทหารที่ซึ่งเข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 5 มีบทบาทสำคัญในการเมืองสมัยรัฐบาลพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการปราบกบฏทหารนอกราชการ (กบฏ 9 กันยา) เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2528 ต่อมานายทหารกลุ่มนี้เป็นแกนนำสำคัญในการรัฐประหารรัฐบาลพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 ในนามคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ต่อมาพลเอก สุจินดา คราประยูร ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะรองประธานสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทำให้ประชาชนไม่พอใจจนกลายเป็นพฤษภาทมิฬในเวลาต่อมา ปัจจุบันนายทหารกลุ่ม จปร.5 ได้ยุติบทบาททางการเมืองไปแล้วภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ[ต้องการอ้างอิง]

บุคคลสำคัญของกลุ่ม เช่น

นอกจากนี้ กลุ่ม จปร.5 ยังเป็นแกนนำในการรวบรวมนายทหารจากเหล่าทัพต่าง ๆ ภายใต้รหัส "0143"[3]

จปร.7

[แก้]

จปร.7 หรือ กลุ่มยังเติร์ก (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 7) เป็นกลุ่มนายทหารหนุ่ม ซึ่งเข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 7 มีบทบาทสำคัญในการเมือง โดยสนับสนุนให้ พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ดำรงตำแหน่งนายกัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2520 ต่อมาได้เปลี่ยนมาสนับสนุนพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใน ปี พ.ศ. 2523[4] กลุ่มนี้เป็นกำลังสำคัญในพยายามรัฐประหาร 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จทั้ง 2 ครั้ง คือ กบฏเมษาฮาวาย (พ.ศ. 2524) และกบฏ 9 กันยา (พ.ศ. 2528) ด้วยในช่วงเวลานั้นหลายคนมีตำแหน่งคุมกำลังพล และหลายคนได้ผ่านสงครามครั้งสำคัญๆ มามาก เช่น สงครามเกาหลี, สงครามเวียดนาม, สงครามกลางเมืองลาว ปัจจุบันนายทหารกลุ่ม จปร.7 ได้ยุติบทบาททางการเมืองไปแล้ว[ต้องการอ้างอิง]

บุคคลสำคัญของกลุ่ม เช่น

เตรียมทหาร 10

[แก้]
ทักษิณ ชินวัตร

เตรียมทหาร 10 หรือ ตท.10 (โรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10) เป็นกลุ่มนายทหารและตํารวจรุ่นเดียวกับทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 23 ปลายปี พ.ศ. 2552 มีข่าวว่าพลอากาศเอก สุเมธ โพธิ์มณี อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (อ.ย.) ประกาศเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และแถลงว่าจะมีเพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 อีกจำนวนมากเข้าร่วมพรรคด้วย[6][7][8] ปัจจุบันนายทหารและนายตํารวจกลุ่มเตรียมทหาร 10 หรือ ตท.10 ได้ยุติบทบาททางการเมืองแล้ว[ต้องการอ้างอิง]

บุคคลสำคัญของกลุ่ม ได้แก่

วงศ์เทวัญ

[แก้]
ตราประจํากองพลที่ 1 รักษาพระองค์

วงศ์เทวัญ ใช้เรียกทหารบกที่รับราชการในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (กรม ทม.ที่ 1 มหด.รอ.) และกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ซึ่งมีฐานอำนาจที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีหน้าที่หลักในการถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ ดูแลความสงบเรียบร้อยทั้งพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งต่อมาจะได้เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยระดับคุมกำลังพลที่มีผลต่อความมั่นคงของชาติ[12] เนื่องจากหน่วยที่มีความใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองทัพบก ซึ่งบุตรหลานของนายทหารระดับสูงได้รับการอุปถัมภ์ให้เติบโตในเส้นทางการรับราชการ[13] และมักอยู่ในเมืองหลวงเป็นหลัก จึงถูกเรียกว่าเป็นสายเทพ และเป็นที่มาของคำว่า "วงศ์เทวัญ"  ซึ่งชื่อนี้มาจากนิทานเรื่อง "อิเหนา"  ซึ่ง "วงศ์เทวัญ" หรือ "วงศ์อสัญแดหวา" เป็นชื่อวงศ์ของเทพทั้ง 4 ที่มาจุติบนโลกมนุษย์ และลูกหลานก็ถือเป็น "วงศ์เทวัญ" นั่นเอง[14] โดยผู้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในช่วงปี พ.ศ. 2497-2518 และ พ.ศ. 2525-2546 มักจะเป็นนายทหารที่เคยรับราชการในหน่วยนี้[15]

บุคคลสําคัญที่สื่อมวลชนมักกล่าวถึงตั้งแต่ในอดีต ได้แก่

บูรพาพยัคฆ์และทหารเสือราชินี

[แก้]
ตราประจํากองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์

บูรพาพยัคฆ์ ใช้เรียกทหารบกที่รับราชการในกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) และกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) เดิมเป็นฉายานามของหน่วยกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ที่สัญลักษณ์ของหน่วยมีคำว่า "บูรพาพยัคฆ์" อยู่ใต้รูปเสือกับดาบ เพราะในสมัยก่อนผู้บังคับการกรมทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ จะเป็นผู้บัญชาการกองกำลังบูรพารับผิดชอบพื้นที่ชายแดนฝั่งตะวันออกทั้งหมด ซึ่งขณะนั้นมีสถานการณ์การรบกับกัมพูชาที่รุนแรงมาก เหล่านักรบบูรพาพยัคฆ์ได้ต่อสู้อย่างห้าวหาญ ดุเดือด เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ยุทธการที่ทำให้เหล่านักรบบูรพาพยัคฆ์จดจำไม่ลืม คือ ยุทธการบ้านโนนหมากมุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2523 และต่อมาก็ได้ขยายรวมไปถึงใช้เรียกกลุ่มทหารกองทัพบกที่รับราชการในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์

ทหารเสือราชินี ใช้เรียกทหารบกที่รับราชการในกรมทหารราบ 902 รักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ร.902 รอ.) เป็นกลุ่มย่อยหนึ่งในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) บุคคลสำคัญของกลุ่มที่มีสื่อมวลชนมักกล่าวถึงตั้งแต่ในอดีต ได้แก่ พันโท ณรงค์เดช นันทโพธิ์เดช และเริ่มเข้ามามีบทบาทในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกภายหลังจากพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ในปี พ.ศ. 2546[16]

เมื่อเกิดการรัฐประหารใน พ.ศ. 2549 ที่โค่นล้มรัฐบาลทักษิณ ชินวัตรแล้ว ขั้วอำนาจในกองทัพถูกเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มเตรียมทหาร 10 มาสู่กลุ่มบูรพาพยัคฆ์[16] คือ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) (ทหารเสือราชินี) และกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ที่มีฐานอํานาจอยู่ที่ภาคตะวันออกมากกว่า เพราะเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในรัฐประหารและมีบทบาททางการเมือง ต่อมามีการวางสายผู้บัญชาการทหารบกให้กลุ่มบูรพาพยัคฆ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก คณิต สาพิทักษ์ ในตำแหน่งแม่ทัพภาค 1 ซึ่งอาจจะยังมีเสนาธิการจากกลุ่มบูรพาพยัคฆ์อีก ทำให้ในปี พ.ศ. 2553 มีเสียงร่ำลือกันว่า ยังความไม่พอใจมาสู่ทหารกลุ่มวงศ์เทวัญที่เดิมเคยกุมอำนาจมาก่อน จนกลายเป็นความขัดแย้งกันลึก ๆ ในกองทัพบก[17] ทหารกลุ่มนี้เป็นกำลังสำคัญในรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 และพ.ศ. 2557 รวมทั้งยังถือเป็นขั้วอำนาจสำคัญทางฝ่ายทหารที่มีอิทธิพลต่อรัฐบาลในระหว่างการรัฐประหารทั้งสองครั้งดังกล่าว

ระหว่างปี พ.ศ. 2550 - 2559 ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก เป็นนายทหารที่เคยรับราชการในหน่วยนี้[15]

บุคคลสำคัญของกลุ่มที่มีสื่อมวลชนมักกล่าวถึงตั้งแต่ในอดีต เช่น

รบพิเศษ

[แก้]
ตราประจําหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ

รบพิเศษ หรือ ทหารหมวกแดง ใช้เรียกทหารบกที่รับราชการในกองพลรบพิเศษที่ 1 (พล.รพศ. 1) และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) ซึ่งมีฐานอํานาจทั่วประเทศ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) ถือเป็นหน่วยที่เป็นเขี้ยวเล็บของกองทัพบก มีหน้าที่หลักในการเกี่ยวกับการสงครามพิเศษทั้งปวง ตั้งแต่การวางแผน อำนวยการ กำกับการทั้งด้านการฝึก ศึกษา และการปฏิบัติงาน เป็นหน่วยหวังผลทางยุทธศาสตร์มีบทบาทในการออมกำลัง และชดเชยอำนาจกำลังรบที่เสียเปรียบ ตลอดจนเข้าแก้ไขวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ของบ้านเมือง ซึ่งต่อมาผู้บังคับบัญชาในหน่วยจะได้เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยระดับคุมกำลังพลที่มีผลต่อความมั่นคงของชาติ

บุคคลสําคัญที่สื่อมวลชนมักกล่าวถึงตั้งแต่ในอดีต ได้แก่

ทหารคอแดง

[แก้]

ทหารคอแดง ใช้เรียกทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารที่อยู่ในสังกัดหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยส่วนพระองค์ (ถป.รอ.) ซึ่งรวมถึงกองบัญชาการทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ (บก.ทม.รอ.) และข้าราชการทหารสังกัดกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศที่มีตำแหน่งหน้าที่ในหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 (ฉก.ทม.รอ. 904) ควบคู่กับตำแหน่งในกองทัพต้นสังกัด โดยผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรของโรงเรียนทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ทหารคอแดงเริ่มมีบทบาทในกองทัพหลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557

บุคคลสําคัญที่สื่อมวลชนมักกล่าวถึง ได้แก่

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 คณะทหารหนุ่ม (48) | จปร.7 โดดเด่น กับปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในปวศ.กองทัพบก - มติชนสุดสัปดาห์
  2. พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ บิ๊กสุ วัดโสมนัส อานันท์-เพื่อนจปร. 5 ร่วมไว้อาลัย
  3. "คณะทหารหนุ่ม (56) | การรวมตัวภายใต้รหัส 0143 ตำนานการรวมรุ่นนายทหาร ทบ. - มติชนสุดสัปดาห์". มติชนสุดสัปดาห์. 2023-09-21. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-08-03. สืบค้นเมื่อ 2025-10-21.
  4. คณะทหารหนุ่ม (41) | "ขาลง" ของเกรียงศักดิ์ กับส.ว.ที่ "ตั้งมากับมือ" - มติชนสุดสัปดาห์
  5. คณะทหารหนุ่ม (63) | ยังเติร์ก-บิ๊กจิ๋ว ความเป็นนายลูกน้อง ตัดไม่ขาด - มติชนสุดสัปดาห์
  6. 52 ตท.10ตบเท้าเข้าเพื่อไทย
  7. อดีตนายทหาร 3เหล่าทัพ-ตร.”ตท.รุ่น10”เพื่อน"ทักษิณ"ตบเท้าเข้า"เพื่อไทย"
  8. พลอากาศเอก สุเมธ โพธิ์มณีจากไทยรัฐ
  9. พระราชทานยศทหาร พ.ศ. 2553
  10. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอน 34 ง หน้า 32 วันที่ 28 เมษายน 2548
  11. รองอธิการบดีให้การต้อนรับ
  12. "วงศ์เทวัญ-บูรพาพยัคฆ์" ร้าวลึก!
  13. การกลับมาของ ‘วงศ์เทวัญ’ ในการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในรอบ 15 ปี – THE STANDARD
  14. “วงศ์เทวัญ – บูรพาพยัคฆ์” แม่น้ำสองสาย ยามที่ไหลรวมเพื่อเอกภาพ
  15. 1 2 การกลับมาของ ‘วงศ์เทวัญ’ ในการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในรอบ 15 ปี – THE STANDARD
  16. 1 2 ย้อนเส้นทางบูรพาพยัคฆ์ เติบโตยุคทักษิณ ชินวัตร ก่อนหยั่งรากครองตำแหน่ง ผบ.ทบ. กว่าทศวรรษ – THE STANDARD THE STANDARD : สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ.
  17. "วงศ์เทวัญ-บูรพาพยัคฆ์" ร้าวลึก!
  18. Marwaan Macan-Markar, “On top at last, in civilian clothes” in The Edge Review, edition of August 22-28. อ้างใน Bangkok Pundit. In post-coup Thailand, what is happening with Prem? เก็บถาวร 2015-07-01 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. Asian Correspondent. (Sep 09, 2014). สืบค้น 11-9-2014.