พิจิตร กุลละวณิชย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พิจิตร กุลละวณิชย์
องคมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
13 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 – 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559 (23 ปี 146 วัน)
แม่ทัพภาคที่ 1
ดำรงตำแหน่ง
พ.ศ. 2527 – พ.ศ. 2529
ก่อนหน้า พัฒน์ อุไรเลิศ
ถัดไป วัฒนชัย วุฒิศิริ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 (87 ปี)
จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศสยาม
คู่สมรส อรุณี กุลละวณิชย์ (หย่า)
คุณหญิงวิมล กุลละวณิชย์
ศาสนา พุทธ
การเข้าเป็นทหาร
สังกัด กองทัพบกไทย
ยศ RTA OF-9 (General).svg พลเอก

พลเอก พิจิตร กุลละวณิชย์ (6 กรกฎาคม พ.ศ. 2475) อดีตองคมนตรี นายกสภาวิทยาลัยสันตพล[1] อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกและรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ประวัติ[แก้]

พลเอกพิจิตร เกิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 ที่อำเภอแปดริ้ว (ปัจจุบันคือ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา) เป็นบุตรคนโตในจำนวน 7 คนของจวน กุลละวณิชย์ และเป็นหลานลุงของพลตำรวจเอกพิชัย กุลละวณิชย์ เมื่อจบการศึกษาจากโรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัยและโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จึงสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 2 (จปร. 2)

ขณะที่เรียนอยู่ปีที่ 2 นั้นมีผลการเรียนดีเด่นมาก จึงถูกส่งไปศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยเวสต์ปอยต์ สหรัฐอเมริกา สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยเวสต์ปอยต์เท่อปีที่ พ.ศ. 2501 จากนั้นศึกษาต่อที่โรงเรียนทหารราบสหรัฐฯ ฟอร์ดเบนนิ่ง รัฐจอร์เจียในหลักสูตรผู้บังคับหมวด, หลักสูตรจู่โจม RANGER และหลักสูตรโดดร่ม AIRBONE

เมื่อกลับมาได้เริ่มรับราชการครั้งแรกเป็นครูอยู่แผนกวิชาการรบพิเศษและส่งทางอากาศ โรงเรียนทหารราบศูนย์การทหารราบ จังหวัดลพบุรี ทำหน้าที่ฝึกสอนนายทหารและนายสิบในหลักสูตรจู่โจมและโดดร่มหลายรุ่น ในการสอนนักเรียนจู่โจม ระหว่างการฝึกเข้าตี แทงดาบ หรือ เลิกแถว จะกำหนดให้นักเรียนทหาร ร้องคำว่า "เอี้ย" เป็นสัญลักษณ์การคำรามของเสือก่อนการจู่โจม ทำให้ได้รับสมญานามว่า "เสือใหญ่" เช่นเดียวกับสัญลักษณ์ของหน่วยจู่โจม มาตั้งแต่นั้น จึงทำให้ในปัจจุบัน สื่อมวลชนจึงนิยมเรียกชื่อเขาเล่น ๆ ว่า "บิ๊กเสือ"

ระหว่าง พ.ศ. 2504 – พ.ศ. 2505 ศึกษาหลักสูตร ผบ.พัน ที่ฟอร์ดเบนนิ่ง แล้วกลับมาเป็นนายทหารยุทธการและการฝึกของกองพันทางอากาศที่ 1 (ร.31 พัน 3 รอ. ในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นกองพันส่งทางอากาศกองพันแรกของกองทัพบกซึ่งอยู่ที่จังหวัดลพบุรี

ปี พ.ศ. 2508 – พ.ศ. 2509 เข้าศึกษาในโรงเรียนเสนาธิการทหารบก

เมื่อศึกษาจบแล้วได้ย้ายไปรับตำแหน่งเป็นหัวหน้ายุทธการและการฝึกศูนย์สงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี จากนั้นได้เดินทางไปราชการรบในสงครามเวียดนาม

ต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นรองผู้บังคับการหัวหน้ายุทธการในเวียดนาม (ปฏิบัติการร่วมกับ พลโทชวลิต ยงใจยุทธ ยศในขณะนั้น)

จากนั้นไปปฏิบัติราชการพิเศษในประเทศลาว ตำแหน่งรองผู้บังคับการหน่วยรบพิเศษเฉพาะกิจราทิกุลอยู่ 1 ปี คือระหว่าง พ.ศ. 2514 – พ.ศ. 2515 และเป็นผู้บังคับการหน่วยเดียวกันนี้จนถึงปี พ.ศ. 2517

หลังจากกลับจากราชการพิเศษในประเทศลาว ได้เข้ารับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยหัวหน้ากองยุทธการ กรมยุทธการทหารบก

ในเหตุการณ์กบฏ 9 กันยา พ.ศ. 2528 พลเอกพิจิตร ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ในยศ พลโท เป็นผู้ประสานจัดเครื่องบินให้แก่ พลเอกมนูญ รูปขจร แกนนำก่อการกบฏ เพื่อเดินทางออกนอกประเทศ[2]

หลังเกษียณอายุราชการแล้ว ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นองคมนตรีเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2536[3]จนกระทั่งลาออกหลังจากเปลี่ยนรัชสมัยใหม่ และมีปัญหาทางสุขภาพ

การศึกษา[แก้]

ตำแหน่งหน้าที่[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

พลเอกพิจิตร เคยสมรสกับอรุณี กุลละวณิชย์ มีบุตร 1 คน คือ พิเชฏฐ์ กุลละวณิชย์ ซึ่งภายหลังได้เปิดเผยต่อสาธารณะว่าบุตรชายคนดังกล่าวได้ตัดขาดจากตน[12] แต่พิเชฏฐ์ออกมาปฏิเสธ[13] ต่อมาสมรสกับพันเอกหญิง คุณหญิงวิมล กุลละวณิชย์ มีบุตร 1 คน คือ พิชาญ กุลละวณิชย์ ซึ่งเป็นผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สืบตระกูล[14]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.stu.ac.th/index.php?lay=show&ac=article&Id=538645268
  2. เอกยุทธ อัญชันบุตร รำลึกรัฐประหาร 9 กันยา
  3. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งองคมนตรี (พลเอก พิจิตร กุลละวณิชย์)
  4. ราชกิจจานุเบกษา,ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หน้า ๑ เล่ม ๑๑๕ ตอน ๘ ข, ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑
  5. ราชกิจจานุเบกษา,ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ฉบับพิเศษ หน้า ๑ เล่ม 105 ตอน 201, ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑
  6. ราชกิจจานุเบกษา,ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ฉบับพิเศษ หน้า ๓ เล่ม ๑๐๓ ตอน ๒๑๓, ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๙
  7. ราชกิจจานุเบกษา,แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี ฉบับพิเศษ หน้า ๔ เล่ม ๙๗ ตอน ๖๐, ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๓
  8. ราชกิจจานุเบกษา,แจ้งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิ ฉบับพิเศษ หน้า ๓ เล่ม ๘๕ ตอน ๘๔, ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๑
  9. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน ฉบับพิเศษ หน้า ๑๓ เล่ม ๑๐๒ ตอน ๑๑๒, ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๘
  10. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญราชการชายแดน หน้า ๓๕๕๘ เล่ม ๘๖ ตอน ๑๑๓, ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๒
  11. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ฉบับพิเศษ หน้า ๒ เล่ม ๑๐๘ ตอน ๑๖๖, ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๔
  12. เปิดประวัติครอบครัว “บิ๊กเสือ” - พิจิตร กุลละวณิชย์ หลังถูกลูกชายร้องเรียน
  13. "บิ๊กเสือ"โผล่ที่พัทยา โต้ป่วย! ยันยังฟิต - พิเชฏฐ์ ลั่นไม่เคยคิดหวังทรัพย์สมบัติ
  14. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ในวโรกาสวันพระราชพิธีฉัตรมงคล วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๓)