ทรงกิตติ จักกาบาตร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ทรงกิตติ จักกาบาตร์
สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 – 30 กันยายน พ.ศ. 2554
ก่อนหน้า พลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์
ถัดไป พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร
แม่ทัพภาคที่ 4
ดำรงตำแหน่ง
1 เมษายน พ.ศ. 2546 – 30 กันยายน พ.ศ. 2546
ก่อนหน้า พลโท วิชัย บัวรอด
ถัดไป พลโท พงษ์ศักดิ์ เอกบรรณสิงห์
เสนาธิการทหารบก
ก่อนหน้า พลเอก มนตรี สังขทรัพย์
ถัดไป พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 22 ธันวาคม พ.ศ. 2493 (66 ปี)
คู่สมรส ภรณีย์ จักกาบาตร์
การเข้าเป็นทหาร
สังกัด กองทัพบกไทย (ถึงปีพ.ศ. 2548)
กองบัญชาการกองทัพไทย
ปีปฏิบัติงาน พ.ศ. 2515 - พ.ศ. 2554
ยศ RTA OF-9 (General).svg พลเอก
RTN OF-9 (Admiral).svg พลเรือเอก
RTAF OF-9 (Air Chief Marshal).svg พลอากาศเอก
บังคับบัญชา ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

พลเอก พลเรือเอก พลอากาศเอก ทรงกิตติ จักกาบาตร์[1] (22 ธันวาคม พ.ศ. 2493 — ) อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด[2] เคยดำรงตำแหน่งเป็นเสนาธิการทหารบกและแม่ทัพภาคที่ 4

การศึกษา[แก้]

  • โรงเรียนพิพัฒนา จ.กรุงเทพฯ
  • โรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร
  • โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 10
  • โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 21
  • นายทหารฝ่ายอำนวยการสายการข่าว ชั้นที่ 1 รุ่นที่ 1 โรงเรียนข่าวทหารบก พ.ศ. 2515
  • หลักสูตรชั้นนายร้อย เหล่าทหารม้า รุ่นที่ 18 พ.ศ. 2518
  • หลักสูตร ชั้นนายพัน เหล่าทหารม้า รุ่นที่ 24 พ.ศ. 2524
  • โรงเรียนเสนาธิการทหารบก (หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 62 ) พ.ศ. 2527
  • หลักสูตรเตรียมการสำหรับผู้บังคับหน่วยทหาร รุ่นที่ 3 สถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง พ.ศ. 2528
  • โรงเรียนเสนาธิการทหารบกอังกฤษ แคมป์เบอร์ลี่ ประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2529
  • หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน รุ่นที่ 16 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ต.ค.พ.ศ. 2546 – ก.ย.พ.ศ. 2547

การรับราชการ[แก้]

  • ผู้บังคับหมวดลาดตระเวน กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ พ.ศ. 2515
  • ผู้ช่วยนายทหารส่งกำลังบำรุง กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ พ.ศ. 2518
  • รองผู้บังคับกองร้อยลาดตระเวน กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ พ.ศ. 2520
  • ผู้บังคับกองร้อยลาดตระเวน กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ พ.ศ. 2522
  • ผู้บังคับกองร้อยต่อสู้รถถังที่ 10 พ.ศ. 2524
  • รองผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 19 พ.ศ. 2524
  • ประจำโรงเรียนเสนาธิการทหารบก พ.ศ. 2526
  • รองผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 25 พ.ศ. 2527
  • อาจารย์โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พ.ศ. 2529
  • รองผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ พ.ศ. 2533
  • รองเสนาธิการกองพลทหารม้าที่ 2 พ.ศ. 2533
  • ผู้ช่วยทูตทหารบกไทย/จาการ์ตา และรักษาราชการผู้ช่วยทูตทหาร ไทย/จาการ์ตา พ.ศ. 2535
  • ผู้อำนวยการกองข่าว สำนักงานสารนิเทศ กองบัญชาการทหารสูงสุด พ.ศ. 2538
  • ผู้อำนวยการกองสารนิเทศ กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด พ.ศ. 2540
  • ผู้อำนวยการสำนักวิเทศสัมพันธ์ กรมข่าวทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด พ.ศ. 2541
  • รองเจ้ากรมข่าวทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด พ.ศ. 2543
  • รองแม่ทัพภาคที่ 4 พ.ศ. 2544
  • แม่ทัพภาคที่ 4 พ.ศ. 2546
  • ผบ.รร.จปร. พ.ศ. 2546
  • ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก พ.ศ. 2547
  • ราชองครักษ์พิเศษ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2547[3]
  • ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก พ.ศ. 2548
  • รองเสนาธิการทหาร พ.ศ. 2548
  • เสนาธิการทหาร พ.ศ. 2549
  • ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พ.ศ. 2551

บทบาท[แก้]

พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ นับได้ว่าเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10 (ตท.10) เช่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันได้มีตำแหน่งเป็นประธานนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 10 ได้รับการสนับสนุนให้ย้ายจากกองบัญชาการทหารสูงสุดไปยังกองทัพบก ในตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 แต่หลังการรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 พล.อ.ทรงกิตติ ก็ได้ย้ายกลับไปที่กองบัญชาการทหารสูงสุดอีดครั้ง และได้รับการสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดในที่สุด [4]

ในเหตุการณ์สงกรานต์เลือด พล.อ.ทรงกิตติ ได้รับการแต่งตั้งจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) ที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขเหตุการณ์นี้โดยเฉพาะ ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเหตุการณ์ก็จบลงได้อย่างสวยงาม โดยไม่มีผู้เสียชีวิต[5]

ในปี พ.ศ. 2557 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ[6]

พล.อ.ทรงกิตติ มีชื่อเล่นว่า "ตุ้ย" จึงมีชื่อที่สื่อมวลชนนิยมเรียกว่า "บิ๊กตุ้ย" และนับได้ว่าเป็นนายทหารคนหนึ่งที่ใกล้ชิดกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นทหารม้าที่เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชามาก่อน

ชีวิตส่วนตัว สมรสกับนางภรณี จักกาบาตร์ มีบุตรธิดาสามคนคือ นางสาวกฤตินี จักกาบาตร์ นางสาวรวิตา จักกาบาตร์ และนายกิตติภูมิ จักกาบาตร์

รางวัล[แก้]

  • ได้รับรางวัลเกียรติยศจักรดาว พ.ศ. 2552[7]

เครื่องอิสริยาภรณ์[แก้]

ประเทศไทย[แก้]

ต่างประเทศ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานยศทหารและแต่งตั้งนายทหารพิเศษ
  2. แนวหน้า, โปรดเกล้าฯโยกย้ายทหาร 556 ตำแหน่ง "ทรงกิตติ จักกาบาตร์"นั่งผบ.สส., 31 สิงหาคม 2551
  3. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2548/153175.PDF
  4. หนังสือ ลับลวงพราง ปฏิวัติปราสาททราย โดย วาสนา นาน่วม : สำนักพิมพ์มติชน ISBN 9789740203384
  5. ผอ.กอฉ.ยัน จนท.จะไม่ใช้อาวุธผลักดันผู้ชุมนุม
  6. ประกาศแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ใช้เว็บไซค์ของวุฒิสภา), 1 สิงหาคม 2557
  7. ทำเนียบศิษย์เก่ารางวัลเกียรติยศจักรดาว
  8. ราชกิจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี 2550 เล่ม 124 ตอนที่ 18ข วันที่ 5 ธันวาคม 2550
  9. 9.0 9.1 ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาติให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ เล่ม 118 ตอนที่ 6ข วันที่ 10 เมษายน 2544
ก่อนหน้า ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ถัดไป
พลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ 2leftarrow.png Emblem of the Royal Thai Armed Forces HQ.svg
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
(1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 - 30 กันยายน พ.ศ. 2554)
2rightarrow.png พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร