พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น 5
พระองค์เจ้าชั้นเอก
Purachatra Jayakara.jpg
เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม
ระหว่าง15 พฤษภาคม พ.ศ. 2469 – 29 มิถุนายน พ.ศ. 2475
ก่อนหน้ากรมพระจันทบุรีนฤนาถ (พาณิชย์)
เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ (คมนาคม)
ถัดไปพระยาวงษานุประพัทธ์
แม่ทัพภาคที่ 1
ระหว่างพ.ศ. 2454[1] – 2456[2]
ถัดไปพระยาเสนาภิมุข (จง ลักษณสุต)
ผู้บัญชาการรถไฟหลวง
ระหว่าง5 มิถุนายน พ.ศ. 2460 – 8 กันยายน พ.ศ. 2471
ก่อนหน้าเฮนรี กิตทินส์
ถัดไปพระยาสารศาสตร์ศิริลักษณ์[3]
ภรรยาพระชายา
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประภาวสิทธิ์นฤมล
หม่อม
เจ้าลดาคำ ณ เชียงใหม่
หม่อมเพี้ยน ฉัตรไชย ณ อยุธยา
หม่อมเผือด ฉัตรไชย ณ อยุธยา
หม่อมบัวผัด ฉัตรไชย ณ อยุธยา
หม่อมจำลอง ฉัตรไชย ณ อยุธยา
หม่อมเอื้อม ฉัตรไชย ณ อยุธยา
พระบุตร8 พระองค์
ราชวงศ์จักรี
พระบิดาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมารดาเจ้าจอมมารดาวาด ในรัชกาลที่ 5
ประสูติ23 มกราคม พ.ศ. 2425
จังหวัดพระนคร ประเทศสยาม
สิ้นพระชนม์14 กันยายน พ.ศ. 2479 (54 ปี)
สิงคโปร์ บริติชราช
พระราชทานเพลิง2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2480
พระเมรุ วัดเทพศิรินทราวาส
ลายพระอภิไธย

นายพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน พระนามเดิม พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร (23 มกราคม พ.ศ. 2425 - 14 กันยายน พ.ศ. 2479) อดีตองคมนตรี แม่ทัพภาคที่ 1 พระองค์แรก จเรทหารช่าง ผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม และผู้ริเริ่มการค้นหาปิโตรเลียมในสยามเป็นครั้งแรก ต้นราชสกุลฉัตรชัย[4]

พระประวัติ[แก้]

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยโยธิน ประสูติเมื่อวันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2425 พระนามเดิม พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 38 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาวาด ขณะทรงพระเยาว์เริ่มศึกษาที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ

ปี พ.ศ. 2437 เสด็จไปทรงศึกษาต่อด้านโยธาธิการที่โรงเรียนแฮร์โรว์ ประเทศอังกฤษ และทรงศึกษาต่อวิชาวิศวกรรมที่ทรินิทีคอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และวิชาทหารช่างที่ แชทแฮม จากนั้นเสด็จศึกษาเพิ่มเติมในประเทศฝรั่งเศส ทรงศึกษาการทำทำนบและขุดคลอง ในประเทศเนเธอร์แลนด์ และเสด็จกลับมาทรงงานและศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ จนได้เป็นสมาชิก M.I.C.E. (Member of the Institution of Civil Engineer) (เทียบเท่า วิศวกรรมสถาน)

พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากรเสด็จกลับประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2447 ทรงรับราชการทหาร เหล่าทหารช่าง กรมยุทธนาธิการทหารบก จนได้รับพระราชทานสัญญาบัตรองคมนตรีเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2449[5] ทรงดำรงตำแหน่งจเรทหารช่างพระองค์แรกในปี พ.ศ. 2451 และทรงดำรงตำแหน่งนี้เป็นระยะเวลา 17 ปี ทรงนำความรู้ในวิชาการทหารแผนใหม่ตามแบบอย่างประเทศตะวันตกมาปรับปรุงกิจการทหารช่าง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานกิจการทหารช่างแผนใหม่ และกองทัพ ต่อมาปี พ.ศ. 2452 ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์[6]

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ทรงถือน้ำพระพิพัฒนสัตยาตั้งเป็นองคมนตรีในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2453[7] และดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 พระองค์แรก เมื่อปี พ.ศ. 2454 ต่อมาวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459 โปรดให้เลื่อนเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนกำแพงเพชรอรรคโยธิน[8] และวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465 โปรดให้เลื่อนเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน[9]

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ยุบรวมกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงคมนาคม จึงโปรดให้กรมหลวงกำแพงเพ็ชรฯ รับตำแหน่งผู้รั้งสนาบดีกระทรวงคมนาคมและพาณิชยการตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2468[10] จนถึงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2469 จึงทรงตั้งเป็นเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม และทำการในตำแหน่งผู้บัญชาการรถไฟหลวงแห่งกรุงสยามด้วย[11] ต่อมาวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 โปรดให้เลื่อนเป็นพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ประชาธิบดินทรเจษฎภาดา ปิยมหาราชวงศ์วิศิษฎ์ อเนกยนตรวิจิตรกฤตยโกศล วิมลรัตนมหาโยธาธิบดี ราชธุรันธรีมโหฬาร พาณิชยการคมนาคม อุดมรัตนตรัยสรณธาดา มัททวเมตตาชวาศรัย ฉัตรชัยดิลกบพิตร ทรงศักดินา 15000[12] และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นอภิรัฐมนตรีในวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2474[13] ทรงเป็นองคมนตรีในสมัยรัชกาลที่ 7 จนถึงปี พ.ศ. 2475[14]

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงลาออกจากราชการและเสด็จไปประทับ ณ ประเทศสิงคโปร์ พร้อมกับครอบครัวเมื่อ พ.ศ. 2476 ต่อมาประชวรจนกระทั่งวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2479 จึงสิ้นพระชนม์ที่โรงพยาบาลในประเทศสิงคโปร์ สิริพระชันษาได้ 55 ปี พระชายาได้เชิญพระศพกลับกรุงเทพฯ คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลโปรดให้ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร แล้วประกอบการพระราชกุศลทักษิณานุปทานในวันที่ 8-9 ตุลาคม[15]มีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2480 ณ พระเมรุ วัดเทพศิรินทราวาส[16]

พระกรณียกิจ[แก้]

ด้านการรถไฟไทย[แก้]

ภาพล้อกรมขุนกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง ฝีพระหัตถ์รัชกาลที่ 6

การดำเนินกิจการรถไฟในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น ทรงให้ชาวต่างประเทศเป็นผู้ควบคุมการบริหารกิจการทั้งหมด กระทั่งปี พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร รักษาการตำแหน่งเจ้ากรมรถไฟสายเหนือ ในปี พ.ศ. 2460 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมรถไฟสายเหนือกับสายใต้เข้าเป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า "กรมรถไฟหลวง" และให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมขุนกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง และทรงบุกเบิกพัฒนากิจการต่างๆ ของกรมรถไฟหลวง ขยายเส้นทางเดินรถไฟสายเหนือและสายใต้เข้าด้วยกัน สายตะวันออกเฉียงเหนือทรงสร้างทางรถไฟจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี สายตะวันออกจากฉะเชิงเทราถึงอรัญประเทศ และในปี พ.ศ. 2471 พระองค์ยังได้ทรงสั่งซื้อรถจักรดีเซล จำนวน 2 คัน (หมายเลข 21 และ 22) จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยมีกำลัง 180 แรงม้า เนื่องจากพระองค์ทรงเห็นว่า รถจักรไอน้ำลากจูงขบวนรถไม่สะดวก และไม่ประหยัด อีกทั้งลูกไฟที่กระจายออกมาเป็นอันตรายต่อผู้โดยสาร และอาจทำให้เกิดไฟไหม้ไม้หมอนอีกด้วย ซึ่งรถจักรดีเซลทั้งสองคันดังกล่าว เป็นรถจักรดีเซลคันแรกในทวีปเอเชีย และถือว่าประเทศไทยนำรถจักรดีเซลเข้ามาใช้งานเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชียด้วย [17]

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยุบรวมกรมทางไปขึ้นกับกรมรถไฟหลวง โดยให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมขุนกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ทรงรับผิดชอบงานสร้างถนนและสะพานทั่วประเทศ เช่น สะพานกษัตริย์ศึก เป็นสะพานลอยข้ามทางรถไฟแห่งแรก และสะพานรัษฎาภิเศก จังหวัดลำปาง สะพานพุทธ สะพานพระราม 6

ในปี พ.ศ. 2464 ขณะทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง ได้ทรงริเริ่มนำเอาเครื่องเจาะมาทำการเจาะสำรวจหาน้ำมันดิบ ในบริเวณที่มีผู้พบน้ำมันดิบไหลขึ้นมาบนผิวดินที่บ่อหลวง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ทรงว่าจ้างนักธรณีวิทยาชาวอเมริกันเข้ามาสำรวจทางธรณีวิทยา เพื่อค้นหาน้ำมันดิบและถ่านหินในประเทศไทย

ด้านการคมนาคมและการสื่อสาร[แก้]

พระองค์ทรงริเริ่มนำวิทยาการด้านการสื่อสารเข้ามาใช้การพัฒนาประเทศ ทรงตั้งเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงทดลองขนาดเล็ก และสั่งเครื่องวิทยุกระจายเสียงคลื่นสั้นเข้ามาทดลอง ทรงเปิดการกิจการส่งวิทยุกระจายเสียงเป็นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2473 ใช้ชื่อสถานีว่า "สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ที่พญาไท" และถือว่าเป็นบุคคลแรกของสยาม ที่ต้องการให้ประเทศสยาม มีการส่ง เทเลวิชั่น หรือ วิทยุโทรทัศน์ขึ้นครั้งแรกในประเทศสยาม แต่ความคิดที่จะต้องการส่งแพร่ภาพโทรทัศน์ เมื่อขณะดำรงตำแหน่งเป็นเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมในขณะนั้น ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากสยามได้เปลื่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 ทำให้การกำเนิดโทรทัศน์จึงล้มเลิกไปในระยะหนึ่ง (หากประสบความสำเร็จ ประเทศสยาม อาจเป็นประเทศแรกของเอเชีย ที่มีการส่งโทรทัศน์)

ด้านการสื่อสาร ทรงให้ความสำคัญการสื่อสาร โดยจัดตั้งที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขทั่วประเทศ ให้บริการรับส่งจดหมาย พัสดุ ไปรษณีย์ ธนาณัติ และโทรเลข รวมทั้งการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์และวิทยุโทรเลขภายในและภายนอกประเทศ

ด้านการคมนาคม ทรงสนพระทัยกิจการบิน โดยทรงทดลองขับเครื่องบินสาธิต จนได้รับการยกย่องว่าทรงเป็นคนไทยคนแรกที่มีโอกาสขึ้นเครื่องบิน และทรงวางรากฐานกิจการการบินขึ้นในประเทศไทย และการจัดการบินพาณิชย์ระหว่างประเทศ จัดตั้งบริษัทเดินอากาศและเปิดเส้นทางพาณิชย์

ด้านอื่น ๆ[แก้]

1 เมษายน พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงคมนาคมเข้าเป็นกระทรวงเดียวกัน และให้ นายพลเอก กรมหลวงกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน (พระอิสริยยศในขณะนั้น) รั้งตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม และเป็นนายกสภาเผยแผ่พาณิชย์

21 ตุลาคม พ.ศ. 2474 ทรงดำรงตำแหน่งอภิรัฐมนตรีสภา ทำหน้าที่ปรึกษาราชการในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทรงปฏิบัติราชการแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานพระราชพิธีเป็นครั้งคราว

17 กันยายน พ.ศ. 2473 ทรงมีพระราชดำริเห็นชอบในอุดมการณ์ของโรตารี จึงได้รับการก่อตั้งสโมสรโรตารีแห่งแรกในประเทศไทยขึ้น เรียกชื่อว่า "สโมสรโรตารีกรุงเทพ" มีสมาชิกก่อตั้งรวม 69 ท่าน ซึ่งมีสัญชาติต่างๆ อยู่ถึง 15 ชาติด้วยกัน โดยมีพระยามโนปกรณ์นิติธาดานายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทยเป็นสมาชิกก่อตั้งท่านหนึ่ง การประชุมก่อตั้งได้จัดทำขึ้น ณ พระราชวังพญาไท (ปัจจุบันคือ โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ถนนราชวิถี กรุงเทพมหานคร) โดยเสด็จในกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ได้ทรงรับเป็นนายกก่อตั้งสโมสร

ทรงริเริ่มการค้นหาปิโตรเลียมในประเทศสยามเป็นครั้งแรก

พระชายาและหม่อม[แก้]

ตราประจำราชสกุลฉัตรชัย
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประภาวสิทธิ์นฤมล พระชายา

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เป็นต้นราชสกุล "ฉัตรชัย" มีพระโอรส พระธิดารวม 11 องค์ ประสูติจากพระชายาและหม่อม ดังนี้ [18][19][20]

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประภาวสิทธิ์นฤมล
StateLibQld 1 233164 Official visit of members of the Royal Family of Thailand, Brisbane, 1927
(11 มิถุนายน พ.ศ. 2428 - 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506) พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ กับหม่อมราชวงศ์สว่าง จักรพันธุ์ (ราชสกุลเดิม ศิริวงศ์) อภิเษกสมรสเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2447
เจ้าลดาคำ ณ เชียงใหม่
(7 ธันวาคม พ.ศ. 2439 - 15 มิถุนายน พ.ศ. 2527) เจ้านัดดาในเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์
หม่อมเพี้ยน ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม สุรคุปต์)
(1 กันยายน พ.ศ. 2442 - 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2481)
หม่อมเผือด ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม พึ่งรักวงศ์)
(พ.ศ. 2449 - มีนาคม พ.ศ. 2527)
  • หม่อมเจ้าสุรฉัตร ฉัตรชัย (15 มิถุนายน พ.ศ. 2472 - 27 สิงหาคม พ.ศ. 2536) เสกสมรสกับหม่อมรัชดา ฉัตรชัย ณ อยุธยา (ราชสกุลเดิม อิศรเสนา ณ อยุธยา) และหม่อมราชวงศ์เรืองรำไพ ฉัตรชัย (ราชสกุลเดิม ชุมพล)
    • หม่อมราชวงศ์รพิฉัตร ฉัตรชัย สมรสกับมนวิภา ฉัตรชัย ณ อยุธยา
    • หม่อมราชวงศ์ปิยฉัตร ฉัตรชัย
หม่อมบัวผัด ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม อินทรสูต)
(5 เมษายน พ.ศ. 2454 - ?)
  • เฟื่องฉัตร ดิศกุล (9 พฤษภาคม พ.ศ. 2475 - 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2547) ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งราชวงศ์เพื่อสมรสกับหม่อมราชวงศ์พิพัฒนดิศ ดิศกุล
    • หม่อมหลวงธีรฉัตร บุรฉัตร (พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร ทรงรับเป็นพระโอรสบุญธรรม) สมรสกับยุวดี บุรฉัตร ณ อยุธยา (สกุลเดิม โกมารกุล ณ นคร) และปราณี บุรฉัตร ณ อยุธยา (สกุลเดิม จันทร์เวียง)
    • หม่อมหลวงพิพัฒนฉัตร ดิศกุล สมรสกับเสาวนีย์ ดิศกุล ณ อยุธยา (สกุลเดิม ธีราสถาพร)
    • หม่อมหลวงพิชยฉัตร ดิศกุล
    • หม่อมหลวงฉัตรฏิปปีญา ดิศกุล
  • หม่อมเจ้าพิบูลฉัตร ฉัตรชัย (12 กันยายน พ.ศ. 2478 - 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2499)
หม่อมจำลอง ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม ชลานุเคราะห์)
(8 กันยายน พ.ศ. 2456 - พ.ศ. 2511)
  • หิรัญฉัตร เอ็ดเวิร์ด (20 ตุลาคม พ.ศ. 2476 - 29 ตุลาคม พ.ศ. 2541) ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งราชวงศ์เพื่อสมรสกับแอลเฟรด ฟิททิ่ง และเบเวน เอ็ดเวิร์ดส
    • ฉัตราภรณ์ คอร่า ฟิททิ่ง
    • ฉัตราภา ออรอร่า ฟิททิ่ง (ฉัตราภา ออรอร่า เอ็ดเวิร์ดส)
    • ปิติฉัตร เบเวอร์ลี เอ็ดเวิร์ดส
    • ภัทรฉัตร เบแวน เอ็ดเวิร์ดส
หม่อมเอื้อม ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม อรุณทัต)
(พ.ศ. 2452 - 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491)
  • หม่อมเจ้าทิพยฉัตร ฉัตรชัย (6 ตุลาคม พ.ศ. 2477 - 13 มกราคม พ.ศ. 2553) เสกสมรสกับหม่อมจารุศรี ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม รัตนวราหะ) ,หม่อมมัณฑนา ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม บุนนาค) และหม่อมอรศรี ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม ลีนะวัต)
    • หม่อมราชวงศ์ลักษมีฉัตร วรวรรณ สมรสกับหม่อมหลวงปริญญากร วรวรรณ
    • หม่อมราชวงศ์กมลฉัตร บุญพราหมณ์ สมรสกับพร้อมพงศ์ บุญพราหมณ์
    • หม่อมราชวงศ์ธิดาฉัตร จันทร์ตรี สมรสกับกุลิต จันทร์ตรี
    • หม่อมราชวงศ์ปิยฉัตร ฉัตรชัย
    • หม่อมราชวงศ์มณฑิรฉัตร ฉัตรชัย สมรสกับปิยะพร ฉัตรชัย ณ อยุธยา
    • หม่อมราชวงศ์เอื้อมทิพย์ เศวตศิลา สมรสกับนัทธิน เศวตศิลา
    • หม่อมราชวงศ์ฉัตรทิพย์ ฉัตรชัย
    • หม่อมราชวงศ์เอิบทิพย์ ฉัตรชัย

พระเกียรติยศ[แก้]

พระอิสริยยศ[แก้]

  • พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร (23 มกราคม พ.ศ. 2424 - 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449)
  • พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นกำแพงเพชรอรรคโยธิน (27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449 - 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453)
  • พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นกำแพงเพชรอรรคโยธิน (23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 - 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459)
  • พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนกำแพงเพชรอรรคโยธิน (11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459 - 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465)
  • พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงกำแพงเพชรอัครโยธิน (11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465 - 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468)
  • พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงกำแพงเพชรอัครโยธิน (26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 - 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472)
  • พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน (8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 - 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2478)
  • พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน (10 กรกฎาคม พ.ศ. 2478 - 14 กันยายน พ.ศ. 2479)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

พระสมัญญา[แก้]

  • พระบิดาแห่งกิจการวิทยุกระจายเสียงไทย[35][36]
  • พระบิดาแห่งการรถไฟไทย[37][38]
  • พระบิดาแห่งโรตารีไทย[39]
  • ผู้วางรากฐานกิจการทหารช่างแผนใหม่และกองทัพ[40]

พระยศ[แก้]

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน
รับใช้ สยาม
บริการ/สังกัดกองทัพบกสยาม
กองเสือป่า
ชั้นยศRTA OF-9 (General).svg พลเอก
นายกองตรี.jpg นายกองตรี

พระยศทหาร[แก้]

  • นายพลเอก
  • นายพลโท[41]
  • นายพลตรี

พระยศเสือป่า[แก้]

  • นายหมู่ใหญ่
  • นายกองตรี[42]

พงศาวลี[แก้]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ
  1. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2453/D/2459.PDF
  2. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2456/D/1998.PDF
  3. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2470/A/309.PDF ประกาศตั้งผู้รั้งตำแหน่งผู้บัญชาการรถไฟหลวง
  4. "พระบรมราชโองการ ประกาศ พระราชทานนามสกุลสำหรับเชื้อพระวงศ์พระบรมราชวงศ์ชั้น ๕" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 46 (0 ก): 24. 9 มิถุนายน 2472. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  5. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2449/001/22_3.PDF
  6. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2452/D/1588.PDF
  7. "บัญชีพระนามและนามองคมนตรี ที่พระราชทานสัญญาบัตรแล้ว" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 27 (0 ง): 2275. 1 มกราคม ร.ศ. 129. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  8. "พระบรมราชโองการ ประกาศ สถาปนาเลื่อนกรม พระพุททธศักราช ๒๔๕๙" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 33 (0 ก): 228–230. 11 พฤศจิกายน 2459. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2561. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  9. "ประกาศเลื่อนกรมตั้งพระองค์เจ้าและตั้งเจ้าพระยา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 39 (0 ก): 305–309. 19 พฤศจิกายน 2465. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2561. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  10. "ประกาศ เรื่อง ตั้งผู้รั้งเสนาบดีกระทรวงคมนาคมและพาณิชยการ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 42 (0 ก): 418. 28 มีนาคม 2468. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  11. "ประกาศ ตั้งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยกับเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมและนายกสภาเผยแผ่พาณิชย์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 43 (0 ก): 188. 16 พฤษภาคม 2469. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  12. "พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งกรม ตั้งพระองค์เจ้าและเจ้าพระยา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 46 (0 ก): 181–183. 10 พฤศจิกายน 2471. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2561. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  13. "พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งอภิรัฐมนตรี" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 48 (0 ก): 366. 25 ตุลาคม 2474. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2561. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  14. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2475/A/200.PDF
  15. "หมายกำหนดการ ที่ ๑๑/๒๔๗๙ พระราชกุศลทักษิณานุปทานพระศพพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๗๙" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 53 (0 ง): 1767–1769. 11 ตุลาคม 2479. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2561. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  16. ราชกิจจานุเบกษา,หมายกำหนดการ ที่ ๑๕/๒๔๗๙ พระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส พุทธศักราช ๒๔๗๙ เล่ม 53, ตอน ๐ ง, 17 มกราคม พ.ศ. 2479, หน้า 2640
  17. รถจักรดีเซล จาก สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 4[ลิงก์เสีย]
  18. http://freepages.genealogy.rootsweb.com/~royalty/thailand/i162.html
  19. http://www.railway.co.th/about/burachut.asp
  20. กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี, หม่อมราชวงศ์. สายพระโลหิตในพระพุทธเจ้าหลวง. กรุงเทพฯ : ดีเอ็มดี, พ.ศ. 2551. 290 หน้า. ISBN 978-974-312-022-0
  21. "พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรกรีบรมราชวงษ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 21 (ตอน 44): หน้า 803. 29 มกราคม ร.ศ. 123. Check date values in: |date= (help)
  22. "รายพระนามและนาม สมาชิก สมาชิกา เครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับตระกูลจุลจอมเกล้า พระราชทานในงานพระราชพิธีฉัตรมงคล เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๕" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 39 (ตอน 0 ง): หน้า 2283. 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465. Check date values in: |date= (help)
  23. "พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 39 (ตอน 0 ง). 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465. Check date values in: |date= (help)
  24. "พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จุลจอมเกล้าฝ่ายหน้า" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 22 (ตอน 35): หน้า 762. 26 พฤศจิกายน ร.ศ. 124. Check date values in: |date= (help)
  25. "พระราชทานตรารัตนวราภรณ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 30 (ตอน 0 ง): หน้า 1858. 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2456. Check date values in: |date= (help)
  26. "ข่าวพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 45 (ตอน 0 ง): หน้า 2364. 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2471. สืบค้นเมื่อ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  27. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2455/D/1856.PDF
  28. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2449/027/679_1.PDF
  29. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2436/038/414_1.PDF
  30. "ประกาศพระราชทานฐานันดรเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 35 (ตอน 0 ง): หน้า 2181. 2 ธันวาคม พ.ศ. 2461. Check date values in: |date= (help)
  31. "พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 22 (ตอน 27): หน้า 599. 1 ตุลาคม ร.ศ. 124. Check date values in: |date= (help)
  32. "พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลปัจจุบันฝ่ายหน้า" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 25 (ตอน 35): หน้า 1012. 29 พฤศจิกายน ร.ศ. 127. Check date values in: |date= (help)
  33. "พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 33 (ตอน 0 ง): หน้า 3099. 28 มกราคม พ.ศ. 2459. Check date values in: |date= (help)
  34. "พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ฝ่ายหน้า" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 43 (ตอน 0 ง): หน้า 3120. 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2469. Check date values in: |date= (help)
  35. https://hilight.kapook.com/view/98414
  36. http://www.tnews.co.th/contents/405424
  37. http://www.railway.co.th/main/profile/burachut.html
  38. https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_14764
  39. http://www.tnews.co.th/contents/357958
  40. http://www.tnews.co.th/contents/357958
  41. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2455/D/128.PDF
  42. พระราชทานสัญญาบัตรกองเสือป่า
บรรณานุกรม
  • ศุภวัฒย์ เกษมศรี, พลตรี หม่อมราชวงศ์, และรัชนี ทรัพย์วิจิตร. พระอนุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าในพระราชวงศ์จักรี. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์บรรณกิจ, พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2549. 360 หน้า. หน้า 258-259. ISBN 974-221-818-8
  • สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. ราชสกุลวงศ์. พิมพ์ครั้งที่ 14, กรุงเทพฯ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2554. 296 หน้า. หน้า 57. ISBN 978-974-417-594-6

ดูเพิ่ม[แก้]

ก่อนหน้า พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ถัดไป
สถาปนาตำแหน่ง 2leftarrow.png S 7323745.png
แม่ทัพภาคที่ 1
(2453 – 2456)
2rightarrow.png พระยาเสนาภิมุข
(จง ลักษณะสุต)
ลูอิส ไวเลอร์ (เจ้ากรมรถไฟสายเหนือ)
เฮนรี กิตตินส์ (เจ้ากรมรถไฟสายใต้)
2leftarrow.png SRT logo.png
ผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง
(5 มิถุนายน 2460 – 8 กันยายน 2471)
2rightarrow.png พระยาสารศาสตร์ศิริลักษณ์
(สรรเสริญ สุขยางค์)