พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น 5 พระองค์เจ้าชั้นเอก
พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร.jpg
เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม
แต่งตั้ง15 พฤษภาคม พ.ศ. 2469
ก่อนหน้ากรมพระจันทบุรีนฤนาถ (กระทรวงพาณิชย์)
เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ (กระทรวงคมนาคม)
พระภรรยาพระชายา
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประภาวสิทธิ์นฤมล
หม่อม
เจ้าลดาคำ ณ เชียงใหม่
หม่อมเพี้ยน ฉัตรไชย ณ อยุธยา
หม่อมเผือด ฉัตรไชย ณ อยุธยา
หม่อมบัวผัด ฉัตรไชย ณ อยุธยา
หม่อมจำลอง ฉัตรไชย ณ อยุธยา
หม่อมเอื้อม ฉัตรไชย ณ อยุธยา
พระบุตร8 พระองค์
ราชวงศ์ราชวงศ์จักรี
พระบิดาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมารดาเจ้าจอมมารดาวาด ในรัชกาลที่ 5
ประสูติ23 มกราคม พ.ศ. 2424
สิ้นพระชนม์14 กันยายน พ.ศ. 2479 (55 ปี)

นายพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน พระนามเดิม พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร (23 มกราคม พ.ศ. 2424 - 14 กันยายน พ.ศ. 2479) อดีตจเรทหารช่าง อดีตผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง อดีตเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม และผู้ริเริ่มการค้นหาปิโตรเลียมในสยามเป็นครั้งแรก ต้นราชสกุลฉัตรชัย[1]

พระประวัติ[แก้]

พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 38 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาวาด ประสูติเมื่อวันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2424 ขณะทรงพระเยาว์เริ่มศึกษาที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ

ปี พ.ศ. 2437 เสด็จไปทรงศึกษาต่อด้านโยธาธิการที่โรงเรียนแฮร์โรว์ ประเทศอังกฤษ และทรงศึกษาต่อวิชาวิศวกรรมที่ทรินิทีคอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และวิชาทหารช่างที่ แชทแฮม จากนั้นเสด็จศึกษาเพิ่มเติมในประเทศฝรั่งเศส ทรงศึกษาการทำทำนบและขุดคลอง ในประเทศเนเธอร์แลนด์ และเสด็จกลับมาทรงงานและศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ จนได้เป็นสมาชิก M.I.C.E. (Member of the Institution of Civil Engineer) (เทียบเท่า วิศวกรรมสถาน)

พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากรเสด็จกลับประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2447 ทรงรับราชการทหาร เหล่าทหารช่าง กรมยุทธนาธิการทหารบก ทรงดำรงตำแหน่งจเรทหารช่างพระองค์แรกในปี พ.ศ. 2451 และทรงดำรงตำแหน่งนี้เป็นระยะเวลา 17 ปี ทรงนำความรู้ในวิชาการทหารแผนใหม่ตามแบบอย่างประเทศตะวันตกมาปรับปรุงกิจการทหารช่าง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานกิจการทหารช่างแผนใหม่ และกองทัพ

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ทรงถือน้ำพระพิพัฒนสัตยาตั้งเป็นองคมนตรีในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2453[2] ต่อมาวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459 โปรดให้เลื่อนเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนกำแพงเพชรอรรคโยธิน[3] และวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465 โปรดให้เลื่อนเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน[4]

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ยุบรวมกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงคมนาคม จึงโปรดให้กรมหลวงกำแพงเพ็ชรฯ รับตำแหน่งผู้รั้งสนาบดีกระทรวงคมนาคมและพาณิชยการตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2468[5] จนถึงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2469 จึงทรงตั้งเป็นเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม และทำการในตำแหน่งผู้บัญชาการรถไฟหลวงแห่งกรุงสยามด้วย[6] ต่อมาวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 โปรดให้เลื่อนเป็นพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ประชาธิบดินทรเจษฎภาดา ปิยมหาราชวงศ์วิศิษฎ์ อเนกยนตรวิจิตรกฤตยโกศล วิมลรัตนมหาโยธาธิบดี ราชธุรันธรีมโหฬาร พาณิชยการคมนาคม อุดมรัตนตรัยสรณธาดา มัททวเมตตาชวาศรัย ฉัตรชัยดิลกบพิตร ทรงศักดินา 15000[7] และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นอภิรัฐมนตรีในวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2474[8]

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงลาออกจากราชการและเสด็จไปประทับ ณ ประเทศสิงคโปร์ พร้อมกับครอบครัวเมื่อ พ.ศ. 2476 ต่อมาประชวรจนกระทั่งวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2479 จึงสิ้นพระชนม์ที่โรงพยาบาลในประเทศสิงคโปร์ สิริพระชันษาได้ 55 ปี พระชายาได้เชิญพระศพกลับกรุงเทพฯ คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลโปรดให้ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร แล้วประกอบการพระราชกุศลทักษิณานุปทานในวันที่ 8-9 ตุลาคม[9]มีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2480 ณ พระเมรุ วัดเทพศิรินทราวาส[10]

พระกรณียกิจ[แก้]

ด้านการรถไฟไทย[แก้]

ภาพล้อกรมขุนกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง ฝีพระหัตถ์รัชกาลที่ 6

การดำเนินกิจการรถไฟในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น ทรงให้ชาวต่างประเทศเป็นผู้ควบคุมการบริหารกิจการทั้งหมด กระทั่งปี พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร รักษาการตำแหน่งเจ้ากรมรถไฟสายเหนือ ในปี พ.ศ. 2460 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมรถไฟสายเหนือกับสายใต้เข้าเป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า "กรมรถไฟหลวง" และให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมขุนกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง และทรงบุกเบิกพัฒนากิจการต่างๆ ของกรมรถไฟหลวง ขยายเส้นทางเดินรถไฟสายเหนือและสายใต้เข้าด้วยกัน สายตะวันออกเฉียงเหนือทรงสร้างทางรถไฟจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี สายตะวันออกจากฉะเชิงเทราถึงอรัญประเทศ และในปี พ.ศ. 2471 พระองค์ยังได้ทรงสั่งซื้อรถจักรดีเซล จำนวน 2 คัน (หมายเลข 21 และ 22) จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยมีกำลัง 180 แรงม้า เนื่องจากพระองค์ทรงเห็นว่า รถจักรไอน้ำลากจูงขบวนรถไม่สะดวก และไม่ประหยัด อีกทั้งลูกไฟที่กระจายออกมาเป็นอันตรายต่อผู้โดยสาร และอาจทำให้เกิดไฟไหม้ไม้หมอนอีกด้วย ซึ่งรถจักรดีเซลทั้งสองคันดังกล่าว เป็นรถจักรดีเซลคันแรกในทวีปเอเชีย และถือว่าประเทศไทยนำรถจักรดีเซลเข้ามาใช้งานเป็นประเทศแรกในทวีปเอเชียด้วย [11]

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยุบรวมกรมทางไปขึ้นกับกรมรถไฟหลวง โดยให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมขุนกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ทรงรับผิดชอบงานสร้างถนนและสะพานทั่วประเทศ เช่น สะพานกษัตริย์ศึก เป็นสะพานลอยข้ามทางรถไฟแห่งแรก และสะพานรัษฎาภิเศก จังหวัดลำปาง สะพานพุทธ สะพานพระราม 6

ในปี พ.ศ. 2464 ขณะทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง ได้ทรงริเริ่มนำเอาเครื่องเจาะมาทำการเจาะสำรวจหาน้ำมันดิบ ในบริเวณที่มีผู้พบน้ำมันดิบไหลขึ้นมาบนผิวดินที่บ่อหลวง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ทรงว่าจ้างนักธรณีวิทยาชาวอเมริกันเข้ามาสำรวจทางธรณีวิทยา เพื่อค้นหาน้ำมันดิบและถ่านหินในประเทศไทย

ด้านการคมนาคมและการสื่อสาร[แก้]

พระองค์ทรงริเริ่มนำวิทยาการด้านการสื่อสารเข้ามาใช้การพัฒนาประเทศ ทรงตั้งเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงทดลองขนาดเล็ก และสั่งเครื่องวิทยุกระจายเสียงคลื่นสั้นเข้ามาทดลอง ทรงเปิดการกิจการส่งวิทยุกระจายเสียงเป็นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2473 ใช้ชื่อสถานีว่า "สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ที่พญาไท" และถือว่าเป็นบุคคลแรกของสยาม ที่ต้องการให้ประเทศสยาม มีการส่ง เทเลวิชั่น หรือ วิทยุโทรทัศน์ขึ้นครั้งแรกในประเทศสยาม แต่ความคิดที่จะต้องการส่งแพร่ภาพโทรทัศน์ เมื่อขณะดำรงตำแหน่งเป็นเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมในขณะนั้น ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากสยามได้เปลื่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 ทำให้การกำเนิดโทรทัศน์จึงล้มเลิกไปในระยะหนึ่ง (หากประสบความสำเร็จ ประเทศสยาม อาจเป็นประเทศแรกของเอเชีย ที่มีการส่งโทรทัศน์)

ด้านการสื่อสาร ทรงให้ความสำคัญการสื่อสาร โดยจัดตั้งที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขทั่วประเทศ ให้บริการรับส่งจดหมาย พัสดุ ไปรษณีย์ ธนาณัติ และโทรเลข รวมทั้งการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์และวิทยุโทรเลขภายในและภายนอกประเทศ

ด้านการคมนาคม ทรงสนพระทัยกิจการบิน โดยทรงทดลองขับเครื่องบินสาธิต จนได้รับการยกย่องว่าทรงเป็นคนไทยคนแรกที่มีโอกาสขึ้นเครื่องบิน และทรงวางรากฐานกิจการการบินขึ้นในประเทศไทย และการจัดการบินพาณิชย์ระหว่างประเทศ จัดตั้งบริษัทเดินอากาศและเปิดเส้นทางพาณิชย์

ด้านอื่น ๆ[แก้]

1 เมษายน พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงคมนาคมเข้าเป็นกระทรวงเดียวกัน และให้ นายพลเอก กรมหลวงกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน (พระอิสริยยศในขณะนั้น) รั้งตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม และเป็นนายกสภาเผยแผ่พาณิชย์

21 ตุลาคม พ.ศ. 2474 ทรงดำรงตำแหน่งอภิรัฐมนตรีสภา ทำหน้าที่ปรึกษาราชการในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทรงปฏิบัติราชการแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานพระราชพิธีเป็นครั้งคราว

17 กันยายน พ.ศ. 2473 ทรงมีพระราชดำริเห็นชอบในอุดมการณ์ของโรตารี จึงได้รับการก่อตั้งสโมสรโรตารีแห่งแรกในประเทศไทยขึ้น เรียกชื่อว่า "สโมสรโรตารีกรุงเทพ" มีสมาชิกก่อตั้งรวม 69 ท่าน ซึ่งมีสัญชาติต่างๆ อยู่ถึง 15 ชาติด้วยกัน โดยมีพระยามโนปกรณ์นิติธาดานายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทยเป็นสมาชิกก่อตั้งท่านหนึ่ง การประชุมก่อตั้งได้จัดทำขึ้น ณ พระราชวังพญาไท (ปัจจุบันคือ โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ถนนราชวิถี กรุงเทพมหานคร) โดยเสด็จในกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ได้ทรงรับเป็นนายกก่อตั้งสโมสร

ทรงริเริ่มการค้นหาปิโตรเลียมในประเทศสยามเป็นครั้งแรก

พระชายาและหม่อม[แก้]

ตราประจำราชสกุลฉัตรชัย
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประภาวสิทธิ์นฤมล พระชายา

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงเป็นต้นราชสกุล "ฉัตรไชย" มีพระโอรส พระธิดารวม 11 องค์ ประสูติจากพระชายาและหม่อม ดังนี้ [12][13][14]

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประภาวสิทธิ์นฤมล

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงประภาวสิทธิ์นฤมล (11 มิถุนายน 2428 - 15 กุมภาพันธ์ 2506) พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ กับหม่อมราชวงศ์หญิงสว่าง จักรพันธุ์ (ราชสกุลเดิม : ศิริวงศ์) อภิเษกสมรสเมื่อ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2447 มีพระโอรส 1 พระองค์และพระธิดา 3 พระองค์

เจ้าลดาคำ ณ เชียงใหม่

เจ้าลดาคำ ณ เชียงใหม่ (7 ธันวาคม 2439 - 15 มิถุนายน 2527) เจ้านัดดา (หลานปู่) ในเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ มีพระธิดา 2 องค์

  • หม่อมเจ้าหญิงฉัตรสุดา ฉัตรชัย (27 กุมภาพันธ์ 2463 - 21 พฤษภาคม 2539) เษกสมรสครั้งแรกกับหม่อมเจ้ารวิพรรณไพโรจน์ รพีพัฒน์ และต่อมาในภายหลังได้ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งราชวงศ์เพื่อทำการเษกสมรสกับคุณณรงค์ วงศ์ทองศรี นักธุรกิจ
    • หม่อมราชวงศ์หญิงพัฒนฉัตร รพีพัฒน์
    • ฉัตรชัย วงศ์ทองศรี
    • ดนัยฉัตร วงศ์ทองศรี
    • ร้อยเอก ธนฉัตร วงศ์ทองศรี
  • หม่อมเจ้าหญิงภัทรลดา ดิศกุล (21 มีนาคม 2467 - 29 มีนาคม 2551) เษกสมรสกับหม่อมเจ้าพิริยดิศ ดิศกุล
    • หม่อมราชวงศ์หญิงรมณียฉัตร ดิศกุล สมรสกับ นริศ แก้วกิริยา
    • หม่อมราชวงศ์ศุภดิศ ดิศกุล สมรสกับพันโทหญิงชญาณิษฐ์ ดิศกุล ณ อยุธยา (สกุลเดิม ศิริถาพร)
      • หม่อมหลวงอรดิศ ดิศกุล สมรสกับ นายวัฒนวงษ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (หลาน 2 คน คือ เด็กหญิงสนิทนาถ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ เด็กชายภาสกฤต สนิทวงศ์ ณ อยุธยา)
      • หม่อมหลวงศุภพรรณ ดิศกุล สมรสกับ นายอภิชาต ลีนุตพงษ์ (หลาน 1 คน คือ เด็กชายธีทัต ลีนุตพงษ์)
      • หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล สมรสกับ นางจิรวรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา (สกุลเดิม เหลืองอมรเลิศ) (หลาน 1 คน เด็กหญิงกวินนา ดิศกุล ณ อยุธยา)
หม่อมเพี้ยน ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม : สุรคุปต์)

หม่อมเพี้ยน สุรคุปต์ (1 กันยายน พ.ศ. 2442 - 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2481)

หม่อมเผือด ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม : พึ่งรักวงศ์)

หม่อมเผือด พึ่งรักวงศ์ (พ.ศ. 2449 - มีนาคม พ.ศ. 2527)

  • หม่อมเจ้าสุรฉัตร ฉัตรชัย (15 มิถุนายน พ.ศ. 2472 - 27 สิงหาคม พ.ศ. 2536) เษกสมรสกับ รัชดา ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม อิศรเสนา ณ อยุธยา) และ หม่อมราชวงศ์หญิงเรืองรำไพ ฉัตรชัย (ราชสกุลเดิม ชุมพล)
    • หม่อมราชวงศ์รพิฉัตร ฉัตรชัย สมรสกับ มนวิภา ฉัตรชัย ณ อยุธยา
    • หม่อมราชวงศ์ปิยฉัตร ฉัตรชัย
หม่อมบัวผัด ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม : อินทรสูต)

หม่อมบัวผัด อินทรสูต (5 เมษายน พ.ศ. 2454 - )

  • หม่อมเจ้าหญิงเฟื่องฉัตร ฉัตรชัย (9 พฤษภาคม พ.ศ. 2475 - 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2547) ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งราชวงศ์เพื่อทำการเษกสมรสกับ หม่อมราชวงศ์พิพัฒนดิศ ดิศกุล
    • หม่อมหลวงธีรฉัตร ดิศกุล (ภายหลังพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร ทรงรับเป็นโอรสบุญธรรม จึงเปลี่ยนนามสกุลเป็น หม่อมหลวงธีรฉัตร บุรฉัตร) สมรสกับ ยุวดี บุรฉัตร ณ อยุธยา (สกุลเดิม โกมารกุล ณ นคร) และ ปราณี บุรฉัตร ณ อยุธยา (สกุลเดิม จันทร์เวียง)
      • ชนิกานดา โกมารกุล ณ นคร (ใช้นามสกุลมารดา)
      • ยุพาพิน บุรฉัตร ณ อยุธยา (เปลี่ยนนามสกุล จาก โกมารกุล ณ นคร)
      • ธานิฉัตร บุรฉัตร ณ อยุธยา
      • วรฉัตร บุรฉัตร ณ อยุธยา
    • หม่อมหลวงพิพัฒนฉัตร ดิศกุล สมรสกับ เสาวนีย์ ดิศกุล ณ อยุธยา (สกุลเดิม ธีราสถาพร)
    • หม่อมหลวงพิชยฉัตร ดิศกุล
    • หม่อมหลวงฉัตรฏิปปีญา ดิศกุล
  • หม่อมเจ้าพิบูลฉัตร ฉัตรชัย (12 กันยายน พ.ศ. 2478 - 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2499)
หม่อมจำลอง ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม : ชลานุเคราะห์)

หม่อมจำลอง ชลานุเคราะห์ (8 กันยายน พ.ศ. 2456 - พ.ศ. 2511)

  • หม่อมเจ้าหญิงหิรัญฉัตร ฉัตรชัย (20 ตุลาคม พ.ศ. 2476 - 29 ตุลาคม พ.ศ. 2541) ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งราชวงศ์เพื่อทำการสมรสกับ แอลเฟรด ฟิททิ่ง และ เบเวน เอ็ดเวิร์ดส ชาวอเมริกัน
    • ฉัตราภรณ์ คอร่า ฟิททิ่ง
    • ฉัตราภา ออรอร่า ฟิททิ่ง (ฉัตราภา ออรอร่า เอ็ดเวิร์ดส)
    • ปิติฉัตร เบเวอร์ลี เอ็ดเวิร์ดส
    • ภัทรฉัตร เบแวน เอ็ดเวิร์ดส
หม่อมเอื้อม ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม : อรุณทัต)

หม่อมเอื้อม อรุณทัต (พ.ศ. 2452 - 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491)

  • หม่อมเจ้าทิพยฉัตร ฉัตรชัย (6 ตุลาคม พ.ศ. 2477 - 13 มกราคม พ.ศ. 2553) เษกสมรสกับ จารุศรี ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม รัตนวราหะ) และมีหม่อม คือ มัณฑนา ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม บุนนาค) และ อรศรี ฉัตรชัย ณ อยุธยา (สกุลเดิม ลีนะวัต)
    • หม่อมราชวงศ์หญิงลักษมีฉัตร ฉัตรชัย สมรสกับหม่อมหลวงปริญญากร วรวรรณ
    • หม่อมราชวงศ์หญิงกมลฉัตร ฉัตรชัย สมรสกับพร้อมพงศ์ บุญพราหมณ์
    • หม่อมราชวงศ์หญิงธิดาฉัตร ฉัตรชัย สมรสกับกุลิต จันทร์ตรี
    • หม่อมราชวงศ์ปิยฉัตร ฉัตรชัย
    • หม่อมราชวงศ์มณฑิรฉัตร ฉัตรชัย สมรสกับปิยะพร ฉัตรชัย ณ อยุธยา
      • หม่อมหลวงฑวิฉัตร ฉัตรชัย
      • หม่อมหลวงอธิฉัตร ฉัตรชัย
    • หม่อมราชวงศ์หญิงเอื้อมทิพย์ ฉัตรชัย สมรสกับนัทธิน เศวตศิลา
    • หม่อมราชวงศ์ฉัตรทิพย์ ฉัตรชัย
      • หม่อมหลวงชยากร ฉัตรชัย
    • หม่อมราชวงศ์หญิงเอิบทิพย์ ฉัตรชัย

พระเกียรติยศ[แก้]

พระอิสริยยศ[แก้]

  • พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร (23 มกราคม พ.ศ. 2424 - 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449)
  • พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นกำแพงเพชรอรรคโยธิน (27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449 - 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453)
  • พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นกำแพงเพชรอรรคโยธิน (23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 - 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459)
  • พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนกำแพงเพชรอรรคโยธิน (11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459 - 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465)
  • พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงกำแพงเพชรอัครโยธิน (11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465 - 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468)
  • พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงกำแพงเพชรอัครโยธิน (26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 - 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472)
  • พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน (8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 - 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2478)
  • พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน (10 กรกฎาคม พ.ศ. 2478 - ปัจจุบัน)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

พระสมัญญา[แก้]

  • พระบิดาแห่งกิจการวิทยุกระจายเสียงไทย[20][21]
  • พระบิดาแห่งการรถไฟไทย[22][23]
  • พระบิดาแห่งการท่องเที่ยวไทย[24]
  • พระบิดาแห่งโรตารีไทย[25]
  • ผู้วางรากฐานกิจการทหารช่างแผนใหม่และกองทัพ[26]

ราชตระกูล[แก้]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ
  1. "พระบรมราชโองการ ประกาศ พระราชทานนามสกุลสำหรับเชื้อพระวงศ์พระบรมราชวงศ์ชั้น ๕" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 46 (0 ก): 24. 9 มิถุนายน 2472. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2562.
  2. "บัญชีพระนามและนามองคมนตรี ที่พระราชทานสัญญาบัตรแล้ว" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 27 (0 ง): 2275. 1 มกราคม ร.ศ. 129. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562.
  3. "พระบรมราชโองการ ประกาศ สถาปนาเลื่อนกรม พระพุททธศักราช ๒๔๕๙" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 33 (0 ก): 228–230. 11 พฤศจิกายน 2459. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2561.
  4. "ประกาศเลื่อนกรมตั้งพระองค์เจ้าและตั้งเจ้าพระยา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 39 (0 ก): 305–309. 19 พฤศจิกายน 2465. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2561.
  5. "ประกาศ เรื่อง ตั้งผู้รั้งเสนาบดีกระทรวงคมนาคมและพาณิชยการ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 42 (0 ก): 418. 28 มีนาคม 2468. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2562.
  6. "ประกาศ ตั้งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยกับเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมและนายกสภาเผยแผ่พาณิชย์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 43 (0 ก): 188. 16 พฤษภาคม 2469. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2562.
  7. "พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งกรม ตั้งพระองค์เจ้าและเจ้าพระยา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 46 (0 ก): 181–183. 10 พฤศจิกายน 2471. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2561.
  8. "พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งอภิรัฐมนตรี" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 48 (0 ก): 366. 25 ตุลาคม 2474. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2561.
  9. "หมายกำหนดการ ที่ ๑๑/๒๔๗๙ พระราชกุศลทักษิณานุปทานพระศพพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๗๙" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 53 (0 ง): 1767–1769. 11 ตุลาคม 2479. สืบค้นเมื่อ 31 สิงหาคม 2561.
  10. ราชกิจจานุเบกษา,หมายกำหนดการ ที่ ๑๕/๒๔๗๙ พระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส พุทธศักราช ๒๔๗๙ เล่ม 53, ตอน ๐ ง, 17 มกราคม พ.ศ. 2479, หน้า 2640
  11. รถจักรดีเซล จาก สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 4
  12. http://freepages.genealogy.rootsweb.com/~royalty/thailand/i162.html
  13. http://www.railway.co.th/about/burachut.asp
  14. กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี, หม่อมราชวงศ์. สายพระโลหิตในพระพุทธเจ้าหลวง. กรุงเทพฯ : ดีเอ็มดี, พ.ศ. 2551. 290 หน้า. ISBN 978-974-312-022-0
  15. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรกรีบรมราชวงษ์, ๒๙ มกราคม ๒๔๔๘, เล่ม ๒๑, หน้า ๘๐๓
  16. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศพระราชทานฐานันดรเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี, เล่ม ๓๕, ตอน ๐ ง, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๑, หน้า ๒๑๗๗
  17. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม ๓๓, ตอน ๐ ง, ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๙, หน้า ๓๐๙๘
  18. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ฝ่ายหน้า, เล่ม ๔๓, ตอน ๐ ง, ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๙, หน้า ๓๑๒๐
  19. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา, เล่ม ๒๒, ตอน ๒๗, ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๘, หน้า ๕๙๙
  20. https://hilight.kapook.com/view/98414
  21. http://www.tnews.co.th/contents/405424
  22. http://www.railway.co.th/main/profile/burachut.html
  23. https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_14764
  24. http://www.moe.go.th/mobile1/viewNews.php?nCatId=news2&moe_mod_news_ID=24998
  25. http://www.tnews.co.th/contents/357958
  26. http://www.tnews.co.th/contents/357958
บรรณานุกรม
  • ศุภวัฒย์ เกษมศรี, พลตรี หม่อมราชวงศ์, และรัชนี ทรัพย์วิจิตร. พระอนุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าในพระราชวงศ์จักรี. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์บรรณกิจ, พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2549. 360 หน้า. หน้า 258-259. ISBN 974-221-818-8
  • สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. ราชสกุลวงศ์. พิมพ์ครั้งที่ 14, กรุงเทพฯ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2554. 296 หน้า. หน้า 57. ISBN 978-974-417-594-6

ดูเพิ่ม[แก้]