อำเภอป่าแดด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อำเภอป่าแดด
แผนที่จังหวัดเชียงราย เน้นอำเภอป่าแดด
ป่าแดดข้าวหอม ธาตุจอมสูงสง่า
หุ่นฟางสัตว์ป่า ถ้ำผาแหล่งธรรม งามล้ำผ้าไหม
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทยอำเภอป่าแดด
อักษรโรมันAmphoe Pa Daet
จังหวัดเชียงราย
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่333.3 ตร.กม.
ประชากร26,161 คน (พ.ศ. 2561)
ความหนาแน่น78.49 คน/ตร.กม.
รหัสทางภูมิศาสตร์5706
รหัสไปรษณีย์57190
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้งที่ว่าการอำเภอป่าแดด ถนนทาน-ป่าแดด ตำบลป่าแดด อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย 57190
พิกัด19°30′12″N 99°59′36″E / 19.50333°N 99.99333°E / 19.50333; 99.99333
โทรศัพท์0 5376 1039
โทรสาร0 5376 1039
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ป่าแดด (คำเมือง: Lanna-Pa Daet.png) เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงราย เดิมเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอพาน ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 52 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งสิ้น 333.300 ตารางกิโลเมตร

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

ประวัติ[แก้]

อำเภอป่าแดดเดิมเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอพาน ชื่อว่า ตำบลป่าแดด เป็นท้องที่ทุรกันดารและตั้งอยู่ห่าไกลจากตัวอำเภอพาน การเดินทางไปมาเพื่อติดต่อราชการกับที่ว่าการอำเภอพานแต่ละครั้งต้องเดินเท้า เนื่องจากไม่มียานพาหนะใด ๆ และด้วยระยะทางไกลทำให้ต้องมีการพักค้างแรมระหว่างการเดินทาง ส่วนสัมภาระต่าง ๆ ก็ต้องใช้คนแบกหาม และด้วยราษฎรส่วนใหญ่ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง นายสง่า ไชยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายในสมัยนั้นได้รายงานต่อกระทรวงมหาดไทย ขอตั้งเป็นกิ่งอำเภอ กระทรวงมหาดไทยจึงมีประกาศเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2512 ให้ยกฐานะตำบลป่าแดดขึ้นเป็น กิ่งอำเภอป่าแดด และให้ขึ้นอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2512 [1] และในวันที่ 23 มิถุนายน ของปีเดียวกัน ได้มีการประกอบพิธีเปิดที่ว่าการกิ่งอำเภอป่าแดด

ต่อมากิ่งอำเภอป่าแดดเป็นชุมชนที่หนาแน่นขึ้นและมีสภาพเจริญขึ้นกว่าเดิมมาก ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นจึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 192 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 56 วรรค 2 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2515 ตราพระราชกฤษฎีกาตั้งกิ่งอำเภอป่าแดด อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เป็น อำเภอป่าแดด ขึ้นกับจังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2518 ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 92 ตอนที่ 166 ลงวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2518 [2]

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอป่าแดดแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 5 ตำบล 58 หมู่บ้าน ได้แก่

ที่ ชื่อตำบล ตัวเมือง อักษรโรมัน จำนวนหมู่บ้าน จำนวนครัวเรือน จำนวนประชากร[3]
1. ป่าแดด LN-Tambon-Pa Daet.png Pa Daet 12 2,140 6,486
2. ป่าแงะ LN-Tambon-Pa Ngae.png Pa Ngae 18 2,630 7,927
3. สันมะค่า LN-Tambon-San Makha.png San Makha 8 1,411 5,144
4. โรงช้าง LN-Tambon-Rong Chang.png Rong Chang 12 1,519 4,789
5. ศรีโพธิ์เงิน LN-Tambon-Si Pho Ngoen.png Si Pho Ngoen 8 616 2,016

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอป่าแดดประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลป่าแงะ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลป่าแงะทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลป่าแดด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลป่าแดดทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลสันมะค่า ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสันมะค่าทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลศรีโพธิ์เงิน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลศรีโพธิ์เงินทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลโรงช้าง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลโรงช้างทั้งตำบล

ภูมิศาสตร์[แก้]

ภูมิประเทศ[แก้]

อำเภอป่าแดดมีภูเขาและป่าไม้ล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ทางด้านทิศตะวันออกส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าไม้ ทางราชการได้กำหนดเป็นป่าสงวนแห่งชาติขึ้นเรียกว่า "ป่าแม่พุง" ทางทิศตะวันตกเป็นป่าสงวนแห่งชาติอีกป่าหนึ่ง เรียกว่า "ป่าแม่ปีม" สภาพพื้นที่ทั่วไปของอำเภอป่าแดด เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำพุงไหลผ่านจากทิศตะวันตกจากตำบลป่าแงะ ผ่านบ้านแม่พุง ตำบลป่าแดด ผ่ายบ้านวังผา ตำบลสันมะค่า อำเภอป่าแดด และมีภูเขาสำคัญชื่อ "ดอยงาม" ซึ่งเป็นเขตกั้นระหว่างอำเภอพานกับอำเภอป่าแดด

ภูมิอากาศ[แก้]

เป็นแบบมรสุมเมืองร้อน มี 3 ฤดู คือ

ประชากร[แก้]

ตามสถิติข้อมูลอำเภอป่าแดด สำรวจเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ดังนี้

  • ประชากรชาย 13,095 คน
  • ประชากรหญิง 13,181 คน

รวมทั้งสิ้น 26,276 คน

  • จำนวนครัวเรือนทั้งหมด 7,544 ครัวเรือน
  • จำนวนหลังคาบ้านทั้งหมด 7,544 หลังคาบ้าน
  • พื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 123,571 ไร่
  • จำนวนครัวเรือนที่ทำเกษตร 6,737 ครัวเรือน
  • จำนวนผู้นำเกษตรกร 58 คน

ทรัพยากรธรรมชาติ[แก้]

แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญในอำเภอป่าแดด ประกอบด้วย

ป่าไม้[แก้]

อำเภอป่าแดดมีพื้นที่ป่าไม้คิดเป็นร้อยละ 5 ของพื้นที่ มีพื้นที่ป่าไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปืม แม่พุง ทางด้านทิศตะวันตก และป่าแม่ลอยไร่ ป่าสักลอ และป่าแม่พุงทางทิศตะวันออก

แหล่งน้ำ[แก้]

แหล่งน้ำสำคัญในอำเภอป่าแดด ประกอบด้วย

  • แม่น้ำพุง มีต้นกำเนิดในเขตอำเภอพาน ไหลผ่านตำบลป่าแงะ ตำบลป่าแดด ตำบลสันมะค่า และไหลไปบรรจบกับน้ำแม่อิงบริเวณตำบลสันมะค่า ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร
  • น้ำแม่อิง มีต้นกำเนิดในเขตอำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ไหลผ่านอำเภอป่าแดดที่บริเวณบ้านสันบัวคำ บ้านวังผา บ้านวังศิลา ตำบลสันมะค่า และเป็นเส้นแบ่งแนวเขตการปกครองระหว่างอำเภอป่าแดดกับอำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ทางทิศใต้
  • โครงการชลประทานขนาดเล็ก เป็นฝายกั้นลำน้ำพุง จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ฝายร่องเปาและฝายวังเคียน นอกจากนี้ยังมีฝายประชาอาสาและฝายน้ำล้นอื่น ๆ อีกจำนวน 19 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กจำนวน 2 แห่ง

หน่วยงานราชการ[แก้]

  • สำนักงานสาธารณสุขตำบล มีประจำทุกตำบล จำนวน 6 แห่ง
  • โรงพยาบาลขนาด 30 เตียง จำนวน 1 แห่ง
  • สถานีตำรวจภูธร จำนวน 1 แห่ง
  • หน่วยบริการใช้ไฟฟ้าย่อย จำนวน 1 แห่ง
  • ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขอำเภอ จำนวน 1 แห่ง
  • ธนาคารพาณิชย์ จำนวน 1 แห่ง
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สาขาป่าแดด จำนวน 1 แห่ง
  • สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงราย สาขาพาน ส่วนแยกป่าแดด 1 แห่ง

สถานศึกษา[แก้]

สถานศึกษาจำนวน 18 แห่ง

  • ระดับประถมศึกษา-มัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 15 แห่ง
  • ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น-ตอนปลาย จำนวน 1 แห่ง
  • ระดับก่อนประถม (โรงเรียนเอกชน) จำนวน 1 แห่ง
  • ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (โรงเรียนพระปริยัติฯ) จำนวน 1 แห่ง

การประกอบอาชีพและการอุตสาหกรรม[แก้]

ประชากรส่วนใหญ่ของอำเภอป่าแดดประกอบอาชีพทางการเกษตร อาทิ ทำนา ทำไร่ ทำสวน พืชหลักที่ทำรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ คือ ข้าว ข้าวโพด ถั่วลิสง ลำไย มะม่วง ถั่วเหลือง ขิง ลิ้นจี่ และผักต่าง ๆ ประชากรส่วนหนึ่งจะประกอบอาชีพทางการค้าขายซึ่งกำลังขยายตัวอยู่ในขณะนี้

โรงงานอุตสาหกรรมขนาดย่อม[แก้]

  • โรงงานผลิตน้ำดื่ม 12 แห่ง
  • โรงสีข้าวขนาดใหญ่ 3 แห่ง
  • โรงสีข้าวขนาดเล็ก 63 แห่ง
  • โรงบ่มใบยาสูบ - แห่ง
  • โรงงานผลิตซีเมนต์บล็อก 4 แห่ง
  • โรงโม่หิน 1 แห่ง

การคมนาคม[แก้]

  • จากตำบลป่าแงะถึงตัวอำเภอป่าแดด ระยะทาง 6 กิโลเมตร
  • จากตำบลสันมะค่าถึงตัวอำเภอป่าแดด ระยะทาง 11 กิโลเมตร
  • จากตำบลโรงช้างถึงตัวอำเภอป่าแดด ระยะทาง 3 กิโลเมตร
  • จากตำบลศรีโพธิ์เงินถึงตัวอำเภอป่าแดด ระยะทาง 15 กิโลเมตร
  • จากตัวอำเภอถึงจังหวัดเชียงราย ระยะทาง 52 กิโลเมตร

ศาสนสถาน[แก้]

พระพุทธศาสนา[แก้]

วัดภายในอำเภอป่าแดดที่ได้รับการตั้งวัดหรือได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้วมีจำนวนทั้งหมด 15 แห่ง สำนักสงฆ์และที่พักสงฆ์ที่ยังไม่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาอีก 14 แห่ง โดยกระจายอยู่ตามหมู่บ้านและตำบลต่าง ๆ ดังนี้

คริสต์ศาสนา[แก้]

  • โบสถ์คริสต์คริสตจักรสันกอง สถานที่ตั้งตำบลโรงช้าง

แหล่งท่องเที่ยว[แก้]

ประเพณีและวันสำคัญ[แก้]

  • ประเพณีการแห่ผ้าห่มขึ้นพระธาตุจอมคีรีและการสงน้ำพระธาตุจอมคีรี (ทอผ้าขึ้นธาตุ ตักบาตรพระอุปครุฑ บูชาพระพุทธบรสวรรค์)
  • ประเพณีทานก๋วยสลากภัทของหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ
  • ประเพณียี่เป็ง (ลอยกระทงและปล่อยโคมลอย)
  • ประเพณีปี๋ใหม่เมือง ขนทรายเข้าวัด แห่ตุงหื้อตาน
  • ประเพณีรดน้ำดำหัวคนเฒ่า
  • ประเพณีการแข่งเรือของตำบลป่าแงะ
  • งานประจำปี
  • เทศกาลชิมลำไยหวาน ชมดอกไม้บาน ที่อำเภอป่าแดด
  • งานข้าวหอมของดีอำเภอป่าแดด

ภาษา[แก้]

  • ภาษา[4] ในปัจจุบันนอกจากภาษาไทยกลางซึ่งเป็นภาษาทางการแล้ว กำเมือง (คำเมือง) หรือภาษาล้านนา ยังเป็นภาษาถิ่นที่นิยมอยู่อย่างกว้างขวาง โดยพบเห็นได้ในงานประเพณีสำคัญและป้ายสุภาษิตสอนใจที่ติดตามต้นไม้ตามโรงเรียนหรือไม่ก็ที่อื่น ๆ ซึงปัจจุบันทางราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมมือกันเพื่อรณรงค์อนุรักษ์ภาษาคำเมืองให้คงอยู่กับอำเภอป่าแดด โดยสนับสนุนให้ตามโรงเรียนเปิดสอนวิชาเลือกเสรี สอนภาษาเมืองให้แก่นักเรียน เนื่องจากอำเภอป่าแดดเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชนหลากหลายเผ่าพันพันธ์ไม่ว่าจะเป็นไทยวน (คนเมือง) ไทลื้อ ไทยอง ลาว มอญ ดังนั้นแม้ปัจจุบันชาวอำเภอป่าแดดส่วนมากจะใช้คำเมืองในการสื่อสารพูดคุยกัน แต่เมื่อได้ฟังหรือศึกษากันอย่างลึกซึ้งจะสังเกตได้ว่าสำเนียงที่พูดกันนั้นมีสำเนียงที่แตกต่างกันไป ภาษาของอำเภอป่าแดดอาจแบ่งออกได้ดังนี้
  1. ภาษาไทยวน (คำเมือง) โดยส่วนมากชาวอำเภอป่าแดดใช้ในการพูดสื่อสารกันมากที่สุด และคนส่วนมากคิดว่าเป็นภาษาที่ชาวอำเภอป่าแดดใช้สื่อสารกันทั้งหมด
  2. ภาษายอง ตัวอย่างเช่น ตี่บ้านมีโงกี่โต๋ (ที่บ้านมีวัวกี่ตัว) เอาเมื้องเอาเก๋อมาโอม (เอาเมี่ยงเอาเกลือมาอม) จะไปปิ๊กเต่อ (อย่าพึ่งกลับ)เป็นต้นนอกจากนั้นจะเป็นสำเนียงออกเหน่อ ๆ บางครังฟังแล้ดู้คล่ายภาษาลาวบ้าง มีคำพูดที่คนยองมักติดปาเช่น "คนยองก่มีเต้าอี้ขอหมู่อี้ปี้จะไป๋ได่ขัดเคือง" "ขะหนมซิ่นอยู่ตู่กั๊บเค้าสูเขาก่ไปกิ๋นเหอ"

อาจพบได้มากบริเวณบ้านถิ่นเจริญ ตำบลป่าแงะ คนป่าแงะเรียกคนที่นั้นว่า "ยองบ้านถิ่น" เพราะคนบริเวณนั้นอพยพมาจากบ้านถิ่น จังหวัดแพร่

  1. ภาษาลื้อ มีความคล้านคลึงกับภาษายองแต่แข็งกว่าสังเกตได้ว่าเมื่อพูดจบทุกประโยคจะมีคำว่า "เฮ่อ" "ส่า" หรือ "หย่า" ลงท้ายเสมอ เช่น ไปตางไหนมาเฮ่อ (ไปไหนมา) กิ๋นเข้ากับอะหยังส่า (กินข้าวกับอะไร) จะไปนอนแล้วหย่า (จะไปนอนแล้ว)กิ๋นเค้าแล้วส่า(กินข้าวหรือยัง) เป็นต้น
  2. ภาษาอีสาน เป็นภาษาที่เหมือน ๆ กับภาษาอีสานทั่ว ๆ ไปที่ใช้พูดในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย พบได้มากบริเวณหมู่บ้างวังผา ตำบลสันมะค่า ซึ่งเป็นชุมชนชาวอีสาน

อ้างอิง[แก้]

  1. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งท้องที่ตั้งเป็นกิ่งอำเภอhttp://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2512/D/049/1863.PDF
  2. พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอแวงน้อย อำเภอป่าแดด อำเภอเรณูนคร อำเภอคูเมือง อำเภอคุระบุรี อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอเสริมงาม อำเภอไพรบึง และอำเภอหนองโดน พ.ศ. ๒๕๑๘ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2518/A/166/1.PDF
  3. จำนวนประชากรและบ้าน จำแนกเป็นรายอำเภอ และรายตำบล จังหวัดเชียงราย ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2553, สำนักบริหารทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
  4. วัฒนธรรมทางภาษาเขียนของชาวล้านนา

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]