กรมสอบสวนคดีพิเศษ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กรมสอบสวนคดีพิเศษ
DSI thai.jpg
ที่ทำการ
128 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545
เขตอำนาจ ทั่วราชอาณาจักร เฉพาะคดีที่คณะกรรมการคดีพิเศษมีมติให้เป็นคดีพิเศษ
งบประมาณ 1,113.1245 ล้านบาท (พ.ศ. 2559)[1]
ผู้บริหาร พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง[2], อธิบดี
พันตำรวจโท พงศ์อินทร์ อินทรขาว, รองอธิบดี
พันตำรวจเอก ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล, รองอธิบดี
พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล, รองอธิบดี
พันตำรวจโท สมบูรณ์ สาระสิทธิ์, รองอธิบดี
ต้นสังกัด กระทรวงยุติธรรม
เว็บไซต์
www.dsi.go.th

กรมสอบสวนคดีพิเศษแห่งราชอาณาจักรไทย (อังกฤษ: Department of Special Investigation) หรือ ดีเอสไอ (อังกฤษ: DSI) เป็นหน่วยงานของรัฐ สังกัด กระทรวงยุติธรรม เพื่อป้องกัน ปราบปราม และควบคุมอาชญากรรมที่มีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ประวัติ

กรมสอบสวนคดีพิเศษก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Department of Special Investigation มีชื่อย่อว่า DSI ภายหลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 มีคำสั่งย้าย นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เป็นที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 19/2558 ให้ พ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่และไปประจำสำนักงานปลัดกระทรวง[3]

คณะกรรมการคดีพิเศษ

คณะกรรมการคดีพิเศษชุดปัจจุบัน (23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 - ปัจจุบัน)[4]
[5] 1. นายอธิคม อินทุภูติ[6] ด้านกฎหมาย และ ประธานกรรมการธุรกรรม[7]
2. ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ด้านกฎหมาย
3. นายสุเจตน์ จันทรังษ์ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
4. รองศาสตราจารย์เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ด้านเศรษฐศาสตร์
5. นายธวัชชัย ยงกิตติกุล ด้านการเงินการธนาคาร
6. นายฉัตรพงศ์ ฉัตราคม ด้านความมั่นคงประเทศ
7. พลตำรวจโท ธีรจิตร์ อุตมะ ด้านการสอบสวนคดีอาญา
8. พันตำรวจเอก ดร. สีหนาท ประยูรรัตน์ ด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
9. นายประมนต์ สุธีวงศ์ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

อำนาจหน้าที่

กรมสอบสวนคดีพิเศษมีบทบาทภารกิจดังต่อไปนี้[8]

  1. รับผิดชอบงานเลขานุการของคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  2. ป้องกัน ปราบปราม สืบสวน และสอบสวนคดีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ และตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคดีพิเศษประกาศกำหนดหรือตามมติของคณะกรรมการคดีพิเศษ ตลอดจนปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับ ความผิดทางอาญาที่เป็นคดีพิเศษ
  3. ศึกษา รวบรวม จัดระบบ และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประโยชน์แก่การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ และเพื่อป้องกัน ปราบปราม สืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ
  4. จัดให้มีการศึกษา อบรม และพัฒนาระบบงานการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษการพัฒนาความรู้และการประเมินสมรรถภาพการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้างของกรม และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะมีฐานะเป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือเจ้าหน้าที่คดีพิเศษหรือไม่
  5. ดำเนินการเกี่ยวกับงานกฎหมายและระเบียบที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรมและงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
  6. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมหรือตามที่รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

หน่วยงานในสังกัด

  • สำนักบริหารกลาง
  • กองกฎหมาย
  • สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ
  • สำนักคดีการเงินการธนาคาร
  • สำนักคดีความมั่นคง
  • สำนักคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม
  • สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา
  • สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ
  • สำนักคดีภาษีอากร
  • สำนักคดีอาญาพิเศษ 1
  • สำนักคดีอาญาพิเศษ 2
  • สำนักคดีอาญาพิเศษ 3
  • สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ
  • สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์
  • สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค
  • สำนักงานปฏิบัติการพิเศษ
  • สำนักพัฒนาและสนับสนุนคดีพิเศษ[9]

คดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ

คดีพิเศษ หรือคดีอาชญากรรมพิเศษในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หมายถึง คดีอาญาตามกฎหมายกำหนดไว้ในบัญชีท้าย พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2551) หรือคดีอาญาที่ได้กำหนดเป็นกฎกระทรวงโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ซึ่งคดีดังกล่าวต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

  1. คดีความผิดทางอาญาที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเป็นพิเศษ
  2. คดีความผิดทางอาญาที่มีหรืออาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนความมั่งคงของประเทศความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือระบบเศรษฐกิจหรือการคลังของประเทศ
  3. คดีความผิดทางอาญาทีมีลักษณะเป็นคดีความผิดข้ามชาติที่สำคัญหรือเป็นการกระทำขององค์กรอาชญากรรม
  4. คดีความผิดทางอาญาที่มีผู้ทรงอิทธิพลที่สำคัญเป็นตัวการผู้ใช้หรือผู้สนับสนุน
  5. คดีความผิดทางอาญาที่มีพนักงานฝ่ายปกครองชั้นผู้ใหญ่หรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งมิใชพนักงานสอบสวนคดีพิเศษหรือเจ้าหน้าที่คดีพิเศษเป็นผู้ต้องสงสัยเมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าน่าจะได้กระทำความผิดอาญา หรือเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องหา

ทั้งนี้การกระทำความผิด ตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติฯ หรือคดีพิเศษเพิ่มเติมตามกฎกระทรวงฯ จะเป็นคดีพิเศษจะต้องเข้าลักษณะตาม (1) – (19)[10] และเพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น ได้มีการกำหนดลักษณะของการกระทำความผิด อาทิ มูลค่าความเสียหาย จำนวนผู้กระทำความผิดไว้ในประกาศ กคพ. เรื่องการกำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 (แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2551)

ทำเนียบอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

รายนาม วาระการดำรงตำแหน่ง
1. พลตำรวจโท นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2545 - 23 กันยายน พ.ศ. 2546
2. พลตำรวจเอก สมบัติ อมรวิวัฒน์ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 - 9 มกราคม พ.ศ. 2550
3. นายสุนัย มโนมัยอุดม 16 มกราคม พ.ศ. 2550 - 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
4. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง 11 เมษายน พ.ศ. 2551 - 29 กันยายน พ.ศ. 2552
5. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ 29 กันยายน พ.ศ. 2552 - 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552 (รักษาการ)
19 ตุลาคม พ.ศ. 2552 - 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557[1]
6. พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557 (รักษาการ)
27 มิถุนายน พ.ศ. 2557 - 30 กันยายน พ.ศ. 2557
7. นางสุวณา สุวรรณจูฑะ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557 - 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 (รักษาการ)[2]
17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 - 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

[3]

8. นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558 - 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558 (รักษาการ)[4]
9. พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง 20 ตุลาคม พ.ศ. 2558 - 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 (รักษาการ)[5] 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน[6]

อ้างอิง

แหล่งข้อมูลอื่น

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°53′25″N 100°33′56″E / 13.890401°N 100.565656°E / 13.890401; 100.565656