อุทยานแห่งชาติขุนแจ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อุทยานแห่งชาติขุนแจ
ลังกาน้อย ลังกาหลวง อช ขุนแจ 2.jpg
ทิวทัศน์บริเวณดอยลังกาน้อยและดอยลังกาหลวง
Map showing the location of อุทยานแห่งชาติขุนแจ
อุทยานแห่งชาติขุนแจ
ตำแหน่งที่ตั้งอุทยานในประเทศไทย
ที่ตั้ง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย  ไทย
พิกัด 19°04′36″N 99°23′59″E / 19.07667°N 99.39972°E / 19.07667; 99.39972พิกัดภูมิศาสตร์: 19°04′36″N 99°23′59″E / 19.07667°N 99.39972°E / 19.07667; 99.39972
พื้นที่ 283.48 ตารางกิโลเมตร (177,177.38 ไร่)[1]
จัดตั้ง 15 สิงหาคม 2538
ผู้เยี่ยมชม 12,986 คน[2] (ปีงบประมาณ 2559)
หน่วยราชการ สำนักอุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติขุนแจ ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ห่างจากตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ 62 กิโลเมตรตามทางหลวงสายเชียงใหม่-เชียงราย (ทางหลวงหมายเลข 118) จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2538 เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 280 ตารางกิโลเมตร ภายในอุทยานมีสัตว์ป่านานาชนิด มีน้ำตกและทิวทัศน์ที่สวยงาม และเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเขามานานกว่า 100 ปี

ลักษณะภูมิประเทศ[แก้]

ภูมิประเทศ ประกอบด้วยพื้นที่ราบสลับเนินเขาเตี้ย ๆ ตลอดจนถึงภูเขาสูงชัน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับไปมา มีที่ราบเล็กน้อยด้านทิศตะวันออก มีลักษณะเป็นขอบแอ่งกะทะ ความลาดชันของพื้นที่ส่วนใหญ่จะลาดจากตะวันออกไปทางตะวันตก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 600 - 2,031 เมตร จุดสูงสุดคือดอยลังกาหลวง มีความสูง 2,031 เมตร

ลักษณะภูมิอากาศ[แก้]

อุทยานแห่งชาติขุนแจมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 22–24 องศาเซลเซียส ฤดูฝนมีฝนตกเฉลี่ย 60 มิลลิเมตรต่อเดือน ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ฤดูหนาวมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 2–10 องศาเซลเซียส ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูร้อนมีอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 33 องศาเซลเซียส

แหล่งท่องเที่ยว[แก้]

น้ำตกขุนแจ เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามและมีความโดดเด่น ประกอบด้วยน้ำตก 6 ชั้น บริเวณน้ำตกมีพื้นที่สำหรับพักแรมกางเต็นท์ ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์จากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นเดินเท้าต่ออีก 1 ชั่วโมงเพื่อไปยังน้ำตก

น้ำตกแม่โถ เป็นน้ำตกที่มีความงดงาม มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีทั้งหมด 7 ชั้น และมีความสูงที่สุดประมาณ 40 เมตร ในฤดูฝนชั้นนี้จะสวยงามมาก การเดินทางโดยรถยนต์จากที่ทำการอุทยานฯ ถึงทางขึ้นน้ำตก (บ้านแม่โถ) ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ต่อจากนั้นเดินเท้าไปยังน้ำตกใช้เวลาชมน้ำตกทั้ง 7 ชั้น ประมาณ 2 ชั่วโมง

ดอยลังกาหลวง เป็นยอดเขาสูงลำดับที่ 8 ของประเทศไทย มีความสูงกว่า 2,000 เมตร ตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อ 3 จังหวัด คือ เชียงราย ลำปาง เชียงใหม่ สภาพโดยรอบเป็นป่าดงดิบเขาที่มีความสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำของน้ำตกแม่โถที่ไหลลงสู่แม่น้ำลาวและเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่ามากที่สุดในอุทยานฯ การเดินขึ้นดอยลังกาหลวง ระยะทาง 17 กิโลเมตร สามารถเดินได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางแรก จากดอยสันยาวหรือสถานีเรดาร์ทวนสัญญาณของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 4 กิโลเมตร และเดินลงทางบ้านแม่ดอนหลวง ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ด้านทิศใต้ เส้นทางนี้ค่อนข้างสูงชัน เส้นทางที่สอง จากที่ทำการอุทยานฯ ไปตามเส้นทางสายเชียงใหม่-เชียงราย ย้อนกลับไปทางจังหวัดเชียงใหม่ 19 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้า ก.ม.ที่ 27 ทางไปอำเภอสันกำแพง ต่อด้วยเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทาง รพช. สายปางจำปี-แม่ตอนหลวง ประมาณ 21 กิโลเมตร จะถึงบ้านแม่ตอนหลวงซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินเท้า แต่เส้นทางที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินขึ้นดอยลังกาหลวง จะเริ่มจากบ้านแม่ตอนหลวง เพราะระยะทางเดินสั้น ความลาดชันน้อยกว่าด้านดอยสันยาว และยังสามารถนำรถขับเคลื่อนสี่ล้อเข้าไปจอดได้จนถึงตีนดอยจะช่วยย่นระยะทาง 1 กิโลเมตร ก่อนการเดินขึ้นดอยลังกาหลวง ควรสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทาง เจ้าหน้าที่นำทาง ลูกหาบก่อนการเดินทาง และควรเตรียมอุปกรณ์ในการเดินทางพักค้างแรมซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินป่า 3 คืน 4 วัน

ดอยมด ความหนาแน่นของป่าดิบชื้นระหว่างทางเดินขึ้นสู่ยอดดอยมด ทำให้เกิดสังคมพืชหลากหลายชนิดปกคลุมแอ่งน้ำใสสะอาด เต็มไปด้วยพืชชั้นล่างมากมาย รวมทั้งพืชชั้นต่ำ กล้วยไม้ดิน เฟิร์น มอสส์ และพืชอื่น ๆ ร่มรื่นอยู่ตลอดเวลา บนยอดดอยที่ระดับความสูง 1,700 เมตร รายรอบด้วยสภาพภูมิประเทศแปลกตา และป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวจะมองเห็นทิวทัศน์ของตัวเมืองเชียงใหม่ทางทิศตะวันตก ตัวเมืองเชียงรายทางทิศตะวันออก ยอดดอยลังกาทางทิศใต้ และยอดดอยปางกอมทางทิศเหนือ

ดอยผาโง้ม ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติขุนแจ เป็นเทือกเขาตอนกลางของพื้นที่ มีรูปร่างทอดตัวยาวในแนวตะวันตก-ตะวันออก โดยมีหน้าผาหินตัดโง้มลาดลงในทิศตะวันตก สภาพป่าเป็นป่าดิบเขาปนป่าเบญจพรรณ และป่าสนเขา เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจแบบไต่เขา หรือเดินป่าชมทิวทัศน์

อ่างเก็บน้ำแม่ฉางข้าว อยู่ใกล้กับหน่วยพิทักษ์อุทยานที่ 1 เป็นอ่างเก็บน้ำที่เหมาะสำหรับนักตกปลาและนักท่องเที่ยวทั่วไปใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือรับประทานอาหารบนแพกลางอ่างเก็บน้ำที่ใสสะอาดก็จะได้บรรยากาศที่ดีทีเดียว

สำนักสงฆ์ เป็นที่พักสงฆ์ขนาดเล็ก ตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ ระหว่างทางเดินเท้าสู่สำนักสงฆ์จะผ่านสภาพธรรมชาติและสะพานเล็ก ๆ อันงดงามร่มรื่น สำนักสงฆ์นี้ตั้งอยู่บนทางหลวงสายเชียงใหม่-เชียงราย เหมาะสำหรับผู้รักความสงบได้เข้ามาสัมผัส

ต้นไทรใหญ่ ใกล้กับที่ทำการอุทยานฯ มีต้นไทรที่มีความโดดเด่นเจริญเติบโตจากต้นไม้หลายลำต้น แตกกิ่งก้านสาขาออกไปมากมายกว้างใหญ่ ให้ร่มเงาครอบคลุมพื้นที่ถึง 1,660 ตารางเมตร และมีพืชอิงอาศัย (epiphyte) อยู่มากมายหลายชนิด

การเดินทาง[แก้]

ที่ทำการอุทยานแห่งชาติขุนแจ ตั้งอยู่ติดกับทางหลวงแผ่นดินสายเชียงใหม่-เชียงราย ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 62 กิโลเมตร การเดินทางไปยังอุทยานฯ สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ

  1. จากตัวเมืองเชียงใหม่ เดินทางโดยรถบัสปรับอากาศหรือรถธรรมดาสาย เชียงใหม่-ดอยสะเก็ต-เชียงราย จากสถานีขนส่งจังหวัดเชียงใหม่แห่งที่ 2 (อาเขต) หรือนั่งรถสองแถวเล็กสีเหลืองสายเชียงใหม่-เวียงป่าเป้า-ท่ารถถนนไทยวงศ์
  2. จากเชียงราย เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง และรถสองแถวเล็ก ซึ่งระยะทางห่างจากจังหวัดเชียงราย 129 กิโลเมตร

หากต้องการเช่ารถก็มีร้านเช่ารถที่ให้บริการทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย

สิ่งอำนวยความสะดวก[แก้]

อุทยาน แห่งชาติขุนแจมีบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวน 2 หลัง พักได้หลังละ 15 และ 20 คนตามลำดับ อัตราค่าที่พักไม่ได้กำหนดไว้ ให้นักท่องเที่ยวที่เข้าพักบริจาคเป็นค่าทำความสะอาดและค่าประกอบอาหารให้กับพนักงานของอุทยานฯ

หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อสอบถามได้ที่ อุทยานแห่งชาติขุนแจ ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 57260 การเตรียมตัวเที่ยวในฤดูต่างๆนั้น ในฤดูหนาวอากาศจะหนาวเย็นมากควรนำเครื่องกันหนาวไปด้วย ส่วนในฤดูฝนก็ควรนำเสื้อกันฝนติดตัวไปด้วย

อ้างอิง[แก้]

  1. ส่วนภูมิสารสนเทศ. สำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. "รายงานสรุปพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พื้นที่รวม 72.046 ล้านไร่ (คำนวณในระบบ GIS)." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www2.dnp.go.th/gis/รูปอัพเว็บ/สรุปพื้นที่ป่า.pdf 2557. สืบค้น 3 สิงหาคม 2560.
  2. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. "ตารางที่ 10 จำนวนผู้เข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2555–2559." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dnp.go.th/statistics/2559/ตาราง 10 จำนวนผู้เข้าไปท่องเที่ยวในอุทยาน ปี 2555-2559 (1ก.พ.60).xls 2560. สืบค้น 3 สิงหาคม 2560.
  • ขุนแจ สำนักอุทยานแห่งชาติ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]