จังหวัดตราด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จังหวัดตราด
ตราประจำจังหวัดตราด
ตราประจำจังหวัด
เมืองเกาะครึ่งร้อย พลอยแดงค่าล้ำ
ระกำแสนหวาน หลังอานหมาดี
ยุทธนาวีเกาะช้าง สุดทางบูรพา
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย ตราด
ชื่ออักษรโรมัน Trat
ผู้ว่าราชการ นายชาญนะ เอี่ยมแสง
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2558)
ISO 3166-2 TH-23
ต้นไม้ประจำจังหวัด หูกวาง
ดอกไม้ประจำจังหวัด กฤษณา
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 2,819.0 ตร.กม.[1][2]
(อันดับที่ 62)
ประชากร 229,435 คน[3] (พ.ศ. 2558)
(อันดับที่ 73)
ความหนาแน่น 79.72 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 61)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดตราด ถนนราษฎร์นิยม ตำบลบางพระ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด 23000
โทรศัพท์ (+66) 0 3951 1282
เว็บไซต์ จังหวัดตราด
แผนที่
 
ประเทศมาเลเซีย ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครนายก จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครพนม จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดชัยนาท จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดตาก จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอนแผนที่ประเทศไทย จังหวัดตราดเน้นสีแดง
เกี่ยวกับภาพนี้

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

สำหรับตราด ในความหมายอื่น ดูที่ ตราด (แก้ความกำกวม)

จังหวัดตราด เป็นจังหวัดชายฝั่งทะเลทางภาคตะวันออกของประเทศไทย มีเนื้อที่ 2,819 ตารางกิโลเมตร ติดต่อกับจังหวัดจันทบุรีและประเทศกัมพูชา

ตราดนับเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงปลายอยุธยา สินค้าที่ส่งออกขายยังแดนไกล โดยเฉพาะของป่า เช่น เขากวาง หนังสัตว์ ไม้หอม และเครื่องเทศต่าง ๆ ล้วนมาจากเขตป่าเขาชายฝั่งทะเลตะวันออก แถบระยอง จันทบุรี ตราด โดยลำเลียงสินค้าผ่านมาตามแม่น้ำเขาสมิง ออกสู่ปากอ่าวตราด

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

อาณาเขตติดต่อ[แก้]

ประวัติศาสตร์[แก้]

ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่า เมืองตราดมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างไร แต่เท่าที่ค้นพบใน สมัยกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (ปีพ.ศ. 1991-2031) ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้มีการปรับปรุงเป็น บ้านเมือง ครั้งใหญ่ขึ้น โดยจัดแบ่งการ บริหารราชการแผ่นดิน ออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ส่วนกลางประกอบไปด้วย ฝ่ายทหาร และ พลเรือน ส่วนภูมิภาคแบ่งเมืองต่างๆ ออกเป็น หัวเมืองเอก หัวเมืองโทหัวเมืองตรี และหัวเมืองจัตวางตามลำดับอย่างไร ก็ตามในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ก็ไม่ปรากฏชื่อของเมืองตราด แต่อย่างใดเพียงแต่บอกว่า"หัวเมืองชายทะเลหรือ บรรดาหัวเมืองชายทะเล" เท่านั้นต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ปรากฏว่า บรรดาหัวเมืองชายทะเลแถบตะวันออกนั้นเรียกแต่เพียงว่า"บ้านบางพระ" ในตอนปลายของกรุงศรีอยุธยา ได้ปรากฏหลักฐานในพระราชพงศาวดารว่าบรรดาเสนาบดีจัตุสดมภ์ทั้งหลาย ได้พากันแบ่งหัวเมือง ต่างๆ ให้ไปขึ้นกับสมุหนายก สมุหพระกลาโหมและโกษาธิบดี ทำการติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศ ทางทะเล หลักฐานอีกทางหนึ่งเชื่อว่าคำว่า"ตราด" นี้อาจจะมีชื่อเรียกเพี้ยนมาจาก "กราด" อันเป็นชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่งสำหรับใช้ทำไม้กวาด ซึ่งในสมัยก่อน ต้นไม้ชนิดนี้มักจะมีมากทั่วเมืองตราดจากหลักฐานต่างๆดังกล่าวมาแล้วนี่ เองจึงทำให้ชื่อว่า "เมืองตราด" เป็นเมืองที่มีชื่อเรียกกันมาอย่างนี้กว่า 300 ปีมาแล้ว และ เป็นเมืองสำคัญซึ่งขึ้นอยู่กับฝ่ายการคลังของประเทศมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าปราสาททองแล้ว จนกระทั่งก่อนจะเสียกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2310 พระเจ้าตากสินได้รวบรวมกำลังทหาร จำนวนหนึ่ง ตีฝ่าวงล้อม ของพม่าหนีออกจากกรุงศรีอยุธยา เดินทางไปรวมตัวกัน ทางทิศตะวันออก โดยยกทัพไปถึงเมืองตราดซึ่งปรากฏในพงศาวดารว่า" ...หลังจากพระเจ้าตากสิน ตีเมือง จันทบุรีได้แล้ว เมื่อวันอาทิตย์เดือน7ปีกุนพ.ศ. 2310ก็ได้เกลี้ยกล่อม ผู้คนให้กลับ คืน มายังภูมิลำเนาเดิม... "ครั้นเห็นว่าเมืองจันทบุรีเรียบร้อยอย่างเดิมแล้ว จึงยกกองทัพเรือ ไปยังเมืองตราด พวกกรมการและราษฎรก็พากันเกรงกลัวยอมอ่อนน้อม โดยดี ทั่วทั้งเมือง และขณะนั้นมีสำเภาจีน มาทอดอยู่ที่ปากน้ำเมืองตราดหลายลำ พระเจ้าตากให้ไปเรียกนาย เรือมาเฝ้าพวกจีนขัดขืน แล้วกลับยิงเอาข้าหลวง พระเจ้าตากทรงทราบก็ลงเรือที่นั่งคุม เรือรบลงไปล้อมสำเภาไว้แล้ว บอกให้ พวกจีนอ่อนน้อมโดยดีพวกจีนก็หาฟังไม่กลับเอาปืน ใหญ่น้อยระดมยิงรบกันอยู่ครึ่งวัน พระเจ้าตากก็ตีได้เรือสำเภาจีนทั้งหมด ได้ทรัพย์สิ่งของ เป็นกำลังการทัพเป็นอันมาก พระเจ้าตาก จัดการเมืองตราดเรียบร้อยแล้ว ก็กลับขึ้นมาตั้ง อยู่ ณ เมืองจันทบุรี" เหตุการณ์สำคัญอีกเหตุการณ์หนึ่งเกี่ยวกับเมืองตราด ก็คือ เมื่อปี พ.ศ. 2446 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประเทศไทยได้เสียดินแดน ให้แก่ประเทศฝรั่งเศส เนื่องมาจากการตกลงทำสนธิสัญญา กับฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 (ร.ศ.122) ซึ่งทำให้ไทยจำต้องยกดินแดนจังหวัดตราด และ เกาะต่างๆ ตั้งแต่อำเภอแหลมสิงห์ จ.จันทบุรีไปจนถึงเกาะกูด และเมืองปัจจันตคีรีเขตร หรือ เกาะกง ให้แก่ฝรั่งเศสเพื่อแลกเปลี่ยนให้ฝรั่งเศสถอนกองทหารไปจากจันทบุรี โดยสัญญาฉบับนี้ ได้ ให้สัตยาบันต่อกันและมีผลทำให้กองทหารฝรั่งเศส ถอนออกไปจากเมืองจันทบุรีตามสัญญา เมื่อ 12 มกราคม พ.ศ. 2447[4]

ทำเนียบรายพระนามและรายนามผู้ว่าราชการจังหวัดตราด[แก้]

ทำเนียบผู้ว่าราชการจังหวัดตราด[5]
พระนาม/ชื่อ เข้ารับตำแหน่ง สิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง
1. พระยาวิเศษสิงหนาท 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2450 6 เมษายน พ.ศ. 2452
2. พระยาสุนทราธรธุรกิจ 7 เมษายน พ.ศ. 2452 30 มกราคม พ.ศ. 2456
3. พระยาตราษบุรีศรีสมุทเขตต์ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2456 26 สิงหาคม พ.ศ. 2464
4. พระยาประเสริฐสุนทราศรัย 26 สิงหาคม พ.ศ. 2464 17 กันยายน พ.ศ. 2467
5. พระยาชุมพรบุรีศรีสมุทเขตต์ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2467 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2470
6. พระยาตราษบุรีศรีสมุทเขตต์ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2470 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2474
7. พระยาบริหารเทพธานี 20 มีนาคม พ.ศ. 2470 18 มกราคม พ.ศ. 2475
8. พระวุฒิภาคภักดี 18 มกราคม พ.ศ. 2475 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476
9. น.ท. พระประยุทธชลธี ร.น. 22 มีนาคม พ.ศ. 2476 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2480
10. พระศรีพิชัยบริบาล 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2480 18 เมษายน พ.ศ. 2482
11. ขุนภูมิประศาสน์ 19 เมษายน พ.ศ. 2482 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2484
12. นายถนอม วิบูลมงคล 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 1 มกราคม พ.ศ. 2486
13. ร.อ. สุรจิตต์ อินทรกำแหง 1 มกราคม พ.ศ. 2486 7 มกราคม พ.ศ. 2486
14. ขุนปัญจพรรณบพิบูล 7 มกราคม พ.ศ. 2486 18 มกราคม พ.ศ. 2490
15. ขุนสนิทประชาราษฎร์ 18 มกราคม พ.ศ. 2490 1 ตุลาคม พ.ศ. 2491
16. นายบรรณการ สร้อยทอง 1 ตุลาคม พ.ศ. 2491 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2492
17. นายอารี บุปผเวส 18 มกราคม พ.ศ. 2490 1 ตุลาคม พ.ศ. 2491
18. นายประกอบ ทรัพย์มณี 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492 6 กันยายน พ.ศ. 2494
19. พ.ต.ท.รามราชภักดี 6 กันยายน พ.ศ. 2494 12 เมษายน พ.ศ. 2497
20. นายสุทิน วิวัฒนะ 12 เมษายน พ.ศ. 2497 27 เมษายน พ.ศ. 2498
21. นายประพันธ์ ณ พัทลุง 27 เมษายน พ.ศ. 2498 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2501
22. นายจรัส เทศวิศาล 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2501 2 ตุลาคม พ.ศ. 2511
23. นายอเนก แก้วลาย 2 ตุลาคม พ.ศ. 2511 15 เมษายน พ.ศ. 2513
24. นายวิจิตร แจ่มใส 15 เมษายน พ.ศ. 2513 1 ตุลาคม พ.ศ. 2514
25. นายกนกศักดิ์ วรรณกนก 1 ตุลาคม พ.ศ. 2514 30 กันยายน พ.ศ. 2516
26. นายพฤทธิพงศ์ ชัยยะโสตถิ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2516 30 กันยายน พ.ศ. 2518
27. นายพิสนธ์ สุนทรธรรม 1 ตุลาคม พ.ศ. 2518 30 กันยายน พ.ศ. 2521
28. นายปัญญา ฤกษ์อุไร 1 ตุลาคม พ.ศ. 2521 11 มิถุนายน พ.ศ. 2522
29. นายประกิต อุตตะโมท 14 มิถุนายน พ.ศ. 2522 30 กันยายน พ.ศ. 2522
30. นายสุนทร บำรุงพงศ์ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2522 30 กันยายน พ.ศ. 2523
31. นายสมพงศ์ พันธ์สุวรรณ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2523 30 กันยายน พ.ศ. 2527
32. นายทองดำ บานชื่น 1 ตุลาคม พ.ศ. 2527 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531
33. ร.ต.ปรีดี ตันติพงศ์ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 30 กันยายน พ.ศ. 2533
34. นายอมร อนันตชัย 1 ตุลาคม พ.ศ. 2533 30 กันยายน พ.ศ. 2536
35. นายไพโรจน์ ปรียารัตน์ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2536 30 กันยายน พ.ศ. 2538
36. นายผไท วิจารณ์ปรีชา 1 ตุลาคม พ.ศ. 2538 30 กันยายน พ.ศ. 2541
37. นายสุรอรรถ ทองนิรมล 1 ตุลาคม พ.ศ. 2541 30 กันยายน พ.ศ. 2542
38. นายสงคราม กอสุทธิธีรกุล 1 ตุลาคม พ.ศ. 2542 29 ธันวาคม พ.ศ. 2544
39. นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 30 กันยายน พ.ศ. 2547
40. นายบุญช่วย เกิดสุคนธ์ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 30 กันยายน พ.ศ. 2550
41. นายแก่นเพชร ช่วงรังษี 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 30 กันยายน พ.ศ. 2553
42. น.ส.เบญจวรรณ อ่านเปรื่อง 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 30 กันยายน พ.ศ. 2557
43. นายณรงค์ ธีรจันทรางกูร 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 30 กันยายน พ.ศ. 2558
44. นายชาญนะ เอี่ยมแสง 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปัจจุบัน

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 7 อำเภอ 38 ตำบล 261 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองตราด
  2. อำเภอคลองใหญ่
  3. อำเภอเขาสมิง
  4. อำเภอบ่อไร่
  5. อำเภอแหลมงอบ
  6. อำเภอเกาะกูด
  7. อำเภอเกาะช้าง
 แผนที่

การศึกษา[แก้]

ขั้นพื้นฐาน[แก้]

อุดมศึกษา[แก้]

การคมนาคม[แก้]

ทางอากาศ

สนามบินตราด ตั้งอยู่บริเวณ บ้านสลัก ระหว่างรอยต่ออำเภอเขาสมิงและอำเภอแหลมงอบ มีเที่ยวบินสายการบิน Bangkok Airways เส้นทาง กรุงเทพ-ตราด ทุกวัน วันละ 3 เที่ยวบิน และเส้นทาง ตราด-สมุย สัปดาห์ละ 3 วัน

สนามบินเกาะไม้ซี้ อยู่ห่างจากเกาะกูดเล็กน้อย สนามบินดังกล่าวมีความยาวทางวิ่ง 800 เมตร ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2551[6]

อุทยานแห่งชาติ[แก้]

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

  • ตลาดชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่
  • พิพิธภัณฑ์ยุทธนาวี เกาะช้าง

ชาวตราดที่มีชื่อเสียง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร. สำนักงานจังหวัดตราด. "ที่ตั้งและอาณาเขต." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.trat.go.th/data_gen/locate.html [ม.ป.ป.]. สืบค้น 20 เมษายน 2553.
  2. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  3. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_57.pdf 2558. สืบค้น 1 มีนาคม 2558.
  4. เว็บไซด์จังหวัดตราด, ประวัติความเป็นมา, (5เมษายน 2557) http://www.trat.go.th/data_gen/history.html
  5. "ทำเนียบผู้ว่าราชการจังหวัดตราด". กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานจังหวัดตราด. สืบค้นเมื่อ 25 September 2015. 
  6. ผู้ว่าฯตราดตรวจการก่อสร้างสนามบินเล็กที่เกาะไม้ซี้ เกาะกูด

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 12°14′N 102°30′E / 12.23°N 102.5°E / 12.23; 102.5