ซอพื้นเมืองล้านนา
| ส่วนหนึ่งของชุดบทความ |
| วัฒนธรรมล้านนา |
|---|
ซอพื้นเมืองล้านนา หรือที่ชาวพื้นเมืองล้านนาเรียกว่า ซอ (มักเรียกประกอบกันเป็น สะล้อ ซอ ซึง) เป็นรูปแบบการร้องเพลงที่ชาวพื้นเมืองล้านนาใช้ขับกล่อมให้คลายทุกข์ โดยจะมีคำเรียกผู้ร้องเพลงซอว่า ช่างซอ
การขับซอในปัจจุบัน จะมีลีลาและรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย การซอมีทั้งขับร้องเดี่ยวและคู่ ซึ่งเรียกว่า "คู่ถ้อง" สลับด้วยดนตรี คือ ปี่ชุม 3 ปี่ชุม 4 หรือปี่ชุม 5 (ภาษาพื้นเมืองจะออกเสียงว่า ปี่จุม) ที่นิยมกันมาแต่โบราณ
ทำนองซอมีอยู่หลายทำนอง ซึ่งจะเรียกว่า "ทางซอ" เพราะมีการเพี้ยนหรือหลีกกันเพียงเล็กน้อย แต่ละทางไม่แตกต่างกันมาก คนที่เริ่มฟังซอใหม่ อาจจะไม่สามารถจับได้ว่า ซอมีทางแตกต่างกันหลายทางอย่างไร
ความเป็นมา
[แก้]ซอพื้นเมือง คือ เป็นการขับร้องของคนล้านนา มีทำนองและฉันทลักษณ์ ที่ตายตัว ซึ่งแต่ละทำนองจะมีความแตกต่างกันไป โดยใช้ภาษาพื้นเมืองถิ่นเหนือเป็นหลักในการถ่ายทอดตามทำนองแบบแผนของการขับซอ ศิลปินช่างขอจะต้อง อาศัยไหวพริบปฏิภาณโต้ตอบกันร้อยเรียงเรื่องราวตามเหตุการณ์ที่มีอยู่ ให้เข้ากับ เครื่องดนตรีปี่จุม ซึ่งทำนองของขอพื้นเมืองนี้แบ่งออกเป็นหลายทำนอง แต่ละ ทำนองก็จะใช้ขอในโอกาสที่ต่างกัน เช่น ทำนองตั้งเชียงใหม่ ทำนองจะปุ ทำนองละม้าย ทำนองเงี้ยว ทำนองอือ ทำนองพม่า ทำนองล่องน่าน ทำนองปั่นฝ้าย ทำนองพระลอเดินดง ทำนองบ่ากล่าง ทำนองเงี้ยวสิบชาติ เป็นต้น หากจะเปรียบเทียบไป การขับซอก็เหมือนกับการแสดงพื้นบ้านประจำภาค แต่ละภูมิภาคจะแตกต่างกันไป เช่น ภาคอีสาน มีหมอลำ ภาคใต้มีเพลงบอก ภาคกลางมีเพลงอีแซว เพลงฉ่อย เป็นต้น
ซอพื้นเมือง เกิดขึ้นในยุคสมัยใด ยังไม่สามารถระบุวันเวลาได้แน่ชัด แต่จาก หลักฐานในหนังสือลิลิตพระลอก็พบว่ามีมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว โดยเป็นการซอประกาศความงามของพระเพื่อน พระแพง นอกจากนั้นในหลักฐานอักษรธรรมโบราณ ยังได้กล่าวถึงการซอพื้นเมืองในงานเฉลิมฉลองพระวิหาร สมัยของพญาอโศก จึงอาจ จะกล่าวได้ว่า ซอพื้นเมืองนั้นมีมาตั้งแต่อดีตเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว
วิธีการเรียนขับซอ
[แก้]สมัยก่อนนั้นการเรียนขับซอเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากลำบากมาก เพราะไม่มี สื่อวัสดุอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้เหมือนปัจจุบัน ผู้เรียนหรือผู้ที่ จะมารับการถ่ายทอดนั้น จะต้องไปทำพิธีขึ้นครูขอกับช่างซอรุ่นพ่อครูแม่ครูที่มี ความรู้ความสามารถและมีชื่อเสียง หรืออาจจะเป็นช่างซอที่ตัวเองนิยมชื่นชอบ มีความ ศรัทธาในความรู้ความสามารถตลอดถึงลีลาการขับซอของท่าน คือ เครื่องบูชาครู ประกอบด้วยสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ โดยสิ่งที่จะต้องเตรียม
- สวยดอกพร้อมธูปเทียน 16 สวย
- สวยหมากพลู 16 สวย
- หมาก 1 หมื่น (100 เส้น)
- พลู 1 มัด
- ผ้าขาว
- ผ้าแดง
- ข้าวเปลือก
- ข้าวสาร
- เครื่องปรุงอาหาร เช่น กะปิ ปลาร้า ข่า ขิง ตะไคร้ หัวหอม กระเทียม พริก เกลือ เป็นต้น
- เหล้า 1 ขวด
- เสื่อพร้อมหมอน 1 ชุด
- เงิน 36 บาท (บางสำนักเรียนก็ใช้ 32 บาท)
เมื่อทำพิธีบูชาครู (ขึ้นขันตั้ง) แล้ว ผู้เรียนก็จะต้องไปอยู่กับพ่อครูและ แม่ครู คอยปรนนิบัติรับใช้ในกิจการงานทั้งปวง ทำตนให้เป็นที่น่ารักใคร่ มีความ อ่อนน้อมถ่อมตน มีความกตัญญู เชื่อฟังคำสั่งสอนของท่านอยู่เสมอ การเรียน ขับซอในเริ่มแรก จะเริ่มที่การเรียนรู้ บทขอลงผาม (บทที่จะกล่าวถึงสวัสดี ทักทาย ผู้ฟัง ตลอดจนพรรณนารูปแบบงานต่าง ๆ) บทซอนี้มักจะเริ่มใช้ในการแสดงเวลา ภาคเช้า ซึ่งผู้เรียนจะต้องอาศัยการจดจำท่องบทขอให้ขึ้นใจ จากนั้นก็จะเริ่มเข้าสู่ บทซอหมวดทางธรรม และบทชอหมวดทางโลก เมื่อถึงเวลาพ่อครูหรือแม่ครูไป แสดงซอที่ไหน ลูกศิษย์จะต้องคอยตามไปนั่งบนเวทีหรือผามซอ คอยดูพ่อครูหรือแม่ครูแสดง เพื่อจดจำเอาลีลาท่าทางตลอดถึงศิลปะการแสดงของพ่อครูหรือแม่ครู จะได้นำมาใช้กับตนเองในเวลาที่มีโอกาสได้แสดงในโอกาสต่อไป บางครั้งพ่อครู แม่ครูอาจจะเริ่มให้ลูกศิษย์แสดงขับซอคู่กับตน เพื่อเป็นการฝึกฝนและเก็บเกี่ยว ประสบการณ์จากเวทีจริง (ผามซอ) ในปัจจุบันการเรียนขับชอนั้นค่อนข้างที่จะง่าย เพียงแต่ขอให้มีใจรักชอบก็สามารถเป็นช่างขอได้ไม่ยากนัก ซึ่งแตกต่างจากอดีตมาก เพราะมีสื่อการเรียนรู้ที่อำนวยความสะดวกอย่างหลากหลาย เช่น เทปคาสเซ็ท วิดีโอซีดีสื่อออนไลน์ต่างๆ ยูทูป เว็บไซต์ต่างๆซึ่งผู้เรียนจะเรียนรู้ด้วยตนเองเป็น ส่วนใหญ่
เนื้อร้องเพลงซอ
[แก้]ตัวอย่างเนื้อร้องซอยอพระเกียรติพระลอ ดังนี้
ยับซอราชเที้ยร ทุกเมือง
ลือพระลอเรือง ทั่วหล้า โฉมมาบพิตรเปลือง ใจโลก
สาวหนุ่มฟังเป็นบ้า อยู่เพี้ยงโหยหวล
อ้างอิง
[แก้]- ดรุณี ณ ลำปาง. ซอพื้นเมืองล้านนา. สานิเทศทางอากาศ:รวมบทความ 2536. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2537