จังหวัดยะลา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
จังหวัดยะลา
คำขวัญ: 
ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน
อักษรไทยยะลา
อักษรโรมันYala
การปกครอง
 • ผู้ว่าราชการชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์[1]
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2562)
พื้นที่[2]
 • ทั้งหมด4,521.078 ตร.กม. (1,745.598 ตร.ไมล์)
อันดับพื้นที่อันดับที่ 47
ประชากร (พ.ศ. 2562)[3]
 • ทั้งหมด536,330 คน
 • อันดับอันดับที่ 49
 • ความหนาแน่น118.62 คน/ตร.กม. (307.2 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไอเอสโอ 3166TH-95
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
 • ต้นไม้อโศกเหลือง
 • ดอกไม้พิกุล
 • สัตว์น้ำปลาพลวงชมพู
ศาลากลางจังหวัด
 • ที่ตั้งถนนสุขยางค์ ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 95000
 • โทรศัพท์0 7322 1014
 • โทรสาร0 7321 1586
เว็บไซต์http://www.yala.go.th
แผนที่
ประเทศมาเลเซียประเทศพม่าประเทศลาวประเทศเวียดนามประเทศกัมพูชาจังหวัดนราธิวาสจังหวัดยะลาจังหวัดปัตตานีจังหวัดสงขลาจังหวัดสตูลจังหวัดตรังจังหวัดพัทลุงจังหวัดกระบี่จังหวัดภูเก็ตจังหวัดพังงาจังหวัดนครศรีธรรมราชจังหวัดสุราษฎร์ธานีจังหวัดระนองจังหวัดชุมพรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จังหวัดเพชรบุรีจังหวัดราชบุรีจังหวัดสมุทรสงครามจังหวัดสมุทรสาครกรุงเทพมหานครจังหวัดสมุทรปราการจังหวัดฉะเชิงเทราจังหวัดชลบุรีจังหวัดระยองจังหวัดจันทบุรีจังหวัดตราดจังหวัดสระแก้วจังหวัดปราจีนบุรีจังหวัดนครนายกจังหวัดปทุมธานีจังหวัดนนทบุรีจังหวัดนครปฐมจังหวัดกาญจนบุรีจังหวัดสุพรรณบุรีจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจังหวัดอ่างทองจังหวัดสิงห์บุรีจังหวัดสระบุรีจังหวัดลพบุรีจังหวัดนครราชสีมาจังหวัดบุรีรัมย์จังหวัดสุรินทร์จังหวัดศรีสะเกษจังหวัดอุบลราชธานีจังหวัดอุทัยธานีจังหวัดชัยนาทจังหวัดอำนาจเจริญจังหวัดยโสธรจังหวัดร้อยเอ็ดจังหวัดมหาสารคามจังหวัดขอนแก่นจังหวัดชัยภูมิจังหวัดเพชรบูรณ์จังหวัดนครสวรรค์จังหวัดพิจิตรจังหวัดกำแพงเพชรจังหวัดตากจังหวัดมุกดาหารจังหวัดกาฬสินธุ์จังหวัดเลยจังหวัดหนองบัวลำภูจังหวัดหนองคายจังหวัดอุดรธานีจังหวัดบึงกาฬจังหวัดสกลนครจังหวัดนครพนมจังหวัดพิษณุโลกจังหวัดอุตรดิตถ์จังหวัดสุโขทัยจังหวัดน่านจังหวัดพะเยาจังหวัดแพร่จังหวัดเชียงรายจังหวัดลำปางจังหวัดลำพูนจังหวัดเชียงใหม่จังหวัดแม่ฮ่องสอนแผนที่ประเทศไทย จังหวัดยะลาเน้นสีแดง
เกี่ยวกับภาพนี้
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดยะลา เป็นจังหวัดหนึ่งตั้งอยู่ในภาคใต้ของประเทศไทย มีพื้นที่ 4,521.078 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 532,326 คน อาณาเขตทางใต้ติดกับประเทศมาเลเซีย เป็นจังหวัดเดียวในภาคใต้ที่ไม่ติดทะเล[4] และเป็นจังหวัดที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย ดังปรากฏในคำขวัญประจำจังหวัดคือ "ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน"[5]

จังหวัดยะลาเป็นหนึ่งในสี่จังหวัดที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และเป็นหนึ่งในสามจังหวัดที่ประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษามลายูปัตตานีในการสื่อสาร ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายมลายู รองลงมาคือชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวไทยพุทธ อย่างไรก็ตามยะลาถือเป็นจังหวัดที่ดำรงความเป็นพหุวัฒนธรรมได้อย่างชัดเจน เพราะมีความแตกต่างกันทั้งด้านเชื้อชาติ ภาษา และศาสนา แต่ชนทุกกลุ่มยังคงรักษาวิถีชีวิตและประเพณีของตนไว้อย่างเหนียวแน่น[6]

ศัพทมูลวิทยา[แก้]

เหตุที่เรียกชื่อว่ายะลานั้นเพราะพระยาเมืองคนแรกได้ตั้งที่ทำการขึ้นที่บ้านยะลา คำว่า ยะลา (มลายู: Jala, جالا) หรือสำเนียงภาษามลายูพื้นเมืองเรียกว่า ยาลอ (มลายู: Jalor, جالور, ญาโลร์) แปลว่า "แห" ซึ่งเป็นคำยืมมาจากภาษาบาลี-สันสกฤตว่า ชาละ หรือ ชาลี หมายถึง "แห" หรือ "ตาข่าย"[7] มีภูเขาลูกหนึ่งในเขตอำเภอเมืองยะลามีลักษณะเหมือนแหจับปลา โดยผูกจอมแหแล้วถ่างตีนแหไปโดยรอบ ผู้คนจึงเรียกภูเขานี้ว่า ยะลา หรือ ยาลอ แล้วนำมาตั้งนามเมือง[7]

แต่ตามประวัติศาสตร์ซึ่งได้เขียนไว้ในสมัยเจ็ดหัวเมือง โดยเจ้าผู้ครองเมืองเดิมได้เขียนไว้เป็นประวัติศาสตร์เป็นภาษามลายูว่า “เมืองยะลา” เป็นสำเนียงภาษาอาหรับ โดยชาวอินโดนีเซียที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาอิสลามในบริเวณเจ็ดหัวเมืองซึ่งอยู่ในแหลมมลายูเป็นผู้ตั้งชื่อเมืองไว้

เมืองยะลาเดิมตั้งอยู่ใกล้ภูเขายาลอ ห่างจากที่ว่าการอำเภอเมืองยะลาปัจจุบันไปทางทิศตะวันตกประมาณ 12 กิโลเมตร ต่อมาเมืองยะลาได้ยกฐานะเป็นเมือง ๆ หนึ่งของบริเวณเจ็ดหัวเมือง คำว่าเมืองยะลาหรือยาลอ ยังคงเรียกกันจนถึงปัจจุบันนี้

ประวัติ[แก้]

ยะลาเดิมเป็นท้องที่หนึ่งของเมืองปัตตานี ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้มีการปรับปรุงการปกครองใหม่เป็นการปกครองแบบเทศาภิบาลและได้ออกประกาศข้อบังคับสำหรับปกครอง 7 หัวเมือง รัตนโกสินทรศก 120 ซึ่งประกอบด้วยเมืองปัตตานี หนองจิก ยะหริ่ง สายบุรี ยะลา ระแงะ และรามัน ในแต่ละเมืองจะแบ่งเขตการปกครองเป็นอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ต่อมาในปี พ.ศ. 2447 ประกาศจัดตั้งมณฑลปัตตานีขึ้นดูแลหัวเมืองทั้ง 7 แทนมณฑลนครศรีธรรมราช และยุบเมืองเหลือ 4 เมือง ได้แก่ ปัตตานี ยะลา สายบุรี และระแงะ ต่อมา พ.ศ. 2450 เมืองยะลาแบ่งเขตการปกครองเป็น 2 อำเภอ ได้แก่อำเภอเมืองยะลาและอำเภอยะหา ต่อมา พ.ศ. 2475 ได้มีการยกเลิกมณฑลปัตตานี และในปี พ.ศ. 2476 เมืองยะลาได้รับการเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นจังหวัดยะลาตามพระราชบัญญัติราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 เรื่อง การจัดระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาค ออกเป็นจังหวัด เป็นอำเภอ และให้มีข้าหลวงประจำจังหวัด และกรมการจังหวัดเป็นผู้บริหารราชการ

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 8 อำเภอ 58 ตำบล 341 หมู่บ้าน มีรายชื่อดังนี้

ลำดับ ชื่ออำเภอ ชื่อมลายู[8] ชื่อโรมัน จำนวนตำบล ประชากร
(พ.ศ. 2561)[3]
พื้นที่
(ตร.กม.)
ความหนาแน่น
(คน/ตร.กม.)
1 เมืองยะลา Jala Mueang Yala 14 75,584 คน 258.0 292.96
2 เบตง Betung Betong 5 35,904 คน 1,328.0 27.03
3 บันนังสตา Bendang Setar Bannang Sata 6 54,932 คน 629.0 87.33
4 ธารโต Air Kedung Than To 4 23,576 คน 648.0 36.38
5 ยะหา Johar Yaha 7 60,200 คน 500.0 120.4
6 รามัน Ramai Raman 16 85,237 คน 516.1 165.15
7 กาบัง Gambir Kabang 2 24,564 คน 451.0 54.56
8 กรงปินัง Kampung Pinang Krong Pinang 4 28,909 คน 191.0 151.35
รวม 58 532,326 คน 4,521.078 117.74
 แผนที่

วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558 กระทรวงมหาดไทยประชุมเพื่อพิจารณาร่างกฤษฎีกาจัดตั้งอำเภอลำใหม่แยกจากอำเภอเมืองยะลา และอำเภอโกตาบารูแยกจากอำเภอรามันเป็นกรณีพิเศษ โดยอ้างความจำเป็นพิเศษด้านความมั่นคง และหากมีการจัดตั้งแล้ว อำเภอโกตาบารูจะมีการขอพระราชทานชื่อใหม่[9]

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง (องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา), เทศบาลนคร 1 แห่ง (เทศบาลนครยะลา), เทศบาลเมือง 2 แห่ง, เทศบาลตำบล 13 แห่ง, และองค์การบริหารส่วนตำบล 47 แห่ง รายชื่อเทศบาลทั้งหมดมีดังนี้

ข้อมูลเทศบาลในจังหวัดยะลา
ลำดับ ชื่อเทศบาล พื้นที่
(ตร.กม.)
ตั้งเมื่อ
(พ.ศ.)[# 1]
อำเภอ ครอบคลุมตำบล ประชากร
สิ้นปี 2561
(คน)[3]
ทั้งตำบล บางส่วน รวม
เทศบาลนคร
1   เทศบาลนครยะลา 19.4[10] 2538[11]   เมืองยะลา 1 1 61,218 
เทศบาลเมือง
1   เทศบาลเมืองเบตง 78[12] 2547[13]   เบตง 1 1 26,668 
2   เทศบาลเมืองสะเตงนอก 34.78[14] 2554[15]   เมืองยะลา 1 1 32,353 
เทศบาลตำบล
1   เทศบาลตำบลโกตาบารู 17[16] 2542[17]   รามัน 1 1 5,692 
2   เทศบาลตำบลเขื่อนบางลาง 82.5[18] 2550[19]   บันนังสตา 1 1 4,422 
3   เทศบาลตำบลคอกช้าง 2.44[20] 2542[17]   ธารโต 1 1 1,558 
4   เทศบาลตำบลท่าสาป 13.48[21] 2555[22]   เมืองยะลา 1 1 7,984 
5   เทศบาลตำบลธารน้ำทิพย์ 138.51[23] 2555[24]   เบตง 1 1 4,433 
6   เทศบาลตำบลบันนังสตา 1.5[25] 2542[17]   บันนังสตา 1 1 2,721 
7   เทศบาลตำบลบาลอ 26.41[26] 2556[27]   รามัน 1 1 5,582 
8   เทศบาลตำบลบุดี 48.92[28] 2551[28]   เมืองยะลา 1 1 11,221 
9   เทศบาลตำบลปะแต 208.31[29] 2555[30]   ยะหา 1 1 16,962 
10   เทศบาลตำบลเมืองรามันห์[31] 8.24[32] 2542[17]   รามัน 1 1 5,120 
11   เทศบาลตำบลยะหา 1.89[33] 2542[17]   ยะหา 1 1 2,618 
12   เทศบาลตำบลยุโป 33.77[34] 2555[35]   เมืองยะลา 1 1 6,983 
13   เทศบาลตำบลลำใหม่ 0.69[36] 2542[17]   เมืองยะลา 1 1 1,050 
  1. หมายถึงปีที่ได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลในระดับปัจจุบัน

ประชากร[แก้]

ชาติพันธุ์[แก้]

ประชากรจังหวัดยะลาแบ่งตามปี
ปี ประชากร  ±%  
2550 470,691—    
2551 475,527+1.0%
2552 480,334+1.0%
2553 487,380+1.5%
2554 493,767+1.3%
2555 500,814+1.4%
2556 506,138+1.1%
2557 511,911+1.1%
2558 518,139+1.2%
2559 522,279+0.8%
2560 527,295+1.0%
2561 532,326+1.0%
2562 536,330+0.8%
อ้างอิง: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย[37]

ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดยะลาเป็นชาวไทยเชื้อสายมลายูเป็นพื้น ในอดีตจะถูกเรียกอย่างรวม ๆ กับชาวชวา-มลายูทั่วไปว่าคนยาวี (Orang Jawi)[38] แต่จะเรียกตัวเองว่าออแฆนายู และพึงใจที่ผู้อื่นเรียกว่าคนนายูมากกว่าคนยาวี[39] เมื่อ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2482 ในสมัยหลวงพิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรัฐนิยมฉบับที่ 3 เรื่องการเรียกชื่อชาวไทยโดยให้เรียกชาวมลายูมุสลิมว่าไทยอิสลาม[40] และปัจจุบันทางราชการของไทยยังคงเรียกคนเชื้อสายมลายูว่าคนไทยหรือไทยมุสลิมอยู่[41] นอกจากนั้นก็จะมีชาวไทยพุทธและชาวไทยเชื้อสายจีนเป็นชนกลุ่มน้อย อาศัยอยู่ตามเมืองใหญ่ ๆ[42] โดยเฉพาะอำเภอเบตงถือเป็นชุมชนชาวจีนที่มีขนาดใหญ่และเข้มแข็ง สามารถคงอัตลักษณ์ความเป็นจีนไว้อย่างเหนียวแน่น[6] โดยมากเป็นชาวจีนกวางไส บรรพบุรุษอพยพจากเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง[43] ส่วนชาวไทยเชื้อสายจีนในเทศบาลนครยะลาโดยมากเป็นชาวฮกเกี้ยน[42][44] ขณะที่ชาวไทยพุทธมีอยู่หนาแน่นในเขตเทศบาลนครยะลา[45] แต่ระยะหลังเมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวไทยพุทธอพยพออกจากพื้นที่เป็นจำนวนมาก[46][47][48] เช่นชุมชนชาวจีนที่บ้านเนียง อำเภอเมืองยะลา และชุมชนจีนบ้านแบหอ อำเภอรามัน ที่ลูกหลานโยกย้ายออกจากถิ่นฐานเดิมจนสิ้น[49][50]

ขณะที่ชาวซาไกเผ่ากันซิวและจำนวนน้อยเป็นเผ่ากินตัก[51] ซึ่งเคยตั้งถิ่นฐานในเขตหมู่ 3 ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่อพยพไปประเทศมาเลเซีย ด้วยเหตุผลด้านที่ทำกินและวิถีชีวิตที่ดีกว่า ประกอบกับเหตุผลด้านความไม่สงบ[52] นอกจากนี้ยังมีชาวพม่า ลาว และกัมพูชา เข้าเป็นแรงงานในยะลาเป็นจำนวนมากในเขตอำเภอเมืองยะลาและอำเภอเบตง โดยใน พ.ศ. 2552 มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 5,000 คน[53] และมีชาวเขาจากภาคเหนืออพยพมาลงหลักปักฐานที่ยะลาหลายเผ่าเพื่อเป็นแรงงาน เช่น เผ่าม้งเข้ามาอาศัยในอำเภอเบตงและอำเภอธารโตจำนวนหนึ่ง และพบว่าม้งส่วนหนึ่งอาศัยอยู่ร่วมนิคมกับเผ่าซาไกที่บ้านซาไก[54] ส่วนชุมชนมูเซอบ้านบ่อน้ำร้อนในอำเภอเบตง[55][56][57] มีประชากรมากถึงขั้นก่อตั้งโบสถ์คริสต์ในชุมชนของตัวเอง[58]

ภาษา[แก้]

ป้ายจราจรสี่ภาษาหน้าสถานีรถไฟยะลา

จังหวัดยะลาเป็นหนึ่งในสามจังหวัดของประเทศไทยที่ประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษามลายูปัตตานีในการสื่อสาร เป็นสำเนียงที่ใช้ในจังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดสงขลา ภาษานี้มีการใช้อักษรยาวีซึ่งได้รับอิทธิพลจากอักษรอาหรับสำหรับการเขียน[38][59] สำหรับการเผยแผ่ศาสนาโดยเฉพาะ[60] ทว่าในยุคหลังมานี้มีการยืมคำไทยเข้าปะปนมากขึ้น[61] โดยเฉพาะในสังคมเมืองที่พูดมลายูปนไทย[60] ปัจจุบันมีการส่งเสริมให้ติดป้ายประกาศของสถานที่ราชการเป็นภาษามลายูปัตตานีและอักษรยาวีทั่วไปในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้[62] ทั้งนี้ชาวไทยพุทธและชาวไทยเชื้อสายจีนบางส่วนสามารถพูดภาษามลายูเพื่อสื่อสารกับคนมลายูซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่[63][64][42]

ขณะที่ชาวไทยพุทธจะใช้ภาษาไทยถิ่นใต้ มีสำเนียงใกล้เคียงกับสำเนียงสงขลา[65] มีลักษณะเช่นเดียวกับภาษาใต้ถิ่นอื่นที่มีการรวบคำให้สั้นกระชับ ทว่ามีลักษณะเด่นคือการออกเสียงที่นุ่มนวลไม่หยาบกระด้างต่างจากภาคใต้ถิ่นอื่น[66] และมีการยืมคำมลายูมาก โดยมีความหนาแน่นของคำยืมจากมลายูมากถึงร้อยละ 75.75[67] เช่น ซะด๊ะ แปลว่า อร่อย มอแระ แปลว่า สวยงาม และลากู แปลว่า ขายดี[68]

ส่วนชาวไทยเชื้อสายจีน โดยเฉพาะอำเภอเบตงที่มีคนเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก พวกเขาธำรงอัตลักษณ์ความเป็นจีนคือการใช้ภาษาจีน[6] ซึ่งมีอยู่หลายกลุ่มได้แก่ ภาษาจีนกลาง ภาษาจีนกวางไส ภาษาจีนฮกเกี้ยน ภาษาจีนแต้จิ๋ว และภาษาจีนแคะ[69][70] เช่นประชาชนในชุมชนวัดปิยมิตรที่สามารถสื่อสารภาษาจีนกลางได้[71] ปัจจุบันคนยุคหลังใช้ภาษาจีนน้อยลง[72] และลูกหลานจีนหลายคนนิยมใช้ภาษาไทยมาตรฐาน แต่บุคคลเชื้อสายจีนในเทศบาลนครยะลาที่อายุต่ำกว่า 50 ปีจะพูดจีนไม่ได้แต่พอฟังรู้ความ[42]

ปัจจุบันชาวไทยพุทธและชาวไทยเชื้อสายจีนในเทศบาลนครยะลาเกินครึ่งพูดภาษาไทยถิ่นใต้ไม่ได้เพราะหันไปพูดภาษาไทยมาตรฐาน ส่วนชาวไทยเชื้อสายมลายูนอกเขตเทศบาลจะพูดภาษาไทยไม่ชัดเจน และหากมีอายุ 70 ปีขึ้นไปจะไม่ได้สามารถพูดภาษาไทยได้เลย[42]

ศาสนา[แก้]

ศาสนาในจังหวัดยะลา (พ.ศ. 2562)[73]
ศาสนา ร้อยละ
อิสลาม
  
81.46%
พุทธ
  
18.45%
คริสต์
  
0.08%
อื่น ๆ
  
0.01%

จังหวัดยะลาเป็นหนึ่งในสี่จังหวัดของไทยที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม แต่ก็เป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนของผู้ที่นับถือศาสนาพุทธมากที่สุดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้[74] มีชุมชนชาวคริสต์ขนาดย่อมทั้งนิกายโรมันคาทอลิกและโปรเตสแตนต์ในเขตเทศบาลนครยะลาและเทศบาลเมืองเบตง[75] นอกจากนี้ยังมีชุมชนของผู้นับถือศาสนาซิกข์ขนาดน้อย อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลนครยะลา[76] ส่วนชาวซาไกหันมานับถือศาสนาพุทธโดยให้เหตุผลว่านับถือตามสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แต่ปัจจุบันยังปะปนไปด้วยความเชื่อพื้นเมือง[77] และแรงงานต่างด้าวชาวพม่าในยะลาที่นับถือศาสนาพุทธและร่วมปฏิบัติศาสนกิจร่วมกับชาวไทยพุทธในท้องถิ่น[78][79]

ศาสนา 2503[80] 2542[81] 2546[82] 2550[83] 2553[84] 2557[85] 2559[86] 2562[73]
อิสลาม 60.00% 62.79% 76.58% 75.42% 76.59% 79.60% 74.06% 81.46%
พุทธ 22.00% 36.40% 22.74% 24.25% 22.74% 20.13% 21.16% 18.45%
คริสต์ 0.14% 0.08%
ฮินดู 0.01%
พื้นบ้านจีน 0.01%
อื่น ๆ 18.00% 0.61% 0.31% 0.33% 0.67% 0.27% 4.78% 0.01%
วัดพุทธแห่งหนึ่งในอำเภอบันนังสตา
ฮวงซุ้ยของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดยะลา

จากการสำรวจการนับถือศาสนาเมื่อ พ.ศ. 2542 พบว่า ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามร้อยละ 62.79 ศาสนาพุทธร้อยละ 36.40 ศาสนาคริสต์ร้อยละ 0.14 ศาสนาฮินดูร้อยละ 0.01 ศาสนาอื่น ๆ (เช่นศาสนาพื้นบ้านจีน) ร้อยละ 0.01 และไม่ได้ระบุร้อยละ 0.61[81] ต่อมาใน พ.ศ. 2550 พบว่า มีผู้นับถือศาสนาอิสลามร้อยละ 75.42 รองลงมาคือศาสนาพุทธร้อยละ 24.25 และศาสนาอื่น ๆ ร้อยละ 0.33[83] พ.ศ. 2553 พบว่า ประชากรนับถือศาสนาอิสลามร้อยละ 76.59 ผู้นับถือศาสนาพุทธร้อยละ 22.74[84] พ.ศ. 2557 พบว่า ประชากรนับถือศาสนาอิสลามร้อยละ 79.60 ผู้นับถือศาสนาพุทธร้อยละ 20.13 และผู้นับถือศาสนาคริสต์และอื่น ๆ ร้อยละ 0.27[85] และการสำรวจเมื่อ พ.ศ. 2559 พบว่า ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามร้อยละ 74.06 ผู้นับถือศาสนาพุทธร้อยละ 21.16 และผู้นับถือศาสนาคริสต์และอื่น ๆ ร้อยละ 4.78[86] และการสำรวจใน พ.ศ. 2562 พบว่าประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามร้อยละ 81.46 ศาสนาพุทธลดลงเหลือร้อยละ 18.45 ศาสนาคริสต์ร้อยละ 0.08 ศาสนาซิกข์และอื่น ๆ ร้อยละ 0.01[73] ชาวพุทธในพื้นที่รู้สึกว่าพวกตนเป็นพลเมืองชั้นสอง[87] หลังการก่อวินาศกรรมด้วยการวางระเบิดถนนสายหลักในปัตตานีเมื่อ พ.ศ. 2555 ส่งผลให้ชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวไทยพุทธจำนวนมากอพยพออกจากยะลา ประชากรที่นับถือศาสนาพุทธจึงหดตัวอย่างเฉียบพลัน[46][47][48] รวมทั้งวัดหลายแห่งกลายเป็นวัดร้างไม่มีพระสงฆ์เข้าไปจำพรรษา เช่น วัดหัวสะพาน อำเภอเมืองยะลา[88][89] วัดจินดาพลาราม อำเภอบันนังสตา[90] และวัดปูแหล อำเภอยะหา[91][92] ซึ่ง พ.ศ. 2563 ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พยายามฟื้นฟูวัดเหล่านี้ให้มีพระสงฆ์เข้าไปจำพรรษา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่พุทธศาสนิกชนในพื้นที่[93] เพื่อสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงว่า "จะปล่อยให้คนไทยอพยพทิ้งถิ่นฐานไม่ได้ จะต้องรักษาพระพุทธศาสนาให้มีความมั่นคง ให้มีความมั่นคงอยู่ในภาคใต้ เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจของราษฎรไทยพุทธสืบไป"[94]

สำนักงานสถิติจังหวัดยะลารายงานว่า ใน พ.ศ. 2560 จังหวัดยะลามีมัสยิด 508 แห่ง วัดพุทธ 52 แห่ง สำนักสงฆ์ 13 แห่ง โบสถ์คริสต์ 9 แห่ง[95] และคุรุดวารา 1 แห่ง [96]

วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562 กลุ่มสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดยะลา จำนวน 60 คน เรียกร้องให้โรงพยาบาลในจังหวัดยะลาและในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดทำห้องครัวสำหรับไทยพุทธและอาคารสำหรับพระสงฆ์อาพาธ[97]

อุทยาน[แก้]

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

การศึกษา[แก้]

ระดับอุดมศึกษา

ระดับมัธมยมศึกษา

อ้างอิง[แก้]

  1. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ
  2. สำนักงานสถิติจังหวัดยะลา. "สภาพทั่วไปของจังหวัดยะลา." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://yala.nso.go.th/yala/yala.html [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  3. 3.0 3.1 3.2 "รายงานสถิติจำนวนประชากรและบ้าน ประจำปี พ.ศ. 2562". กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. สืบค้นเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2563. Check date values in: |accessdate= (help)
  4. "ข้อมูลจังหวัดชายทะเล". ฐานข้อมูลความรู้ทางทะเล. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  5. "คำขวัญประจำอำเภอ/จังหวัด". จังหวัดยะลา. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  6. 6.0 6.1 6.2 ณัฐธิดา เย็นบำรุง. "เมืองเบตง : คนไทยเชื้อสายจีนที่เข้มแข็ง". ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  7. 7.0 7.1 ประพนธ์ เรืองณรงค์. "บทผนวกเกียรติยศ". ใน รัฐปัตตานีใน ศรีวิชัย เก่าแก่กว่ารัฐสุโขทัยในประวัติศาสตร์. สุจิตต์ วงษ์เทศ (บรรณาธิการ). พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน. 2547, หน้า 346
  8. ประพนธ์ เรืองณรงค์. "ชื่อบ้านนามเมืองภาษามลายูในคาบสมุทรภาคใต้ของไทย" (PDF). ดำรงวิชาการ. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  9. "รายงานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย คณะที่ 2 ครั้งที่ 2/2558 วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558 ณ ห้องประชุมสำนักกฎหมาย สป. ชั้น 6 อาคารดำรงราชานุภาพ กระทรวงมหาดไทย" (PDF). สำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  10. "ข้อมูลพื้นฐาน". เทศบาลนครยะลา. สืบค้นเมื่อ 27 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  11. "พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งเทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา พ.ศ. ๒๕๓๘" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 112 (40 ก): 15–19. 24 กันยายน 2538. Check date values in: |date= (help)
  12. แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลเมืองเบตง (พ.ศ. 2558-2562) (PDF). เทศบาลเมืองเบตง. p. 2-1.
  13. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลตำบลเป็นเทศบาลเมือง" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 121 (20 ก): 9–10. 20 กุมภาพันธ์ 2547. Check date values in: |date= (help)
  14. "สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน" (PDF). เทศบาลเมืองสะเตงนอก. สืบค้นเมื่อ 27 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  15. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เป็นเทศบาลเมืองสะเตงนอก" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 129 (ตอนพิเศษ 13 ง): 46. 11 มกราคม 2555. Check date values in: |date= (help)
  16. สุไรยา วานิและคณะ. ข้อมูลเมื่อการพัฒนาตำบลโกตาบารู อำเภอรามัน จังหวัดยะลา (PDF). โครงการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูชายแดนใต้ (ชชต.) ร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สนับสนุนโดยธนาคารโลก. p. 4.
  17. 17.0 17.1 17.2 17.3 17.4 17.5 "พระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงฐานะของสุขาภิบาลเป็นเทศบาล พ.ศ. ๒๕๔๒" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 116 (9 ก): 1–4. 24 กุมภาพันธ์ 2542. Check date values in: |date= (help)
  18. "สภาพและข้อมูลพื้นฐาน". เทศบาลตำบลเขื่อนบางลาง. สืบค้นเมื่อ 27 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  19. "ประวัติความเป็นมา". เทศบาลตำบลเขื่อนบางลาง. สืบค้นเมื่อ 27 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  20. "สภาพและข้อมูลพื้นฐาน". เทศบาลตำบลคอกช้าง. สืบค้นเมื่อ 27 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  21. "ข้อมูลทั่วไป". เทศบาลตำบลท่าสาป. 26 มิถุนายน 2562. สืบค้นเมื่อ 27 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  22. "การจัดตั้งเทศบาลตำบลท่าสาป". เทศบาลตำบลท่าสาป. 17 กุมภาพันธ์ 2562. สืบค้นเมื่อ 27 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  23. "สภาพข้อมูลทั่วไป". เทศบาลตำบลธารน้ำทิพย์. สืบค้นเมื่อ 27 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  24. "ประวัติความเป็นมา". เทศบาลตำบลธารน้ำทิพย์. สืบค้นเมื่อ 27 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  25. "ประวัติความเป็นมา". เทศบาลตำบลบันนังสตา. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  26. "สภาพและข้อมูลพื้นฐาน". เทศบาลตำบลบาลอ. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  27. "ประกาศ จัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลบาลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เป็นเทศบาลตำบลบาลอ". เทศบาลตำบลบาลอ. 5 สิงหาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  28. 28.0 28.1 "สภาพและข้อมูลพื้นฐาน". เทศบาลตำบลบุดี. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  29. "สภาพและข้อมูลพื้นฐาน". เทศบาลตำบลปะแต. ตุลาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  30. "ประวัติความเป็นมา". เทศบาลตำบลปะแต. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  31. "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนชื่อเทศบาลตำบลกายูบอเกาะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เป็นเทศบาลตำบลเมืองรามันห์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 127 (132 ง): 3. 26 สิงหาคม 2553. Check date values in: |date= (help)
  32. "สภาพและข้อมูลพื้นฐาน". เทศบาลตำบลเมืองรามันห์. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  33. "สภาพและข้อมูลพื้นฐาน". เทศบาลตำบลยะหา. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  34. "สภาพและข้อมูลพื้นฐาน". เทศบาลตำบลยุโป. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  35. "ประวัติความเป็นมา". เทศบาลตำบลยุโป. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  36. "สภาพและข้อมูลพื้นฐาน". เทศบาลตำบลลำใหม่. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  37. สำนักบริหารการทะเบียน. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "จำนวนประชากรและบ้าน." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statTDD/. สืบค้น 2 พฤษภาคม 2563
  38. 38.0 38.1 กัณหา แสงรายา (14 มกราคม 2555). "มลายู-ยาวี เรียกอย่างไรดี?". อิศรา. สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  39. วลัยลักษณ์ ทรงศิริ (26 พฤษภาคม 2559). "คนตานี มลายูมุสลิมที่ถูกลืม". มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  40. อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง (27 กุมภาพันธ์ 2560). "แขกตานี". ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  41. กัณหา แสงรายา (3 สิงหาคม 2554). "คำเรียก มลายู มลายูมุสลิม ไทย ไทยมุสลิม ไทยมลายู และ 'แขก' ในสังคมไทย (1)". อิศรา. สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  42. 42.0 42.1 42.2 42.3 42.4 แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง (2546). "ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมลายูมุสลิมและจีนในย่านสายกลาง จังหวัดยะลา". ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). สืบค้นเมื่อ 14 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  43. ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ (14 ธันวาคม 2561). "ตามรอยจีนกวางไสในเบตง (1)". สยามรัฐออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  44. วลัยลักษณ์ ทรงศิริ. "แผ่นดินภายใน". ยาลอเป็นยะลา ความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองและคนรุ่นใหม่ในเมืองและปริมณฑลเมืองยะลา, หน้า 90
  45. "ยะลา-คุมเข้มทุกพื้นที่หลังคนร้ายก่อเหตุยิงคนไทย-พุทธ". .timenews2017. 7 กรกฎาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 12 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  46. 46.0 46.1 "ไทยพุทธที่ชายแดนภาคใต้ (ตอน 1) : การตื่นตัวที่สายเกิน?". ประชาไท. 4 เมษายน 2557. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  47. 47.0 47.1 "ฟิต! มทภ.4 ลงพบชาวไทยพุทธยะลา รับปากพร้อมแก้ปัญหา จชต". ไทยรัฐออนไลน์. 2 ตุลาคม 2561. สืบค้นเมื่อ 12 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  48. 48.0 48.1 "ชุมชนชาวไทยพุทธในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้". ไทยพีบีเอส. 29 ธันวาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 12 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  49. ทรัยนุง มะเด็ง และอื่น ๆ. "ในท้องถิ่นยาลอ". ยาลอเป็นยะลา ความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองและคนรุ่นใหม่ในเมืองและปริมณฑลเมืองยะลา, หน้า 204
  50. "ยะลาเปิดงานสมโภช แห่พระลุยไฟศาลเจ้าแม่มาผ่อ สร้างความสัมพันธ์พหุวัฒนธรรมไทยจีนไทยพุทธและมุสลิม". SPM Online. 16 เมษายน 2562. สืบค้นเมื่อ 12 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  51. วันเฉลิม จันทรากุล (2544). "เงาะป่า-ซาไก นิเชาเมืองไทย ชนป่าที่กำลังสูญสลาย". ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). สืบค้นเมื่อ 14 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  52. "รอวันปิดตำนาน 'ซาไก' แห่ง 'ศรีธารโต'" (Press release). สำนักข่าวอามาน. 3 มกราคม พ.ศ. 2553. สืบค้นเมื่อ 5 สิงหาคม 2555. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  53. "ยะลาเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว". ไทยรัฐออนไลน์. 25 กรกฎาคม 2552. สืบค้นเมื่อ 16 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  54. วัชรินทร์ ดำรงกูล และปัตติกาญจน์ บรรดาศักดิ์. แนวทางการจัดการคืนถิ่นชนเผ่าซาไก : กรณีศึกษา ซาไกตระกูลศรีธารโต (PDF). งานวิจัย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. p. 33, 43.
  55. "ตชด.445 ยะลา รวบ 2 พ่อค้ายาบ้าชาวเขาเผาลาหู่ ได้ของกลางกว่า 9 พันเม็ด". MGR Online. 23 สิงหาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  56. "การปราบปรามยาเสพติด". สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เบตง. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  57. "ชาวบ้านหาของป่า หลงป่าในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา นาน 9 วัน เจ้าหน้าที่ ตชด. นปพ. กู้ภัย กว่า 30 คน เร่งตามหา แต่ยังไม่พบตัว". SPM News. 19 ธันวาคม 2561. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  58. กินเลน ประลองเชิง (10 พฤศจิกายน 2557). "สุดใต้ที่เบตง". ไทยรัฐออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  59. วนิดา เต๊ะหลง. "ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภาษามลายู" (PDF). สารรอบรั้วศิลปศาสตร์. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  60. 60.0 60.1 Arifin bin Chik (1 เมษายน 2550). "ปัญหา สตูล ปัตตานี กับวัฒนธรรมที่กำลังถูกทำลาย". มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์. สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  61. "พจนานุกรมภาษามลายูถิ่นปัตตานี อีกความหวังลดดีกรีร้อนจังหวัดใต้". ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. 13 สิงหาคม 2551. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  62. นิอับดุลรากิ๊บ บินนิฮัสซัน (24 สิงหาคม 2556). "ภาษามลายูอักขระยาวี : จังหวัดชายแดนภาคใต้ และโลกมลายู". Nusantara Studies Center. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  63. ทวี แทนหนู (2521). "ปัญหาการสอนชั้นเด็กเล็กในสามจังหวัดภาคใต้ของไทย" (PDF). Chulalongkorn University Intellectual Repository. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  64. ทวีพร คุ้มเมธา (3 ตุลาคม 2558). "ชนกลุ่มน้อยในชนกลุ่มน้อย ส่งเสียงต่อการแก้ปัญหา 3 จว. ชายแดนใต้". ประชาไท. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  65. "ภาษาสงขลา". ฐานข้อมูลท้องถิ่นภาคใต้-มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. 24 เมษายน 2561. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  66. "ภาษาและวรรณกรรม จังหวัดยะลา". หอมรดกไทย. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  67. สุภา วัชรสุขุม. "คำยืมภาษามลายูท้องถิ่นปัตตานีในภาษาไทยถิ่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้". ฐานข้อมูลวิจัยจังหวัดชายแดนใต้. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  68. แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง (2546). ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมลายูมุสลิมและจีนในย่านสายกลาง จังหวัดยะลา (PDF). มหาวิทยาลัยศิลปากร. p. 45-46. Check date values in: |year= (help)
  69. Ma Guitong (8 มกราคม 2561). "ชาวจีนฮากกาในเมืองเบตง". MGR Online. สืบค้นเมื่อ 14 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  70. "สภาพและข้อมูลพื้นฐาน". องค์การบริหารส่วนตำบลยะรม. สืบค้นเมื่อ 14 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  71. "ปั้น "เบตง" เจาะนักท่องเที่ยวจีน ผุด "สกายวอล์ก" ทะเลหมอก". ประชาชาติธุรกิจ. 8 มิถุนายน 2561. สืบค้นเมื่อ 14 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  72. ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ (28 ธันวาคม 2561). "ตามรอยจีนกวางไสในเบตง (3)". สยามรัฐออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 14 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  73. 73.0 73.1 73.2 รายงานคุณภาพชีวิตประชาชนจังหวัดยะลา จากข้อมูล จปฐ. / กชช. 2ค ประจำปี 2562 (PDF). สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา. p. 13.
  74. "การสำรวจข้อมูลสำมะโนประชากรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้". 3 สิงหาคม 2547. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2556. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  75. นูรยา เก็บบุญเกิด (21 พฤศจิกายน 2555). "เสียงที่ไม่ค่อยได้ยิน ชาวคริสต์ในชายแดนใต้". โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้. สืบค้นเมื่อ 12 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  76. ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ (30 มิถุนายน 2560). ""ซิงค์ ลันดาเว" และชาวซิกข์ในยะลา". สยามรัฐออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  77. วีรวัฒน์ สุขวราห์ (2539). "พฤติกรรมสุขภาพของชาวซาไก : กรณีศึกษาบ้านซาไก หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต จังหวัดยะลา". ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). สืบค้นเมื่อ 14 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  78. "ชาวพม่าจัดหมฺรับแห่ "ส่งเปรต" ร่วมกับชาวพุทธยะลา สร้างสีสันบุญสารทเดือนสิบชายแดนใต้". MGR Online. 15 ตุลาคม 2555. สืบค้นเมื่อ 16 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  79. "ชาวไทยพุทธยะลาร่วมทำบุญสารทเดือนสิบคึกคัก". กรุงเทพธุรกิจออนไลน์. 6 กันยายน 2560. สืบค้นเมื่อ 16 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  80. สำนักงานสถิติกลาง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ. รายงานสำมะโนครัวประชากรแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2503 จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และจังหวัดสตูล. พระนคร : ไทยแบบเรียน, 2504, หน้า 19
  81. 81.0 81.1 "จังหวัดยะลา" (PDF). หอสมุดจอห์น เอฟ เคนเนดี้ สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. สืบค้นเมื่อ 17 สิงหาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  82. "สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน". องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา. สืบค้นเมื่อ 27 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  83. 83.0 83.1 จ ำนวนศาสนิกชนและศาสนสถานรายอำเภอ / เทศบาลปี พ.ศ. 2550
  84. 84.0 84.1 ชลัท ประเทืองรัตนา (1 พฤศจิกายน 2553). "โครงการวงดนตรีออร์เคสตร้า เทศบาลนครยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา" (PDF). สถาบันพระปกเกล้า. สืบค้นเมื่อ 14 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  85. 85.0 85.1 "บทที่ 1 สภาพทั่วไป จังหวัดยะลา" (PDF). กระทรวงวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  86. 86.0 86.1 "ข้อมูลทั่วไป จังหวัดยะลา" (PDF). สำนักงานกระทรวงสาธารณสุขจังหวัดยะลา. สืบค้นเมื่อ 12 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  87. "ศอ.บต.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จชต. พร้อมยืนเคียงข้างปชช.ไทยพุทธ เร่งแก้ไขปัญหาวัดร้าง ไม่มีพระสงฆ์ เพื่อไม่ให้รู้สึก เป็นพลเรือนชั้นที่ 2". ชมรมสื่อมวลชนเพื่อสันติ. 30 ตุลาคม 2561. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  88. "พบวัดร้างกว่า 3 ปีในจ.ยะลา เหตุไม่มั่นใจความปลอดภัย". ไทยพีบีเอส. 8 กรกฎาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  89. "สลดใจชาวพุทธ! พบวัดร้างกลางเมืองยะลาไร้พระจำวัดเหตุความไม่สงบ". ผู้จัดการออนไลน์. 19 กรกฎาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  90. "ศอ.บต. เดินหน้า ฟื้นฟูวัดร้าง "จินดาพลาราม" เป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวไทยพุทธ ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา". ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้. 8 กุมภาพันธ์ 2562. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  91. "วัดสวนแก้วยะลาไม่มีพิธีกรรมทางศาสนาวันวิสาขบูชา หลังเจ้าอาวาสมรณภาพจากเหตุระเบิด". ผู้จัดการออนไลน์. 17 พฤษภาคม 2554. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  92. ""วัดสวนแก้ว" ที่ยะหา...ในวันร้างผ้าเหลือง". อิศรา. 20 พฤษภาคม 2554. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  93. "สานต่อภารกิจฟื้น "วัดร้าง" ในชายแดนใต้ คือการสร้าง "ความมั่นคง" ในพื้นที่ปลายด้ามขวาน". ผู้จัดการออนไลน์. 22 กุมภาพันธ์ 2563. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  94. "ศอ.บต.เตรียมฟื้นฟูชุมชนวัดจินดาพลาราม อ.บันนังสตา จ.ยะลา เป็นชุมชนไทยพุทธเข้มแข็ง". สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์. 29 พฤศจิกายน 2561. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  95. "สถิติศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม" (PDF). สำนักงานสถิติจังหวัดยะลา. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate= (help)
  96. สมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทย. พระศาสนสถานคุรุดวารา - วัดซิกข์
  97. "สทพ.จ.ยล.รวมตัวเรียกร้อง รพ.ยะลา ดำเนินการครัวไทยสากล-ที่พักสงฆ์ สร้างความเสมอภาค". ผู้จัดการออนไลน์. 18 มกราคม 2562. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2562. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 6°33′N 101°17′E / 6.55°N 101.29°E / 6.55; 101.29