สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำนักงานพัฒนาพิงคนคร
(องค์การมหาชน)
Pinkanakorn Logo.jpg
ที่ทำการ
ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ
7 รอบ พระชนมพรรษา
456 หมู่ 1 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
เขตอำนาจ จังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่เชื่อมโยง
งบประมาณ 78.07 ล้านบาท (ปีงบ 2562)
ผู้บริหาร กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, ประธานกรรมการ
อนุชา ดำรงมณี, ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ
ในกำกับดูแลของ สำนักนายกรัฐมนตรี
เอกสารหลัก พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2556
เว็บไซต์
www.pinkanakorn.or.th

สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) (อังกฤษ: Pinkanakorn Development Agency (Public Organization)) เป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพิงคนคร (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2556 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 โดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ที่เชื่อมโยงหรือต่อเนื่องกับเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพการเป็นแหล่งท่องเที่ยวกับทั้งเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว[1]

ประวัติ[แก้]

สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) จัดตั้งขึ้นจากเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และบริเวณที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งมีศักยภาพสูงมีความพร้อมในด้านต่างๆ โดยคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งหน่วยงานรูปแบบพิเศษขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีและศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2556 ประกาศในราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้ในวันถัดมา และคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับดูแลหน่วยงานดังกล่าว[2]

ในปีงบประมาณแรกที่จัดตั้ง พิงคนครได้รับงบประมาณถึง 744.31 ล้านบาทเพื่อพัฒนาโครงการต่างๆในพื้นที่ แม้จะได้รับงบประมาณสูงในช่วงปีแรกๆ แต่กลับไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรมแม้แต่โครงการเดียวตั้งแต่ก่อตั้งมา ทั้งหมดนี้เกิดจากความล้มเหลวของผู้บริหารและปัญหาภายใน มีการพยายามสรรหาผู้อำนวยการถึง 7 ครั้งแต่ล้มเหลวทุกครั้งจากการเล่นพรรคเล่นพวก[3]

ด้วยความที่ไม่มีผลงานเป็นรูปธรรมนี้เอง ทำให้พิงคนครถูกลดงบประมาณบทบาทลงเรื่อยๆ ภายหลังการรัฐประหาร รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เข้าไปตรวจสอบและแทรกแทรงโดยปลดผู้บริหารคนเก่าทิ้ง และตั้งคณะกรรมการพิงคนครขึ้นมาเพื่อกำกับดูแล และยังมีแนวคิดในการยุบสำนักงานอีกด้วย

ประธานกรรมการ[แก้]

หน่วยงานในการดูแล[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]