จังหวัดนครศรีธรรมราช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำหรับนครศรีธรรมราช ในความหมายอื่น ดูที่ นครศรีธรรมราช (แก้ความกำกวม)
จังหวัดนครศรีธรรมราช
คำขวัญ: 
เราชาวนครฯ อยู่เมืองพระ มั่นอยู่ในสัจจะศีลธรรม กอปรกรรมดี มีมานะพากเพียร ไม่เบียดเบียนทำอันตรายผู้ใด
อักษรไทยนครศรีธรรมราช
อักษรโรมันNakhon Si Thammarat
ชื่อไทยอื่น ๆนคร, เมืองคอน, คอน, นครศรี, ตามพรลิงก์, ลิกอร์, คิวคูตอน, ตันเหมยหลิง, ละคร[1]
การปกครอง
 • ผู้ว่าราชการไกรศร วิศิษฎ์วงศ์[2]
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2563)
พื้นที่[3]
 • ทั้งหมด9,942.502 ตร.กม. (3,838.821 ตร.ไมล์)
อันดับพื้นที่อันดับที่ 18
ประชากร (พ.ศ. 2562)[4]
 • ทั้งหมด1,561,927 คน
 • อันดับอันดับที่ 7
 • ความหนาแน่น157.09 คน/ตร.กม. (406.9 คน/ตร.ไมล์)
 • อันดับความหนาแน่นอันดับที่ 26
รหัสไอเอสโอ 3166TH-80
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
 • ต้นไม้แซะ
 • ดอกไม้ราชพฤกษ์
 • สัตว์น้ำปลาหมอ
ศาลากลางจังหวัด
 • ที่ตั้งถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000
 • โทรศัพท์0 7535 6952
 • โทรสาร0 7535 6531
เว็บไซต์www.nakhonsithammarat.go.th
แผนที่
ประเทศมาเลเซียประเทศพม่าประเทศลาวประเทศเวียดนามประเทศกัมพูชาจังหวัดนราธิวาสจังหวัดยะลาจังหวัดปัตตานีจังหวัดสงขลาจังหวัดสตูลจังหวัดตรังจังหวัดพัทลุงจังหวัดกระบี่จังหวัดภูเก็ตจังหวัดพังงาจังหวัดนครศรีธรรมราชจังหวัดสุราษฎร์ธานีจังหวัดระนองจังหวัดชุมพรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จังหวัดเพชรบุรีจังหวัดราชบุรีจังหวัดสมุทรสงครามจังหวัดสมุทรสาครกรุงเทพมหานครจังหวัดสมุทรปราการจังหวัดฉะเชิงเทราจังหวัดชลบุรีจังหวัดระยองจังหวัดจันทบุรีจังหวัดตราดจังหวัดสระแก้วจังหวัดปราจีนบุรีจังหวัดนครนายกจังหวัดปทุมธานีจังหวัดนนทบุรีจังหวัดนครปฐมจังหวัดกาญจนบุรีจังหวัดสุพรรณบุรีจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจังหวัดอ่างทองจังหวัดสิงห์บุรีจังหวัดสระบุรีจังหวัดลพบุรีจังหวัดนครราชสีมาจังหวัดบุรีรัมย์จังหวัดสุรินทร์จังหวัดศรีสะเกษจังหวัดอุบลราชธานีจังหวัดอุทัยธานีจังหวัดชัยนาทจังหวัดอำนาจเจริญจังหวัดยโสธรจังหวัดร้อยเอ็ดจังหวัดมหาสารคามจังหวัดขอนแก่นจังหวัดชัยภูมิจังหวัดเพชรบูรณ์จังหวัดนครสวรรค์จังหวัดพิจิตรจังหวัดกำแพงเพชรจังหวัดตากจังหวัดมุกดาหารจังหวัดกาฬสินธุ์จังหวัดเลยจังหวัดหนองบัวลำภูจังหวัดหนองคายจังหวัดอุดรธานีจังหวัดบึงกาฬจังหวัดสกลนครจังหวัดนครพนมจังหวัดพิษณุโลกจังหวัดอุตรดิตถ์จังหวัดสุโขทัยจังหวัดน่านจังหวัดพะเยาจังหวัดแพร่จังหวัดเชียงรายจังหวัดลำปางจังหวัดลำพูนจังหวัดเชียงใหม่จังหวัดแม่ฮ่องสอนแผนที่ประเทศไทย จังหวัดนครศรีธรรมราชเน้นสีแดง
เกี่ยวกับภาพนี้
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

นครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดในประเทศไทย มีประชากรมากที่สุดในภาคใต้และมีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (รองจากสุราษฎร์ธานี) เป็นจังหวัดที่มีอำเภอมากที่สุดในภาคใต้ ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 780 กิโลเมตร มีจังหวัดที่อยู่ติดกันได้แก่ สงขลา พัทลุง ตรัง กระบี่ และสุราษฎร์ธานี

ประวัติศาสตร์[แก้]

หลักฐานในยุคก่อนประวัติศาสตร์ของนครศรีธรรมราชพบตั้งแต่ยุคหินกลางและยุคหินใหม่ พบเครื่องมือหินต่างๆ พบระนาดหินที่อำเภอท่าศาลา ต่อมาในยุคโลหะได้พบหลักฐานทางโบราณคดี คือ กลองมโหระทึกสำริด 2 ใบ ที่บ้านเกตุกาย ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง และที่คลองคุดด้วน อำเภอฉวาง

สมัยโบราณ[แก้]

ในสมัยโบราณนครศรีธรรมราชอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรศรีวิชัยซึ่งมีศูนย์กลางแห่งหนึ่งอยู่ที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 - 16 ดังปรากฎในจารึกภาษาสันสกฤตวัดเสมาเมือง[5] กล่าวถึงพระเจ้ากรุงศรีวิชัยพระนามว่าศรีมหาราชาทรงสร้างปราสาทอิฐสามองค์เพื่อถวายแด่พระผู้ผจญมาร (พระสมณโคดม) พระปัทมปาณี และพระวัชรปาณี อาณาจักรศรีวิชัยนับถือพระพุทธศาสนามหายานและนับถือพระโพธิสัตว์ ต่อมาในพ.ศ. 1568 พระเจ้าราเชนทระโจฬะที่ 1 (Rajendra Chola I) แห่งราชวงศ์โจฬะซึ่งมาจากแคว้นทมิฬในอินเดียใต้ ยกทัพเรือเข้ารุกรานแหลมมลายูและภาคใต้ของไทย ทำให้อำนาจของศรีวิชัยเสื่อมลงและบริเวณแหลมมลายูตกอยู่ภายใต้การปกครองของโจฬะอยู่เวลาหนึ่ง การล่าถอยออกไปของโจฬะ นำไปสู่กำเนิดอาณาจักรตามพรลิงค์ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองตามพรลิงค์หรือนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน จารึกเมืองทันโจร์ (Tanjore Inscription) ซึ่งจารึกขึ้นในพ.ศ. 1573 บันทึกเมืองต่างๆที่พระเจ้าราเชนทระฯทรงพิชิตได้ปรากฎชื่อเมือง "มัทลิงกัม" (Madalingam) และบันทึกของขุนนางชาวจีนสมัยราชวงศ์ซ่งปรากฎชื่อเมือง "ตันหม่าลิ่ง" (單馬令 จีนยุคกลาง: tɑn mˠaX liᴇŋ) หมายถึงตามพรลิงค์ จักรวรรดิเขมรแผ่ขยายอำนาจมายังภาคใต้ของไทยในระยะเวลาหนึ่งจากนั้นจึงเสื่อมไป

เจดีย์ของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือพระธาตุนครศรีธรรมราช สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชแห่งตามพรลิงค์ เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบลังกา

อาณาจักรตามพรลิงค์[แก้]

ตามที่ปรากฎในจารึกวัดหัวเวียง[6]ที่อำเภอไชยา ว่าในพ.ศ. 1774 พระเจ้าผู้ปกครองเมืองตามพรลิงค์พระนามว่าศรีธรรมราชแห่งปทุมวงศ์ สันนิษฐานว่าราชวงศ์ปทุมวงศ์หรือราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราชนี้อาจเป็นวงศ์ที่สืบเชื่อสายมาจากพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อความในตำนานเมืองนครศรีธรรมราชว่าพญาศรีธรรมาโศกราชหนีมาจากเมืองอินทปัตถ์ (เมืองพระนคร) ตำแหน่งของผู้ปกครองเมืองตามพรลิงค์ในสมัยนี้เรียกว่า "พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช" อาณาจักรตามพรลิงค์มีอำนาจเหนือเมืองสิบสองนักษัตร[7] ประกอบไปด้วยสิบสองเมืองที่อยู่ภายใต้อำนาจของนครศรีธรรมราช ประกอบไปด้วยเมืองต่างๆในภาคใต้ของไทยไปจนถึงไทรบุรี กลันตัน และปาหังในประเทศมาเลเซีย ในสมัยของราชวงศ์ปทุมวงศ์อาณาจักรตามพรลิงค์ได้เปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนาเถรวาทลังกาวงศ์ ในสมัยของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชมีการเริ่มสร้างเจดีย์พระธาตุขึ้นซึ่งเป็นเจดีย์ให้เป็นแบบทรงระฆังคว่ำแบบลังกา พระเจ้าจันทรภาณุแห่งตามพรลิงค์ทรงยกทัพเรือข้ามมหาสมุทรอินเดียเข้ารุกรานเกาะลังกาในสมัยของพระเจ้าปรากรมพาหุที่ 2 (Parakramapahu II) แห่งลังกาและสามารถครอบครองดินแดนบางส่วนของเกาะลังกาได้ในช่วงเวลาหนึ่ง

 อาณาจักรตามพรลิงค์เสื่อมอำนาจลงในสมัยต่อมาและตกอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรสุโขทัย จากตำนานเมืองนครศรีธรรมราชและสิหิงคนิทาน พระพุทธสิหิงค์ลอยมาจากลังกาจากนั้นมาหยุดพักที่หาดทรายแก้วเมืองนครศรีธรรมราชจากนั้นจึงลอยต่อไปยังทิศเหนือไปยังเชียงใหม่ อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในชินกาลมาลีปกรณ์ที่ว่าพระเจ้าโรจนราชหรือพ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัยเสด็จมายังนครศรีธรรมราชแล้วอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ซึ่งมาจากลังกาไปประดิษฐานไว้ที่สุโขทัย ในสมัยนี้ปรากฏชื่อเมือง “นครศรีธรรมราช” ขึ้นเป็นครั้งแรกในศิลาจารึกหลักที่ 1 ในความหมายว่าเมืองของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช นครศรีธรรมราชมีอิทธิพลต่อพุทธศาสนาของสุโขทัยอย่างมาก ดังข้อความในศิลาจารึกฯว่าพระเถระสุโขทัย “ทุกคนลุกแต่เมืองศรีธรรมราชมา“

ในพ.ศ. 1808 ทัพเรือของอาณาจักรมัชปาหิตบนเกาะชวายกทัพเข้าโจมตีเมืองนครศรีธรรมราช ชาวบ้านนำโดยชายชื่อว่า “พังพการ” ได้รวบรวมกำลังพลขับไล่ทัพของชวาออกไปได้สำเร็จ ต่อมาท้าวพิชัยเทพเชียงภวาแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาให้พระโอรสคือท้าวอู่ทองยกทัพเข้ารุกรานนครศรีธรรมราช ทัพของท้าวอู่ทองและพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชสู้รับกันที่บางสะพานจนนำไปสู่การแบ่งเขตแดนระหว่างพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชและท้าวอู่ทอง นับจากนั้นอาณาจักรนครศรีธรรมราชจึงตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัฐที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งต่อมากลายเป็นอาณาจักรอยุธยา ต่อมาเกิดโรคระบาดในเมืองนครศรีธรรมราช พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชองค์สุดท้ายพร้อมญาติวงศ์เสด็จหนีลงเรือออกทะเลหายสาบสูญ เมืองนครศรีธรรมราชจึงกลายเป็นเมืองร้างว่างผู้คน เชื้อสายปทุมวงศ์จึงสิ้นสุดลง

สมัยอยุธยา[แก้]

เมื่อนครศรีธรรมราชกลายเป็นเมืองร้างจากโรคระบาดนั้น พระพนมทะเลศรีมเหสวัสดิทราธิราชผู้ครองเมืองเพชรบุรี ส่งพระโอรสคือพระพนมวังพร้อมทั้งนางสะเดียงทองมาสร้างเมืองใหม่คือเมืองนครดอนพระ[8] เมื่อพระพนมวังสวรรคตพระโอรสของพระพนมวังคือเจ้าศรีราชาครองเมืองนครฯต่อมา ซึ่งเจ้าศรีราชาได้รับการแต่งตั้งจากพระพนมทะเลฯเมืองเพชรบุรีให้เป็น "พญาศรีธรรมาโศกราช สุรินทรราชาสุรวงศ์ธิบดียุธิษเฐียร อภัยพีรีบรากรมพาหุ เจ้าพระยานครศรีธรรมราชมหานคร" หลังจากที่วงศ์ของพระพนมวังและเจ้าศรีราชาสิ้นสุดลง ขุนอินทาราเจ้าเมืองลานสกาจึงขึ้นมาเป็นผู้ครองนครศรีธรรมราชต่อมาชื่อว่าศรีมหาราชา แต่ศรีมหาราชาขุนอินทาราถูกพระราชอาญาจากทางอยุธยาจึงถูกปลดจากตำแหน่ง บุตรชายของขุนอินทาราขึ้นครองเมืองนครฯเป็นศรีมหาราชาองค์ต่อมา เมื่อวงศ์ศรีมหาราชาสิ้นสุดอาณาจักรอยุธยาจึงส่งขุนรัตนากรมาปกครองเมืองนครฯ จากนั้นมาฝ่ายอยุธยาจึงส่งผู้ปกครองนครศรีธรรมราชโดยตรง

ในพ.ศ. 1998 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงบัญญัติพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือน นาทหารหัวเมือง ระบุตำแหน่ง “เจ้าพญาศรีธรรมาโศกราช ชาติเดโชไชยมไหสุริยาธิบดี อภัยพีรีปรากรมพาหุ” ศักดินาหนึ่งหมื่น เป็นผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช เมืองนครศรีธรรมราชมีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นเอกหรือเมืองเจ้าพระยามหานคร มีขุนนางชั้นผู้ใหญ่ระดับเจ้าพระยาเป็นเจ้าเมืองเป็นศูนย์กลางอำนาจการปกครองของอยุธยาในภาคใต้ เมื่อชาวโปรตุเกสเข้ามาจึงมีการปรับปรุงซ่อมแซมกำแพงเมืองนครศรีธรรมราชเป็นกำแพงแบบก่ออิฐ[9] เมื่อชาวโปรตุเกสเข้ามาจึงปรากฎชื่อเมืองนครศรีธรรมราชว่า "ลิกอร์" (Ligor) ซึ่งแผลงมาจากคำว่านครฯ ในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประมาณพ.ศ. 2144 ทัพเรือจากเมืองอุยงคตนะ (Ujong Tanah) หรือรัฐสุลต่านยะโฮร์ (Johor Sultanate รัฐยะโฮร์ในปัจจุบัน) ยกทัพเรือนำโดยลักษมณา (Laksamana) เข้าโจมตีเมืองนครศรีธรรมราช[10] พระยารามราชท้ายน้ำเจ้าเมืองนครฯป้องกันเมืองจากทัพเรือมลายูไม่สำเร็จ ทัพมลายูเข้าปล้นเมืองนครฯแล้วกลับไปพระยารามราชท้ายน้ำเสียชีวิตในที่รบ

ในรัชสมัยสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ออกญากลาโหมสุริยวงศ์กุมอำนาจและส่งออกญาเสนาภิมุขยามาดะ นางามาซะ (ญี่ปุ่น: 山田長政 Yamada Nagamasa) ขุนนางชาวญี่ปุ่นมาเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อออกญากลาโหมสุริยวงศ์ทำการยึดอำนาจและปราบดาภิเษกขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าปราสาททองในพ.ศ. 2172 รายาอูงูแห่งรัฐปัตตานีและสุลต่านสุลัยมานแห่งสงขลาก่อการกบฎแข็งเมืองต่ออยุธยาในพ.ศ. 2173 พระเจ้าปราสาททองมีพระราชโองการให้ยามาดะ นางามาซะ ยกทัพเมืองนครศรีธรรมราชเข้าปราบกบฎของปัตตานีและสงขลาแต่ไม่สำเร็จ[11][12] ยามาดะ นางามาซะถูกวางยาพิษที่เมืองนครฯโดยพระราชโองการของพระเจ้าปราสาททองจนเสียชีวิต นายโอนินบุตรชายของนางามาซะขึ้นเป็นเจ้าเมืองนครฯต่อมาแต่ชาวเมืองนครฯลุกฮือขึ้นขับไล่นายโอนินและกลุ่มทหารญี่ปุ่นออกไปจากเมืองนครฯ ฮอลันดาเข้ามาตั้งสถานีการค้าในเมืองนครฯ[13] ในพ.ศ.2190 ยอดเจดีย์พระธาตุเมืองนครศรีธรรมราชหักโค่นลงมา พระเจ้าปราสาททองทรงให้มีการบูรณะสร้างยอดเจดีย์พระธาตุขึ้นใหม่

กำแพงเมืองนครศรีธรรมราชที่เห็นในปัจจุบันเกิดจากการบูรณะในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชโดยมงซิเออร์เดอลามาร์ (Monsieur de la Mare) วิศวกรชาวฝรั่งเศส

ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมีการบูรณะปรับปรุงกำแพงเมืองนครศรีธรรมราชโดยมงซิเออร์เดอลามาร์ (Monsieur de la Mare) วิศวกรชาวฝรั่งเศส[14]จนมีลักษณะอย่างที่เห็นในปัจจุบัน หลังการประหารเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชจากเหตุการณ์ของศรีปราชญ์ นครศรีธรรมราชมีเจ้าเมืองคือพระยารามเดโช (ชู) ซึ่งมีเชื้อสายแขก เมื่อสมเด็จพระเพทราชาปราบดาภิเษกยึดอำนาจจากสมเด็จพระนารายณ์ฯในพ.ศ. 2231 พระยารามเดโช (ชู) เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชไม่เข้าไปถือน้ำพิพัฒนสัตยาที่อยุธยา ในพ.ศ. 2235 สมเด็จพระเพทราชาทรงให้พระยาสุรสงครามเป็นแม่ทัพและพระยาราชบังสัน (หะซัน) เป็นแม่ทัพเรือ ยกทัพมาทั้งทางบกและทะเลเพื่อปราบกบฏเมืองนครฯ ทัพของพระเพทราชาใช้เวลาล้อมเมืองนครศรีธรรมราชอยู่นานถึงสามปี[12]จึงสามารถเข้ายึดเมืองได้ พระเพทราชาทรงลดอำนาจเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชโดยยกหัวเมืองปักษ์ใต้ทั้งหมดขึ้นต่อสมุหกลาโหม ในพ.ศ. 2275 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงยกหัวเมืองภาคใต้ให้ขึ้นต่อเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ (อู่) ว่าที่พระคลังโกษาธิบดี จนกระทั่งมีการแต่งตั้งเจ้าพระยานครศรีธรรมราชขึ้นอีกครั้งในพ.ศ. 2285[15] ในรัชกาลสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์พระยาราชสุภาวดีเป็นเจ้าเมืองนครฯ หลวงสิทธินายเวร (หนู) เป็นปลัดเมือง ต่อมาพระยาราชสุภาวดีความผิดถูกปลดจากตำแหน่งเจ้าเมือง ปลัดเมืองหรือ "พระปลัดหนู" จึงรักษาการณ์เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชแทน

สมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์[แก้]

หลังจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองพระปลัดหนูผู้รักษาเมืองนครศรีธรรมราชจึงตั้งตนขึ้นเป็นเจ้าเมืองและเป็นเจ้าชุมนุมนครศรีธรรมราช ในพ.ศ. 2312 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงให้เจ้าพระยาจักรี (หมุด) ยกทัพธนบุรีเข้ารุกรานชุมนุมนครศรีธรรมราช ทัพของฝ่ายธนบุรีไม่สามารถเข้ายึดเมืองนครฯได้ทำให้สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีต้องเสด็จนำทัพด้วยพระองค์เองลงมายึดเมืองนครศรีธรรมราชได้สำเร็จ ทำให้เจ้านครฯ (หนู) ต้องหลบหนีไปยังเมืองปัตตานีและต่อมาเจ้าพระยาจักรีสามารถจับตัวเจ้าหนูกลับมาได้ พระเจ้ากรุงธนบุรีฯให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนู) เข้ามารับราชการในกรุงธนบุรีและทรงแต่งตั้งให้เจ้านราสุริยวงศ์ซึ่งเป็นพระเจ้าหลานเธอในพระเจ้ากรุงธนบุรีมาปกครองเมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาเมื่อเจ้านราสุริยวงศ์เจ้าเมืองนครฯถึงแก่พิราลัย สมเด็จพระเจ้าธนบุรีจึงมีพระราชโองการแต่งตั้งเจ้าเมืองนครฯ (หนู) ออกไปปกครองเมืองนครศรีธรรมราชอีกครั้ง ได้รับพระราชทานพระสุพรรบัฏเป็น พระเจ้าขัตติยราชนิคม สมมติมไหสวรรค์ พระเจ้านครศรีธรรมราช เจ้าขัณฑสีมา เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 11 ขึ้น 3 ค่ำ จุลศักราช 1138 (พ.ศ. 2319) ปีวอกอัฐศก ดำรงฐานะเป็นเจ้าประเทศราช

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพระราชดำริว่าพระเจ้านครศรีธรรมราชมีความชราไม่สามารถปกครองบ้านเมืองได้จึงโปรดฯให้ออกจากตำแหน่ง และให้เจ้าอุปราช (พัฒน์) บุตรเขยเจ้านครฯ (หนู) ขึ้นเป็นเจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราชฯเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เป็นเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) เมื่อวันอังคาร เดือน 8 แรม 11 ค่ำ จุลศักราช 1146 (พ.ศ. 2327) ปีมะโรงศก โดยมียศเพียงเจ้าพระยาตามประเพณีแต่เดิม เมืองนครศรีธรรมราชซึ่งมีฐานะเป็นประเทศราชมีเจ้ากษัตริย์ปกครองอยู่เป็นเวลาแปดปีจึงเปลี่ยนฐานะเป็นหัวเมืองเอกตามเดิม ในพ.ศ. 2328 สงครามเก้าทัพ แกงหวุ่นแมงยีแม่ทัพพม่ายกทัพจากเมืองไชยาเข้าบุกเมืองนครศรีธรรมราช เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) สละเมืองหลบหนีเข้าป่าทัพพม่าเข้ายึดเมืองนครฯ[16] กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงยกทัพเรือเข้ายึดเมืองนครฯคืนมาได้ พ.ศ. 2354 เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) ถวายบังคมลาออกจากราชการ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงทรงแต่งตั้งให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) เป็นเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พัฒน์) และทรงแต่งให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ซึ่งเป็นพระโอรสในพระเจ้ากรุงธนบุรีฯ ขึ้นเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชต่อมา เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พัฒน์) ถึงแก่อสัญกรรมในพ.ศ. 2357 กรมหมื่นศักดิพลเสพผู้ทรงเป็นหลานของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พัฒน์) เสด็จมายังนครศรีธรรมราชเพื่อปลงศพเจ้าคุณตาและจัดระเบียบการปกครองเมืองนครศรีธรรมราชใหม่โดยอ้างอิงจากพระอัยการตำแหน่งกรมการเมืองนครฯจากสมัยอยุธยา[17]

ในพ.ศ. 2363 ตวนกูปะแงหรัน สุลต่านแห่งไทรบุรี แข็งเมืองเป็นอิสระจากกรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมีพระราชโองการให้เจ้าพระยานครฯ (น้อย) ยกทัพไปยึดเมืองไทรบุรี เจ้าพระยานครฯ (น้อย) สามารถยึดเมืองไทรบุรีได้และเมืองนครศรีธรรมราชปกครองไทรบุรีโดยตรงเป็นเวลาสิบเจ็ดปีจนกระทั่งกบฏหวันหมาดหลีในสมัยของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) เมืองนครศรีธรรมราชมีอำนาจมากในหัวเมืองปักษ์ใต้ เมื่อเจ้าพระยานครฯ (น้อย) ถึงแก่อสัญกรรมในพ.ศ. 2382 บุตรชายของเจ้าพระยานครฯ (น้อย) คือเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อยกลาง ณ นคร) เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชคนต่อมา

ในพ.ศ. 2401 ตำแหน่งเจ้าเมืองสงขลาได้รับการเลื่อนขึ้นมาให้มีศักดินา 10,000 ไร่ ทัดเทียมกับเมืองนครศรีธรรมราช ทำให้นครศรีธรรมราชไม่ใช่หัวเมืองใหญ่แห่งปักษ์ใต้เมืองเดียวอีกต่อไป[18] เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเมืองไทรบุรีซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าพระยานครฯ แต่เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนูพร้อม ณ นคร) ไม่ได้ตามลงไปรับเสด็จด้วย เป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯทรงเรียกตัวเจ้าพระยานครฯ (หนูพร้อม) ไปช่วยราชการที่กรุงเทพฯ[19] นับจากนั้นมาส่วนกลางจึงเข้ามามีอำนาจปกครองนครศรีธรรมราชโดยตรง การจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราชในพ.ศ. 2439 ทำให้ตำแหน่งเจ้าพระยานครศรีธรรมราชสิ้นสุดลง พระยาสุขุมนัยวินิต (ปั้น สุขุม) เป็นข้าหลวงมณฑลนครศรีธรรมราชคนแรก มณฑลนครศรีธรรมราชมีอาณาเขตประกอบด้วยจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา จากนั้นมีข้าหลวงดำรงตำแหน่งต่อมาได้แก่พระยาชลบุรานุรักษ์ (เจริญ จารุจินดา) พ.ศ. 2449-2452 และเจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ พ.ศ. 2453 - 2468 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจัดตั้งมณฑลภาคในพ.ศ. 2458 นครศรีธรรมราชเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลภาคปักษ์ใต้ ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อมีการตรา"พระราชบัญญัติการบริหารราชการส่วนภูมิภาค พุทธศักราช 2476" ขึ้น มณฑลเทศาภิบาลสิ้นสุดลงนำไปสู่การจัดตั้งจังหวัดนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

Amphoe Nakhon Si Thammarat.svg

การปกครองแบ่งออกเป็น 23 อำเภอ 170 ตำบล 1,428 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
  2. อำเภอพรหมคีรี
  3. อำเภอลานสกา
  4. อำเภอฉวาง
  5. อำเภอพิปูน
  6. อำเภอเชียรใหญ่
  7. อำเภอชะอวด
  8. อำเภอท่าศาลา
  9. อำเภอทุ่งสง
  10. อำเภอนาบอน
  11. อำเภอทุ่งใหญ่
  12. อำเภอปากพนัง
  1. อำเภอร่อนพิบูลย์
  2. อำเภอสิชล
  3. อำเภอขนอม
  4. อำเภอหัวไทร
  5. อำเภอบางขัน
  6. อำเภอถ้ำพรรณรา
  7. อำเภอจุฬาภรณ์
  8. อำเภอพระพรหม
  9. อำเภอนบพิตำ
  10. อำเภอช้างกลาง
  11. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

แบ่งออกเป็น 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 เทศบาลนคร 3 เทศบาลเมือง 50 เทศบาลตำบล และ 130 องค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีรายชื่อเทศบาลดังนี้

  1. เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
  2. เทศบาลเมืองทุ่งสง
  3. เทศบาลเมืองปากพนัง
  4. เทศบาลเมืองปากพูน
  5. เทศบาลตำบลกะทูน
  6. เทศบาลตำบลกะปาง
  7. เทศบาลตำบลการะเกด
  8. เทศบาลตำบลเกาะทวด
  9. เทศบาลตำบลเกาะเพชร
  1. เทศบาลตำบลขนอม
  2. เทศบาลตำบลขุนทะเล
  3. เทศบาลตำบลเขาชุมทอง
  4. เทศบาลตำบลเขาพระ
  5. เทศบาลตำบลควนกลาง
  6. เทศบาลตำบลจันดี
  7. เทศบาลตำบลฉวาง
  8. เทศบาลตำบลชะมาย
  9. เทศบาลตำบลชะเมา
  1. เทศบาลตำบลชะอวด
  2. เทศบาลตำบลเชียรใหญ่
  3. เทศบาลตำบลดอนตรอ
  4. เทศบาลตำบลถ้ำใหญ่
  5. เทศบาลตำบลท้องเนียน
  6. เทศบาลตำบลทอนหงส์
  7. เทศบาลตำบลทางพูน
  8. เทศบาลตำบลท่างิ้ว
  9. เทศบาลตำบลท่าประจะ
  1. เทศบาลตำบลท่าแพ
  2. เทศบาลตำบลท่ายาง
  3. เทศบาลตำบลท่าศาลา
  4. เทศบาลตำบลที่วัง
  5. เทศบาลตำบลทุ่งสัง
  6. เทศบาลตำบลทุ่งใส
  7. เทศบาลตำบลนาบอน
  8. เทศบาลตำบลนาสาร
  9. เทศบาลตำบลนาเหรง
  1. เทศบาลตำบลบางจาก
  2. เทศบาลตำบลบางพระ
  3. เทศบาลตำบลปากนคร
  4. เทศบาลตำบลปากน้ำฉวาง
  5. เทศบาลตำบลพรหมคีรี
  6. เทศบาลตำบลพรหมโลก
  7. เทศบาลตำบลพิปูน
  8. เทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ
  9. เทศบาลตำบลไม้เรียง
  1. เทศบาลตำบลร่อนพิบูลย์
  2. เทศบาลตำบลลานสกา
  3. เทศบาลตำบลสวนขัน
  4. เทศบาลตำบลสิชล
  5. เทศบาลตำบลหน้าสตน
  6. เทศบาลตำบลหลักช้าง
  7. เทศบาลตำบลหัวไทร
  8. เทศบาลตำบลหินตก
  9. เทศบาลตำบลอ่าวขนอม

เจ้าเมืองนครและผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช[แก้]

เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช[แก้]

ลำดับ รายนาม[20] เริ่มต้น สิ้นสุด
1 พระเจ้านครศรีธรรมราช (หนู) 2319 2325
2 เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พัฒน์ ณ นคร) 2325 2357
3 เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย ณ นคร) 2357 2381
4 เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อยกลาง ณ นคร) 2384 2410
5 เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีศรีธรรมราช (หนูพร้อม ณ นคร) 2410 2440

สมุหเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช[แก้]

ลำดับ รายนาม เริ่มต้น สิ้นสุด
1 พระยาสุขุมนัยวินิต (ปั้น สุขุม) 2439 2449
2 พระยาศรีธรรมราช (เจริญ จารุจินดา) 2449 2453
3 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ 2453 2468
4 พระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) 2468 2469
5 พระยาศรีธรรมราช (ทองคำ กาญจนโชติ) 2469 2476

รายนามผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช[แก้]

ลำดับ รายนาม[21] ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีศรีธรรมราช
(หนูพร้อม ณ นคร)
พ.ศ. 2440 – พ.ศ. 2447 2 พระยาสุนทราทรธุรกิจปรีชา
(หมี ณ ถลาง)
พ.ศ. 2447 – พ.ศ. 2449
3 พระยาตรังภูษาภิบาล
(ถนอม บุณยเกตุ)
พ.ศ. 2449 – พ.ศ. 2452 4 พระยาศิริธรรมบริรักษ์
(เย็น สุวรรณปัทมะ)
พ.ศ. 2452 – พ.ศ. 2455
5 พระยาประชากิจกรจักร์
(ฟัด มหาเปารยะ)
พ.ศ. 2455 – พ.ศ. 2462 6 พระยารัษฎานุประดิษฐ์
(สินธุ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา)
พ.ศ. 2462 – พ.ศ. 2474
7 พระยาสุรพลนิพิธ
(เป้า สุมนดิษฐ์)
พ.ศ. 2474 – พ.ศ. 2475 8 พระยาบุรีสราธิการ
(โจ้ กนิษฐารัตน์)
พ.ศ. 2475 – พ.ศ. 2476
9 พระอรรถานิพนธ์ปรีชา
(ประเสริฐ อรรถนิพนธ์ปรีชา)
พ.ศ. 2476 – พ.ศ. 2477 10 พระยาสุราษฎร์ธานีศรีเกษตรนิคม
(เต่า ศตะกูรมะ)
พ.ศ. 2477 – พ.ศ. 2481
11 เรือเอก พระสาครบุรานุรักษ์ราชนาวี
(ปริก สุวรรณนนท์)
พ.ศ. 2481 – พ.ศ. 2484 12 เรืออากาศเอก หลวงวุฒิราษฎร์รักษา
(วุฒิ ศรสงคราม วุฒิราษฎร์รักษา)
พ.ศ. 2484 – พ.ศ. 2486
13 ขุนภักดีดำรงฤทธิ์
(ภักดี ดำรงฤทธิ์)
พ.ศ. 2486 – พ.ศ. 2489 14 ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์
(สมวงศ์ วัฏฏสิงห์)
พ.ศ. 2489 – พ.ศ. 2489
15 นายแม้น ออนจันทร์ พ.ศ. 2489 – พ.ศ. 2493 16 ขุนอารีราชการัณย์
(ชิต สุมนดิษฐ์)
พ.ศ. 2493 – พ.ศ. 2494
17 ขุนไมตรีประชารักษ์
(ไมตรี พิจิตรนรการ)
พ.ศ. 2494 – พ.ศ. 2495 18 ขุนพิเศษนครกิจ
(ชุบ กลิ่นสุคนธ์)
พ.ศ. 2495 – พ.ศ. 2497
19 ขุนจรรยาวิเศษ
(เที่ยง บุญยนิตย์)
พ.ศ. 2497 – พ.ศ. 2500 20 นายมงคล สุภาพงษ์ พ.ศ. 2500 – พ.ศ. 2501
21 นายจันทร์ สมบูรณ์กุล พ.ศ. 2501 – พ.ศ. 2503 22 นายสันต์ เอกมหาชัย พ.ศ. 2503 – พ.ศ. 2512
23 นายพันธ์ ลายตระกูล พ.ศ. 2512 – พ.ศ. 2514 24 นายคล้าย จิตพิทักษ์ พ.ศ. 2515 – พ.ศ. 2518
25 นายเวียง สาครสินธุ์ พ.ศ. 2518 – พ.ศ. 2518 26 นายศุภโยค พานิชวิทย์ พ.ศ. 2518 – พ.ศ. 2519
27 นายเสน่ห์ วัฑฒนาธร พ.ศ. 2519 – พ.ศ. 2521 28 นายธานี โรจรนาลักษณ์ พ.ศ. 2521 – พ.ศ. 2525
29 นายเอนก สิทธิประศาสน์ พ.ศ. 2525 – พ.ศ. 2529 30 เรือตรีสุกรี รักษ์ศรีทอง พ.ศ. 2529 – พ.ศ. 2530
31 นายนิพนธ์ บุญญภัทโร พ.ศ. 2530 – พ.ศ. 2532 32 พันโทกมล ประจวบเหมาะ พ.ศ. 2532 – พ.ศ. 2533
33 ร้อยตรีณรงค์ แสงสุริยงค์ พ.ศ. 2533 – พ.ศ. 2534 34 ร้อยตรีกิตติ ประทุมแก้ว พ.ศ. 2534 – พ.ศ. 2535
35 นายวิสุทธิ์ สิงห์ขจรวรกุล พ.ศ. 2535 – พ.ศ. 2536 36 นายสุชาญ พงษ์เหนือ พ.ศ. 2536 – พ.ศ. 2537
37 นายบัญญัติ จันทน์เสนะ พ.ศ. 2537 – พ.ศ. 2538 38 นายประกิต เทพชนะ พ.ศ. 2538 – พ.ศ. 2540
39 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ พ.ศ. 2540 – พ.ศ. 2541 40 นายสวัสดิ์ กฤตรัชตนันต์ พ.ศ. 2541 – พ.ศ. 2544
41 นายสวัสดิ์ แกล้วทนงค์ พ.ศ. 2544 – พ.ศ. 2547 42 นายวิชม ทองสงค์ พ.ศ. 2547 – พ.ศ. 2551
43 นายภาณุ อุทัยรัตน์ พ.ศ. 2551 – พ.ศ. 2552 44 นายธีระ มินทราศักดิ์ พ.ศ. 2552 – พ.ศ. 2554
45 นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ พ.ศ. 2554 – พ.ศ. 2556 46 นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ พ.ศ. 2556 – พ.ศ. 2557
47 นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า พ.ศ. 2557 – พ.ศ. 2559 48 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา พ.ศ. 2559 – พ.ศ. 2562
49 นายศิริพัฒ พัฒกุล พ.ศ. 2562 – พ.ศ. 2563 50 นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ พ.ศ. 2563 – ปัจจุบัน -

เศรษฐกิจ[แก้]

เศรษฐกิจโดยทั่วไป ของจังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นอยู่กับภาคเกษตร อาชีพหลัก คือ ทำสวนยางพารา ทำสวนปาล์มน้ำมัน ทำนา ทำไร่ การปลูกผลไม้(สวนสมรม) ทำสวนมะพร้าว การประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และการเลี้ยงสัตว์

ศาสนา[แก้]

ชาวนครศรีธรรมราช ส่วนใหญ่นับถือ ศาสนาพุทธ ประมาณ 92.08% รองลงมา คือ ศาสนาอิสลาม ประมาณ 7.03% ศาสนาคริสต์ ประมาณ 0.89% นอกจากนั้นเป็นศาสนาอื่น ๆ (ข้อมูลประชากร 1,516,499 คน ปี พ.ศ. 2552)

การคมนาคม[แก้]

สถานีขนส่งผู้โดยสาร จังหวัดนครศรีธรรมราช
สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช
ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช

ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช มีรถสองแถว วิ่งบริการรอบเมือง และจากนครศรีธรรมราชไปสู่อำเภอใกล้เคียง หรือจังหวัดข้างเคียง สามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งมีรถตู้ รถเมล์ รถโดยสาร และรถไฟ

ทางรถไฟ[แก้]

  • รถไฟ จากสถานีรถไฟกรุงเทพ มีขบวนรถเร็วขบวนที่173/174 , รถด่วนขบวนที่85/86 ไปนครศรีธรรมราช รวมระยะทาง 832 กิโลเมตร

และ ยังมีขบวนรถท้องถิ่นที่451/452 นครศรีธรรมราช-สุไหงโกลก-นครศรีธรรมราช และ ขบวนรถท้องถิ่นที่455/456 นครศรีธรรมราช-ยะลา-นครศรีธรรมราช

ทางรถโดยสารประจำทาง[แก้]

บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารทั้งแบบธรรมดา และปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ถนนบรมราชชนนี), อำเภอขนอม มีรถ วีไอพี ปรับอากาศ ชั้น 1 ขนอม-กรุงเทพฯ และกรุงเทพฯ-ขนอม

ทางรถยนต์ส่วนบุคคล[แก้]

การเดินทางจากกรุงเทพ มายัง นครศรีธรรมราช ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 กรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร แล้วใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 ผ่านสุราษฎร์ธานี-ทุ่งสง จนถึงนครศรีธรรมราช หรือ ถึงอำเภอพุนพิน สุราษฎร์ธานี แล้วใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 เลียบชายฝั่งทะเล ไปจนถึงนครศรีธรรมราช รวมระยะทาง 780 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางยังอำเภออื่น ๆ หรือจังหวัดใกล้เคียงได้อีกด้วย

ทางอากาศยาน[แก้]

ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช มีเที่ยวบินให้บริการ 23 เที่ยวบินต่อวัน โดยมี 5 สายการบินคือ การบินไทยสมายล์ นกแอร์ ไทยเวียดเจ็ทแอร์ ไทยแอร์เอเชีย และไทยไลอ้อนแอร์ รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช

ระยะทางจากตัวจังหวัดไปอำเภอต่างๆ[แก้]

กีฬา[แก้]

เมืองพี่เมืองน้อง[แก้]

เมือง วันลงนาม หมายเหตุ
ประเทศจีน เมืองกุ้ยกั่ง ประเทศจีน 9 กันยายน 2559 หนังสือแสดงเจตจำนงเพื่อเป็นเมืองพี่เมืองน้องระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราชและเมืองกุ้ยก่าง
ไทย จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย 17 มีนาคม 2560 บันทึกความร่วมมือการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการพัฒนาสู่เมืองอัจฉริยะระหว่างจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดนครศรีธรรมราช
ไทย จังหวัดนครพนม ประเทศไทย 16 มิถุนายน 2560 บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดนครพนม
ประเทศจีน เมืองผิงเสียง ประเทศจีน 1 มิถุนายน 2561 บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการสถาปนาบ้านพี่เมืองน้องระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราชและเมืองผิงเสียง

อ้างอิง[แก้]

  1. สารนครศรีธรรมราช : นามของนครศรีธรรมราชในประวัติศาสตร์
  2. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ
  3. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  4. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_57.pdf 2563. สืบค้น 8 กุมภาพันธ์ 2563.
  5. https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/323
  6. https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/507
  7. https://www.nakhononline.com/1812/
  8. http://www.tungsong.com/NakhonSri/tamnan_nakhon/5.pdf
  9. https://www.paiduaykan.com/76_province/south/nakhonsithammarat/kampang.html
  10. https://www.gotoknow.org/posts/463016
  11. http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong/2010/09/28/entry-3
  12. 12.0 12.1 https://sites.google.com/site/phatthalungbourdelun/hmuban-beycrngkh/cea-meuxng-phathlung-laea-muslim-ni-phra-rachwngs
  13. https://www.ayutthaya-history.com/Settlements_Dutch.html
  14. ประภัสสร์ ชูวิเชียร, ดร. พระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช มหาสถูปแห่งคาบสมุทรภาคใต้. กรุงเทพฯ. สำนักพิมพ์เมืองโบราณ, ตุลาคม ๒๕๕๓.
  15. เรื่องตั้งเจ้าพระยานครศรีธรรมราชครั้งกรุงเก่า. ประชุมพงศาวดาร.
  16. เจ้าพระยาทิพากรณ์วงศ์ (ขำ บุนนาค). พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑.
  17. สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒.
  18. https://www.thaipost.net/main/detail/1100
  19. http://www.thaitribune.org/contents/detail/303?content_id=35998
  20. http://www.xn--42c3as5b.com/16392809/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%91-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B9
  21. ทำเนียบผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช จากเว็บไซต์จังหวัดนครศรีธรรมราช

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 8°24′N 99°58′E / 8.4°N 99.97°E / 8.4; 99.97