อาณาจักรหลวงพระบาง
บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากแหล่งที่มาใด |
กรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างร่มขาวหลวงพระบาง ກຣຸງສຣີສັຕຕນາຄນາຫຸຕລ້ານຊ້າງຮົ່ມຂາວຫລວງພຣະບາງ | |||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| พ.ศ. 2250–พ.ศ. 2492 | |||||||||
|
ธงชาติ | |||||||||
| สถานะ | ราชอาณาจักร (2250–2308) ประเทศราชของพม่า (2308–2311) ประเทศราชของสยาม (2321–2436) อาณานิคมของฝรั่งเศส (2436 - 2496) | ||||||||
| เมืองหลวง | หลวงพระบาง | ||||||||
| ภาษาทั่วไป | ภาษาลาว, ภาษาไทยถิ่นอีสาน, ภาษาลาวท้องถิ่น | ||||||||
| การปกครอง | สมบูรณาญาสิทธิราชย์ | ||||||||
| พระมหากษัตริย์ | |||||||||
• 2246 - 2265 | เจ้ากิ่งกิสราช | ||||||||
• 2415 - 2432 | พระเจ้ามหินทรเทพนิภาธร | ||||||||
• 2432 - 2448 | พระเจ้าสักรินทรฤทธิ์ | ||||||||
• 2448 - 2492 | พระเจ้าศรีสว่างวงศ์ | ||||||||
| ประวัติศาสตร์ | |||||||||
• สถาปนาโดยการแยกมาจากอาณาจักรล้านช้าง | พ.ศ. 2250 พ.ศ. 2250 | ||||||||
• กลายเป็นประเทศราชของสยาม | 2321 | ||||||||
• เปลี่ยนแปลงมาเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส | 3 ตุลาคม 2436 | ||||||||
• ปรับสถานะเป็นราชอาณาจักรลาวและได้รับเอกราชในเวลาต่อมา | พ.ศ. 2492 พ.ศ. 2492 | ||||||||
| |||||||||
| ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ | |||||||||
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ |
||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ประวัติศาสตร์ลาว | ||||||||||||||
| ยุคนครรัฐ | ||||||||||||||
|
||||||||||||||
| ยุคล้านช้าง | ||||||||||||||
|
||||||||||||||
| ยุคแห่งความแตกแยก | ||||||||||||||
|
||||||||||||||
| ยุคอาณานิคม | ||||||||||||||
|
||||||||||||||
| ยุคสมัยใหม่ | ||||||||||||||
|
||||||||||||||
| ดูเพิ่ม | ||||||||||||||
อาณาจักรหลวงพระบาง อยู่ทางประเทศลาวตอนเหนือ ภายหลังเมื่อรวมลาวเป็นหนึ่งแล้ว ก็ยังเป็นเมืองหลวงของลาว จนกระทั่งเปลี่ยนแปลงการปกครอง
หลังเจ้ากิสราช กับเจ้าองค์นก (องค์ดำ) มาชิงเอาเมืองหลวงพระบางได้ ก็ประกาศขึ้นครองราชสมบัติของนครหลวงพระบางในระหว่างพ.ศ. 2250 ถึง พ.ศ. 2269 เจ้ากิ่งกิสราชขึ้นครองราชย์ ต่อมาเจ้าอินทโฉมอนุชาเป็นกบฏหนีไปอยู่สิบสองปันนา พระเจ้ากิ่งกิสราชอยู่ในราชสมบัติจนถึงปี พ.ศ. 2269 เป็นรัชสมัยเดียวกับพระเจ้าชัยเชษฐาธิราชที่ 2 หรือ พระเจ้าองค์ไชยเว้ครองนครเวียงจันทน์ พระเจ้าสร้อยศรีสมุทรครองนครจำปาศักดิ์ พระเจ้ากิ่งกิสราชมีพระธิดานามว่าเจ้าแท่นขาว เจ้าแท่นคำ ไม่มีพระโอรสกระทั่งพระองค์สวรรคตขุนนางยกราชสมบัติให้แก่เจ้าองค์คำและให้เสกสมรสกับเจ้าแท่นขาว เจ้าแท่นคำพระธิดาในพระเจ้ากิ่งกิสราช ครั้นในรัชสมัยเจ้าโชติกะ กองทัพญวนได้ยกทัพมาจากทางทิศตะวันออก บุกเข้ายึดเมืองพวนและเข้าประชิดแดนหลวงพระบาง ในเวลาที่เจ้าอินทโฉมสวรรคต เสนาอำมาตย์จึงนำบรรดาพระโอรสของเจ้าอินทโฉมเสี่ยงทายให้เป็นแม่ทัพไปตีพวกญวนแตกพ่ายกลับไป จึงอัญเชิญขึ้นเสวยราชย์สมบัติแทนได้ 8 เดือน บรรดาพระประยูรญาติจึงไม่พอพระทัย จึงยอมสละราชสมบัติให้แก่เจ้าโชติกะปีนั้นเอง ต่อมาทัพพม่ายกทัพใหญ่มารุกรานหลวงพระบางเจ้าโชติกะเสด็จหนีออกไปจากนคร ปล่อยให้เจ้าสุริยวงศ์รักษาเมืองแทน พม่าตีหลวงพระบางได้จับตัวเจ้าอินทะวงศ์และกวาดต้อนผู้คนไปยังพม่า
ต่อมา เจ้าอินทะวงศ์ หนีกลับพม่ามาซ่องสุมผู้คนอยู่ในเขตเมืองแถงแล้วยกทัพมายึดหลวงพระบางไว้ เจ้าโชติกะหนีไปตั้งค่ายอยู่นอกเมือง เตรียมจะยกทัพมาสู้รบ เจ้าหญิงศรีคำกองซึ่งเป็นพระขนิษฐาของเจ้าโชติกะเกลี้ยกล่อมมิให้ทั้ง 2 ฝ่ายรบราฆ่าฟันกันเอง จึงมอบราชสบัติให้แก่เจ้าสุริยวงศาในปี พ.ศ. 2314 หลวงพระบางมีเรื่องขัดแย้งกับนครเวียงจันทน์ในสมัยเจ้าสุริยวงศา จนล่วงมาถึงรัชสมัยเจ้าอุ่นคำ หลวงพระบางและเวียงจันทน์ไม่ปกติสุข ด้วยชาวฮ่อหนีมาจากยูนนาน ประเทศจีน เหตุการณ์สงบลงเนื่องจากทางฝ่ายญวนได้ตีขนาบมาอีกด้านหนึ่ง จนมาถึงสมัยพระเจ้าสักรินทรฤทธิ์ เพราะอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่ไทยต้องทำสงครามกับฝรั่งเศสนั้นเอง จึงส่งผลทำให้ไทยต้องยอมยกดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงซึ่งมีเมืองหลวงพระบางอยู่ด้วยนั้นให้ตกไปเป็นของฝรั่งเศสแทน เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2436
การปกครองของอาณาจักรสยาม
[แก้]เมื่อสูญเสียเอกราชในปี พ.ศ. 2321 พระเจ้าสุริยวงศ์ พระมหากษัตริย์ องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง ถูกคุมตัวลงไปที่กรุงธนบุรีภายหลังจึงถูกส่งคืนมาเป็นเจ้าผู้ครองนครหลวงพระบาง และเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2334 บรรดาเสนาอำมาตย์จึงทูลเชิญเจ้าอนุรุทธ พระอนุชาของเจ้าสุริยวงศ์ขึ้นครองราชย์ เมื่อเจ้านันทเสนแห่งเวียงจันทน์ยกทัพมาตีเมืองหลวงพระบางได้ เจ้าอนุรุทธจึงถูกส่งลงไปขังที่กรุงเทพฯ อยู่ 4 ปี จึงได้เสด็จกลับมาขึ้นครองราชย์ตามเดิม และเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2339 เจ้ามันธาตุราช พระโอรสของเจ้าอนุรุทธะ จึงได้ขึ้นครองเมืองแทนในปี พ.ศ. 2360 ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสด็จสวรรคต เจ้ามันธาตุราชจึงได้เสด็จลงไปกรุงเทพฯ เพื่ออุปสมบทต่อหน้าพระบรมศพแล้วจึงเสด็จกลับมาครองครองราชย์ตามเดิม โดยในปี พ.ศ. 2370 เกิดเหตุการณ์กบฏเจ้าอนุวงศ์ เจ้ามันธาตุราชจึงได้ส่งกำลังพลไปช่วยกองทัพไทยตีเมืองเวียงจันทน์
เมื่อเจ้ามันธาตุราช สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2379 ทางกรุงเทพฯ จึงตั้งให้เจ้าสุกเสริม โอรสของเจ้ามันธาตุราชขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินหลวงพระบางในปี พ.ศ. 2381 และสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2393 เจ้าจันทราชราช โอรสองค์ที่ 2 ของเจ้ามันธาตุราชได้ครองราชสืบแทนและครองราชย์อยู่ 20 ปี จึงสวรรคตในปี พ.ศ. 2414 ทำให้เจ้าอุ่นคำโอรสของเจ้ามันธาตุราช ได้ครองราชสมบัติสืบต่อ ในรัชสมัยเจ้าอุ่นคำนี้ได้เกิดกบฏฮ่อขึ้นทำให้พระองค์หนีไปอยู่ที่เมืองปากลาย รัฐบาลไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้จึงได้ส่งกองทัพมาปราบ พร้อมทั้งปลดเจ้าอุ่นคำออกจากบัลลังก์ แล้วตั้งเจ้าคำสุกโอรสของเจ้าอุ่นคำขึ้นครองราชย์แทน ในปี พ.ศ. 2432
เจ้าคำสุก ได้ขึ้นครองราชย์จนถึงปี พ.ศ. 2436 เกิดกรณีพิพาทสยาม-ฝรั่งเศส รัฐบาลสยามได้ยอมยกดินแดนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงทั้งหมดให้แก่รัฐบาลฝรั่งเศส จึงทำให้เจ้าคำสุกเป็นพระเจ้าแผ่นดินหลวงพระบางภายใต้การอารักขาของฝรั่งเศส จนถึงปี พ.ศ. 2448 จึงสิ้นพระชนม์
ลำดับกษัตริย์แห่งอาณาจักรหลวงพระบาง
[แก้]
| ลำดับ | พระรูป | รายพระนาม | ครองราชย์ | หมายเหตุ | ||
|---|---|---|---|---|---|---|
| เริ่มรัชกาล | สิ้นสุดรัชกาล | รวมเวลา (ปี) | ||||
| 1 | พระเจ้ากิ่งกิสราช | พ.ศ. 2246 | พ.ศ. 2265 | 19 ปี | พระราชนัดดาในพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช | |
| 2 | พระบรมเชษฐขัตติยสุริยวงศา (เจ้าองค์คำ) |
พ.ศ. 2265 | พ.ศ. 2266 | 1 ปี | พระราชโอรสในเจ้าอินทรกุมาร เชื้อสายกษัตริย์เมืองเชียงรุ้ง | |
| 3 | เจ้าอินทโฉม | พ.ศ. 2266 | พ.ศ. 2292 | 26 ปี | พระราชอนุชาในพระเจ้ากิ่งกิสราช | |
| 4 | เจ้าอินทพรหม | พ.ศ. 2292 | พ.ศ. 2293 | 8 เดือน | พระราชโอรสในพระเจ้าอินทโฉม | |
| 5 | เจ้าโชติกะ | พ.ศ. 2293 | พ.ศ. 2314 | 21 ปี | พระเชษฐาองค์โตในพระเจ้าอินทพรหม | |
| 6 | เจ้าสุริยวงศ์ | พ.ศ. 2314 | พ.ศ. 2334 | 20 ปี | พระราชอนุชาในพระเจ้าโชติกะ เสียเอกราชให้แก่สยามเมื่อปี พ.ศ. 2322 | |
| 7 | เจ้าอนุรุทธ | พ.ศ. 2334 | พ.ศ. 2359 | 25 ปี | พระราชโอรสองค์ที่ 2 ในพระเจ้าอินทโฉม พระเชษฐาในพระเจ้าสุริยวงศ์ | |
| 8 | เจ้ามันธาตุราช | พ.ศ. 2359 | พ.ศ. 2378 | 19 ปี | พระราชโอรสในพระเจ้าอนุรุทธ | |
| 9 | เจ้าสุกเสริม | พ.ศ. 2381 | พ.ศ. 2393 | 12 ปี | พระราชโอรสในพระเจ้ามันธาตุราช | |
| 10 | พระเจ้าจันทรเทพประภาคุณ (เจ้าจันทราช) |
พ.ศ. 2395 | พ.ศ. 2414 | 19 ปี | พระราชอนุชาในพระเจ้าสุกเสริม | |
| 11 | พระเจ้ามหินทรเทพนิภาธร (เจ้าอุ่นคำ) |
พ.ศ. 2415 | พ.ศ. 2431 | 16 ปี | พระราชอนุชาในพระเจ้าจันทรเทพประภาคุณ พระราชโอรสในพระเจ้ามันธาตุราช, เกิดเหตุโจรจีนฮ่อยกทัพปล้นสะดมตามหัวเมืองลาวต่างๆ เป็นเวลาหลายปี เมืองหลวงพระบางถูกเผาจากเหตุการณ์ครั้งนี้, รัชกาลที่ 5 ทรงให้ออกจากตำแหน่งเจ้านครหลวงพระบาง ฐานหย่อนสมรรถภาพ, ถึงแก่พิราลัยใน พ.ศ. 2438 | |
| 12 | พระเจ้าสักรินทรฤทธิ์ (เจ้าคำสุก) |
พ.ศ. 2432 | พ.ศ. 2448 | 16 ปี | พระราชโอรสในพระเจ้ามหินทรเทพนิภาธร สมัยนี้ดินแดนลาวตกเป็นของฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2436 | |
| 13 | พระเจ้าศรีสว่างวงศ์ | พ.ศ. 2447 | พ.ศ. 2488 | 41 ปี | พระราชโอรสในพระเจ้าสักรินทรฤทธิ์ หลังปี พ.ศ. 2488 ทรงเปลี่ยนพระราชฐานะเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรลาว | |



