พระตำหนักดาราภิรมย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระตำหนักดาราภิรมย์
พระตำหนักดาราภิรมย์.jpg
ข้อมูลทั่วไป
ประเภท พระตำหนัก
ที่ตั้ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
ประเทศ ประเทศไทย
การก่อสร้าง
ปีสร้าง พ.ศ. 2457
ผู้สร้าง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ผู้บูรณะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โครงสร้าง เรือนไม้
ขนาด 2 ชั้น
ผู้ออกแบบ/ตกแต่ง
รางวัล อาคารอนุรักษ์ดีเด่น พ.ศ. 2543[1]
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
เว็บไซต์ พระตำหนักดาราภิรมย์

พระตำหนักดาราภิรมย์ เป็นพระตำหนักของเจ้าดารารัศมี พระราชชายา ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระราชชายาเจ้าดารารัศมีโปรดให้ก่อสร้างขึ้นประมาณช่วงปี พ.ศ. 2470-2472 หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ทรงย้ายกลับมาประทับที่เชียงใหม่เป็นการถาวร หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต

ตัวพระตำหนักเป็นเรือนไม้สองชั้น ปัจจุบันอยู่ในการดูแลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้ปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ จัดแสดงพระราชประวัติและพระราชวงศ์ฝ่ายเหนือ เครื่องใช้ส่วนพระองค์ ของที่ทรงได้รับพระราชทาน รวมทั้งพระราชหัตถเลขาระหว่างพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าดารารัศมี พระราชชายา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรักระหว่างพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ฝ่ายเหนือ ที่ได้ทรงดำรงพระอิสริยยศพระราชชายา อันเป็นพระฐานันดรศักดิ์พระมเหสีเทวีพระองค์เดียวในประวัติศาสตร์ไทย[2]

พระตำหนักดาราภิรมย์ ยังเป็นสถานที่จัดงานวันพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ตรงกับวันที่ 9 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันสิ้นพระชนม์ของเจ้าดารารัศมี พระราชชายา โดยจะมีการประกอบพิธีบวงสรวงถวายสักการะ พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย และพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะบริเวณหน้าพระอนุสาวรีย์เจ้าดารารัศมี พระราชชายา[3]

รูปแบบอาคาร[แก้]

พระตำหนักดาราภิรมย์เป็นอาคารสองชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้ ใต้ถุนโล่ง หลังคาทรงปั้นหยาซ้อนกัน ทรงสูง ซึ่งได้รับ อิทธิพลจากต่างประเทศในยุคนั้น ชั้นบนกั้นเป็น ห้องต่าง ๆ มีช่องเปิดลายฉลุบริเวณคอสอง เพื่อใช้ระบายอากาศ มีระเบียงร้านไม้ด้านหลัง และซุ้มเทียบ รถยนต์ด้านหน้า

สวนเจ้าสบาย[แก้]

เจ้าดารารัศมี พระราชชายา ทรงสนพระทัยในการเกษตรและทรงหวังจะช่วยการกสิกรรมของภาคเหนือ ทรงสร้างสวนทดลองการเกษตรชื่อ "สวนเจ้าสบาย" ทรงทดลองปลูกดอกกุหลาบพันธุ์ใหม่ๆ ที่ได้มาจากสมาคมกุหลาบแห่งอังกฤษ และทรงโปรดกุหลาบดอกใหญ่สีชมพู จึงทรงตั้งชื่อถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่พระบรมราชสวามีว่า "จุฬาลงกรณ์"[4]

การดูแล[แก้]

เจ้าดารารัศมี พระราชชายา ทรงทำพินัยกรรมประทานที่ดินและพระตำหนักดาราภิรมย์ ให้เป็นมรดกแก่เจ้าแก้วมงคล ณ เชียงใหม่ ราชบุตรในเจ้าราชวงศ์ (เลาแก้ว ณ เชียงใหม่) เจ้าราชวงศ์แห่งนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นมรดก 1 ใน 4 ส่วนของเจ้าดารารัศมีฯ ต่อมาในปี พ.ศ. 2492[5] จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ขอซื้อที่ดินและพระตำหนักดาราภิรมย์ เพื่อเตรียมการขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาสู่ภูมิภาค แต่ต่อมาก็ไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด กระทั่งได้บูรณะและจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์อันเป็นมรดกล้ำค่าของแผ่นดินแทน

อ้างอิง[แก้]

  1. อาคารอนุรักษ์ดีเด่น
  2. "พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์." Www.thairath.co.th. October 29, 2016. Accessed March 27, 2017. http://www.thairath.co.th/content/767782.
  3. ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ (23 พฤศจิกายน 2553). "จุฬาฯ-เชียงใหม่เตรียมจัดงาน “วันพระราชชายาเจ้าดารารัศมี”". ASTVผู้จัดการออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2557. 
  4. แผ่นพับบรรยายสรุป พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  5. อนุ เนินหาด, สังคมเมืองเชียงใหม่ เล่ม 9, นพบุรีการพิมพ์, 2547

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]