จังหวัดแม่ฮ่องสอน
จังหวัดแม่ฮ่องสอน | |
|---|---|
| การถอดเสียงอักษรโรมัน | |
| • อักษรโรมัน | Changwat Mae Hong Son |
(ตามเข็มนาฬิกาจากบนซ้าย): วัดพระธาตุดอยกองมู, ทุ่งบัวตอง ในดอยแม่อูคอ อำเภอขุนยวม, ถ้ำผีแมน, ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน, ปางอุ๋ง | |
| คำขวัญ: หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง | |
แผนที่ประเทศไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอนเน้นสีแดง | |
| ประเทศ | |
| การปกครอง | |
| • ผู้ว่าราชการ | วิบูรณ์ แววบัณฑิต (ตั้งแต่ พ.ศ. 2568) |
| • นายก อบจ. | อัครเดช วันไชยธนวงศ์ (ตั้งแต่ พ.ศ. 2549) |
| พื้นที่ | |
• ทั้งหมด | 12,681.259 ตร.กม. (4,896.261 ตร.ไมล์) |
| • อันดับ | อันดับที่ 8 |
| ประชากร (พ.ศ. 2567)[2] | |
• ทั้งหมด | 288,082 คน |
| • อันดับ | อันดับที่ 69 |
| • ความหนาแน่น | 22.68 คน/ตร.กม. (58.7 คน/ตร.ไมล์) |
| • อันดับความหนาแน่น | อันดับที่ 77 |
| รหัส ISO 3166 | TH-58 |
| ชื่อไทยอื่น ๆ | เมืองสามหมอก |
| สัญลักษณ์ประจำจังหวัด | |
| • ต้นไม้ | จั่น |
| • ดอกไม้ | บัวตอง |
| • สัตว์น้ำ | กบทูด |
| ศาลากลางจังหวัด | |
| • ที่ตั้ง | ภายในศูนย์ราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถนนขุนลุมประพาส ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000 |
| • โทรศัพท์ | 0 5361 2156 |
| เว็บไซต์ | maehongson.go.th |
แม่ฮ่องสอน (ไทยถิ่นเหนือ: ᨾᩯ᩵ᩁᩬ᩵ᨦᩈᩬᩁ; ไทใหญ่: မႄႈႁွင်ႈသွၼ်) เป็นจังหวัดในภาคเหนือของประเทศไทย มีความโดดเด่นหลายลักษณะ โดยเฉพาะสภาพภูมิประเทศ ความหลากหลายด้านวัฒนธรรม และความหลากหลายของประชากรจากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ นับเป็นจังหวัดที่สถิติน่าสนใจหลายอย่าง เช่น มีประชากรเบาบางที่สุดในประเทศ และมีประชากรน้อยมากเป็นอันดับ 5 ในขณะที่มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 8 ของประเทศ
| จังหวัดแม่ฮ่องสอน | |
|---|---|
| ชื่อภาษาไทย | |
| ไทย | แม่ฮ่องสอน |
| อักษรโรมัน | Mae Hong Son |
| ส่วนหนึ่งของชุดบทความ |
| วัฒนธรรมล้านนา |
|---|
แม่ฮ่องสอนได้ชื่อว่าเป็น เมืองสามหมอก เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน สภาพอากาศมีหมอกปกคลุมตลอดเวลาส่วนใหญ่ของปี นอกจากนี้แม่ฮ่องสอนยังนับเป็นพื้นที่ปลายสุดด้านตะวันตกของประเทศ คือที่เส้นแวง 97.5 องศาตะวันออกในเขตอำเภอแม่สะเรียง (ตะวันออกสุดของประเทศ อยู่ที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ที่ 105.5 องศาตะวันออก)
แม่ฮ่องสอนได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเมืองเมื่อ พ.ศ. 2417 โดยพระเจ้าอินทวิชยานนท์ พระเจ้านครเชียงใหม่ เจ้าเมืองประเทศราชแห่งสยามประเทศ
ประวัติศาสตร์
[แก้]บริเวณที่ตั้งเมืองแม่ฮ่องสอนปัจจุบันนี้ แต่เดิมเป็นเพียงสถานที่ที่มีผู้คนมาปลูกกระท่อมอาศัยอยู่ บริเวณที่ราบริมเชิงเขา เป็นทำเลที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกมาก ผู้คนที่อาศัยตามที่ราบมักจะเป็นชาวไทใหญ่ ส่วนผู้คนที่อาศัยอยู่บนดอยมักจะเป็นกะเหรี่ยง ลัวะ และมูเซอ บริเวณนี้อยู่ห่างจากแม่น้ำคง (แม่น้ำสาละวิน) ประมาณ 40 กิโลเมตร และมีอาณาเขตติดกับรัฐฉาน ประเทศพม่า ต่อมาเมื่อประมาณ พ.ศ. 2374 สมัยพระยาพุทธวงศ์ เป็นพระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และต้องการช้างป่าไว้ใช้งาน จึงให้เจ้าแก้วเมืองมา ซึ่งเป็นญาติพร้อมด้วยกำลังช้างต่อหมอควาญออกเดินทางไปสำรวจและไล่จับช้างป่ามาฝึกใช้งาน เจ้าแก้วเมืองมาจึงยกกระบวนเดินทางรอนแรมจากเชียงใหม่ผ่านไปทางเมืองปาย ใช้เวลาหลายคืนจนบรรลุถึงป่าแห่งหนึ่ง ทางทิศใต้ริมฝั่งแม่น้ำปาย เป็นป่าดงว่างเปล่าและเป็นดินโป่งที่มีหมูป่าลงมากินโป่งชุกชุม เจ้าแก้วเมืองมาพิจารณาเห็นว่า ที่แถวนี้เป็นทำเลที่ดี น้ำท่าบริบูรณ์สมควรที่จะตั้งเป็นหมู่บ้าน จึงหยุดพักอยู่ ณ ที่นี้ และเรียกผู้คนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมห้วย ริมเขาซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ และกะเหรี่ยง (ยางแดง) มาประชุม ชี้แจงให้ทราบถึงความคิดที่จะตั้งบริเวณนี้ขึ้นเป็นหมู่บ้าน และบุกเบิกที่ดินที่เป็นไร่นาที่ทำมาหากินต่อไป และเจ้าแก้วเมืองมาแต่งตั้งให้ชาวไทใหญ่ผู้หนึ่งซึ่งเป็นคนเฉลียวฉลาดและมีความรู้ดีกว่าคนอื่นในหมู่บ้าน ชื่อว่า "พะกาหม่อง" ให้เป็น "ก๊าง" (คือตำแหน่งนายบ้านหรือผู้ใหญ่บ้าน) มีหน้าที่คอยควบคุมดูแล และให้คำแนะนำพวกลูกบ้านใน การดำเนินการต่อไป พะกาหม่องได้เป็นผู้ชักชวนเกลี้ยกล่อมพวกที่อยู่ใกล้เคียง ให้ย้ายมาอยู่รวมกัน แล้วตั้งชื่อหมู่บ้านนั้นว่า "บ้านโป่งหมู" โดยถือเอาว่าที่โป่งนั้น มีหมูป่าลงมากินโป่งมากนั่นเอง ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ เรียกว่า "บ้านปางหมู" อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร[3]
เมื่อจัดตั้งหมู่บ้านแล้ว เจ้าแก้วเมืองมาก็ยกขบวนออกเดินทางตรวจชายแดน และคล้องช้างป่าต่อไป จนถึงลำห้วยแห่งหนึ่ง มีรอยช้างป่าอยู่มากมาย ก็หยุดคล้องช้างป่าได้หลายเชือก แล้วให้ตั้งคอกสอนช้างในร่องห้วย ริมห้วยนั้นเป็นพื้นที่ราบกว้างขวางพื้นดินดีกว่าบ้านโป่งหมูและมีชาวไทใหญ่ตั้งกระท่อมอยู่เป็นอันมาก เจ้าแก้วเมืองมาพิจารณาเห็นว่า เป็นทำเลที่เหมาะสมพอที่จะตั้งเป็นหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง จึงเรียกชาวไทใหญ่อีกคนหนึ่งซึ่งเป็นบุตรเขยของพะกาหม่อง ชื่อ "แสนโกม" มาแนะนำชี้แจงแต่งตั้งให้เป็นก๊าง ให้เป็นหัวหน้าเกลี้ยกล่อมผู้คนให้มาอยู่รวมกัน จนกลายเป็นหมู่บ้านใหญ่ เจ้าแก้วเมืองมาตั้งชื่อหมู่บ้านนั้นว่า "บ้านแม่ฮ่องสอน" ซึ่ง ฮ่อง ในภาษาล้านนา คือ ร่อง โดยอาศัยที่ร่องน้ำนั้น เป็นคอกที่ฝึกสอนช้างป่า เมื่อเจ้าแก้วเมืองมาคล้องช้างป่าได้พอสมควรแล้วก็เดินทางกลับเมืองเชียงใหม่ แล้วกราบทูลให้พระเจ้ามโหตรประเทศทราบ[4]
เมื่อเจ้าแก้วเมืองมากลับนครเชียงใหม่แล้วพะกาหม่องและแสนโกมบุตรเขยก็ได้พยายามชักชวนผู้คนที่อยู่ใกล้เคียง ให้อพยพครอบครัวมาตั้งบ้านเรือนอยู่ทำมาหากินจนแน่นหนาขึ้นเป็นหมู่บ้านใหญ่ และต่อมาเห็นว่าบริเวณนั้นมีไม้สักมาก พะกาหม่องและแสนโกม เห็นว่าหากตัดเอาไม้สักนั้นไปขายประเทศพม่าโดยใช้วิธีชักลากลงลำห้วย แล้วปล่อยให้ไหลลงแม่น้ำคง(แม่น้ำสาละวิน) ก็คงได้เงินมาช่วยในด้านเศรษฐกิจและการบำรุงบ้านเมือง เมื่อปรึกษาหารือกันดีแล้วพะกาหม่องและแสนโกม จึงเดินทางเข้ามาเฝ้าพระเจ้ามโหตรประเทศฯ ที่นครเชียงใหม่ กราบทูลขออนุญาตตัดฟันชักลากไม้ไปขายแล้วจะแบ่งเงินค่าตอบแทนถวายตลอดปี พระเจ้ามโหตรประเทศฯก็ทรงอนุญาต พะกาหม่องและแสนโกม จึงทูลลากลับ และเริ่มลงมือทำไม้ขอนสักส่งไปขายที่เมืองมะละแหม่ง ประเทศพม่าได้เงินมาก็เก็บแบ่งถวายพระเจ้ามโหตรประเทศทุกปี นอกนั้นก็ใช้ประโยชน์ส่วนตัวและบำรุงบ้านเมือง[5]
ครั้นถึง พ.ศ. 2397 พระเจ้ามโหตรประเทศฯถึงแก่พิราลัย เจ้ากาวิโลรสซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าหัวเมืองแก้วได้เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่แทน ทรงนามว่า "พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์" ใน พ.ศ. 2399 พะกาหม่อง และแสนโกม ก็ยังคงทำป่าไม้และส่งเงินไปถวายทุกปี พะกาหม่องกับแสนโกมจึงมีฐานะดีขึ้น และหมู่บ้านโป่งหมูและบ้านแม่ฮ่องสอนก็เจริญขึ้นตามลำดับ ในครั้งนั้นหัวเมืองไทใหญ่ตามแถบตะวันตกฝั่งแม่น้ำคง (แม่น้ำสาละวิน) เกิดการจลาจลเกิดรบราฆ่าฟัน จึงมีชาวไทใหญ่อพยพครอบครัวเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านปางหมูหรือโป่งหมู และบ้านแม่ฮ่องสอนมากขึ้น บางพวกก็ลงไปอาศัยอยู่ที่บ้านขุนยวม (หมู่บ้านไทใหญ่บนเขา) บางพวกอพยพเลยขึ้นไปทางเหนือ ไปอยู่ที่เมืองปาย กลุ่มพวกไทใหญ่ที่อพยพเข้ามานี้ มีผู้หนึ่งชื่อว่า "พะก่าเติ๊กซาน" หรือ "ชานกะเล" เป็นชาวเมืองจ๋ามกา เป็นคนขยันขันแข็งชานกะเลเข้ามาอาศัยที่บ้านปางหมู และช่วยพะกาหม่องทำไม้ด้วยความซื่อสัตย์ และตั้งใจทำงานโดยไม่เห็นแก่เหนื่อยยาก พะกาหม่องไว้วางใจและรักใคร่มาก ถึงกับยกลูกสาวชื่อนาง ใส ให้เป็นภรรยา นางใส มีบุตรกับชานกะเลคนหนึ่งชื่อนางคำ[6]
กาลเวลาผ่านไปหมู่บ้านปางหมู และบ้านแม่ฮ่องสอนก็มีผู้คนมาอาศัยหนาแน่นยิ่งขึ้น และใน พ.ศ. 2409 นั่นเอง มีเหตุการณ์สำคัญที่ชักนำเอาบุคคลสำคัญของชาวไทใหญ่ให้มาอพยพอยู่ในแม่ฮ่องสอนอีกคือเจ้าฟ้าเมืองนายมีเรื่องขัดเคืองกับ เจ้าฟ้าโกหล่านเจ้าเมืองหมอกใหม่ จึงได้ยกทัพมาตีเมืองหมอกใหม่แตก เจ้าฟ้าโกหล่านเจ้าเมืองหมอกใหม่จึงพาครอบครัวอพยพเข้ามาอาศัยอยู่กับแสนโกมที่บ้านแม่ฮ่องสอน เจ้าฟ้าโกหล่านมีภรรยาชื่อ นาง เกี๋ยง มีบุตรชายชื่อ เจ้าขุนหลวง มีหลาน 4 คนเป็นชาย 1 หญิง 3 ชายชื่อ ขุนแจหญิงชื่อ เจ้าหอม เจ้านางนุ เจ้านางเมี้ยะ เมื่อเจ้าฟ้าโกหล่านมาอาศัยอยู่ด้วย แสนโกมได้มีหนังสือทูลให้พระเจ้ากาวิโลรสฯ ทราบพระเจ้ากาวิโลรสฯ จึงรับสั่งให้ส่งตัวเข้าเฝ้า แต่เจ้าฟ้าโกหล่านป่วย จึงส่งเจ้าขุนหลวงบุตรไปแทน พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ โปรดเจ้าขุนหลวงทรงยกเจ้าอุบลวรรณาผู้เป็นหลานให้เป็นภรรยาอยู่กินด้วยกันที่เชียงใหม่ จนมีบุตรคนหนึ่งชื่อ เจ้าน้อยสุขเกษมและอนุญาตให้เจ้าฟ้าโกหล่านอาศัยอยู่ในเขตแดนต่อไป ต่อมานางใส ภรรยาของชานกะเลถึงแก่กรรม เจ้าฟ้าโกหล่านจึงทรงยกเจ้านางเมี๊ยะหลานสาวคนเล็กให้เป็นภรรยาของชานกะเล ชานกะเลได้ไปตั้งเมืองอยู่บนภูเขาอีกแห่งหนึ่งทางเหนือต้นแม่น้ำยวม เรียกว่า เมืองขุนยวม ต่อมาใน พ.ศ. 2417 พระเจ้าอินทวิชยานนท์ฯ ทรงแต่งตั้งให้ ชานกะเลเป็น "พญาสิงหนาทราชา" เป็นพ่อเมืองคนแรก และยกฐานะหมู่บ้านแม่ฮ่องสอนขึ้นเป็นเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นเมืองหน้าด่านต่อไป และยกเมืองปาย เมืองขุนยวมเป็นเมืองรอง[7]
พญาสิงหนาทราชา ได้ปกครองเมืองและพัฒนาเมืองแม่ฮ่องสอนให้เจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการขุดคูเมืองและสร้างประตูเมืองขึ้นอย่างมั่นคง จนถึง พ.ศ. 2427 พญาสิงหนาทราชาได้ถึงแก่กรรม เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ได้แต่งตั้งเจ้านางเมี๊ยะผู้เป็นภรรยาของพญาสิงหนาทเป็นเจ้านางเมวดีขึ้นปกครองแทน ชาวแม่ฮ่องสอนเรียกเจ้านางเมวดีว่า "เจ้านางเมี๊ยะ" โดยให้ปู่โทะ (พญาขันธเสมาราชานุรักษ์) เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน ต่อมา พ.ศ. 2434 เจ้านางเมี๊ยะถึงแก่กรรม พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ปกครองนครเชียงใหม่ จึงแต่งตั้งพญาขันธเสมาราชานุรักษ์ เป็นพญาพิทักษ์สยามเขต ให้ปกครองเมืองแม่ฮ่องสอน จนถึงพ.ศ. 2433 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระยาศรีสหเทพปลัดทูลฉลองกระทรวงมหาดไทยได้ตรวจราชการพื้นที่หัวเมืองมณฑลตะวันตกเฉียงเหนือจึงจัดระบบการปกครองใหม่เป็น รวมเมืองแม่ฮ่องสอน เมืองขุนยวม เมืองปาย และเมืองยวม (แม่สะเรียง) เป็นหน่วยเดียวกันเรียกว่า "บริเวณเชียงใหม่ตะวันตก" ตั้งที่ว่าการแขวง (เทียบเท่าเมือง) ที่เมืองขุนยวม โดยแต่งตั้งนายโหมดเป็นนายแขวง (แจ้งความเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 11 กรกฎาคม ร.ศ. 119) และในปีเดียวกันนี้เมืองเชียงใหม่ได้แต่งตั้งขุนหลู่บุตรของพญาพิทักษ์สยามเขต เป็นพญาพิศาลฮ่องสอนบุรี พ.ศ. 2446 ได้ย้ายที่ว่าการแขวงจากเมืองขุนยวม ไปตั้งที่เมืองยวมแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น "บริเวณพายัพเหนือ" จนถึง พ.ศ. 2450 พญาพิทักษ์สยามเขตถึงแก่กรรม เมืองเชียงใหม่จึงแต่งตั้งพญาพิศาลฮ่องสอนบุรีขึ้นปกครองเมืองแทน พ.ศ. 2453 รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ตั้งเมืองจัตวาขึ้นกับมณฑลพายัพ ย้ายที่ว่าการแขวงจากเมืองยวมมาตั้งที่แม่ฮ่องสอนให้ชื่อว่า "เมืองแม่ฮ่องสอน" แล้วโปรดเกล้าฯ ให้พระศรสุรราช (เปลื้อง) มาปกครองเมือง ถือว่าเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนคนแรก[8]
ภูมิศาสตร์
[แก้]
ที่ตั้ง
[แก้]จังหวัดแม่ฮ่องสอนอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศเหนือประมาณ 924 กิโลเมตร (574 ไมล์)
อาณาเขตติดต่อ
[แก้]มีอาณาเขตทางทิศเหนือและทิศตะวันตกติดต่อกับสามรัฐของประเทศพม่า ได้แก่ รัฐฉาน รัฐกะยา และรัฐกะเหรี่ยง โดยมีแนวกั้นธรรมชาติเป็นทิวเขาถนนธงชัยตะวันตก แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำเมย ทางทิศใต้ติดต่อกับอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก โดยมีแม่น้ำเงาเป็นแนวกั้น และทางทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอเวียงแหง อำเภอเชียงดาว อำเภอแม่แตง อำเภอสะเมิง อำเภอกัลยาณิวัฒนา อำเภอแม่แจ่ม อำเภอฮอด และอำเภออมก๋อย ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีแนวกั้นเป็นทิวเขาถนนธงชัยกลางและตะวันออก
ประชากรศาสตร์
[แก้]ประชากรในจังหวัดแม่ฮ่องสอนขึ้นชื่อว่ามีความหลากหลาย โดยมากเป็นชาวไทใหญ่ นอกนั้นเป็นชาวไทยวน กะเหรี่ยง มูเซอ ลีซอ ลัวะ ม้ง ฮ่อ ปะโอ และอื่น ๆ[9] โดยต่างรักษาวัฒนธรรมของตนเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็อยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านที่มีวัฒนธรรมที่ต่างกันได้โดยไม่เคยปรากฏความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมแต่อย่างใด
ด้วยความหลากหลายของเชื้อชาติดังกล่าวนี้ ประชากรในแม่ฮ่องสอนจึงมีการใช้ภาษาที่หลากหลายด้วย โดยในชาติพันธุ์ต่าง ๆก็จะพูดภาษาต่างกัน โดยแบ่งเป็นใหญ่ ๆ ได้ดังนี้
| ตระกูลภาษา | กลุ่มภาษาแยกย่อย | กลุ่มชาติพันธุ์ |
|---|---|---|
| ตระกูลภาษาขร้า-ไท, กลุ่มตะวันตกเฉียงใต้ | กลุ่มภาษาเชียงแสน | ไทยภาคเหนือ (ล้านนา-ไทยวน), ไทลื้อ, ไทเขิน, ไทยภาคกลาง (สยาม) |
| กลุ่มภาษาไตตะวันตกเฉียงเหนือ | ไทใหญ่ | |
| ตระกูลภาษาจีน-ทิเบต | ตระกูลภาษาย่อยทิเบต-พม่า | พม่า |
| ภาษาลาฮู | ล่าหู่ (ชาวมูเซอ) | |
| ภาษาลีสู่ | ลีซู (ลีซอ) | |
| ภาษาจีน-จีนกลาง | จีนฮ่อ (จีนยูนนาน) | |
| ภาษากะเหรี่ยงสะกอ | กะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) | |
| ตระกูลภาษาม้ง-เมี่ยน | ภาษาม้งเขียว-ภาษาม้งขาว | ม้ง (แม้ว) |
| ตระกูลภาษาออสโตร-เอเชียติก | ภาษากลุ่มมอญ-เขมร | ลัวะ (ละเวือะ) |
จากการสำรวจใน พ.ศ. 2562 พบว่าประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธร้อยละ 74.2 ศาสนาคริสต์ร้อยละ 25.53 ศาสนาอิสลามร้อยละ 0.25 และศาสนาอื่น ๆ ร้อยละ 0.02[9] มีชุมชนมุสลิมในจังหวัด ประมาณ 1,300 คน มีมัสยิดจดทะเบียน 3 แห่ง ในอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอปาย และอำเภอแม่สะเรียง[10] ส่วน รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.ศ. 2565 พบว่าประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธร้อยละ 74.44 ศาสนาคริสต์ ร้อยละ 25.32 ศาสนาอิสลามร้อยละ 0.21 ศาสนาซิกข์ ฮินดู และอื่น ๆ ร้อยละ 0.03[11]
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
[แก้]- คำขวัญประจำจังหวัด : หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง
- ต้นไม้ประจำจังหวัด : ต้นจั่นหรือกระพี้จั่น (Millettia brandisiana)
- ดอกไม้ประจำจังหวัด : ดอกบัวตองหรือพอหมื่อนี่ (Tithonia diversifolia)
- สัตว์น้ำประจำจังหวัด : กบทูดหรือเขียดแลว (Limnonectes blythii)
การเมืองการปกครอง
[แก้]หน่วยการปกครอง
[แก้]การปกครองส่วนภูมิภาค
[แก้]การปกครองแบ่งออกเป็น 7 อำเภอ 45 ตำบล 415 หมู่บ้าน

| ที่ | ชื่ออำเภอ | ตัวเมือง | อักษรโรมัน | จำนวนตำบล | จำนวนประชากร[12] |
|---|---|---|---|---|---|
| 1. | เมืองแม่ฮ่องสอน | Mueang Mae Hong Son | 7 | 63,432 | |
| 2. | ขุนยวม | Khun Yuam | 6 | 23,889 | |
| 3. | ปาย | Pai | 7 | 38,779 | |
| 4. | แม่สะเรียง | Mae Sariang | 7 | 55,553 | |
| 5. | แม่ลาน้อย | Mae La Noi | 8 | 35,602 | |
| 6. | สบเมย | Sop Moei | 6 | 48,473 | |
| 7. | ปางมะผ้า | Pang Mapha | 4 | 22,354 |
รายนามเจ้าเมืองและผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน
[แก้]เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอน
[แก้]| ลำดับ | รูป | รายนาม | เริ่มวาระ | สิ้นสุดวาระ |
| 1 | พญาสิงหนาทราชา | พ.ศ. 2417 | พ.ศ. 2427 | |
| 2 | เจ้าแม่นางเมี้ยะ | พ.ศ. 2427 | พ.ศ. 2434 | |
| 3 | พญาพิทักษ์สยามเขต | พ.ศ. 2434 | พ.ศ. 2450 | |
| 4 | พญาพิศาลฮ่องสอนกิจ | พ.ศ. 2450 | พ.ศ. 2484 | |
รายชื่อผู้ว่าราชการ
[แก้]| ลำดับ | รูป | รายนาม | เริ่มวาระ | สิ้นสุดวาระ |
| 1 | พระยาศรสุรราช (เปลื้อง) | พ.ศ. 2455 | พ.ศ. 2455 | |
| 2 | พันตำรวจตรี พระสุรการบัญชา (ยิ้ม นีละโยธิน) | พ.ศ. 2455 | พ.ศ. 2463 | |
| 3 | พระพิทักษ์เทพธานี (ปุ่น อาสนจินดา) | พ.ศ. 2463 | พ.ศ. 2470 | |
| 4 | พระประธานธุรารักษ์ (ถาบ ผลนิวาส) | พ.ศ. 2470 | พ.ศ. 2472 | |
| 5 | พระพายัพพิริยกิจ (เอม ทินนะลักษณ์) | 18 ธันวาคม พ.ศ. 2472 | พ.ศ. 2473 | |
| 6 | พระพิบูลย์บริหาร (ทรัพย์ สุวรรณสมบูรณ์) | 1 เมษายน พ.ศ. 2473 | พ.ศ. 2481 | |
| 7 | หลวงพำนักนิกรชน (อุ่น สมิตตามร) | 6 มิถุนายน พ.ศ. 2481 | 5 สิงหาคม พ.ศ. 2483 | |
| 8 | ขุนไกรกิตตยานุกูล (อัมพร สาครพันธ์) | 6 สิงหาคม พ.ศ. 2483 | 1 มิถุนายน พ.ศ. 2486 | |
| 9 | หม่อมราชวงศ์บุง ลดาวัลย์ | 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2486 | 10 มิถุนายน พ.ศ. 2487 | |
| 10 | พรหม สูตรสุคนธ์ | 11 มิถุนายน พ.ศ. 2487 | 29 เมษายน พ.ศ. 2488 | |
| 11 | ถนอม พิบูลย์มงคล | 30 เมษายน พ.ศ. 2488 | 1 ธันวาคม พ.ศ. 2490 | |
| 12 | ขุนบุรราษฎร์นราภัย (สอาด สุตบุตร) | 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491 | 4 มกราคม พ.ศ. 2493 | |
| 13 | มานิต ปุรณะพรรค์ | 14 มกราคม พ.ศ. 2493 | 9 มิถุนายน พ.ศ. 2496 | |
| 14 | ทำนุก รัตนดิลก ณ ภูเก็ต | 10 มิถุนายน พ.ศ. 2496 | 20 ธันวาคม พ.ศ. 2497 | |
| 15 | จำรัส ธารีสาร | 1 มิถุนายน พ.ศ. 2498 | 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 | |
| 16 | เครือ สุวรรณสิงห์ | 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 | 14 มิถุนายน พ.ศ. 2501 | |
| 17 | สุจิตต์ สมบัติศิริ | 15 มิถุนายน พ.ศ. 2501 | 27 กันยายน พ.ศ. 2507 | |
| 18 | สุวรรณ กฤตธรรม | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2507 | 30 กันยายน พ.ศ. 2508 | |
| 19 | เอี่ยม เกรียงศิริ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2508 | 30 เมษายน พ.ศ. 2512 | |
| 20 | พันตำรวจเอก เปลื้อง ตันตาคม | 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2512 | 30 กันยายน พ.ศ. 2514 | |
| 21 | พลตรี ปราการ ภูวนารถนุรักษ์ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2514 | 30 สิงหาคม พ.ศ. 2515 | |
| 22 | สุโข อินทรประชา | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2515 | 30 กันยายน พ.ศ. 2518 | |
| 23 | อรุณ ปุสเทพ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2518 | 30 กันยายน พ.ศ. 2519 | |
| 24 | ไพฑูรย์ ลิมปิทีป | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2519 | 30 กันยายน พ.ศ. 2521 | |
| 25 | จำนง ยังเทียน | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2521 | 30 กันยายน พ.ศ. 2523 | |
| 26 | อนันท์ มีชำนะ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2523 | 30 กันยายน พ.ศ. 2526 | |
| 27 | วนิช พรพิบูลย์ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2526 | 30 กันยายน พ.ศ. 2528 | |
| 28 | คงศักดิ์ ลิ่วมโนมนต์ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2528 | 30 กันยายน พ.ศ. 2530 | |
| 29 | ประมูล สังฆมณี | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2530 | 30 กันยายน พ.ศ. 2531 | |
| 30 | ประมวล รุจนเสรี | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2531 | 5 สิงหาคม พ.ศ. 2533 | |
| 31 | ร้อยตรี ชาญชัย ใจใส | 6 สิงหาคม พ.ศ. 2533 | 30 กันยายน พ.ศ. 2535 | |
| 32 | สหัส พินทุเสนีย์ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2535 | 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 | |
| 33 | สมเจตน์ วิริยะดำรงค์ | 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 | 30 กันยายน พ.ศ. 2539 | |
| 34 | ภักดี ชมภูมิ่ง | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2539 | 24 เมษายน พ.ศ. 2541 | |
| 35 | สำเริง ปุณโยปกรณ์ | 25 เมษายน พ.ศ. 2541 | 30 กันยายน พ.ศ. 2542 | |
| 36 | พจน์ อู่ธนา | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2542 | 30 กันยายน พ.ศ. 2545 | |
| 37 | สุพจน์ เลาวัณย์ศิริ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2545 | 30 กันยายน พ.ศ. 2548 | |
| 38 | ดิเรก ก้อนกลีบ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2548 | 30 กันยายน พ.ศ. 2550 | |
| 39 | ธงชัย วงษ์เหรียญทอง | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 | 30 กันยายน พ.ศ. 2552 | |
| 40 | กำธร ถาวรสถิตย์ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552 | 8 มกราคม พ.ศ. 2555 | |
| 41 | นฤมล ปาลวัฒน์ | 9 มกราคม พ.ศ. 2555 | 30 กันยายน พ.ศ. 2556 | |
| 42 | สุรพล พนัสอำพล | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556 | 30 กันยายน พ.ศ. 2558 | |
| 43 | พิพัฒน์ เอกภาพันธ์ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558 | 30 กันยายน พ.ศ. 2559 | |
| 44 | สืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559 | 28 มิถุนายน พ.ศ. 2561 | |
| 45 | สิริรัฐ ชุมอุปการ | 29 มิถุนายน พ.ศ. 2561 | 30 กันยายน พ.ศ. 2562 | |
| 46 | สุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562 | 30 กันยายน พ.ศ. 2563 | |
| 47 | สิธิชัย จินดาหลวง | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 | 30 กันยายน พ.ศ. 2564 | |
| 48 | เชษฐา โมสิกรัตน์ | 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564 | 18 มีนาคม พ.ศ. 2567 | |
| 49 | ชูชีพ พงษ์ไชย | 19 มีนาคม พ.ศ. 2567 | 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567 | |
| 50 | เอกวิทย์ มีเพียร | 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567 | 30 กันยายน พ.ศ. 2568 | |
| 51 | ชุติพร เสชัง | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2568 | 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 | |
| 52 | วิบูรณ์ แววบัณฑิต | 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 | ปัจจุบัน | |
รายชื่อนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
[แก้]| ลำดับ | รายชื่อ | เริ่มดำรงตำแหน่ง | สิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง |
|---|---|---|---|
| 1
(1-2) |
ธนิต ไผ่ตรง | 18 ธันวาคม พ.ศ. 2540 | พ.ศ. 2543 |
| พ.ศ. 2543 | พ.ศ. 2545 | ||
| 2
(1-2) |
สุรสิทธิ์ ตรีทอง | พ.ศ. 2545 | พ.ศ. 2547 |
| 14 มีนาคม พ.ศ. 2547 | 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 | ||
| 3
(1-4) |
อัครเดช วันไชยธนวงศ์ | 24 ธันวาคม พ.ศ. 2549 | 30 มกราคม พ.ศ. 2554 |
| 30 มกราคม พ.ศ. 2554 | 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563 | ||
| 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563 | 17 ธันวาคม พ.ศ. 2567 | ||
| 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 | ปัจจุบัน | ||
รายชื่อสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
[แก้]| สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน | |||||
|---|---|---|---|---|---|
| เขต | ชื่อ | สังกัด | |||
| เมืองแม่ฮ่องสอน | 1 | รนรชฎ ปวงทา | ดีต่อเนื่อง | ||
| 2 | พร้อมพงษ์ พันธ์เลิศ | ดีต่อเนื่อง | |||
| 3 | ศรอนงค์ เชาว์พิกุล | ดีต่อเนื่อง | |||
| 4 | สุรเดช พร้อมเพิ่มพูน | ดีต่อเนื่อง | |||
| 5 | แสงทอง ขยันดี | ดีต่อเนื่อง | |||
| แม่สะเรียง | 1 | ณรงเดช คำนึงพนาดอน | ดีต่อเนื่อง | ||
| 2 | นพดล ปัญญา | ดีต่อเนื่อง | |||
| 3 | บรรพต สุโขดม | ดีต่อเนื่อง | |||
| 4 | ธีรพงษ์ สิทธิบุญ | ดีต่อเนื่อง | |||
| 5 | มานิตย์ ฟองประมูล | ดีต่อเนื่อง | |||
| สบเมย | 1 | ศรราม พิมานพนา | ดีต่อเนื่อง | ||
| 2 | พงษ์เพชร จันทร์อ้าย | ดีต่อเนื่อง | |||
| 3 | สันติภาพ เลิศพิเชียรไพบูลย์ | ดีต่อเนื่อง | |||
| 4 | ธานี ปัญญามีศรี | พลังแม่ฮ่องสอน | |||
| ปาย | 1 | เจตนิพัทธ์ เสมอเหมือน | ดีต่อเนื่อง | ||
| 2 | ไชยจิตร กาญจนะ | ดีต่อเนื่อง | |||
| 3 | สุริยันณ์ จีวงศ์ | ดีต่อเนื่อง | |||
| แม่ลาน้อย | 1 | อภิเดช โฆษกธุรการกิจ | ดีต่อเนื่อง | ||
| 2 | อุทิศ ซาววงศ์ | ดีต่อเนื่อง | |||
| 3 | ธงชัย จันทรเคหะ | ดีต่อเนื่อง | |||
| ขุนยวม | 1 | วิเชียร บุญระชัยสวรรค์ | ดีต่อเนื่อง | ||
| 2 | วุฒิ ริยะนา | ดีต่อเนื่อง | |||
| ปางมะผ้า | 1 | ศรรามยุทธ์ ยุธนานนท์ | ดีต่อเนื่อง | ||
| 2 | อินทร์สร ภาสวรโรจน์กุล | ดีต่อเนื่อง | |||
การคมนาคม
[แก้]ระยะห่างจากตัวจังหวัดไปอำเภอต่าง ๆ
[แก้]- อำเภอขุนยวม 65 กิโลเมตร
- อำเภอปางมะผ้า 68 กิโลเมตร
- อำเภอปาย 110 กิโลเมตร
- อำเภอแม่ลาน้อย 131 กิโลเมตร
- อำเภอแม่สะเรียง 162 กิโลเมตร
- อำเภอสบเมย 187 กิโลเมตร
สถานที่ท่องเที่ยว
[แก้]
- ถ้ำ
- ถ้ำเสาหิน
- ถ้ำข้าวแตก
- ถ้ำจั๊กต่อ หรือถ้ำพระพุทธหัตถ์, พระพุทธบาทคู่
- ถ้ำตุ๊กตา
- ถ้ำปลา
- ถ้ำปะการัง
- ถ้ำผาแดง
- ถ้ำผีแมน
- ถ้ำเพชร
- ถ้ำแม่ละนา
- ถ้ำลอด
- ถ้ำหินไข่มุก
- วนอุทยานถ้ำแก้วโกมล
- น้ำตก
- น้ำตกผ่าบ่อง
- น้ำตกผาเสื่อ
- น้ำตกแม่ยวมหลวง
- น้ำตกแม่เย็น
- น้ำตกแม่สะกึดหลวง
- น้ำตกแม่สะงากลาง
- น้ำตกแม่สุรินทร์
- น้ำตกแม่อูคอ
- น้ำตกหมอแปง
- น้ำพุร้อน
- ตลาด
- วัด/พระตำหนัก
- พระตำหนักปางตอง
- วัดก้ำก่อ
- วัดจองสูง
- วัดจองกลาง
- วัดจองคำ
- วัดต่อแพ
- วัดน้ำฮู
- วัดพระธาตุจอมมอญ
- วัดพระธาตุดอยกองมู
- วัดพระธาตุแม่เย็น
- วัดพระนอน
- วัดม่วยต่อ
- วัดศรีบุญเรือง
- วัดแสนทอง
- วัดหัวเวียง
- อุทยาน
- อุทยานแห่งชาติแม่เงา
- อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ
- อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์
- อุทยานแห่งชาติสาละวิน
- อื่น ๆ
สถาบันการศึกษา
[แก้]- วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
- วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน
- โรงเรียนห้องสอนศึกษา ในพระอุปถัมภ์ฯ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน โรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐประจำจังหวัด
- วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีแม่ฮ่องสอน อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
- วิทยาลัยการอาชีพแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
- โรงเรียนแม่สะเรียงบริพัตรศึกษา อำเภอแม่สะเรียง
- โรงเรียนแม่ลาน้อยดรุณสิกข์ อำเภอแม่ลาน้อย
- โรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอเมือง
- โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดบ้านจองคำ อำเภอเมือง
- โรงเรียนเทศบาล 2 (เฉลิมพระเกียรติ) อำเภอเมือง
- โรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน (เทศบาล 3 แผนกประถมศึกษา) อำเภอเมือง
- โรงเรียนอนุบาลแม่ฮ่องสอน อำเภอเมือง
- โรงเรียนปายวิทยาคาร อำเภอปาย
อ้างอิง
[แก้]- ↑ ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm เก็บถาวร 2016-03-10 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
- ↑ กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_64.pdf 2564. สืบค้น 23 กุมภาพันธ์ 2565.
- ↑ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน 254 8 : 48-4 9
- ↑ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน 254 8 :4 9
- ↑ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน 254 8 :4 9
- ↑ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน 254 8 : 49-50
- ↑ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน 2549: 50
- ↑ "ศูนย์ไทใหญ่ศึกษา". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-10-07. สืบค้นเมื่อ 2012-10-28.
- 1 2 "ลักษณะทางสังคม". จังหวัดแม่ฮ่องสอน. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-05-06. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2562.
{{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน:|accessdate=(help) - ↑ มุสลิมและมัสยิดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
- ↑ รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2565 (PDF). สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน. กรกฎาคม 2565. p. 7.
- ↑ จำนวนประชากรและบ้าน จำแนกเป็นรายอำเภอ และรายตำบล จังหวัดแม่ฮ่องสอน ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2567, สำนักบริหารทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
ดูเพิ่ม
[แก้]แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของจังหวัด เก็บถาวร 2007-05-03 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
19°16′N 97°56′E / 19.27°N 97.93°E
- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ จังหวัดแม่ฮ่องสอน
- แผนที่ จาก มัลติแมป โกลบอลไกด์ หรือ กูเกิลแผนที่
- ภาพถ่ายทางอากาศ จาก เทอร์ราเซิร์ฟเวอร์
- ภาพถ่ายดาวเทียม จาก วิกิแมเปีย
