วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
Phra That Nakhon.jpg
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อ วัดพระบรมธาตุ หรือ วัดพระมหาธาตุ
ที่ตั้ง ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
ประเภท พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร
นิกาย เถรวาท
พระประธาน พระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช
พระพุทธรูปสำคัญ พระเจ้าศรีธรรมโศกราช(ปางมารวิชัย), พระเหมชาลา(ปางห้ามญาติ), พระทนทกุมาร(ปางประทานอภัย)
พระอารามหลวงชั้นเอก
กิจกรรม นมัสการพระบรมธาตุ โบราณสถานคู่เมืองภาคใต้ ขอพรองค์ท้าวจตุคามรามเทพ เทพารักษ์ผู้เฝ้าองค์พระมหาธาตุ
    

วัดพระบรมธาตุวรมหาวิหาร หรือ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร[1]

ประวัติ[แก้]

กรมศิลปากร ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นโบราณสถาน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 53 ตอนที่ 34 วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2479 และคณะกรรมการมรดกโลก มีมติในการประชุมคณะกรรมการสมัยที่ 37 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556 รับรองวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเข้าสู่บัญชีเบื้องต้นก่อนเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลก[ต้องการอ้างอิง]

สถานที่สำคัญ[แก้]

เจ้าชายทนทกุมาร และพระนางเหมชาลา ชาวศรีลังกา ขณะทรงอัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว ภาพประดับพระวิสูตรมณทปพระเขี้ยวแก้ว วัดพระเขี้ยวแก้ว ประเทศศรีลังกา
  • พระวิหารหลวง (พระอุโบสถ)
  • วิหารพระมหาภิเนษกรณ์ หรือวิหารพระทรงม้า
  • วิหารเขียน หรือวิหารพระเขียน
  • วิหารโพธิ์ลังกา และ ต้นศรีมหาโพธิ์
  • วิหารพระกัจจายนะ หรือวิหารพระแอด
  • วิหารพระปัญญา
  • พระเจดีย์ราย รอบพระบรมธาตุ
  • พระบรมธาตุเจดีย์
  • วิหารสามจอม หรือวิหารพระเจ้าศรีธรรมโศกราช
  • วิหารทับเกษตร หรือพระระเบียงตีนธาตุ
  • วิหารพระระเบียง หรือวิหารคด
  • วิหารธรรมศาลา
  • วิหารโพธิ์พระเดิม
  • มณฑปพระพุทธบาทจำลอง
  • อนุสาวรีย์พระนางเหมชาลาและเจ้าชายทันทกุมาร
  • อนุสาวรีย์พระเจ้าศรีธรรมโศกราช
  • อนุสาวรีย์แม่เจ้าอยู่หัว (พระนางเลือดขาวแม่เจ้าอยู่หัว)

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ[แก้]

ขบวนแห่ผ้าขึ้นห่มพระบรมธาตุเจดีย์

ประเพณีผ้าขึ้นธาตุ หมายถึง การนำผ้าผืนยาวขึ้นไปห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ในวันสำคัญทางศาสนา ชาวนครได้ร่วมมือร่วมใจกันบริจาคเงินตามกำลังศรัทธานำเงินที่ได้ไปซื้อผ้ามาเย็บต่อกันเป็นแถวยาวนับพันหลา แล้วจัดเป็นขบวนแห่ผ้าขึ้นห่มพระบรมธาตุเจดีย์ ผ้าที่ขึ้นไปห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์เรียกว่า “ผ้าพระบฎ” (หรือ พระบต) นิยมใช้สีขาว สีเหลือง สีแดง สำหรับผ้าสีขาวนิยมเขียนภาพเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติ เสด็จออกบรรพชา ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเป็นเอกลักษณ์ประจำเมืองนครศรีธรรมราช แก่นแท้อยู่ที่การบูชาพระพุทธเจ้าอย่างใกล้ชิด โดยใช้องค์พระบรมธาตุเจดีย์เป็นตัวแทน

ตามตำนานประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุมีว่า ในสมัยที่พระเจ้าสามพี่น้อง คือ พระเจ้าศรีธรรมโศกราช พระเจ้าจันทรภาณุ และพระเจ้าพงษาสุระ กำลังดำเนินการสมโภชพระบรมธาตุอยู่นั้น คลื่นได้ซัดผ้าแถบยาวชิ้นหนึ่ง ซึ่งมีลายเขียนเรื่องราวพุทธประวัติ (เรียกว่า พระบฎ หรือ พระบต) ขึ้นที่ชายหาดปากพนัง จึงนำผ้าผืนนั้นไปถวายพระเจ้าศรีธรรมโศกราช พระองค์จึงรับสั่งให้ซักจนสะอาด แต่ลายเขียนพุทธประวัติก็ไม่ลบเลือนยังคงสมบูรณ์ดีทุกประการ จึงรับสั่งให้ประกาศหาเจ้าของ ได้ความว่าชาวพุทธกลุ่มหนึ่ง จะเดินทางไปลังกา เพื่อนำพระบฎไปถวายเป็นพุทธบูชาพระทันตธาตุ คือ พระเขี้ยวแก้ว แต่เรือถูกมรสุมซัดแตกที่ชายฝั่งเมืองนครมีรอดชีวิต 10 คน ส่วนพระบฏถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่งปากพนัง พระเจ้าศรีธรรมโศกราชทรงพิจารณาเห็นว่าควรจะนำขึ้นไปห่มพระบรมธาตุเจดีย์เนื่องในโอกาสสมโภชพระบรมธาตุ เจ้าของพระบฎที่รอดชีวิตก็ยินดีด้วย จึงโปรดให้ชาวเมืองนครจัดเครื่องประโคมแห่แหนผ้าห่มโอบฐานพระบรมธาตุเจดีย์ จึงเป็นประเพณีประจำเมืองนครสืบมาจนทุกวันนี้

ลำดับเจ้าอาวาส[แก้]

ลำดับเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุ มีดังนี้[2]

ลำดับที่ รายนาม เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ
1 พระครูวินัยธรนุ่ม  ?  ?
2 พระครูปลัดแก้วชิน  ?  ?
3 พระเทพญาณเวที (ฦๅ ยติโก) พ.ศ. 2468 พ.ศ. 2469
4 พระรัตนธัชมุนี (แบน คณฺฐาภรโณ) พ.ศ. 2470 พ.ศ. 2521
5 พระธรรมรัตโนภาส (ประดับ โอภาโส) พ.ศ. 2522 พ.ศ. 2543
6 พระเทพวินยาภรณ์ (สมปอง ปญฺญาทีโป) พ.ศ. 2544 ปัจจุบัน

พิกัดแผนที่[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 8°24′30″N 99°58′01″E / 8.4083569°N 99.9670029°E / 8.4083569; 99.9670029

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ
  1. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกระทรวงธรรมการ แผนกกรมสังฆการี เรื่อง จัดระเบียบพระอารามหลวง, เล่ม 32, ตอน 0 ก, 3 ตุลาคม พ.ศ. 2458, หน้า 294
  2. ประวัติพระอารามหลวง เล่ม ๒, หน้า 541
บรรณานุกรม
  • กองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. ประวัติพระอารามหลวง เล่ม ๒. กรุงเทพฯ : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, 2548. 622 หน้า. หน้า 313-314.