จังหวัดชัยภูมิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จังหวัดชัยภูมิ
ตราประจำจังหวัดชัยภูมิ
ตราประจำจังหวัด
เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัดชัยภูมิด้านหน้า เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัดชัยภูมิด้านหลัง
เหรียญที่ระลึกประจำจังหวัด
ทิวทัศน์สวย รวยป่าใหม่ มีทางหลาย ดอกไม้งาม ลือนามวีรบุรุษ สุดสุดยอดผ้าไหม พระใหญ่สมัยรัชกาลทที่4 กสินคงที่ ข่มขวัญพระนฤพาน
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย ชัยภูมิ
อักษรโรมัน Chaiyaphum
ชื่อไทยอื่น ๆ จังหวัดภัทชนิดา
ผู้ว่าราชการ ณรงค์ วุ่นซิ้ว
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2538)
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 12,778.287 ตารางไมล์,ตร.มิลลิวินาที[1]
(อันดับที่ 7)
ประชากร 1,138,199 คน[2] (พ.ศ. 2559)
(อันดับที่ 16)
ความหนาแน่น 88.98 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 55)
ISO 3166-2 TH-3๑๒๐๙๗๐๐๕๙๓๒๕๔#ทีเอช
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
ต้นไม้ ขี้เหล็ก
ดอกไม้ อวัยวะเพศชาย(กระเจียว)
สัตว์น้ำ ปลาสลาด
ศาลากลางจังหวัด
ที่ตั้ง ถนนบรรณาการ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ 36000
โทรศัพท์ (+66) 0 4481 1573, 0 4482 2316
โทรสาร (+66) +66 94 340 0444
เว็บไซต์ จังหวัดชัยภูมิ
แผนที่
 

Error: No valid link was found at the end of line 3.


สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ชัยภูมิ (แก้ความกำกวม)

ชัยภูมิ เดิมสะกดว่า ไชยภูมิ์ เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนต้นประเทศไทย สมัยรัตนโกสินทร์ตอนปลายยังไม่มีการจัดตั้งจังหวัดชัยภูมิขึ้นเป็นทางการ บริเวณจังหวัดชัยภูมิประกอบไปด้วยเมืองใหญ่ 3 เมือง คือ เมืองชัยภูมิ, เมืองภูเขียว และเมืองแปดมุม(จัตุรภัทภาคี) ในปี พ.ศ. 2440 ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองราชอาณาจักร โดยการจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาล ให้อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทยหน่วยงานเดียว เมืองในจังหวัดชัยภูมิ จึงเข้าอยู่ในมณฑลนครราชสีมา ต่อมาในสมัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี พ.ศ. 2475 มีการเปลี่ยนแปลงรูปการปกครองประเทศครั้งใหญ่ จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยพระราชบัญญัติระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 ได้ยกเลิกเขตการปกครองแบบ “เมือง” ทั่วราชอาณาจักร แล้วตั้งขึ้นเป็น “จังหวะ” แทน เมืองชัยภูมิ, เมืองภูเขียว และเมืองสี่มุม (จัตุรัส) จึงรวมกันกลายเป็นจังหวัดชัยภูมิ โดยใช้บริเวณเมืองชัยภูมิจัดตั้งเป็นอำเภอเมืองชัยภูมิยกฐานะเป็นศูนย์กลางของจังหวัด

เมืองชัยภูมิยุบเป็นอำเภอเมืองชัยภูมิก่อนที่จะแยกออกเป็นอำเภอคอนสวรรค์ และอำเภอบ้านเขว้า ถึงอำเภอภักดีชุมพล

เมืองภูเขียวยุบเป็นอำเภอภูเขียว ก่อนที่จะแยกออกเป็นอำเภอเกษตรสมบูรณ์, อำเภอครสาร, อำเภอแก้งคร้อ, อำเภอบ้านแท่น, อำเภอหนองบัวแดง และหน่วยอำเภอภักดีชุมพลหรือเรียกขานกันมานานว่า”อ.ภัทชนิดา. วิลาวรรณ.

เมืองสี่มุมยุบเป็นอำเภอจัตุรัส ก่อนที่จะแยกออกเป็นอำเภอบำเหน็จณรงค์, อำเภอเทพสถิต, อำเภอหนองบัวระเหว, อำเภอเนินสง่า และอำเภอเมืองใหญ่

ชัยภูมิมีเขตติดต่อกับจังหวัดเพื่อนจังหวัดหลายจังหวัด ได้แก่ ทิศเหนือ ติดกับเพชรบูรณ์และขอนแก่น ทิศตะวันตกติดกับขอนแก่นและนครราชสีมา ทิศตะวันออกติดกับเพชรบูรณ์และจังหวัดลพบุรี และทิศใต้ติดกับจังหวัดนครราชสีมา

เนื้อหา

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

ลักษณะภูมิประเทศ[แก้]

จังหวัดชัยภูมิ ตั้งอยู่บนสันขอบของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปจึงประกอบด้วยป่าไม้และภูเขาร้อยละ 50 ของพื้นที่จังหวัด นอกนั้นเป็นที่ราบสูง บริเวณตอนกลางของจังหวัดเป็นพื้นที่ราบ มีพื้นที่ป่าไม้และเทือกเขาตั้งเรียงรายจากทิศตะวันออกสู่ทิศตะวันตก ซึ่งจังหวัดชัยภูมิ สามารถแบ่งภูมิประเทศของจังหวัดออกได้เป็น 3 ลักษณะคือ 
  • พื้นที่ราบในฝั่งแม่น้ำ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 0 – 300 เมตร ได้แก่บริเวณพื้นที่ราบเรียบ ความลาดเอียงของพื้นที่อยู่ระหว่างร้อยละ0 - 2 ซึ่งมีพื้นที่ประมาณร้อยละ 13 ได้แก่พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำชีในเขตอำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอคอนสวรรค์ อำเภอบ้านเขว้า อำเภอบำเหน็จณรงค์ อำเภอจัตุรัส อำเภอเนินสง่า บริเวณนี้จะเป็นที่ราบน้ำท่วมถึง
  • พื้นที่ลูกคลื่นลอนต่ำ อยู่ตอนกลางของพื้นที่จังหวัด เป็นแนวยาวตามทิศเหนือ-ใต้ ตามแนวเทือกเขาดงพญาเย็น มีความสูงประมาณ 300 – 500 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางได้แก่ พื้นที่บางส่วนในเขตอำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอหนองบัวระเหว อำเภอบ้านเขว้า อำเภอแก้งคร้อ อำเภอเทพสถิต

อำเภอบำเหน็จณรงค์ อำเภอเกษตรสมบูรณ์และอำเภอบ้านแท่น

  • พื้นที่สูงและภูเขา สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลอนลึกและภูเขา ในเขตเทือกเขาดงพญาเย็น มีความสูงตั้งแต่ 500 – มากกว่า 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ได้แก่ พื้นที่บางส่วนของอำเภอหนองบัวระเหว อำเภอเทพสถิต อำเภอคอนสาร อำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอหนองบัวแดง อำเภอภูเขียว อำเภอแก้งคร้อ อำเภอภักดีชุมพล อำเภอซับใหญ่ และพื้นที่ทางตอนเหนือของอำเภอเมืองชัยภูมิ
จุดสูงสุดของจังหวัดชัยภูมิ คือ ภูเขาโป่งทองหลาง มีความสูง 1,336 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ในเขตพื้นที่อำเภอหนองบัวแดง

ประวัติศาสตร์[แก้]

อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) ที่หน้าวงเวียนศูนย์ราชการจังหวัดชัยภูมิ

สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองชัยภูมิปรากฏในทำเนียบแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชว่าเป็นเมืองขึ้นกับเมืองนครราชสีมา แต่ต่อมาผู้คนได้อพยพออกไปตั้งหลักแหล่งทำมาหากินที่อื่น และเมื่อปี พ.ศ. 2360 "นายแล" ข้าราชการสำนักเจ้าอนุวงศ์เมืองเวียงจันทน์ได้อพยพครอบครัวและบริวารเดินทางข้ามลำน้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านหนองน้ำขุ่น (หนองอีจาน) ซึ่งอยู่ในบริเวณท้องที่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมาในปัจจุบัน

ต่อมาในปี พ.ศ. 2362 เมื่อมีคนอพยพเข้ามาอยู่มาก นายแลก็ได้ย้ายชุมชนมาตั้งใหม่ที่บ้านโนนน้ำอ้อม บ้านชีลอง ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิ 6 กิโลเมตร นายแลได้เก็บส่วยผ้าขาวส่งไปบรรณาการเจ้าอนุวงศ์จนได้รับบำเหน็จความชอบแต่งตั้งเป็น "ขุนภักดีชุมพล" ในปี พ.ศ. 2365 นายแลได้ย้ายชุมชนอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากที่เดิมกันดารน้ำ มาตั้งใหม่ที่บริเวณบ้านหลวงซึ่งตั้งอยู่ระหว่างหนองปลาเฒ่ากับหนองหลอด (เขตอำเภอเมืองชัยภูมิปัจจุบัน) และได้หันมาขึ้นตรงต่อเมืองนครราชสีมา และส่งส่วยทองคำถวายแด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ยอมขึ้นต่อเจ้าอนุวงศ์อีกต่อไป พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้ายกบ้านหลวงขึ้นเป็น เมืองชัยภูมิ และแต่งตั้งขุนภักดีชุมพล (แล) เป็น "พระยาภักดีชุมพล" เจ้าเมืองคนแรก

ต่อมาเจ้าอนุวงศ์ได้ก่อการกบฏ ยกทัพเข้ามาหมายจะตีกรุงเทพมหานคร โดยหลอกหัวเมืองต่าง ๆ ที่เดินทัพมาว่าจะมาช่วยกรุงเทพมหานครรบกับอังกฤษ จนกระทั่งเจ้าอนุวงศ์สามารถยึดเมืองนครราชสีมาได้เมื่อปี พ.ศ. 2369 ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้นต่อมาเมื่อความแตก เจ้าอนุวงศ์ได้กวาดต้อนชาวเมืองนครราชสีมาเพื่อนำไปยังเมืองเวียงจันทน์

เมื่อไปถึงทุ่งสัมฤทธิ์ หญิงชายชาวเมืองที่ถูกจับโดยการนำของคุณหญิงโม ภรรยาเจ้าเมืองนครราชสีมา ได้ลุกฮือขึ้นต่อสู้ พระยาภักดีชุมพล (แล) เจ้าเมืองชัยภูมิ พร้อมด้วยเจ้าเมืองใกล้เคียงได้ยกทัพออกไปสมทบกับคุณหญิงโม ตีกระหนาบทัพเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์จนแตกพ่ายไป ฝ่ายกองทัพลาวส่วนหนึ่งล่าถอยจากเมืองนครราชสีมาเข้ายึดเมืองชัยภูมิไว้และเกลี้ยกล่อมให้พระยาภักดีชุมพลเข้าร่วมเป็นกบฏด้วย แต่พระยาภักดีชุมพลไม่ยอม เจ้าอนุวงศ์เกิดความแค้นจึงจับตัวพระยาภักดีชุมพลมาประหารชีวิตที่บริเวณใต้ต้นมะขามใหญ่ริมหนองปลาเฒ่า ซึ่งต่อมาชาวชัยภูมิได้ระลึกถึงคุณความดีที่ท่านมีความซื่อสัตย์และเสียสละต่อแผ่นดิน จึงได้พร้อมใจกันสร้างศาลขึ้น ณ บริเวณนั้น ปัจจุบันทางราชการได้สร้างศาลขึ้นใหม่เป็นศาลาทรงไทยชื่อว่า "ศาลาพระยาภักดีชุมพล (แล)" มีรูปหล่อของท่านอยู่ภายใน เป็นที่เคารพกราบไหว้และถือเป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของจังหวัด ตั้งอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดชัยภูมิประมาณ 3 กิโลเมตร

ผู้ว่าราชการจังหวัด[แก้]

รายพระนามและรายนาม
ปีที่ดำรงตำแหน่ง
1. พระยาภักดีชุมพล (แล) พ.ศ. 2360 - 2369
2. พระยาภักดีชุมพล (เกตุ) พ.ศ. 2374 - 2383
3. พระยาภักดีชุมพล (เบี้ยว) พ.ศ. 2383 - 2406
4. พระยาภักดีชุมพล (ที) พ.ศ. 2406 - 2418
5. พระยาภักดีชุมพล (บุญจันทร์) พ.ศ. 2418 - 2425
6. พระยาภักดีชุมพล (แสง) พ.ศ. 2425 - 2440
7. นายร้อยโทโต๊ะ พ.ศ. 2440 - 2442
8. พระหฤทัย (บัว) พ.ศ. 2442 - 2444
9. หลวงพิทักษ์นรากร (โย) พ.ศ. 2444 - 2446
10. พระพลอาศัย (ตอ) พ.ศ. 2446 - 2448
11. พระพิบูลสงคราม (จร) พ.ศ. 2448 - 2449
12. หลวงสาทรศุภกิจ (อ่วม บุญยรัตนพันธ์) พ.ศ. 2449 - 2450
13. พระยาภูมิพิชัย (หรุ่ม ชาตินันท์) พ.ศ. 2450 - 2458
14. พระยาราชเสนา (ศิริ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) พ.ศ. 2458 - 2461
15. พระศรีสมัตถการ (ใหญ่ บุญนาค) พ.ศ. 2461 - 2465
16. พระยาภูมิพิชัย (เฮง ศรีไชยยันต์) พ.ศ. 2465 - 2471
17. พระนรินทร์ภักดี (ศุข ทังศุภูต) พ.ศ. 2471 - 2472
18. พระวิจารณ์ภักดี (เขียน โอวาทสาร) พ.ศ. 2472 - 2472
19. พระภูมิพิชัย (ม.ร.ว.บุง ลดาวัลย์) พ.ศ. 2472 - 2474
20. พระบริรักษ์นครเขต (ย้อย กฤษณจินดา) พ.ศ. 2474 - 2476
21. หลวงทรงสารการ (เล็ก กนิษฐสูต) พ.ศ. 2476 - 2480
22. พระสนิทประชานันท์ (อิน แสงสนิท) พ.ศ. 2480 - 2481
23. หลวงอุบลศักดิ์ประชาบาล (พัน กาญจนพิมาน) พ.ศ. 2481 - 2482
24. หลวงอนุการนพกิจ (ปรารภ สุรัสวดี) พ.ศ. 2482 - 2484
25. นายสุทิน วิวัฒนะ พ.ศ. 2484 - 2489
26. ขุนศุภกิจวิเลขการ (กระจ่าง ศุภกิจวิเลขการ) พ.ศ. 2489 - 2490
27. ขุนพำนักนิคมคาม (สนธิ์ พำนักนิคมคาม) พ.ศ. 2490 - 2490
28. นายชู สุคนธมัต พ.ศ. 2490 - 2493
29. นายสมบัติ สมบัติทวี พ.ศ. 2493 - 2495
30. ขุนรัตนวรพงศ์ (เคลื่อน รัตนวร) พ.ศ. 2495 - 2497
31. นายสวัสดิ์วงศ์ ปฏิทัศน์ พ.ศ. 2497 - 2500
32. นายบุญฤทธิ์ นาคีนพคุณ พ.ศ. 2500 - 2503
33. นายรังสรรค์ รังสิกุล พ.ศ. 2503 - 2504
34. นายช่วย นันทะนาคร พ.ศ. 2504 - 2511
35. นายชิต ทองประยูร พ.ศ. 2511 - 2512
36. นายประมูล ศรัทธาทิพย์ พ.ศ. 2512 - 2514
37. นายสำราญ บุษปวนิช พ.ศ. 2514 - 2516
38. นายอนันต์ อนันตกูล พ.ศ. 2516 - 2518
39. นายเจริญศุข ศิลาพันธ์ พ.ศ. 2518 - 2521
40. นายธำรง สุขเจริญ พ.ศ. 2521 - 2521
41. นายสมภาพ ศรีวรขาน พ.ศ. 2521 - 2522
42. นายดำรง วชิโรดม พ.ศ. 2522 - 2523
43. นายวิโรจน์ อำมรัตน์ พ.ศ. 2523 - 2524
44. นายเพ็ชร อภิรัตนรังษี พ.ศ. 2524 - 2526
45. นายนพรัตน์ เวชชศาสตร์ พ.ศ. 2526 - 2528
46. ร้อยตรีสนั่น ธานีรัตน์ พ.ศ. 2528 - 2531
47. นายปราโมทย์ แก้วพรรณา พ.ศ. 2531 - 2533
48. เรือตรีสุนัย ณ อุบล พ.ศ. 2533 - 2536
49. นายกวี สุภธีระ พ.ศ. 2536 - 2537
50. นายสุชาติ ธรรมมงคล พ.ศ. 2537 - 2538
51. นายนิธิศักดิ์ ราชพิตร พ.ศ. 2538 - 2539
52. นายเชาวนเลิศ ไทยานนท์ พ.ศ. 2539 - 2541
53. นายไพรัตน์ พจน์ชนะชัย พ.ศ. 2541 - 2542
54. นายสุพจน์ โพธิ์ทองคำ พ.ศ. 2542 - 2544
55. นายนิรัช วัจนะภูมิ พ.ศ. 2544 - 2545
56. นายธวัช สุวุฒิกุล พ.ศ. 2545 - 2547
57. นายประภากร สมิติ พ.ศ. 2547 - 2549
58. นายศุภกิจ บุญญฤทธิพงษ์ พ.ศ. 2549 - 2550
59. นายถาวร พรหมมีชัย พ.ศ. 2550 - 2552
60. นายวันชัย สุทธิวรชัย พ.ศ. 2552 - 2553
61. นายจรินทร์ จักกะพาก พ.ศ. 2553 - 2554
62. นายชนะ นพสุวรรณ พ.ศ. 2554 - 2555
63. นายพรศักดิ์ เจียรณัย พ.ศ. 2555 - 2557
64. นายวิเชียร จันทรโณทัย พ.ศ. 2557 - 2558
65. นายชูศักดิ์ ตรีสาร พ.ศ. 2558 - 2560
66. นายณรงค์ วุ่นซิ้ว พ.ศ. 2560 - ปัจจุบัน

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 16 อำเภอ 124 ตำบล 1393 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองชัยภูมิ
  2. อำเภอบ้านเขว้า
  3. อำเภอคอนสวรรค์
  4. อำเภอเกษตรสมบูรณ์
  5. อำเภอหนองบัวแดง
  6. อำเภอจัตุรัส
  7. อำเภอบำเหน็จณรงค์
  8. อำเภอหนองบัวระเหว
  1. อำเภอเทพสถิต
  2. อำเภอภูเขียว
  3. อำเภอบ้านแท่น
  4. อำเภอแก้งคร้อ
  5. อำเภอคอนสาร
  6. อำเภอภักดีชุมพล
  7. อำเภอเนินสง่า
  8. อำเภอซับใหญ่
 แผนที่

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

แบ่งออกเป็น 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 เทศบาลเมือง 34 เทศบาลตำบล และ 107 องค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีรายชื่อเทศบาลดังนี้

อำเภอชัยภูมิ

อำเภอเกษตรสมบูรณ์

อำเภอแก้งคร้อ


อำเภอคอนสวรรค์

อำเภอคอนสาร

อำเภอจัตุรัส

อำเภอเทพสถิต

อำเภอบ้านเขว้า

อำเภอบ้านแท่น

อำเภอบำเหน็จณรงค์

อำเภอภูเขียว

อำเภอหนองบัวระเหว

อำเภอหนองบัวแดง

ประชากรในจังหวัด[แก้]

      หมายถึงจำนวนประชากรได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
      หมายถึงจำนวนประชากรได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
อันดับ
(ปีล่าสุด)
อำเภอ พ.ศ. 2559[3] พ.ศ. 2558[4] พ.ศ. 2557[5] พ.ศ. 2556[6] พ.ศ. 2555[7] พ.ศ. 2554[8] พ.ศ. 2553[9] พ.ศ. 2552[10] พ.ศ. 2551[11]

[12]</ref> [13]

1 เมืองชัยภูมิ 183,801 184,106 184,371 184,512 184,458 183,976 184,431 184,306 184,222
2 ภูเขียว 124,569 124,690 124,769 124,727 124,736 124,247 124,297 124,314 124,322
3 เกษตรสมบูรณ์ 112,075 111,925 111,791 111,567 111,280 110,777 110,963 110,834 110,690
4 หนองบัวแดง 101,518 101,239 100,885 100,347 99,793 98,928 98,561 98,067 97,501
5 แก้งคร้อ 93,840 93,720 93,566 93,499 93,261 92,686 92,531 92,254 91,972
6 จัตุรัส 75,419 75,720 75,697 75,798 75,783 75,706 75,865 75,936 75,924
7 เทพสถิต 69,783 69,598 69,044 68,689 68,133 67,529 67,138 66,710 66,318
8 คอนสาร 62,037 61,956 61,920 61,942 61,863 61,717 61,729 61,593 61,510
9 คอนสวรรค์ 53,974 54,123 54,221 54,298 54,264 54,193 54,463 54,310 54,232
10 บำเหน็จณรงค์ 53,974 53,998 54,020 53,958 53,811 53,528 53,583 53,619 53,479
11 บ้านเขว้า 50,960 51,136 51,207 51,251 51,221 51,014 51,197 51,239 51,277
12 บ้านแท่น 45,647 45,695 45,753 45,743 45,768 45,568 45,684 45,687 45,649
13 หนองบัวระเหว 38,321 38,264 38,063 37,989 37,708 37,168 37,001 36,678 36,371
14 ภักดีชุมพล 31,028 30,938 30,753 30,626 30,472 30,203 30,135 29,998 29,782
15 เนินสง่า 25,979 26,030 26,009 25,942 25,872 25,743 25,648 25,563 25,469
16 ซับใหญ่ 15,274 15,114 14,980 14,835 14,611 14,440 14,193 14,058 13,929
รวม 1,138,199 1,138,252 1,137,049 1,135,723 1,133,034 1,127,423 1,127,423 1,125,166 1,122,647

เศรษฐกิจ[แก้]

ในปี พ.ศ. 2558 จังหวัดชัยภูมิมีขนาดเศรษฐกิจหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในจังหวัด 53,278 ล้านบาท มีผลิตภัณฑ์มวลรวมเฉลี่ยต่อคนต่อปี 55,665 ต่อคนต่อปี อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 2.9 และคาดว่าในปี พ.ศ. 2559 จังหวัดชัยภูมิจะมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในจังหวัด 60,248 ล้านบาท หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมเฉลี่ยต่อคนต่อปี 63,079 บาทต่อคนต่อปี หรือมีอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 13.1 (รายงานประมาณการเศรษฐกิจจังหวัดชัยภูมิ ฉบับที่ 3/2560)

  • สำหรับแหล่งที่ตั้งสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรม พิจารณาจากความหนาแน่นของโรงงาน ขนาดเงินลงทุน และจำนวนการจ้างงาน ได้แก่
    • (1) อำเภอเมือง เป็นพื้นที่ที่มีโรงงานตั้งอยู่หนาแน่นมากเป็นอันดับ 1 และมีจำนวนการจ้างงานสูงเป็นอันดับ 2 ของจังหวัดชัยภูมิ
    • (2) อำเภอจัตุรัส มีจำนวนโรงงานตั้งอยู่หนาแน่นเป็นอันดับ 2 มีจำนวนการจ้างแรงงานสูงเป็นอันดับ 1 ของจังหวัด และมีเงินทุนภาคอุตสาหกรรมสูงเป็นอันดับที่ 2 ของจังหวัดชัยภูมิ การจ้างแรงงานที่สูงเป็นอันดับ 1 ของจังหวัดเป็นการจ้างงานในประเภทอุตสาหกรรมสิ่งทอ
    • (3) อำเภอแก้งคร้อ เป็นแหล่งที่ตั้งสำคัญของกลุ่มอุตสาหกรรมถักทอ การตัดเย็บเสื้อผ้า เป็นพื้นที่ที่มีการจ้างแรงงานสูงเป็นอันดับ 3 ของจังหวัดชัยภูมิ
    • (4) อำเภอภูเขียว เป็นแหล่งที่ตั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเกษตร (น้ำตาลทราย) ผลิตเอทานอล การผลิตกระแสไฟฟ้า และการผลิต PARTICLE BOARD มีเงินทุนภาคอุตสาหกรรมสูงเป็นอันดับที่ 1 ของจังหวัดชัยภูมิ
    • (5) อำเภอบำเหน็จณรงค์และอำเภอหนองบัวระเหว เป็นแหล่งที่ตั้งสำคัญของอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง อำเภอบำเหน็จณรงค์ เป็นแหล่งที่ตั้งเหมืองโปแตชของโครงการอาเซียน
    • ส่วนในพื้นที่ของอำเภอที่เหลือ คือ คอนสวรรค์ บ้านเขว้า เกษตรสมบูรณ์ หนองบัวแดง เทพสถิต บ้านแท่น คอนสาร ภักดีชุมพล เนินสง่า และอำเภอซับใหญ่ แม้สถานภาพปัจจุบันจะบ่งชี้ว่ามีธุรกรรมอุตสาหกรรมตั้งอยู่เบาบาง แต่มีหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพในการส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ที่เข้มข้น เช่น การผลิตผลิตภัณฑ์ผ้าไหม สิ่งถักทอ ในอำเภอคอนสวรรค์ บ้านเขว้า เนินสง่า เทพสถิต
    • ที่มา : สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ

การลงทุนอุตสาหกรรมในจังหวัดชัยภูมิ[แก้]

การจ้างงานมีจำนวนคนงานทั้งสิ้น 23,623 คน อำเภอที่มีการจ้างงานมากที่สุดคือ อำเภอจัตุรัส 7,801 คน รองลงมาคือ อำเภอเมืองชัยภูมิ 4,269 คน อำเภอแก้งคร้อ 3,704 คน อำเภอเกษตรสมบูรณ์ 2,274 คน อำเภอภูเขียว 1,557 คน ตามลำดับ ประเภทอุตสาหกรรมที่จ้างงานมากที่สุดคือ อุตสาหกรรมสิ่งทอ มีข้อมูลในทำเนียบโรงงานทั้งสิ้น 32 โรงงงาน มีการจ้างงานทั้งสิ้น 17,917 คน คิดเป็นร้อยละ 75.84 ของแรงงานทั้งหมด

  • สำหรับแหล่งที่ตั้งสำคัญของโรงงานอุตสาหกรรม พิจารณาจากความหนาแน่นของโรงงาน ขนาดเงินลงทุน และจำนวนการจ้างงาน ได้แก่
    • (1) อำเภอเมือง เป็นพื้นที่ที่มีโรงงานตั้งอยู่หนาแน่นมากเป็นอันดับ 1 และมีจำนวนการจ้างงานสูงเป็นอันดับ 2 ของจังหวัดชัยภูมิ
    • (2) อำเภอจัตุรัส มีจำนวนโรงงานตั้งอยู่หนาแน่นเป็นอันดับ 2 มีจำนวนการจ้างแรงงานสูงเป็นอันดับ 1 ของจังหวัด และมีเงินทุนภาคอุตสาหกรรมสูงเป็นอันดับที่ 2 ของจังหวัดชัยภูมิ การจ้างแรงงานที่สูงเป็นอันดับ 1 ของจังหวัดเป็นการจ้างงานในประเภทอุตสาหกรรมสิ่งทอ
    • (3) อำเภอแก้งคร้อ เป็นแหล่งที่ตั้งสำคัญของกลุ่มอุตสาหกรรมถักทอ การตัดเย็บเสื้อผ้า เป็นพื้นที่ที่มีการจ้างแรงงานสูงเป็นอันดับ 3 ของจังหวัดชัยภูมิ
    • (4) อำเภอภูเขียว เป็นแหล่งที่ตั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเกษตร (น้ำตาลทราย) ผลิตเอทานอล การผลิตกระแสไฟฟ้า และการผลิต PARTICLE BOARD มีเงินทุนภาคอุตสาหกรรมสูงเป็นอันดับที่ 1 ของจังหวัดชัยภูมิ
    • (5) อำเภอบำเหน็จณรงค์และอำเภอหนองบัวระเหว เป็นแหล่งที่ตั้งสำคัญของอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง อำเภอบำเหน็จณรงค์ เป็นแหล่งที่ตั้งเหมืองโปแตชของโครงการอาเซียน
    • ส่วนในพื้นที่ของอำเภอที่เหลือ คือ คอนสวรรค์ บ้านเขว้า เกษตรสมบูรณ์ หนองบัวแดง เทพสถิต บ้านแท่น คอนสาร ภักดีชุมพล เนินสง่า และอำเภอซับใหญ่ แม้สถานภาพปัจจุบันจะบ่งชี้ว่ามีธุรกรรมอุตสาหกรรมตั้งอยู่เบาบาง แต่มีหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพในการส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ที่เข้มข้น เช่น การผลิตผลิตภัณฑ์ผ้าไหม สิ่งถักทอ ในอำเภอคอนสวรรค์ บ้านเขว้า เนินสง่า เทพสถิต
    • ที่มา : สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

แหล่งท่องเที่ยว[แก้]

พระประธาน700ปีวัดเจดีย์

อุทยาน[แก้]

ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติทั้งภูเขาและป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เป็น1ใน5จังหวัด(5จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ;จังหวัดนครราชสีมา-แม่น้ำมูล-ลำมูลบน-ลำตะคอง,จังหวัดชัยภูมิ-แม่น้ำชี-ลำน้ำพรม-ลำน้ำเซิน,จังหวัดเลย-แม่น้ำเลย-ลำน้ำพอง-แม่น้ำเหือง,จังหวัดอุดรธานี-แม่น้ำสงคราม-แม่น้ำปาว-ลำน้ำห้วยหลวงและจังหวัดสกลนคร-แม่น้ำสงคราม-ลำน้ำพุง-ลำน้ำก่ำ) ที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอุทยานแห่งชาติ/เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่สำคัญดังนี้
  1. อุทยานแห่งชาติตาดโตน ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ที่ตำบลนาฝาย อำเภอเมืองชัยภูมิ
  2. อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยต้อน อำเภอเมืองชัยภูมิ
  3. อุทยานแห่งชาติไทรทอง ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ที่ตำบลวังตะเฆ่ อำเภอหนองบัวระเหว
  4. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ที่อำเภอเทพสถิต
  5. อุทยานแห่งชาติน้ำพอง ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านผือ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น (ขอนแก่น-ชัยภูมิ)
  6. อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ที่อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ (เพชรบูรณ์-ชัยภูมิ)
  7. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ตั้งอยูที่ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร
  8. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่ ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ตั้งอยูที่ตำบลตะเบาะ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ (เพชรบูรณ์-ชัยภูมิ)

สวนสาธารณะ/สวนพฤกษศาสตร์[แก้]

  1. สวนพฤกษศาสตร์สวนรุกขชาติน้ำผุดทัพลาว
  2. สวนพฤกษศาสตร์สวนรุกชาติ100ปี กรมป่าไม้(ภูกุ้มข้าว)ชัยภูมิ

จำนวนผู้มาเยี่ยมเยือน[แก้]

จังหวัดชัยภูมิมีจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนในปี พ.ศ. 2559 จำนวน 1,505,718 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ซึ่งมีจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือน 1,418,833 คน รวมทั้งสิ้น 86,885 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.12 และมีรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2559 จำนวน 1,639.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2558 ซึ่งมีรายได้จากการท่องเที่ยว 1,467.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.95 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 11.71 มีจำนวนห้องพัก 2,612 ห้อง จำนวนผู้เข้าพักแรม 744,179 คน มีอัตราการเข้าพักร้อยละ 54.44

บุคคลสำคัญชาวชัยภูมิ[แก้]

พระเถระ[แก้]

เจ้าอาวาสวัดชัยสามหมอ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ

เจ้าอาวาสวัดชัยภูมิพิทักษ์ เจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ

เจ้าอาวาสวัดศรีแก้งคร้อ

พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต

ผู้ว่าราชการจังหวัด[แก้]

นักแสดง[แก้]

นักมวย[แก้]

นักร้อง[แก้]

นักจัดรายการวิทยุ[แก้]

นักเขียน[แก้]

นักกีฬา[แก้]

นักการเมือง[แก้]

ศาสนสถานที่สำคัญ[แก้]

ปรางค์กู่ ชัยภูมิ.jpg

ภาษา[แก้]

จังหวัดชัยภูมิมีประชากรที่สืบเชื้อสายต่างๆอาศัยปะปนกันอยู่ จึงทำให้จังหวัดชัยภูมิมีภาษาที่ใช้แตกต่างกัน ซึ่งมีภาษาไทยเป็นภาษาราชการ โดยสามารถแยกได้เป็น 5 ภาษาหลัก ดังนี้
  • ภาษาลาวสำเนียงเวียงจันทน์ เป็นภาษาที่ใช้มากที่สุดในจังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากเวียงจันทน์ โดยพบการใช้ทุกอำเภอ ซึ่งปัจจุบันภาษาดังกล่าวมีการปะปนสำเนียงทั้งจากโคราช ภาษาไทย และภาษาล้านนา จึงทำให้มีสำเนียงที่แตกต่างออกไปจากเดิม เช่น หากจะใช้คำว่า "งู" ภาษาอีสานจะออกเสียง "งู้" ส่วนภาษานี้จะออกเสียง "งู๊" อีกทั้งยังมีคำว่า "เมือบ้าน" ที่เป็นภาษาอีสานทั่วไป แต่ภาษานี้จะใช้ว่า "กับบ้าน" ส่วนคำว่าขนมจีน จะใช้คำว่า "ขนมเส่น" ไม่ใช้คำว่า "ข้าวปุ้น" และ "ซกเล็ก"ในที่นี้ หมายถึง ส้มตำใส่ขนมจีน มิได้หมายถึง ลาบเลือด เป็นต้น โดยแถบที่ยังคงรักษาสำเนียงเดิมไว้ได้มากที่สุดอยู่ที่แถบอำเภอเกษตรสมบูรณ์ และภูเขียว
  • ภาษาลาวสำเนียงหลวงพระบาง เป็นภาษาเดียวกันที่ใช้ในแถบจังหวัดเลย และแขวงหลวงพระบาง ประเทศลาว ซึ่งภาษานี้เป็นภาษาหลักของอำเภอคอนสาร และมีกระจัดกระจายแถบอำเภอภูเขียว และเกษตรสมบูรณ์
  • ภาษาไทโคราช ใช้มากในแถบอำเภอทางตอนล่างของจังหวัด ได้แก่ อำเภอจัตุรัส อำเภอเทพสถิต อำเภอบำเหน็จณรงค์ อำเภอเนินสง่า และบางส่วนในแถบอำเภอเมือง เช่น ตำบลบ้านค่าย และบ้านโนนพันชาติ ตำบลโนนสะอาด อำเภอคอนสวรรค์ เป็นต้น
  • ภาษาญัฮกุร เป็นภาษามอญโบราณ (ชาวบน) ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์เก่าแก่ และเป็นมอญโบราณเผ่าสุดท้าย ซึ่งหากเทียบกับจังหวัดอื่นที่มีชนกลุ่มนี้อาศัยอยู่ จังหวัดชัยภูมิถือว่ามีมากที่สุด โดยพบได้ที่ บ้านน้ำลาด หมู่ที่ 4 ตำบลนายางกลัก อำเภอเทพสถิต นอกจากนี้ยังมีที่บ้านวังกำแพง ในอำเภอบ้านเขว้า ที่บ้านท่าโป่ง บ้านห้วยแย้ ในอำเภอหนองบัวระเหว ที่บ้านสะพานหิน บ้านสะพานยาง ในอำเภอเทพสถิต
  • ภาษาไทใต้ หรือ ภาษาอีสาน มีการใช้บางหมู่บ้าน โดยส่วนใหญ่จะกระจัดกระจายอยู่กับคนเชื้อสายเวียงจันทน์ในแถบอำเภอแก้งคร้อ และอำเภอคอนสวรรค์
นอกจากนี้ จังหวัดชัยภูมิยังมีกลุ่มชนต่าง ๆ เช่น ชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวไทยเชื้อสายแขก ที่กระจายไปตามเมืองใหญ่ๆต่างๆของจังหวัด ทั้งยังมีชาวภูไท ที่ปะปนอยู่กับชาวคอนสารอีกด้วย และมีชาวไทยวน ไทพวน ที่พบเป็นส่วนน้อย

ภาษาชัยภูมิน่ารู้[แก้]

ภาษาชัยภูมิ
ความหมาย
1. ขนมเส่น ขนมจีน
2. จอนฟอน พงพอน
3. โสก ทางน้ำที่ไหลจากที่สูง
4. พ่อส้น , แม่ส้น , พ่อตู้ , แม่ตู้ ชายหญิงผู้อาวุโส คนแก่ชรา
5. หมากกอ มะละกอ
6.ทางกง ทางตรง
7.คนทางนอก , ส่วย คนที่อยู่นอกเขตจังหวัดของตน
8. กะเตียว ดอกกระเจียว
9. ซ่อน ช้อน
10.หมากเยาป่า สบู่แดง
11.น้ำซับ น้ำที่ผุดจากตาน้ำ
12. เฮิง เรียง
13.ต้อด เขยิบนิดหนึ่ง
14. ตู้ด เขยิบออกไปอีก
15. โจก แก้ว
16. กั้งจ้อง กางร่ม
17.โต๋ , เจ้า เธอ
18.ข้าเจ้า , เพิ่น , เลา พวกเขา,เขา
19. สัน,เฮา,ข้อย ฉัน
20.เข่าเหนียว , เข่าหนึ่ง ข้าวเหนียว

วัฒนธรรม และประเพณี[แก้]

ด้วยประชากรที่หลากหลาย จังหวัดชัยภูมิจึงมีวัฒนธรรมประเพณีที่เกิดจากการผสมผสานกันระหว่างชุมชน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัด โดยมีประเพณีที่มีหนึ่งเดียวในโลกที่สามอย่าง ดังนี้
  • ประเพณีการแห่นาคโหด จัดอยู่ที่ วัดตาแขก บ้านโนนเสลา ตำบลหนองตูม อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เป็นประเพณีที่เป็นบททดสอบความอดทนของบุตรชาย เพื่อทดแทนพระคุณของมารดา ที่ต้องทนอยู่ไฟ และเลี้ยงดูบุตรจนเติบใหญ่ โดยจะจัดงานบวชเป็นหมู่ ในช่วงเดือนหกตามจันทรคติของไทย ซึ่งชาวบ้านจะหามนาคที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ พร้อมกับโยน และเขย่าแคร่ไม้ไผ่อย่างรุนแรงเดินรอบหมู่บ้าน กันอย่างสนุกสนาน เพื่อทดสอบความอดทน และความตั้งใจของนาคที่อยู่บนแคร่ เพื่อจะบวชทดแทนคุณบิดามารดา
  • ประเพณีงานบุญกระธูป อำเภอหนองบัวแดง เป็นประเพณีที่จัดในช่วงของวันออกพรรษา ในอดีตแต่ก่อนประเพณีออกพรรษา ชาวบ้านจะร่วมแรงร่วมใจกันสร้างกระธูปโดยจะตีเกราะเคาะขอลอให้ชาวบ้านออกไปรวมตัว ณ จุดนัดหมาย (อาจเป็นศาลากลางบ้านหรือบ้านผู้ใหญ่บ้าน) หนุ่มสาวตื่นเต้นมากในการไปพันกระธูป ซึ่งกว่าจะเป็นกระธูปจุดได้ต้องผ่านกระบวนการยาวนานพอสมควรเพราะไม่ใช้กระธูปหรือธูปที่วางขายตามท้องตลาด แต่เกิดมาจากการขยี้เอามาจากกาบมะพร้าวจนร่วงออกมาราวผง แล้วพันด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์หุ้มอีกทีด้วยกระดาษสีหรือกระดาษหลากสีสัน ก่อนที่จะนำเข้าไปมัดกับดาวก้านตาล (สานจากใบตาลหรือใบลาน) จากนั้นจึงนำไปมัดห้อยกับก้านธูปที่เป็นเสมือนคันเบ็ด ทำไว้มากๆเสร็จแล้วจึงนำเข้าไปเสียบเข้าไปรูรอบปล้องไม้ไผ่ทำเป็นชั้นขึ้นไปเหมือนฉัตร ประดับตกแต่งงดงามก่อนที่จะนำออกมาจุดในวันเวียนเทียนออกพรรษา และในปัจจุบันประเพณีบุญกระธูปได้เป็นอัตลักษณ์ของอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ
  • ประเพณีการตีคลีไฟ หรือการละเล่นตีคลีไฟ ถือเป็นกีฬาโบราณการละเล่นพื้นบ้านของชาวบ้านหนองเขื่อง ต.กุดตุ้ม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ มาช้านานกว่า 100 ปี กีฬานี้สูญหายมาจนถึงช่วงปี 2546 ได้มีกลุ่มคณาจารย์ ผู้ใหญ่บ้าน วัดและได้กลับมาให้ความสนใจภูมิปัญญาของชาวบ้านดั่งเดิมให้กลับมาฟื้นคืนขึ้นอีกครั้ง ได้มีการริเริ่มอนุรักษ์กีฬาโบราณตีคลีไฟมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการละเล่นในช่วงวันออกพรรษา และหน้าหนาวของทุกปี
นอกจากนี้ยังมีประเพณีในช่วงเทศกาลที่สำคัญต่างๆ เช่น
  • งานเจ้าพ่อพระยาแล และงานกาชาด
  • งานบุญเดือนหก
  • งานบุญเดือนสี่ประเพณีไทคอนสาร
  • งานส้มโอบ้านแท่น
  • งานพระไกรสิงหนาท
อีกทั้งยังมีงานเทศกาลที่เกิดขึ้นจากบทเพลงรำวงของวงสุนทราภรณ์ ชื่อว่า "สาวบ้านแต้" เมื่อ 60 ปีก่อน คือ งานสืบสานตำนานสาวบ้านแต้ จัดที่อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งในบทเพลงกล่าวถึงสาวบ้านแต้ขี่รถจักรยานไปเกษตรสมบูรณ์ ซึ่งบ้านแต้นั้นคือ บ้านหนองแต้ หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านยาง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ โดยเริ่มจัดเมื่อเดือนกันยายน ปีพุ.ศ.2559 ซึ่งเป็นงานเทศกาลใหม่ของจังหวัดชัยภูมิ   

สถาบันการศึกษา[แก้]

ระดับอุดมศึกษา[แก้]

สถาบันอุดมศึกษารัฐ[แก้]

สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ[แก้]

สถาบันอุดมศึกษาในกำกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา[แก้]

สถาบันอุดมศึกษาในกำกับกระทรวงสาธารณสุข[แก้]

สถาบันอุดมศึกษาในกำกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา[แก้]

ระดับอาชีวศึกษา[แก้]

ประเภทรัฐบาล[แก้]

ประเภทเอกชน[แก้]

ระดับมัธยมศึกษา[แก้]

ระดับอนุบาล/ประถมศึกษา[แก้]

เขื่อนที่สำคัญ[แก้]

แหล่งน้ำที่สำคัญ[แก้]

สนามกีฬาสำคัญ[แก้]

  1. สนามกีฬากลาง จังหวัดชัยภูมิ
  2. สนามกีฬา สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตชัยภูมิ
  3. ศูนย์กีฬาครบวงจร มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
  4. โรงยิมสิริวัณวรี
  5. สนามกีฬาเทศบาลเมืองชัยภูมิ
  6. สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลตำบลจัตุรัส

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_59.pdf 2558. สืบค้น 14 พฤศจิกายน 2560.
  3. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: .pdf http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_59.pdf 2559. สืบค้น 19 สิงหาคม 2560.
  4. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: .pdf http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_58.pdf 2558. สืบค้น 1 มีนาคม 2559.
  5. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_57.pdf 2558. สืบค้น 1 มีนาคม 2558.
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักทะเบียนกลาง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเนกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖, เล่ม ๑๓๑, ตอน ๔๑ ง , ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗, หน้า ๑
  7. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat55.html 2555. สืบค้น 3 เมษายน 2556.
  8. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/y_stat54.html 2555. สืบค้น 6 เมษายน 2555.
  9. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.dopa.go.th/stat/y_stat53.html 2553. สืบค้น 30 มกราคม 2554.
  10. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552."203.113.86.149/stat/y_stat.htmlสืบค้น 30 มีนาคม 2553
  11. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/stat/y_stat51.html 2552. สืบค้น 30 มกราคม 2552.
  12. [http://www.nesdb.go.th
  13. http://www.mots.go.th/more_news.php?cid=438&filename=index

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 15°48′N 102°02′E / 15.8°N 102.04°E / 15.8; 102.04