ข้ามไปเนื้อหา

เครือเจริญโภคภัณฑ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เครือเจริญโภคภัณฑ์
ประเภทบริษัทจำกัด
อุตสาหกรรมธุรกิจเกษตร อุตสาหกรรม และอาหาร
ก่อตั้งพ.ศ. 2464 (อายุ 105 ปี)
สำนักงานใหญ่313 อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก
บุคลากรหลัก
รายได้82,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (พ.ศ. 2563)
พนักงาน
450,000
เว็บไซต์www.cpgroupglobal.com

บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (อังกฤษ: Charoen Pokphand Group Co., Ltd.) หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อย่อว่า ซีพี (อังกฤษ: CP) เป็นกลุ่มธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และนับเป็นหนึ่งในกลุ่มทุนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยเริ่มต้นจากการประกอบธุรกิจค้าขายเมล็ดพันธุ์พืช ก่อนจะขยายกิจการเข้าสู่ภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารอย่างเต็มรูปแบบ ธุรกิจหลักของเครืออยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทลูกคือ เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและปศุสัตว์ระดับโลก โดยมีรายได้รวม 116.5 พันล้านบาท และกำไรสุทธิ 6.747 พันล้านบาท จากข้อมูลเมื่อ พ.ศ. 2548[1]

นอกจากธุรกิจด้านการเกษตรและอาหารแล้ว เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังได้ขยายตัวอย่างกว้างขวางไปสู่ภาคธุรกิจอื่น ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกผ่านบริษัทลูกในเครือ เช่น เซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งมีจำนวนสาขามากที่สุดในประเทศ และโลตัส ซึ่งเป็นเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ รวมถึงการเข้าซื้อกิจการของแม็คโคร ซึ่งทำให้เครือเจริญโภคภัณฑ์ครอบคลุมทั้งภาคค้าส่งและค้าปลีกทั่วประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าถึงผู้บริโภคทุกระดับรายได้ ทำให้กลุ่มซีพีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดรูปแบบการบริโภคของสังคมไทย

ในขณะเดียวกัน เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังมีบทบาทในภาคธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม ผ่านบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการด้านโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงรายใหญ่ของไทย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เครือเจริญโภคภัณฑ์สามารถบูรณาการธุรกิจของตนในหลากหลายสาขาเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศจีน เวียดนาม อินเดีย และประเทศอื่น ๆ การขยายตัวในลักษณะนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงศักยภาพทางธุรกิจของกลุ่มทุนไทยในระดับโลกเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างระหว่างรัฐและทุนภายในประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในทางรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์การเมืองอย่างมากในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา

ประวัติ

[แก้]

เจริญโภคภัณฑ์เริ่มต้นการทำธุรกิจขึ้นในปี พ.ศ. 2464 เมื่อเจี่ย เอ็กชอ และเจี่ย เซี่ยวฮุย เปิดร้านจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผักชื่อ "เจียไต้จึง" จากนั้นอีกประมาณ 30 ปีถัดมา จึงขยายกิจการจากไปสู่ธุรกิจอาหารสัตว์ ในปี พ.ศ. 2507 ธนินท์ เจียรวนนท์ ออกจากบริษัทสหสามัคคีค้าสัตว์ แล้วกลับมาทำงานที่เจริญโภคภัณฑ์เมื่ออายุ 25 ปี ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป จากนั้นจึงนำมาสู่การเลี้ยงไก่เนื้อในโรงเรือนเป็นครั้งแรก ขยายสู่เครือข่ายเลี้ยงไก่แบบค้ำประกันรายได้ และโรงงานผลิตอาหารสัตว์ที่ใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อมาในปี พ.ศ. 2519 ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด เพื่อเป็นศูนย์กลางของการขยายกิจการในเครือ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ปัจจุบันเครือเจริญโภคภัณฑ์ มีธุรกิจครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม และมีตราสินค้าที่คุ้นเคยกับคนไทยเป็นอย่างดี เช่น[2]

  • ธุรกิจการเกษตร มีบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) กำกับดูแลการจัดจำหน่ายอาหารพร้อมทาน ผลิตภัณฑ์เจียไต๋ หรือ ข้าวตราฉัตร
  • ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง ทั้ง เซเว่น อีเลฟเว่น, ซีพี แอ็กซ์ตร้า และล่าสุดเข้าซื้อโลตัสในประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของซีพี ออลล์
  • ธุรกิจสื่อสาร มีตราสินค้า True ประกอบธุรกิจให้บริการทั้งเครือข่ายมือถือ โทรทัศน์ และออนไลน์ ภายใต้การกำกับดูแลของทรู คอร์ปอเรชั่น
  • ธุรกิจยานยนต์ จับมือกับค่ายจีนทำตลาดแบรนด์ MG ในไทย
  • ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ มีระบบจ่ายเงิน True Money และเว็บไซต์ We Love Shopping
  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผ่านบริษัท ซี.พี.แลนด์
  • ธุรกิจการเงิน มีบริษัทประกันผิงอัน ในประเทศจีน

นอกจากนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังส่งบริษัทในเครือจำนวน 4 บริษัทเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยประกอบไปด้วย

บริษัทลูก

[แก้]

กลุ่มการเกษตรและอาหาร

[แก้]

เครือเจริญโภคภัณฑ์ประกอบธุรกิจทางด้านเกษตรและอาหารหลายชนิดมีตั้งแต่ ซื้อขายพืชไร่, ฟาร์มไก่พันธุ์, เป็ดพันธุ์, หมู, กุ้ง, ปลาทับทิม, โรงงานแปรรูปอาหาร, โรงงานอาหารสัตว์ ผ่านทางบริษัทลูก ๆ ซึ่งมีอยู่กระจายทั่วประเทศไทย และในต่างประเทศบางแห่ง โดยเฉพาะในประเทศจีน มีบริษัท ดังนี้

รายได้ 17,456 ล้านบาท กำไร 1,249 ล้านบาท ธุรกิจ เมล็ดพันธุ์พืช และปุ๋ย

รายได้ ไม่มีข้อมูล กำไร ไม่มีข้อมูล ธุรกิจ ผลิตและค้าขายวัตถุดิบอาหารสัตว์

รายได้ 464,465 ล้านบาท กำไร 14,703 ล้านบาท ธุรกิจ เกษตรอุตสาหกรรมแบบครบวงจร,ผลิตภัณฑ์อาหารตรา CP, ไส้กรอกตรา BKP, นมตรา MEIJI, ร้านอาหาร CHESTER'S GRILL และอืน ๆ

รายได้ 12,717 ล้านบาท กำไร 16.65 ล้านบาท ธุรกิจ การค้าระหว่างประเทศ,นำเข้า และ ส่งออก

รายได้ 15,123 ล้านบาท กำไร 28.52 ล้านบาท ธุรกิจ ผลิตข้าว และผลิตภัณฑ์ข้าวตราฉัตร

กลุ่มการสื่อสารและโทรคมนาคม

[แก้]

มีบริษัทในเครือดังนี้

- ทรูออนไลน์ รายได้ 28,300 ล้านบาท กำไร 3,704 ล้านบาท ธุรกิจ บริการด้านอินเทอร์เน็ต

- ทรูมูฟเอช รายได้ 93,876 ล้านบาท ขาดทุน 4,878 ล้านบาท ธุรกิจ บริการด้านโทรศัพท์มือถือ

- ทรูวิชั่นส์ รายได้ 12,406 ล้านบาท ขาดทุน 1,375 ล้านบาท ธุรกิจ บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก

- ธุรกิจอื่น ร้านกาแฟ : ทรูคอฟฟี่ และอื่น ๆ

กลุ่มการค้าปลีกและค้าส่ง

[แก้]

รายได้ 434,712 ล้านบาท กำไร 16,677 ล้านบาท ธุรกิจ มีดังนี้

- ร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น

- ร้านขนมปัง Bellinee's Bake&Brew

รายได้ 50,328 ล้านบาท ขาดทุน 2,638 ล้านบาท ธุรกิจ ประกอบธุรกิจห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ต ในประเทศจีน ในชื่อ LOTUS และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง

รายได้ 172,790 ล้านบาท กำไร 5,412 ล้านบาท ธุรกิจ ค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ในชื่อ CPAXT

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์

[แก้]

รายได้ 2,803 ล้านบาท กำไร 534 ล้านบาท ธุรกิจ พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของอาคาร ซีพีทาวเวอร์ ศูนย์การค้าฟอร์จูน ทาวน์ ผู้ร่วมทุน ไอคอนสยาม

กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกและบรรจุภัณฑ์

[แก้]

รายได้ - ล้านบาท กำไร - ล้านบาท ธุรกิจ อุตสาหกรรมพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ (อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์ท่อพลาสติก แผ่นพลาสติก บรรจุภัณฑ์พลาสติก แกนกระดาษ ผ้าใยสังเคราะห์ ฯลฯ เป็นธุรกิจอีกกลุ่มหนึ่งที่มีบริษัทลูกอีกมากมายทั้งในและต่างประเทศ ในชื่อ CPPC


เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังมีบริษัทอื่น ๆ อีกมากมาย รวมแล้วเครือเจริญโภคภัณฑ์จะมีรายได้ทั้งหมด รายได้ 5,527,711 ล้านบาท กำไร 420,000 ล้านบาท

กิจการร่วมค้า

[แก้]

เครือเจริญโภคภัณฑ์มีกิจการร่วมค้า (joint-venture) กับบริษัทจากต่างประเทศดังนี้

การลงทุนหรือร่วมทุนในต่างประเทศ

[แก้]

พม่า

[แก้]

เครือเจริญโภคภัณฑ์ ลงทุนด้านเกษตรกรรมในพม่ามาตั้งแต่ปี 2540 ดำเนินธุรกิจในพม่า คือ การส่งเสริมการเพาะปลูก พืชไร่ ได้แก่ ข้าวโพด การเพาะเลี้ยงสัตว์บก ได้แก่ การเลี้ยงไก่ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้แก่การทำฟาร์มกุ้ง และการทำอาหารสัตว์ [4]

จีน

[แก้]

ในปี 1997 เครือซีพีมีการลงทุนใน บริษัท โลตัส เซี่ยงไฮ้ ซุปเปอร์เซ็นเตอร์เชนสโตร์ จำกัด เปิดห้างซูเปอร์มาร์เก็ต CP Lotus แห่งแรกในเขตผู่ตง ซึ่งมีจำนวน 77 สาขาทั่วประเทศจีน[5] และในปี 2002 เปิด Super Brand Mall ซึ่งกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมือง นอกนี้ยังมี บริษัท ซีพีจี โอเวอร์ซี จำกัด หรือ เจิ้งต้ากรุ๊ป ซึ่งเป็นชื่อชาวจีนรู้จัก CP ในนามเจิ้งต้ากรุ๊ป เพื่อเข้าไปร่วมถือหุ้น เช่น บริษัท ผิงอัน อินชัวรันส์ จำกัด (ประเทศจีน) ซึ่งเป็นบริษัทประกันที่ใหญ่ที่สุดของจีน โดย CP เข้าไปถือหุ้นสัดส่วน 15.6% เมื่อปี 2556 ใช้วงเงินสูงถึง 280,000 ล้านบาท "ท่สุภกิต-ศุภชัย ทายาทรุ่น 3 ขับเคลื่อนธุรกิจ CP ศตวรรษที่ 2". Business Leader - ผู้นำธุรกิจ. สืบค้นเมื่อ 2024-03-21. เครือซีพียังร่วมทุนกับ SAIC Motor ผลิตยานยนต์ภายใต้แบรนด์ SAIC Motor-CP มีกำลังผลิตปีละ 100,000 คัน และวางแผนขยายการส่งออกแบรนด์ MG ไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อ้างอิง

[แก้]
  1. Company Highlights เก็บถาวร 2006-09-23 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (เข้าถึงเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2006).
  2. "ประวัติเครือโภคเจริญภัณฑ์". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-02-13. สืบค้นเมื่อ 2021-02-03.
  3. "ข่าวจากเว็บไซต์ Siam Future". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2006-05-18. สืบค้นเมื่อ 2006-08-04.
  4. ธุรกิจที่ประเทศพม่า
  5. ธุรกิจที่ประเทศจีน

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]