ตราประจำจังหวัดของไทย
หน้าตา
ตราประจำจังหวัดของไทย มีพัฒนาการมาจากตราประจำตำแหน่งของเจ้าเมืองในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และตราประจำธงประจำกองลูกเสือ 14 มณฑล ในสมัยรัชกาลที่ 6 - 7 ในสมัยที่จอมพลแปลก พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น รัฐบาลได้กำหนดให้แต่ละจังหวัดมีตราประจำจังหวัดของตนเองใช้เมื่อ พ.ศ. 2483 โดยกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบตราตามแนวคิดที่แต่ละจังหวัดกำหนดไว้ ปัจจุบัน เมื่อมีการตั้งจังหวัดขึ้นใหม่ ก็จะมีการออกแบบตราประจำจังหวัดด้วยเสมอ แต่ตราของบางจังหวัดที่ใช้อยู่นั้นบางตราก็ไม่ใช่ตราที่กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบ บางจังหวัดก็เปลี่ยนไปใช้ตราประจำจังหวัดเป็นแบบอื่นเสียก็มี บางที่ลักษณะของตราก็เพี้ยนไปจากลักษณะที่กรมศิลปากรออกแบบไว้ แต่ยังคงลักษณะหลัก ๆ ของตราเดิมไว้อยู่บ้างก็มี
ตราประจำจังหวัด
[แก้]ภาคเหนือ
[แก้]| จังหวัด | ภาพตรา | เริ่มใช้งาน | คำอธิบาย | ตราอื่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| จังหวัดเชียงราย | พ.ศ. 2483 | รูปช้างสีขาวกับเมฆ ลายที่ขอบตรามีรูปนาคเกี้ยว | ตราประจำจังหวัดรูปนี้จะเป็นตราแบบขาวดำ | ||
| จังหวัดเชียงใหม่ | พ.ศ. 2483 | รูปช้างเผือกยืนอยู่ในเรือนแก้ว | ตรานี้เป็นตราเดิมในธงประจำกองลูกเสือมณฑลพายัพ | ||
| จังหวัดน่าน | พ.ศ. 2483 | รูปพระธาตุแช่แห้งบนหลังโคอุสุภราช | มีแถบป้ายชื่อจังหวัดอยู่ด้วย | ||
| จังหวัดพะเยา | พ.ศ. 2520 | รูปพระเจ้าตนหลวงวัดศรีโคมคำ ประทับเหนือกว๊านพะเยา มีช่อรวงข้าวประดับอยู่สองข้าง เบื้องบนมีลายกนกเปลว 7 ลายลอยอยู่ | |||
| จังหวัดแพร่ | พ.ศ. 2483 | รูปพระธาตุช่อแฮบนหลังม้าแก้วมหาพลอัศวราช | แบบที่ทางจังหวัดเลือกใช้ในทางราชการปัจจุบันมีการเพิ่มแถบป้ายชื่อจังหวัดและตราพระครุฑพ่าห์ | ||
| จังหวัดแม่ฮ่องสอน | พ.ศ. 2483 | รูปช้างเล่นน้ำ | |||
| จังหวัดลำปาง | พ.ศ. 2483 | รูปไก่ ยืนอยู่ในประตูมณฑปวัดพระธาตุลำปางหลวง | |||
| จังหวัดลำพูน | พ.ศ. 2483 | รูปพระบรมธาตุหริภุญไชย | |||
| จังหวัดอุตรดิตถ์ | พ.ศ. 2483 | รูปมณฑปประดิษฐานพระแท่นศิลาอาสน์ มีลวดลายกนกประกอบ | เป็นรูปอีกแบบหนึ่ง แต่ไม่มีคำอธิบายชื่อจังหวัดและตราพระครุฑพ่าห์ |
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
[แก้]| จังหวัด | ภาพตรา | เริ่มใช้งาน | คำอธิบาย | ตราอื่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| จังหวัดกาฬสินธุ์ | พ.ศ. 2490 | รูปติณชาติ (หญ้า) กาฬสินธุ์ (บึงน้ำสีดำ) ภูเขา และเมฆ | |||
| จังหวัดขอนแก่น | พ.ศ. 2483 | รูปพระเจดีย์ก่อไว้บนตอไม้ หมายถึง พระธาตุขามแก่น | |||
| จังหวัดชัยภูมิ | พ.ศ. 2483 | รูปธงสามชายอันเป็นธงชัยประจำกองทัพสมัยโบราณ | |||
| จังหวัดนครพนม | พ.ศ. 2483 | รูปพระธาตุพนม | |||
| จังหวัดนครราชสีมา | พ.ศ. 2483 | รูปอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีหน้าประตูชุมพล | |||
| จังหวัดบึงกาฬ | พ.ศ. 2554 | รูปภูทอก บึงโขงหลง และต้นไม้[1] | |||
| จังหวัดบุรีรัมย์ | พ.ศ. 2483 | รูปเทพยดาฟ้อนรำหน้าปราสาทหินพนมรุ้ง | |||
| จังหวัดมหาสารคาม | พ.ศ. 2483 | รูปทุ่งนาและต้นรัง มาจากชื่อเมืองมหาสาลคาม แปลว่า หมู่บ้านต้นรังใหญ่ มีที่มาจากที่ตั้งเมืองอันมีชื่อเดิมว่า บ้านลาดกุดยางใหญ่ หรือบ้านลาดกุดนางใย ซึ่งภายหลังสะกดเพี้ยนมาเป็นมหาสารคามในปัจจุบัน | |||
| จังหวัดมุกดาหาร | พ.ศ. 2525 | รูปปราสาทสองนางสถิต ประดิษฐานแก้วมุกดาหาร | ตรานี้กรมศิลปากรไม่ได้เป็นผู้ออกแบบ | ||
| จังหวัดยโสธร | พ.ศ. 2515 | รูปพระธาตุอานนท์ พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองในวัดมหาธาตุ มีสิงห์ขนาบสองข้าง มาจากชื่อที่ตั้งเมืองเมื่อแรกสร้างคือบ้านสิงห์ท่า รูปดอกบัวบานหมายถึงจังหวัดยโสธรแยกมาจากจังหวัดอุบลราชธานี รัศมีบนยอดแปดแฉกหมายถึงอำเภอทั้งแปดของจังหวัด | |||
| จังหวัดร้อยเอ็ด | พ.ศ. 2545 | รูปศาลหลักเมืองบนเกาะกลางบึงพลาญชัย เบื้องหลังเป็นรูปพระมหาเจดีย์ชัยมงคล โดยมีกรอบวงกลมเป็นรูปรวงข้าวล้อมรอบ | เดิมตราประจำจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งกรมศิลปากรออกแบบไว้มีเพียงรูปศาลหลักเมืองบนเกาะกลางบึงพลาญชัยเท่านั้น ส่วนตราปัจจุบันซึ่งประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ พ.ศ. 2547 เป็นผลงานออกแบบโดยนายรังสรรค์ ต้นทัพไทย | ||
| จังหวัดเลย | พ.ศ. 2483 | รูปพระธาตุศรีสองรัก เบื้องหลังเป็นทิวเขา | |||
| จังหวัดศรีสะเกษ | พ.ศ. 2512 | รูปปรางค์กู่ มีดอกลำดวน 6 กลีบรองรับอยู่เบื้องล่าง | ตราปราสาทพระวิหาร ตราประจำจังหวัดศรีสะเกษระหว่าง พ.ศ. 2483 - 2512 ต่อมาได้เปลี่ยนตราใหม่ เพราะไทยเสียปราสาทเขาพระวิหารให้กัมพูชาตามคำตัดสินของศาลโลกเมื่อ พ.ศ. 2505 การจะใช้ตราเดิมต่อไปจึงเป็นการไม่สมควร | ||
| จังหวัดสกลนคร | พ.ศ. 2483 | รูปพระธาตุเชิงชุม หน้าหนองหานหลวงและดอนสวรรค์ | |||
| จังหวัดสุรินทร์ | พ.ศ. 2483 | รูปพระอินทร์ประทับบนแท่นศีรษะช้างเอราวัณ หน้าปราสาทหินศีขรภูมิ | เดิมเรียกปราสาทหินศีขรภูมิว่าปราสาทหินบ้านระแงง | ||
| จังหวัดหนองคาย | พ.ศ. 2483 | รูปกอไผ่ริมหนองน้ำ | |||
| จังหวัดหนองบัวลำภู | พ.ศ. 2537 | รูปพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชประทับยืนหน้าศาล เบื้องหลังเป็นหนองบัวลำภู | ในระยะแรก ตราที่ทางจังหวัดออกแบบเองมีเฉพาะรูปศาลสมเด็จพระนเรศวรในวงกลมเท่านั้น | ||
| จังหวัดอุดรธานี | พ.ศ. 2483 | รูปท้าวเวสสุวัณหรือท้าวกุเวร เทพเจ้าประจำทิศเหนือ | ตรานี้เป็นตราเดิมในธงประจำกองลูกเสือมณฑลอุดร | ||
| จังหวัดอุบลราชธานี | พ.ศ. 2483 | รูปดอกบัวบานชูช่อพ้นน้ำ | |||
| จังหวัดอำนาจเจริญ | พ.ศ. 2537 | รูปพระมงคลมิ่งเมือง พระพุทธรูปสำคัญประจำจังหวัด | ก่อนหน้านี้ทางจังหวัดใช้ตราอีกแบบหนึ่ง แต่มีลักษณะคล้ายตราในปัจจุบัน |
ภาคกลาง
[แก้]| เขตการปกครอง/จังหวัด | ภาพตรา | เริ่มใช้งาน | คำอธิบาย | ตราอื่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| กรุงเทพมหานคร | พ.ศ. 2516 | รูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ พระหัตถ์ซ้ายทรงขอช้าง พระหัตถ์ขวาทรงวชิราวุธ ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของพระอินทร์ ตรานี้กรมศิลปากรออกแบบโดยอาศัยภาพเขียนฝีพระหัตถ์ของสมเด็จกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นต้นแบบ เริ่มใช้ในปี พ.ศ. 2516 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พ.ศ. 2482 ฉบับที่ 60 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2516 (สมัยเมื่อยังเป็นจังหวัดพระนครนั้นใช้ตราพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทเป็นตราประจำจังหวัด)[2] | ตรานี้เคยใช้เป็นตราเทศบาลนครหลวงกรุงเทพธนบุรี โดยข้อความที่อยู่เหนือรูปพระอินทร์ทรงช้างนั้นเป็นคำว่า "เทศบาลนครหลวง" | ||
| จังหวัดกำแพงเพชร | พ.ศ. 2483 | รูปกำแพงเมืองมีใบเสมาประดับเพชร | |||
| จังหวัดชัยนาท | พ.ศ. 2483 | รูปธรรมจักรหน้าภูเขา ซึ่งหมายเอาได้ทั้งเขาสรรพยาและเขาธรรมามูล | แบบที่จังหวัดใช้ในปัจจุบัน เพิ่มตราครุฑไว้ที่ส่วนล่างของตราด้วย | ||
| จังหวัดนครนายก | พ.ศ. 2547 | รูปช้างชูรวงข้าว | ตราประจำจังหวัดนครนายกแบบเดิม เป็นรูปช้างชูรวงข้าว เบื้องหลังเป็นลอมฟาง วันที่ประกาศใช้ดวงตราแบบปัจจุบันอ้างอิงตามราชกิจจานุเบกษา | ||
| จังหวัดนครปฐม | พ.ศ. 2483 | รูปพระปฐมเจดีย์ ประดับด้วยเครื่องหมายเลข 4 ไทยในพระมหาพิชัยมงกุฎ | ตรานี้เป็นตราเดิมในธงประจำกองลูกเสือมณฑลนครชัยศรี | ||
| จังหวัดนครสวรรค์ | พ.ศ. 2483 | รูปวิมาน 3 ยอด | ตรานี้ดัดแปลงจากตราในธงประจำกองลูกเสือ มณฑลนครสวรรค์ | ||
| จังหวัดนนทบุรี | พ.ศ. 2483 | รูปหม้อน้ำดินเผาลายวิจิตร หมายถึง ชาวจังหวัดนนทบุรีมีอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผาซึ่งมีชื่อเสียงมาช้านาน | |||
| จังหวัดปทุมธานี | พ.ศ. 2483 | รูปบัวหลวงและช่อรวงข้าวชูช่อเหนือน้ำ | ตราที่จังหวัดใช้ในปัจจุบันเขียนขึ้นใหม่ โดยเพิ่มแถบชื่อจังหวัดไว้ที่ส่วนล่างของตรา | ||
| จังหวัดพระนครศรีอยุธยา | พ.ศ. 2483 | รูปสังข์ทักษิณาวัตร ประดิษฐานบนพานแว่นฟ้าในปราสาทใต้ต้นหมัน | ตรานี้เป็นตราเดิมในธงประจำกองลูกเสือมณฑลอยุธยา | ||
| จังหวัดพิจิตร | พ.ศ. 2483 | รูปต้นโพธิ์ริมสระหลวง | |||
| จังหวัดพิษณุโลก | พ.ศ. 2514 | รูปพระพุทธชินราช พระคู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก | เดิมกรมศิลปากรออกแบบให้ใช้ตราพระเจดีย์จุฬามณีอยู่เหนือลูกโลก 3 ลูก โดยหมายเอานามเมืองพิษณุโลกเป็นหลักในการผูกตรา | ||
| จังหวัดเพชรบูรณ์ | พ.ศ. 2483 | รูปเพชรกับภูเขาและไร่ยาสูบ | |||
| จังหวัดลพบุรี | พ.ศ. 2483 | รูปพระนารายณ์สี่กร ประทับยืนหน้าพระปรางค์สามยอด | |||
| จังหวัดสมุทรปราการ | พ.ศ. 2483 | รูปพระสมุทรเจดีย์ | |||
| จังหวัดสมุทรสงคราม | พ.ศ. 2483 | รูปกลองลอยน้ำ | |||
| จังหวัดสมุทรสาคร | พ.ศ. 2483 | รูปสำเภาจีนในแม่น้ำท่าจีน | |||
| จังหวัดสระบุรี | พ.ศ. 2483 | รูปมณฑปพระพุทธบาทสระบุรี | ตรานี้เขียนขึ้นจากภาพถ่ายจริงของมณฑปพระพุทธบาทสระบุรี ภายหลังมีการปรับปรุงรายละเอียดดวงตราเพิ่มเติมตามภูมิทัศน์จริงที่เปลี่ยนแปลงไป และประกาศบังคับใช้ในราชกิจจานุเบกษาเป็นหลักฐานในปี พ.ศ. 2564 | ||
| จังหวัดสิงห์บุรี | พ.ศ. 2547 | รูปอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจันในวงกลม ขอบวงกลมเป็นแถบสีธงชาติ[3] | เดิมทางจังหวัดใช้ตรารูปค่ายบางระจัน | ||
| จังหวัดสุโขทัย | พ.ศ. 2483 | รูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราชประทับบนพระแท่นมนังคศิลาอาสน์ | |||
| จังหวัดสุพรรณบุรี | พ.ศ. 2483 | รูปการทำยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชมังกะยอชวาที่ตำบลหนองสาหร่าย เมื่อ พ.ศ. 2135 | |||
| จังหวัดอ่างทอง | พ.ศ. 2483 | รูปรวงข้าวในอ่างน้ำสีทอง | |||
| จังหวัดอุทัยธานี | พ.ศ. 2523 | รูปศาลสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก เบื้องหลังคือเขาสะแกกรัง | เดิมจังหวัดใช้ตราเขาปฐวีและพระอาทิตย์อุทัย |
ภาคตะวันออก
[แก้]| จังหวัด | ภาพตรา | เริ่มใช้งาน | คำอธิบาย | ตราอื่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| จังหวัดจันทบุรี | พ.ศ. 2483 | รูปกระต่ายในดวงจันทร์ | ตรานี้เป็นตราเดิมในธงประจำกองลูกเสือมณฑลจันทบุรี | ||
| จังหวัดฉะเชิงเทรา | พ.ศ. 2550 | รูปพระอุโบสถหลังใหม่วัดโสธรวรารามวรวิหาร | ตราเดิมเป็นรูปพระอุโบสถหลังเก่าของวัดโสธรวรารามวรวิหาร | ||
| จังหวัดชลบุรี | พ.ศ. 2483 | รูปเขาสามมุก ริมทะเลอ่าวไทย | |||
| จังหวัดตราด | พ.ศ. 2529 | รูปโป๊ะ เรือใบ และเกาะช้าง | เดิมจังหวัดใช้ตรารูปเรือรบหลวงเพื่อเป็นอนุสรณ์ในยุทธนาวีเกาะช้าง | ||
| จังหวัดปราจีนบุรี | พ.ศ. 2483 | รูปต้นพระศรีมหาโพธิ์ | |||
| จังหวัดระยอง | พ.ศ. 2483 | รูปพลับพลาที่ประทับของรัชกาลที่ 5 บนเกาะเสม็ด | |||
| จังหวัดสระแก้ว | พ.ศ. 2536 | รูปพระพุทธรูปปางสรงสรีระ ประทับยืนบนดอกบัว ด้านหลังเป็นภาพพระอาทิตย์ยามรุ่ง ตอนกลางเป็นภาพปราสาทเขาน้อยสีชมพู | ตรานี้กรมศิลปากรไม่ได้เป็นผู้ออกแบบ |
ภาคตะวันตก
[แก้]| จังหวัด | ภาพตรา | เริ่มใช้งาน | คำอธิบาย | ตราอื่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| จังหวัดกาญจนบุรี | พ.ศ. 2483 | รูปด่านพระเจดีย์สามองค์ | แบบที่จังหวัดใช้อยู่ในปัจจุบันมีการเพิ่มชื่อจังหวัดทั้งอักษรไทยและอักษรโรมันไว้ที่ขอบภาพด้วย | ||
| จังหวัดตาก | พ.ศ. 2483 | รูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงหลั่งทักษิโณทกเหนือคอช้าง | |||
| จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ | พ.ศ. 2483 | รูปพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ และมีภาพเกาะหลักอยู่เบื้องหลัง | แบบที่จังหวัดใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นรูปแบบที่มีการปรับเปลี่ยนสีพื้นหลังของตราให้เป็นสีแดงล้วน โดยองค์ประกอบของตราเป็นสีทองทั้งหมด | ||
| จังหวัดเพชรบุรี | พ.ศ. 2483 | รูปทุ่งนา ต้นตาลโตนด และพระนครคีรีหรือเขาวัง | |||
| จังหวัดราชบุรี | 9 มิถุนายน พ.ศ. 2509 | รูปเครื่องราชกกุธภัณฑ์ 2 ชนิด คือ ฉลองพระบาทเชิงงอนและพระแสงขรรค์ชัยศรี | ก่อนหน้านี้ทางจังหวัดใช้ตรารูปเขางู มีงูล้อมรอบ ส่วนรูปฉลองพระบาทในดวงตราแบบปัจจุบันมีที่มาจากตราในธงประจำกองลูกเสือมณฑลราชบุรี |
ภาคใต้
[แก้]| จังหวัด | ภาพตรา | เริ่มใช้งาน | คำอธิบาย | ตราอื่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| จังหวัดกระบี่ | พ.ศ. 2483 | รูปกระบี่ไขว้ เบื้องหลังเป็นรูปภูเขาและทะเล | |||
| จังหวัดชุมพร | พ.ศ. 2483 | รูปเทวสตรียืนประทานพรหน้าค่าย มีต้นมะเดื่อขนาบอยู่ 2 ข้าง[4] | |||
| จังหวัดตรัง | พ.ศ. 2483 | รูปกระโจมไฟ ท่าเรือ และลูกคลื่นในท้องทะเล | |||
| จังหวัดนครศรีธรรมราช | พ.ศ. 2483 | รูปพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช มีตรา 12 นักษัตรล้อมรอบ. ทั้ง 12 นักษัตรเป็นตัวแทนของ 12 เมืองนักษัตรหรือนครรัฐซึ่งเคยเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรนครศรีธรรมราช | |||
| จังหวัดนราธิวาส | พ.ศ. 2520 | รูปเรือกอและกางใบแล่นรับลมเต็มที่ ภายในใบเรือเป็นรูปช้างเผือกทรงเครื่องคชาภรณ์ รูปช้างนั้นหมายถึงพระศรีนรารัฐราชกิริณีฯ ช้างสำคัญซึ่งจังหวัดนราธิวาสได้น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อ พ.ศ. 2520 | จังหวัดนราธิวาสได้เปลี่ยนแปลงตรามาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกใช้ตรารูปใบเรือขึงอยู่บนพื้น ภายในมีภาพกริชคดและพญานาคอยู่ เบื้องหลังเป็นรูปอาทิตย์อุทัย ต่อมาเปลี่ยนเป็นรูปคนงานกรีดยางพารา | ||
| จังหวัดปัตตานี | พ.ศ. 2483 | รูปปืนใหญ่ศรีปัตตานีหรือนางพญาตานี | |||
| จังหวัดพังงา | พ.ศ. 2547 | รูปเรือขุดเหมือง เขารูปช้าง และเกาะตาปู | ตราประจำจังหวัดพังงาแบบเดิมไม่มีรูปเกาะตาปู ภาพตราแบบปัจจุบันเป็นแบบที่ได้รับการปรับปรุงและประกาศให้ใช้เป็นเครื่องหมายราชการตามประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อ พ.ศ. 2547 | ||
| จังหวัดพัทลุง | พ.ศ. 2483 | รูปเขาอกทะลุ | |||
| จังหวัดภูเก็ต | พ.ศ. 2528 | รูปอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร วาดจากของจริง | ตราเดิมที่กรมศิลปากรออกแบบไว้เป็นรูปสองวีรสตรี คือ ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรยืนถือดาบ เบื้องหลังเป็นภาพเกาะถลาง | ||
| จังหวัดยะลา | พ.ศ. 2483 | รูปคนงานทำเหมืองดีบุก | |||
| จังหวัดระนอง | พ.ศ. 2483 | รูปปราสาทตั้งอยู่บนภูเขา มีรูปเลข 5 ไทย ประดิษฐานอยู่บนพานแว่นฟ้า | |||
| จังหวัดสงขลา | พ.ศ. 2483 | รูปขอนสังข์วางอยู่บนพานแว่นฟ้า | ตรานี้เป็นตราเดิมในธงประจำกองลูกเสือมณฑลนครศรีธรรมราช แต่ข้อมูลของทางจังหวัดกล่าวถึงที่มาของตราประจำจังหวัดนี้ว่า เดิมตราสังข์เคยใช้เป็นตรากระดุมฉลองพระองค์ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ต่อมากรมศิลปากรจึงได้ออกแบบตราสังข์ใช้เป็นเครื่องหมายประจำจังหวัดสงขลา | ||
| จังหวัดสตูล | พ.ศ. 2483 | รูปพระสมุทรเทวาประทับนั่งบนแท่นหิน เบื้องหลังเป็นพระอาทิตย์อัสดง ดวงตรานี้ใช้ทั่วไปของสำนักงานจังหวัด | รูปพระสมุทรเทวาประทับนั่งบนแท่นหิน เบื้องหลังเป็นพระอาทิตย์อัสดง ดวงตรานี้ออกแบบโดยกรมศิลปากร | ||
| จังหวัดสุราษฎร์ธานี | พ.ศ. 2483 | รูปพระบรมธาตุไชยา |
ตราประจำจังหวัดในอดีต
[แก้]| จังหวัด | ภาพตรา | การใช้งาน | คำอธิบาย | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| จังหวัดธนบุรี | พ.ศ. 2483-2514 | รูปพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร | ||
| จังหวัดพระนคร | พ.ศ. 2483-2514 | รูปพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท | ||
| จังหวัดนครจัมปาศักดิ์ | ลิงก์ไปยังภาพ | พ.ศ. 2484-2489 | รูปปราสาทวัดภู | ในหนังสือ "ตราประจำจังหวัด" ซึ่งกรมศิลปากรจัดพิมพ์ เมื่อปี พ.ศ. 2542 มิได้ตีพิมพ์ภาพตราดังกล่าวประกอบไว้ มีเพียงข้อความบรรยายลักษณะตราเท่านั้น |
| จังหวัดพระตะบอง | พ.ศ. 2484-2489 | รูปพระยาโคตรบองเงื้อกระบองทำท่าจะขว้าง | ||
| จังหวัดพิบูลสงคราม | พ.ศ. 2484-2489 | รูปอนุสาวรีย์ไก่กางปีก | ||
| จังหวัดลานช้าง | พ.ศ. 2484-2489 | รูปโขลงช้างยืนอยู่กลางลานกว้าง |
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ "เว็บไซต์สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-09-03. สืบค้นเมื่อ 2011-11-09.
- ↑ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายราชการ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช ๒๔๘๒ (ฉบับที่ ๖๐)
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-06-13. สืบค้นเมื่อ 2007-03-19.
- ↑ Sērī ʻUnyūang (2543). Chumphō̜n. Khrōngkān thinthān bān rao. ʻOngkān Khā khō̜ng Khurusaphā (Thailand) (Phim khrang thī 1 ed.). Krung Thēp: ʻOngkānkhā khō̜ng Khurusaphā. ISBN 978-974-256-833-7.
บรรณานุกรม
[แก้]- ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายราชการ ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช 2482 (ฉบับที่ 214) เก็บถาวร 2007-09-30 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน [ว่าด้วยการกำหนดเครื่องหมายราชการประจำจังหวัด 75 จังหวัด]
- กรมศิลปากร. ตราประจำจังหวัด. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2542.


















