จังหวัดบุรีรัมย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ บุรีรัมย์ (แก้ความกำกวม)
จังหวัดบุรีรัมย์
ตราประจำจังหวัดบุรีรัมย์
ตราประจำจังหวัด
เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ
ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม เลิศล้ำเมืองกีฬา
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย บุรีรัมย์
อักษรโรมัน Buri Ram
ผู้ว่าราชการ อนุสรณ์ แก้วกังวาล
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2559)
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 10,322.885 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 17)
ประชากร 1,591,905 คน[2] (พ.ศ. 2560)
(อันดับที่ 5)
ความหนาแน่น 153.50 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 27)
ISO 3166-2 TH-31
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
ต้นไม้ แปะ,กาฬพฤกษ์
ดอกไม้ สุพรรณิการ์
สัตว์น้ำ กุ้งฝอยน้ำจืดชนิด Macrobrachium lanchesteri
ศาลากลางจังหวัด
ที่ตั้ง ภายในศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เลขที่ 1159 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 226 ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000[3]
โทรศัพท์ (+66) 0 4461 1342
เว็บไซต์ จังหวัดบุรีรัมย์
แผนที่
 
ประเทศมาเลเซียประเทศพม่าประเทศลาวประเทศเวียดนามประเทศกัมพูชาจังหวัดนราธิวาสจังหวัดยะลาจังหวัดปัตตานีจังหวัดสงขลาจังหวัดสตูลจังหวัดตรังจังหวัดพัทลุงจังหวัดกระบี่จังหวัดภูเก็ตจังหวัดพังงาจังหวัดนครศรีธรรมราชจังหวัดสุราษฎร์ธานีจังหวัดระนองจังหวัดชุมพรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จังหวัดเพชรบุรีจังหวัดราชบุรีจังหวัดสมุทรสงครามจังหวัดสมุทรสาครกรุงเทพมหานครจังหวัดสมุทรปราการจังหวัดฉะเชิงเทราจังหวัดชลบุรีจังหวัดระยองจังหวัดจันทบุรีจังหวัดตราดจังหวัดสระแก้วจังหวัดปราจีนบุรีจังหวัดนครนายกจังหวัดปทุมธานีจังหวัดนนทบุรีจังหวัดนครปฐมจังหวัดกาญจนบุรีจังหวัดสุพรรณบุรีจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจังหวัดอ่างทองจังหวัดสิงห์บุรีจังหวัดสระบุรีจังหวัดลพบุรีจังหวัดนครราชสีมาจังหวัดบุรีรัมย์จังหวัดสุรินทร์จังหวัดศรีสะเกษจังหวัดอุบลราชธานีจังหวัดอุทัยธานีจังหวัดชัยนาทจังหวัดอำนาจเจริญจังหวัดยโสธรจังหวัดร้อยเอ็ดจังหวัดมหาสารคามจังหวัดขอนแก่นจังหวัดชัยภูมิจังหวัดเพชรบูรณ์จังหวัดนครสวรรค์จังหวัดพิจิตรจังหวัดกำแพงเพชรจังหวัดตากจังหวัดมุกดาหารจังหวัดกาฬสินธุ์จังหวัดเลยจังหวัดหนองบัวลำภูจังหวัดหนองคายจังหวัดอุดรธานีจังหวัดบึงกาฬจังหวัดสกลนครจังหวัดนครพนมจังหวัดพิษณุโลกจังหวัดอุตรดิตถ์จังหวัดสุโขทัยจังหวัดน่านจังหวัดพะเยาจังหวัดแพร่จังหวัดเชียงรายจังหวัดลำปางจังหวัดลำพูนจังหวัดเชียงใหม่จังหวัดแม่ฮ่องสอนแผนที่ประเทศไทย จังหวัดบุรีรัมย์เน้นสีแดง
เกี่ยวกับภาพนี้

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับที่ 5 รองจากกรุงเทพมหานคร จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดขอนแก่น และมีพื้นที่กว้างเป็นอันดับที่ 17 ของประเทศไทย

ประวัติ[แก้]

บุรีรัมย์เป็นเมืองแห่งความรื่นรมย์ตามความหมายของชื่อเมืองที่น่าอยู่สำหรับคนในท้องถิ่นและเป็นเมืองที่น่ามาเยือนสำหรับคนต่างถิ่น เมืองปราสาทหินในเขตจังหวัดบุรีรัมย์มากมีไปด้วย ปราสาทหินใหญ่น้อย อันหมายถึงความรุ่งเรืองมาแต่อดีต จากการศึกษาของนักโบราณคดีพบหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยทราวดีและที่สำคัญที่สุดพบกระจายอยู่ทั่วไปในจังหวัดบุรีรัมย์มากคือ หลักฐานทางวัฒนธรรมของเขมรโบราณ ซึ่งมีทั้งปราสาทอิฐ และปราสาทหินเป็นจำนวนมากกว่า 60 แห่ง รวมทั้งได้พบแหล่งโบราณคดีที่สำคัญคือเตาเผา ภาชนะดินเผา และภาชนะดินเผาแบบที่เรียกว่าเครื่องถ้วยเขมร ซึ่งกำหนดอายุได้ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึง 18 อยู่ทั่วไปและพระพุทธรูปมหาปรัชญาปารมิตตา หลังจากสมัยของวัฒนธรรมขอมหรือเขมรโบราณ แล้วหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มมีขึ้นอีกครั้งตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยปรากฏชื่อว่าเป็นเมืองเก่าและปรากฏชื่อต่อมาในสมัยกรุงธนบุรีถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ว่าบุรีรัมย์มีฐานะเป็นเมือง ๆ หนึ่ง และรู้จักในนามเมืองแปะจนถึง พ.ศ. 2476 ได้มีการจัดระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคใหม่ จึงได้ชื่อเป็นจังหวัดบุรีรัมย์มาจนถึงปัจจุบันนี้ชื่อเมืองบุรีรัมย์ ไม่ปรากฏในเอกสารประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาและธนบุรีเฉพาะชื่อเมืองอื่น ซึ่งปัจจุบันเป็นอำเภอในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้แก่ เมืองนางรอง เมืองพุทไธสง และเมืองประโคนชัย พ.ศ. 2319

รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรี กรมการเมืองนครราชสีมา มีใบยอกเข้ามาว่า พระยานางรองคบคิดเป็น กบฏร่วมกับเจ้าโอ เจ้าอิน และอุปฮาดเมืองจำปาศักดิ์ จึงโปรดให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อยังดำรงคำแหน่ง เจ้าพระยาจักรีเป็นแม่ทัพไปปราบจับตัวพระยานางรองประหารชีวิตและสมทบเจ้าพระยาสุรสีห์ (สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท) คุมกองทัพหัวเมืองฝ่ายเหนือยกไปตีเมือง จำปาศักดิ์ เมืองโขง และเมืองอัตตะปือ ได้ทั้ง 3 เมือง ประหารชีวิต เจ้าโอ เจ้าอิน อุปฮาด เมืองจำปาศักดิ์ แล้วเกลี้ยกล่อมเมืองต่าง ๆ ใกล้เคียงให้สวามิภักดิ์ ได้แก่ เขมรป่าดง ตะลุง สุรินทร์ สังขะ และเมืองขุขันธ์ รวบรวมผู้คนตั้งเมืองขึ้นในเขตขอม เรียกว่า เมืองแปะ แต่งตั้งบุรีรัมย์ และให้บุตรเจ้าเมืองผไทสมันต์แห่งพุทธไธสงเป็นเจ้าเมืองคนแรก

ต่อมาประมาณ พ.ศ. 2440-2441 เมืองบุรีรัมย์ได้กลับไปขึ้นกับมณฑลนครราชสีมาเรียกว่า"บริเวณนางรอง" ประกอบด้วย เมืองบุรีรัมย์ นางรอง รัตนบุรี ประโคนชัย และพุทไธสง พ.ศ. 2442 มีประกาศเปลี่ยนชื่อ ในคราวนี้เปลี่ยนชื่อ บริเวณนางรองเป็น "เมืองนางรอง"มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ตั้งที่ว่าการอยู่ที่เมืองบุรีรัมย์ แต่ตราตำแหน่งเป็นตราผู้ว่าการนางรอง กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น "บุรีรัมย์" และเปลี่ยนตราตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการเมืองบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2444 เป็นต้นมา

พ.ศ. 2450 กระทรวงมหาดไทยปรับปรุงหัวเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้มณฑลนครราชสีมาประกอบด้วย 3 เมือง 17 อำเภอ คือเมืองนครราชสีมา 10 อำเภอ เมืองชัยภูมิ 3 อำเภอ และเมืองบุรีรัมย์ 4 อำเภอ คือ

ต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 ขึ้น ยุบมณฑลนครราชสีมา จัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคออกเป็นจังหวัดและอำเภอ เมืองบุรีรัมย์จึงมีฐานะเป็น จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ภูมิศาสตร์[แก้]

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

เขตระหว่างจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดนครราชสีมา

จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของประเทศไทย ระหว่างเส้นรุ้งที่ 14 องศา 15 ลิปดาเหนือกับ 15 องศา 45 ลิปดาเหนือ เส้นแวงที่ 102 องศา 30 ลิปดากับ 103 องศา 45 ลิปดาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพมหานครโดยทางรถยนต์ประมาณ 412 กิโลเมตร ทางรถไฟประมาณ 376 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดและประเทศใกล้เคียงดังนี้

จังหวัดบุรีรัมย์ มีเนื้อที่รวม 10,322,885 ตารางกิโลเมตร หรือ 6,451,178,125 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 6.11 ของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 2.01 ของพื้นที่ประเทศ

ภูมิประเทศ[แก้]

ภาพเมืองบุรีรัมย์

สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง พื้นที่ลาดจากทิศใต้ลงไปทิศเหนือ พื้นที่มีลักษณะเป็นลูกคลื่นน้อยเป็นที่ราบขั้นบันไดช่องเขาเกิดจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อประมาณเก้าแสนถึงหนึ่งล้านปีเศษ ทำให้จังหวัดบุรีรัมย์มีลักษณะภูมิประเทศที่สำคัญคือ

  1. พื้นที่สูงและภูเขาทางตอนใต้
  2. พื้นที่ลูกคลื่นลอนตื้นตอนกลางของจังหวัด
  3. พื้นที่ราบลุ่มตอนเหนือริมฝั่งแม่น้ำมูล

ภูมิอากาศ[แก้]

ภูมิอากาศในจังหวัดบุรีรัมย์ มีอยู่ 3 ฤดู คือ

  • ฤดูร้อน ปลายเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม มีอุณหภูมิสูงสุด 36 องศาเซลเซียส ในเดือนเมษายน
  • ฤดูฝน เดือนมิถุนายน - กันยายน เนื่องจากมีเทือกเขาพนมดงรักขวางกั้นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จึงได้รับปริมาณน้ำฝนไม่มากนัก
  • ฤดูหนาว เริ่มประมาณเดือนตุลาคม - มกราคม มีอากาศหนาว และแห้งแล้ง อุณหภูมิต่ำสุด 11 องศาเซลเซียส
ข้อมูลภูมิอากาศของจังหวัดบุรีรัมย์
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 31.67
(89.01)
34.02
(93.24)
36.02
(96.84)
36.45
(97.61)
33.87
(92.97)
34.35
(93.83)
33.60
(92.48)
33.07
(91.53)
32.57
(90.63)
31.25
(88.25)
30.52
(86.94)
29.77
(85.59)
33.10
(91.58)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) 17.65
(63.77)
20.10
(68.18)
22.65
(72.77)
24.47
(76.05)
24.50
(76.1)
24.80
(76.64)
24.37
(75.87)
24.17
(75.51)
24.22
(75.6)
23.32
(73.98)
20.87
(69.57)
18.30
(64.94)
22.45
(72.41)
หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) 0.07
(0.0028)
7.10
(0.2795)
42.02
(1.6543)
113.75
(4.4783)
241.87
(9.5224)
100.82
(3.9693)
176.10
(6.9331)
109.87
(4.3256)
288.90
(11.374)
177.50
(6.9882)
94.27
(3.7114)
6.00
(0.2362)
1,358.27
(53.4752)
วันที่มีหยาดน้ำฟ้าโดยเฉลี่ย 0 2 5 10 20 14 18 12 18 14 5 2 120
แหล่งที่มา: สถานีอุตุนิยมวิทยาอุทกบุรีรัมย์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

แหล่งน้ำ[แก้]

ที่ แหล่งน้ำ อำเภอ ความจุ (ล้านลูกบาศก์เมตร)
1 เขื่อนลำนางรอง โนนดินแดง 121
2 อ่างเก็บน้ำลำจังหัน ละหานทราย 36
3 อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด เมืองบุรีรัมย์ 27.8
4 อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก เมืองบุรีรัมย์ 27.2
5 อ่างเก็บน้ำลำปะเทีย ละหานทราย 25.4
6 อ่างเก็บน้ำห้วยยาง หนองกี่ 13.8
7 อ่างเก็บน้ำห้วยสวาย กระสัง 13.5
8 อ่างเก็บน้ำห้วยเมฆา บ้านกรวด 4.6
9 อ่างเก็บน้ำห้วยทะลอก นางรอง 3.5
10 ฝายกุดชุมแสง สตึก 3.0
11 อ่างเก็บน้ำคลองมะนาว โนนดินแดง 2.6
12 อ่างเก็บน้ำหนองตาหมู่ นางรอง 2.2
13 ฝายบ้านยางน้อย พุทไธสง 1.7
14 อ่างเก็บน้ำห้วยขี้หนู ลำปลายมาศ 1.5
15 อ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ ลำปลายมาศ 1.3
16 อ่างเก็บน้ำห้วยน้อย ลำปลายมาศ 1.2
17 ฝายบ้านไพศาล ประโคนชัย 1.2

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 23 อำเภอ 189 ตำบล 2,212 หมู่บ้าน ซึ่งอำเภอทั้ง 23 อำเภอมีดังนี้

แผนที่จังหวัดบุรีรัมย์
หมายเลข อำเภอ ประชากร
(พ.ศ. 2557)
พื้นที่
(ตร.กม.)
ความหนาแน่น
(คน/ตร.กม.)
รหัสไปรษณีย์
1 อำเภอเมืองบุรีรัมย์ 217,715 718.235 303.12 31000
2 อำเภอคูเมือง 67,420 442.000 152.53 31190
3 อำเภอกระสัง 104,949 652.700 160.79 31160
4 อำเภอนางรอง 112,641 769.800 146.32 31110
5 อำเภอหนองกี่ 69,992 385.000 181.79 31210
6 อำเภอละหานทราย 72,950 735.000 99.25 31170
7 อำเภอประโคนชัย 136,232 890.121 153.04 31140
8 อำเภอบ้านกรวด 76,052 583.900 130.24 31180
9 อำเภอพุทไธสง 46,738 330.000 141.63 31120
10 อำเภอลำปลายมาศ 134,274 802.500 167.31 31130
11 อำเภอสตึก 111,774 803.000 139.19 31150
12 อำเภอปะคำ 45,376 296.029 153.28 31220
13 อำเภอนาโพธิ์ 33,080 255.000 129.72 31230
14 อำเภอหนองหงส์ 49,987 335.000 149.21 31240
15 อำเภอพลับพลาชัย 44,293 306.670 144.43 31250
16 อำเภอห้วยราช 37,216 182.120 204.34 31000
17 อำเภอโนนสุวรรณ 24,974 189.630 131.69 31110
18 อำเภอชำนิ 34,825 242.000 143.90 31110
19 อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ 27,046 175.000 154.54 31120
20 อำเภอโนนดินแดง 28,120 448.000 62.76 31260
21 อำเภอบ้านด่าน 30,908 159.100 194.26 31000
22 อำเภอแคนดง 32,955 298.000 110.58 31150
23 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 40,128 349.690 114.75 31110, 31170
รวม 1,579,248 10,322.885 152.69

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

เทศบาลเมืองบุรีรัมย์
เทศบาลตำบลกระสัง

แบ่งออกเป็น 3 เทศบาลเมือง 59 เทศบาลตำบล 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด และ 146 องค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีรายชื่อเทศบาลดังนี้

อำเภอเมือง

อำเภอนางรอง

อำเภอคูเมือง

อำเภอกระสัง

อำเภอหนองกี่

อำเภอละหานทราย

อำเภอประโคนชัย

อำเภอบ้านกรวด

อำเภอพุทไธสง

อำเภอลำปลายมาศ

อำเภอสตึก

อำเภอปะคำ

อำเภอนาโพธิ์

อำเภอหนองหงส์

อำเภอพลับพลาชัย

อำเภอห้วยราช

อำเภอโนนสุวรรณ

อำเภอชำนิ

อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์

อำเภอโนนดินแดง

อำเภอบ้านด่าน

อำเภอแคนดง

อำเภอเฉลิมพระเกียรติ

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

อักษรย่อจังหวัด

บร

ตราประจำจังหวัด

เป็นรูปเทวดารำและปราสาทหิน

  • เทวดารำ หมายถึงดินแดนแห่งเทพเจ้าผู้สร้าง ผู้ปราบยุคเข็ญ และผู้ประสาทสุข
  • ท่ารำ หมายถึงความสำราญชื่นชมยินดี ซึ่งตรงกับพยางค์สุดท้ายของชื่อจังหวัด
  • ปราสาทหิน คือปราสาทเขาพนมรุ้งซึ่งมีกำแพงล้อมรอบ ภายในท้องพระโรงมีเทวสถาน
คำขวัญประจำจังหวัด

เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม เลิศล้ำเมืองกีฬา

คำขวัญประจำจังหวัดบุรีรัมย์
ความหมายของคำขวัญ
พันธุ์ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัด

ต้นกาฬพฤกษ์ (Cassia grandis)

ต้นไม้ประจำจังหวัด

ต้นแปะ (Vitex quinata)

ดอกไม้ประจำจังหวัด
ดอกสุพรรณิการ์

ดอกสุพรรณิการ์ (Cochlospermum regium)

สัตว์น้ำประจำจังหวัด

กุ้งฝอยน้ำจืดชนิด Macrobrachium lanchesteri

ธงประจำจังหวัด

ธงพื้นสีม่วง-แสด แบ่งครึ่งตามแนวตั้ง กลางธงมรตาเทพยดาฟ้อนรำหน้าปราสาทหินพนมรุ้ง

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

อำเภอเมืองบุรีรัมย์
  • ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ เป็นแหล่งเก็บรวบรวม และจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ อันมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งเป็นแหล่งที่จะค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณคดีและศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น ศูนย์แห่งนี้เปิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2536 เปิดให้เข้าชมได้ทุกวันในเวลาราชการ
พระบรมราชานุสาวรีย์
  • พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ ที่พสกนิกรชาวบุรีรัมย์ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แห่งผู้สถาปนาเมืองบุรีรัมย์ และเพื่อเป็นอนุสรณ์สักการะ รวมทั้งศูนย์รวมจิตใจที่แสดงถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และมหาจักรีบรมราชวงศ์
  • วนอุทยานเขากระโดง ตั้งอยู่ที่บ้านน้ำซับ ตำบลเสม็ด เคยเรียกกันว่า "พนมกระดอง" มีความหมายว่า "ภูเขากระดองเต่า" เพราะคล้ายกระดองเต่า ซึ่งต่อได้เรียกเพี้ยนเป็น "กระโดง" เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวบุรีรัมย์ และนักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมา บนยอดเขามีพระสุภัทรบพิตรประดิษฐาน พระพุทธรูปคู่เมืองบุรีรัมย์ เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐฉาบปูนขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 12 เมตร ฐานยาว 14 เมตร สร้างขึนเมื่อ พ.ศ. 2512 เดิมองค์พระเป็นสีขาว แต่เมื่อโดนแดดทำให้คล้ายสีดำ จึงแก้เป็นสีทอง นอกจากนั้นยังมีบันไดนาคราช พระพุทธบาทจำลอง ปราสาทเขากระโดง ปากปล่องภูเขาไฟ
  • อ่างเก็บน้ำเขากระโดง (อ่างเก็บน้ำวุฒิสวัสดิ์) บริเวณหน้าที่ทำการวนอุทยานเขากระโดง
  • อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ เป็นแหล่งดูนกน้ำแห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ มีพื้นที่ 4,434 ไร่ ซึ่งมีนกกระสาปากเหลือง เป็นนกที่มีค่าหายากอาศัยอยู่ นอกจากนี้ยังพบนกกระสาดำ นกกาบบัว นกอ้ายงั่ว เป็ดเทา และนกน้ำต่าง ๆ อีกมากมาย เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และสามารถปั่นจักรยานชมทัศนีย์ภาพรอบอ่างเก็บน้ำห้วยตลาดได้
  • อ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เป็นทะเลสาบน้ำจืด สร้างขึ้นเพื่อการชลประทานและการประปา มีพื้นที่ 3,876 ไร่ อยู่ใน ต.บ้านบัว ต.เสม็ด และ ต.สะแกโพรง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ มีไม้พื้นเมืองยืนต้นร่มรื่น มีทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพตามฤดูกาลมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากกว่า 170 ชนิด จึงเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เหมาะสำหรับการดูนกและพักผ่อน
  • โครงการชลประทานบุรีรัมย์ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เป็นทะเลสาบน้ำจืด สร้างขึ้นเพื่อการชลประทานและการประปา มีพื้นที่ 3,876 ไร่ อยู่ใน ต.บ้านบัว ต.เสม็ด และ ต.สะแกโพรง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ มีไม้พื้นเมืองยืนต้นร่มรื่น มีทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพตามฤดูกาลมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากกว่า 170 ชนิด จึงเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เหมาะสำหรับการดูนกและพักผ่อน ปัจจุบันเป็นแหล่งทดลองปล่อย นกกระเรียนพันธุ์ไทย ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน ในปัจจุบันบุรีรัมย์เป็นจังหวัดเดียวในไทยที่มีนกกระเรียนพันธุ์ไทยอาศัยอยู่ในธรรมชาติ
นิว ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม
  • ช้างอารีนา เป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีลู่วิ่งคั่นสนามและผ่านมาตรฐานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) สามารถจัดเกมการแข่งขันระดับชาติได้ เป็นสนามที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย ปัจจุบันเป็นสนามเหย้าของทีม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์
  • ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์
  • ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอรกิต เป็นสนามแข่งรถมาตรฐานสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ และเป็นสนามแข่งรถที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
  • บุรีรัมย์ คาสเซิ่ล เป็นแหล่งช็อปปิ้งแห่งใหม่ของบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ระหว่าง สนามนิวไอโมบายสเตเดี้ยมกับสนามแข่งขันช้าง อินเตอร์ เนชั่ลแนล เซอร์กิต มีปราสาทหินพนมรุ้งจำลอง สวนศิวะ 12 เป็นรูปปั้นกามสูตรทั้ง 12 และมีร้านค้าต่างๆเช่น แมคโดนัลล์ เคเอฟซี
อำเภอลำปลายมาศ
อำเภอหนองหงส์
อำเภอห้วยราช
อำเภอพุทไธสง
  • วัดศีรษะแรด (วัดหงส์) พระเจ้าใหญ่วัดหงส์เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ปางสมาธิ ขนาดหน้าตัก 1.6 เมตร สูง 2 เมตร สร้างด้วยศิลาแลง มีลักษณะของศิลปะพื้นเมืองปรากฏอยู่มาก ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดหงส์ หรือวัดศีรษะแรด ในอำเภอพุทไธสง ทุกปีในวันขึ้น 14 ค่ำ หรือวันแรม 1 ค่ำเดือน 3 จะจัดงานเฉลิมฉลองทุกปี มีชาวอำเภอพุทไธสง และจังหวัดต่าง ๆ ไปนมัสการกราบไหว้เป็นจำนวนมาก
  • วัดมณีจันทร์ ชมสิมโบราณที่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ มีภาพติดกระจกสีที่งดงาม มีเพียงแห่งเดียวในภาคอีสาน
  • วัดบรมคงคา ชมสิมโบราณ ศิลปะอีสาน มีภาพฮูปแต้มศิลปะอีสานที่งดงาม
  • หมู่บ้านท่องเที่ยวไหมหัวสะพาน หมู่บ้านท่องเที่ยว เรียนรู้การทอผ้าไหมครบวงจร
  • คูเมืองเมืองพุทไธสง และ บึงสระบัว คูเมืองเก่าสมัยทวารวดีอายุนับพันปี
  • อนุสาวรีย์พระยาเสนาสงคราม เจ้าเมืองพุทไธสงท่านแรก ประดิษฐานอยู่ ณ ที่ว่าการอำเภอพุทไธสง
อำเภอนาโพธิ์
  • หมู่บ้านทอผ้าไหมนาโพธิ์ ผ้าไหมที่อำเภอนาโพธิ์จะมีทั้งผ้าไหมพื้นไหมหางกระรอก ผ้าโสร่ง ผ้าขาวม้า และผ้ามัดหมี่ การทอผ้ามัดหมี่จะมีลายพื้นเมืองดั้งเดิม และลายที่ประยุกต์ขึ้นใหม่ ลักษณะเด่นของผ้าไหมบุรีรัมย์ คือเนื้อจะแน่น เส้นไหมละเอียด ถ้าเป็นผ้าไหมมัดหมี่ที่เป็นแบบพื้นเมืองดั้งเดิมจะนิยมใช้สีขรึม ๆ ไม่ฉูดฉาด
  • วัดท่าเรียบ มีสินโบราณ อายุนับร้อยปี ศิลปะแบบอีสาน มีภาพจิตรกรรมฝาผนังแบบอีสานหรือฮูปแต้ม
  • พระธาตุบ้านดู่ พระเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ อายุหลายร้อยปี
อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์
  • ปรางค์กู่สวนแตง เป็นเทวาลัยในศาสนาฮินดู สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 โดยได้รับอิทธิพลจากศิลปกรรมสมัยนครวัดเป็นโบราณสถานอีกแห่งที่ถูกวางระเบิดจนองค์ปรางค์พังทลายลงมาเพื่อโจรกรรม ชิ้นส่วนปราสาทไปขาย ภายหลังกรมศิลปากรได้บูรณะใหม่จนมีความสมบูรณ์ และประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2547

ลักษณะของกู่ประกอบด้วย ปรางค์อิฐ 3 องค์ ตั้งเรียงกันในแนวเหนือ-ใต้ บนฐานศิลาแลงเดียวกัน อาคารทั้งหมดหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูหน้าเพียงประตูเดียว อีก 3 ด้าน สลักเป็นประตูหลอก ปรางค์องค์กลางมีขนาดใหญ่และมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านหน้าทั้ง 3 ด้าน มีลักษณะยื่นออกมาและมีแผ่นศิลาทรายรองรับ ส่วนปรางค์อีกสององค์มีขนาดเล็กกว่าฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีประตูเดียวทางด้านหน้า เช่นกัน ส่วนผนังอีก 3 ด้าน ก่อเรียบทึบ สำหรับบนพื้นหน้าปรางค์มีส่วนประกอบสถาปัตยกรรมหินทรายอื่น ๆ ตกหล่นอยู่ เช่น ฐานบัว ยอดปรางค์ กลีบขนุน รูปนาค 6 เศียร อายุของกู่สวนแตงสามารถกำหนดได้จากทับหลังของปรางค์ ซึ่งปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร อยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 17 เนื่องจากภาพสลักบนทับหลังทั้งหมดมีลักษณะตรงกับศิลปะขอมแบบนครวัด ที่มีอายุอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว อาทิเช่น ทับหลังสลักภาพพระนารายณ์ตรีวิกรม (ตอนหนึ่งในวามนาวตารแสดงภาพพระนารายณ์ย่างพระบาท 3 ก้าว เหยียบโลกบาดาล โลกมนุษย์ และโลกสวรรค์) ทับหลังภาพศิวนาฎราช ทับหลังภาพการกวนเกษียรสมุทร ทับหลังภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ ฯลฯ แต่ละชิ้นมีขนาดใหญ่สวยงามน่าสนใจยิ่ง

  • กู่ฤๅษีหนองเยือง เป็นอโรคยาศาลหรือโรงพยาบาล สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่7
  • วัดหลักศิลา มีพระอุโบสถอายุนับร้อยปี สร้างในแบบศิลปะเชิงช่างกุลา คือมีการมุงหลังคาซ้อนเป็นชั้นๆ คล้ายกับศิลปะไทใหญ่ ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน
อำเภอคูเมือง
  • อุทยานไม้ดอกเพลาเพลิน แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ ภายในมีโรงเรือนจัดแสดงดอกไม้ทั่วโลก สมบูรณ์ที่สุดในภาคอีสาน ภายในประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วจำลอง ที่ได้อัญเชิญมาจากศรีลังกา
อำเภอสตึก
พระพุทธรูปใหญ่
  • พระพุทธรูปใหญ่ (พระพุทธรูปปฏิมาสันตยาภิรมย์สตึกอุดมราษฎรนิมิตนมิน)พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประดิษฐาน ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอสตึก สามารถชมทัศนียภาพแม่น้ำมูลที่งดงาม
  • ศาลเจ้าพ่อวังกรูด ตั้ง ณ ริมฝั่งแม่น้ำมูล เป็นที่เลื่อมใสแก่ประชาชนชาวอำเภอสตึก
  • พระเจ้าใหญ่ดงแสนตอ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ณ ตำบลทุ่งวัง อำเภอสตึก
  • หมู่บ้านพิมานโพนเงิน หมู่บ้านที่มีการเลี้ยงช้างมากที่สุดในจังหวัดบุรีรัมย์
อำเภอนางรอง
อำเภอหนองกี่
หาดปราสาททอง
  • หาดปราสาททอง หรือ อ่างเก็บน้ำทุ่งกระเต็น ตั้งอยู่หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลเย้ยปราสาท ระยะห่างระหว่างขอบสระถึงเกาะกลาง 250 เมตร เนื้อที่ 2450 ไร่ หาด ปราสาททอง ยังเหมาะแก่การปั่นจักรยานรอบ ๆ อ่างเก็บน้ำ โดยรวมของระยะทางทั้งหมด เกือบ 10 กิโลเมตร ที่พิเศษกว่านั้น ยังเป็นสถานที่ฝึกซ้อมกีฬาทางน้ำ เช่นเจ็ทสกี ระยะทางฝึกซ้อมและการแข่งขัน 9.3 กิโลเมตร

การเดินทาง ทางแยกต่างระดับ อำเภอสีคิ้ว เลี้ยวมาทางอำเภอโชคชัย ผ่านอำเภอหนองบุญมาก ถึงสี่แยกอำเภอหนองกี่ จากนั้นเลี้ยวซ้ายประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงหาด

อำเภอปะคำ
อำเภอโนนดินแดง
  • เขื่อนลำนางรอง เป็นเขื่อนดินฐานคอนกรีตขนาดใหญ่ จุน้ำได้ประมาณ 150 ล้านลูกบาศก์เมตร มีถนนลาดยางบนสันเขื่อนเชื่อมต่อไปยังหมู่บ้านตัวอย่าง หมู่บ้านพัฒนาหนองตาเยาว์ และหนองหว้า ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนเพียง 20 กว่ากิโลเมตรเท่ากัน ที่สันเขื่อนมีหินลอย (หินภูเขาไฟอีกชนิดหนึ่ง) เป็นก้อนและแผ่นสีสันแบ่งกันเป็นชั้นสวยงาม ซึ่งได้นำไปกองกั้นน้ำเซาะสันเขื่อน นอกจากนี้ ยังเป็นที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงในอำเภอโนนดินแดง บรรยากาศสวยงาม มีที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก ด้วยทะเลสาบเหนือเขื่อนอันกว้างใหญ่ หาดทรายสวยงามบรรยากาศดี ชาวบุรีรัมย์จึงนิยมพาครอบครัวไปพักผ่อน เล่นน้ำและรับประทานปลาสดจากเขื่อน
ปราสาทหนองหงส์
  • ปราสาทหนองหงส์
  • อนุสาวรีย์เราสู้ อยู่ริมทางหลวงในเขต ต.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ชาวบุรีรัมย์ร่วมสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2522 เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของประชาชน ตำรวจ และทหาร ที่เสียชีวิตจากการต่อสู้กับผู้ก่อ การร้ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งขัดขวางการก่อสร้าง ถนนสายละหานทราย - ตาพระยา
  • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ป่าที่อุดมสมบูรณ์แห่งสุดท้ายในจังหวัดบุรีรัมย์ ห่างจากอำเภอโนนดินแดง 5 กิโลเมตร เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญ ทำให้เกิดพืชพันธุ์ สัตว์ป่าที่หลากหลาย
น้ำตกผาแดง
  • ผาแดง อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ บ้านหนองเสม็ด ต.ลำนางรอง อ.โนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เป็นเขตติดต่อระหว่าง อ.โนนดินแดง กับ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ของจังหวัดบุรีรัมย์ นักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติสามารถมาสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ชมดวงอาทิตย์ตก ทัศนียภาพของผืนป่าธรรมชาติอันกว้างใหญ่สวยงามของเทือกเขาบรรทัด และป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ โดยเฉพาะช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ นักท่องเที่ยวจะได้พบกับทะเลหมอกปกคลุมป่าดงใหญ่ - เทือกเขาบรรทัดอันซับซ้อนสวยงามด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นจุดพักรถของคนเดินทางผ่านจังหวัดบุรีรัมย์ ไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในภาคตะวันออกด้วย ซึ่งช่วงนี้ในแต่ละวันได้มีนักท่องเที่ยวและผู้ที่เดินทางแวะมาเที่ยวชมพักผ่อน ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกเป็นจำนวนมาก ไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่น ๆ แหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว สามารถเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในพื้นที่อำเภอโนนดินแดงอีกด้วย
อำเภอละหานทราย
อำเภอประโคนชัย
ปราสาทเมืองต่ำ
  • ปราสาทเมืองต่ำ เมืองโบราณร่วมสมัยกับปราสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำเป็นปราสาทหินของโบราณที่มีขนาดใหญ่มาก สร้างขึ้นตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดูเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตัวปราสาทออกแบบได้อย่างงดงาม มีโครงสร้างที่ได้สัดส่วนบริเวณโดยรอบปราสาท เป็นชุมชนโบราณสมัยขอม ที่มีประวัติเกี่ยวเนี่ยงกับปราสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำจึงมีความสำคัญทางโบราณคดี นอกเหนือจากเป็นมรดกทางศิลปกรรมที่งดงาม ปราสาทแห่งนี้ได้รับการบูรณะในปี พ.ศ. 2540
  • กุฏิฤๅษีโคกเมือง เป็นปราสาทขอม สร้างขึ้นเพื่อเป็นอโรคยาศาล หรือโรงพยาบาลประจำเมือง ตั้งอยู่ใกล้กับปราสาทเมืองต่ำ อยู่ติดกับยารายเมืองต่ำ หรือทะเลเมืองต่ำ ชาวบ้านโคกเมืองเรียกปราสาทหลังนี้ว่า "ปราสาทน้อย" เป็นอโรคยาศาลที่สมบูรณ์ที่สุดอีกแห่งในประเทศ
  • กุฏิฤๅษีหนองบัวราย เป็นปราสาทขอม สร้างขึ้นเพื่อเป็นอโรคยาศาล ตั้งอยู่บ้านหนองบัวราย ตำบลจรเข้มาก ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาพนมรุ้ง
  • ปราสาทบ้านบุ บ้านบุ ตำบลจรเข้มาก เป็นปราสาทขอมสร้างขึ้นเพื่อเป็นธรรมศาลา ที่พักของผู้แสวงบุญในสมัยขอมโบราณ
  • หมู่บ้านโฮมสเตย์โคกเมือง ตั้งอยู่ที่บ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก เป็นหมู่บ้านโฮมสเตย์ที่ได้รับรางวัลระดับประเทศมากมาย มีกิจกรรมให้เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นมากมาย อาทิ เรียนรู้การปลูกข้าวหอมมะลิภูเขาไฟ การทอเสื่อกก การทอผ้าไหม การเรียนรู้เกษตรวิถีพอเพียง เป็นต้น
  • อ่างเก็บน้ำสนามบิน อดีตเป็นสนามบินเพื่อใช้ในการส่งเสบียง สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อสงครามยุติ จึงได้สร้างอ่างเก็บน้ำกั้นลำห้วยระเวีย เพื่อกักเก็บน้ำใช้ในการอุปโภค บริโภคภายในเขตเทศบาลเมืองประโคนชัย ปัจจุบันได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน เป็นสถานที่พักผ่อน ชมธรรมชาติ โดยมีนกประจำถิ่นและนกอพยพอาศัยมากมาย ปัจจุบันมีการปล่อย นกกระเรียนพันธุ์ไทย ในบริเวณนี้อีกด้วย
  • ชุมชนโบราณบ้านแสลงโทน เป็นชุมชนโบราณตั้งอยู่ในเขตบ้านแสลงโทน ต.แสลงโทน อ.ประโคนชัย อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศใต้ ตามทางสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ระยะทาง 25 กิโลเมตร ทางหลวงตัดผ่ากลางชุมชนโบราณ มองเห็นคันดินเป็นแนวสูงประมาณ 5-7 เมตร อยู่สองข้างทาง ชุมชนโบราณแห่งนี้มีลักษณะเป็นรูปกลมรีวางตามแนวตะวันออก ตะวันตก ยาวประมาณ 5,756 เมตร กว้าง 1,750 เมตร มีคูเมืองโอบอยู่นอกคันดิน 3 ชั้น ปัจจุบันเหลือเพียงชั้นเดียว ใกล้คันดินด้านที่ตั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแสลงโทนในปัจจุบัน มีเนินดินซึ่งมีก้อนหินศิลาแลงกระจัดกระจายเข้าใจว่าเคยมีศาสนสถาน แต่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งศาลเจ้าพ่อแสลงโทน เรียกว่า ศาลปู่เจ้าหรือกระท่อมเนียะตา เป็นศาลเจ้า ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านแสลงโทนและชาวบ้านใกล้เคียง สร้างด้วยไม้ระแนง หลังคามุงกระเบื้องและพื้นเป็นปูนซีเมนต์ ทั้งคูน้ำคันดิน (ที่เหลืออยู่ริมทางหลวง) และเนินดินศาลเจ้าพ่อแสลงโทน ได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานแล้ว นอกจากนี้ยังพบหลักฐานอื่นที่สำคัญ คือ สระน้ำโบราณรูปสี่เหลี่ยมในเขตวัดแสลงโทน 2 สระ พบเศษภาชนะดินเผา โครงกระดูกมนุษย์ เครื่องประดับ เทวรูปเก่าและใบเสมาเก่า ซึ่งเข้าใจว่าบริเวณนี้เคยเป็นศาสนสถานสำคัญประจำชุมชนโบราณ
  • เส้นทางกุ้งจ่อม กระยาสารท ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลประโคนชัย มีการผลิตกุ้งจ่อม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาการถนอมอาหารเฉพาะถิ่นของอำเภอประโคนชัย และกระยาสารท อาหารหวานที่คู่เมืองประโคนชัย ซึ่งเป็นขนมสำคัญในงานประเพณีแซนโฎนตา ประเพณีสำคัญของคนไทยเชื้อสายเขมร ซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่ของอำเภอประโคนชัย นอกจากนั้นยังมีอาหารท้องถิ่นเฉพาะถิ่นประโคนชัย อาทิ กุ้งจ่อมผัด แกงฮ็อง แกงบวน เป็นต้น
อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
  • อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ปราสาทเขาพนมรุ้งได้รับการยกย่องว่าเป็นปราสาทหินที่งดงามมากแห่งหนึ่งของไทย ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งซึ่งเคยเป็นภูเขาไฟมาก่อน ตัวปราสาทสร้างด้วยหินทรายสีชมพู และศิลาแลงอย่างยิ่งใหญ่อลังการมีการออกแบบผังปราสาทตามแนวความเชื่อที่สอดคล้องกับภูมิประเทศศาสนสถานแต่ละส่วนประดับด้วยลวดลายวิจิตรงามตาโดยเฉพาะหน้าบันศิวนาฎราชและทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่มีความงดงามละเอียดอ่อนช้อย นับเป็นโบราณสถานอันทรงคุณค่าที่ไม่ควรพลาดชมในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 (ประมาณเดือน เม.ย. - พ.ค.) ของทุกปีจะมีประเพณีเดินขึ้นเขาพนมรุ้งเพื่อชมปรากฏการณ์ธรรมชาติอันน่ามหรรศจรรย์คือ พระอาทิตย์จะสาดแสงตรงเป็นลำทะลุช่องประตูปราสาททั้ง 15 บานราวปาฏิหาริย์และเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบปีเท่านั้น
  • น้ำตกเขาพนมรุ้ง
  • ปราสาทหนองกง ห่างจากเชิงพนมรุ้งไปทางทิศใต้ 2.8 กิโลเมตร
  • วัดเขาพระอังคาร เป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่ ตั้งอยู่บนยอดเขาพระอังคารซึ่งสูงประมาณ 320 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีโบสถ์ที่ประยุกต์จากสถาปัตยกรรมหลายสมัย ดูสวยงามแปลกตา เป็นวัดที่สวยงามใหญ่โตแห่งหนึ่งของบุรีรัมย์ มีโบสถ์ ศาลา และอาคารต่าง ๆ สร้างเลียนแบบสถาปัตยกรรมสมัยต่าง ๆ หลายรูปแบบงดงาม แปลกตาและน่าสนใจยิ่ง ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังและเรื่องราวพุทธชาดกเป็นภาษาอังกฤษด้วย บริเวณวัดเป็นปากปล่องภูเขาไฟคาดว่าเคยเป็นที่ตั้งของโบราณสถานสมัยทวารวดีเพราะเสมาหินแกะสลักสมัยดังกล่าวหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก
  • เขาอังคาร เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้วอีกลูกหนึ่งในบุรีรัมย์ อยู่ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากปราสาทพนมรุ้ง 20 กิโลเมตร โดยลงมาจากพนมรุ้ง ถึงบ้านตาเป็กแล้วเลี้ยวซ้ายมาตามทางที่จะไปละหานทรายประมาณ 13 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวขวาเข้าทางลูกรังอีกประมาณ 7 กิโลเมตรพบโบราณสถานเก่าแก่ และใบเสมาหินทรายสมัยทวารวดีสำคัญหลายชิ้น
น้ำตกเขาพระอังคาร
  • น้ำตกเขาพระอังคาร ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการสำรวจเพื่อเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัด
อำเภอบ้านกรวด
  • แหล่งหินตัด แหล่งหินตัด จังหวัดบุรีรัมย์ห่างจากตัวอำเภอบ้านกรวด 7 กม. เป็นลานหินกว้างเกือบ 2,000 ไร่ ใกล้ชายแดนติดกับราชอาณาจักรกัมพูชา มีร่องรอยการตัดหิน เพื่อนำไปสร้างปราสาทหินต่าง ๆ ในเขตอีสานใต้ รวมทั้งปราสาทพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ
  • เตานายเจียน เป็นเตาเผาโบราณอายุประมาณ 1,000 ปี และได้พบเครื่องเคลือบโบราณจำนวนมาก คนโบราณใช้เผาเครื่องปั้นดินเผา หม้อ ไห ต่าง ๆ
  • เตาสวาย เป็เตาเผาโบราณอายุประมาณ 1,000 ปี เป็นที่ผลิตเครื่องถ้วยศิลปะขอม ที่มีขนาดใหญ่ กรมศิลปากรได้เข้ามาบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นและสร้างอาคารครอบเตาไว้ ภายในมีนิทรรศการเครื่องเคลือบโบราณ และมีเศษเครื่องถ้วยที่ขุดพบบางส่วน ตั้งอยู่ที่บ้านโคกเมือง เทศบาลตำบลโนนเจริญ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์
  • จุดผ่อนปรนชายแดนช่องสายตะกู ตั้งอยู่ในเขต เทศบาลตำบลจันทบเพชร เป็นตลาดค้าขายติดชายแดนบนเทือกเขาพนมดงรัก ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าบริเวณชายแดนได้
  • สวนป่าบ้านกรวด เป็นผืนป่าที่มีการปลูกขึ้น เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ สามารถชมธรรมชาติได้ ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติตาพระยา ส่วนหนึ่งของผืนป่ามรดกโลก ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่
  • เขื่อนห้วยเมฆา เป็นการพัฒนาพื้นที่แนวชายแดนชายไทย-กัมพูชา บริเวณช่องเขาเมฆาเพื่อใช้น้ำในทางการเกษตรกร โดยได้รับงบประมาณจากการสนับสนุนของรัฐบาลญี่ปุ่น เมื่อ พ.ศ. 2528
  • พิพิธภัณฑ์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ วัดป่าพระสบาย เป็นที่เก็บรวบรวมวัตถุโบราณในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่พบในเขตตำบลบึงเจริญ
  • ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอบ้านกรวด ตั้งอยู่ในโรงเรียนบ้านกรวดวิทยาคาร เป็นที่เก็บรักษาเครื่องเคลือบที่ขุดพบในเขตอำเภอบ้านกรวด
  • ผึ้งร้อยรัง เป็นสถานที่ที่ผึ้งจะมาทำรังบนต้นไม้ขนาดใหญ่เป็นร้อยๆรัง
  • ปราสาทถมอ ปราสาทหินเก่าแก่สันนิษฐานว่าเป็นธรรมศาลา สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 18
  • ปราสาททอง ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านกรวด สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 16 มีการขุดพบทับหลังในสภาพสมบูรณ์
  • ปราสาทละลมทม ตั้งอยู่ที่บ้านศรีสุข ตำบลเขาดินเหนือ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นช่วงพุทธศตวรรษที่ 16
  • ปราสาทบายแบก ตั้งอยู่ที่บ้านสายโท 5 เทศบาลตำบลจันทบเพชร เป็นปราสาทขอมที่ติดชายแดนที่สุดในจังหวัดบุรีรัมย์ มีลักษณะพิเศษคือ เป็นปราสาทที่หันหน้าทางทิศตะวันตก

การขนส่ง[แก้]

ทางถนน[แก้]

รถโดยสารประจำทาง
รถโดยสารประจำทาง บุรีรัมย์-สตึก
รถสองแถวในเมืองบุรีรัมย์ ตัวรถมีสีชมพูเป็นเอกลักษณ์ มี 2 สาย วิ่งรอบเมืองบุรีรัมย์
  • สายกรุงเทพ - บุรีรัมย์ ขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) (หมอชิต) มาลงที่สถานีขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ มีบริการทั้งกิจการทัวร์, บริษัทขนส่ง จำกัด, ศิริรัตนพลทัวร์, นครชัยแอร์
  • กรุงเทพ - พนมรุ้ง - กรุงเทพ มีทั้งบริการรถประอากาศชั้น 1 และ 2 ใช้เวลาเดินทาง 6 - 7 ชั่วโมง
  • กรุงเทพ - พุทไธสง -กรุงเทพ มีบริการรถปรับอากาศ VIP และชั้น 1 ใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง
  • กรุงเทพ - อุบลราชธานี
  • กรุงเทพ - สุรินทร์
  • กรุงเทพ - ศรีสะเกษ
  • อุบลราชธานี - ระยอง
  • อุบลราชธานี - ภูเก็ต
  • มุกดาหาร - พัทยา แวะจอดรับ - ส่งผู้โดยสารที่ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ มีทั้งรถปรับอากาศชั้น 1 และ 2
  • บุรีรัมย์ - นครราชสีมา ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง มีรถทัวร์, รถตู้
  • บุรีรัมย์ - สุรินทร์ ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง
  • บุรีรัมย์ - ขอนแก่น ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง
  • บุรีรัมย์ - จันทบุรี ใช้เวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง
  • บุรีรัมย์ - อรัญประเทศ ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง
  • บุรีรัมย์ - ประโคนชัย ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง มีทั้งรถตู้ รถบัส และรถทัวร์
  • บุรีรัมย์ - ร้อยเอ็ด ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง
  • บุรีรัมย์ - นางรอง จุดหมายปลายทางที่อำเภอนางรอง ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง และ ปราสาทเมืองต่ำ
  • บุรีรัมย์ - ประโคนชัย - บ้านกรวด - ละหานทราย จุดหมายปลายทางที่วัดป่าพระสบาย อำเภอบ้านกรวด อ่างเก็บน้ำสนามบิน และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด
  • บุรีรัมย์ - พุทไธสง จุดหมายปลายทางที่ อำเภอพุทไธสง
  • บุรีรัมย์ - สตึก จุดหมายปลายทางที่ อำเภอสตึก
  • สายตลาดเทศบาล - เขากระโดง (สาย 1) ขึ้นรถได้ที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ และสถานีขนส่ง
  • สายบขสเก่า - บิ๊กซ๊ - แม็คโค (สาย 2) ขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์
ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอต่าง ๆ
ป้ายบอกเส้นทางในจังหวัดบุรีรัมย์
อำเภอ ระยะทาง (กม.) อำเภอ ระยะทาง (กม.)
ห้วยราช 12 หนองหงส์ 62
บ้านด่าน 17 พุทไธสง 66
กระสัง 32 บ้านกรวด 72
ลำปลายมาศ 33 เฉลิมพระเกียรติ 72
คูเมือง 36 โนนสุวรรณ 72
สตึก 42 ปะคำ 80
ประโคนชัย 44 นาโพธิ์ 82
นางรอง 57 บ้านใหม่ไชยพจน์ 82
พลับพลาชัย 60 หนองกี่ 85
แคนดง 61 โนนดินแดง 116
ชำนิ 61 ละหานทราย 99
ทางหลวงแผ่นดิน
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 218 ในอำเภอเมืองบุรีรัมย์
สถานีขนส่งผู้โดยสาร
สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดบุรีรัมย์
สะพานที่สำคัญ

ทางราง[แก้]

จังหวัดบุรีรัมย์มีขบวนรถด่วนพิเศษสายกรุงเทพ-อุบลราชธานี เป็นรถนั่งปรับอากาศชั้น 2 ทั้งขบวน ขบวนรถด่วนสายกรุงเทพ-อุบลราชธานี, กรุงเทพ-ศรีสะเกษ และกรุงเทพ-ศีขรภูมิ ขบวนรถเร็วสายกรุงเทพ-อุบลราชธานี รวมทั้งสิ้น 4 ขบวน ขบวนรถธรรมดาสายกรุงเทพ-สุรินทร์ และขบวนรถท้องถิ่นสายนครราชสีมา-อุบลราชธานี รวมทั้งสิ้น 3 ขบวน จังหวัดบุรีรัมย์มีสถานีรถไฟตามเส้นทางรถไฟสายนครราชสีมา-อุบลราชธานีผ่านอำเภอต่าง ๆ ดังนี้ อำเภอลำปลายมาศ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ อำเภอห้วยราช และ อำเภอกระสัง มีสถานีรถไฟทั้งหมด 9 แห่ง ที่หยุดรถ 1 แห่ง และมีรางแยกไปลานเก็บหินโรงโม่หินศิลาชัย ระยะทาง 5 กิโลเมตร

ทางอากาศ[แก้]

ปัจจุบันบริษัท นกแอร์ จำกัด และบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด มีเครื่องบินไปยังจังหวัดบุรีรัมย์ มาลงที่ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ (อำเภอสตึก) วันละ 5 เที่ยวบินต่อวัน

ศาสนสถาน[แก้]

วัดกลางพระอารามหลวง
ศาสนาพุทธ
ศาสนาคริสต์
ศาสนาอิสลาม

สาธารณสุข[แก้]

โรงพยาบาลบุรีรัมย์
ภายในโรงพยาบาลบุรีรัมย์
โรงพยาบาลเอกชนบุรีรัมย์
  • โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์
  • โรงพยาบาลเอกชนบุรีรัมย์
  • โรงพยาบาลค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์
  • โรงพยาบาลห้วยราช
  • โรงพยาบาลกระสัง
  • โรงพยาบาลลำปลายมาศ
  • โรงพยาบาลสตึก
  • โรงพยาบาลคูเมือง
  • โรงพยาบาลประโคนชัย
  • โรงพยาบาลนางรอง
  • โรงพยาบาลพลับพลาชัย
  • โรงพยาบาลชำนิ
  • โรงพยาบาลหนองหงส์
  • โรงพยาบาลพุทไธสง
  • โรงพยาบาลบ้านกรวด
  • โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ
  • โรงพยาบาลโนนสุวรรณ
  • โรงพยาบาลปะคำ
  • โรงพยาบาลนาโพธิ์
  • โรงพยาบาลบ้านใหม่ไชยพจน์
  • โรงพยาบาลหนองกี่
  • โรงพยาบาลโนนดินแดง
  • โรงพยาบาลละหานทราย
  • โรงพยาบาลแคนดง
  • โรงพยาบาลบ้านด่าน

เศรษฐกิจ[แก้]

ในปัจจุบัน ทั้งเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรมต่าง ๆ ในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

เกษตรกรรม[แก้]

พืชผลิตผลที่สำคัญของบุรีรัมย์ ได้แก่ ข้าว (มากกว่า 500,000 ไร่), อ้อย (มากกว่า 5,000 ไร่), ยางพารา (มากกว่า 50,000 ไร่) และพืชอื่น ๆ ในสัดส่วนน้อย

อุตสาหกรรม[แก้]

โฮมเมก้ามาร์ท ห้างวัสดุท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์

แหล่งอุตสาหกรรมหลักของบุรีรัมย์อยู่ที่อำเภอเมือง ส่วนแหล่งอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้แก่ที่อำเภอนางรอง อำเภอลำปลายมาศ อำเภอสตึก เป็นต้น

ห้างสรรพสินค้า[แก้]

การเชื่อมต่อกับต่างประเทศ[แก้]

ช่องโอบก
พรมแดน
  • ช่องโอบก อำเภอบ้านกรวด ติดกับประเทศกัมพูชา ตั้งอยู่ที่บ้นสายโท 1 ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด ปัจจุบันเป็นสถานที่ชมทิวทัศน์ มีลักษณะเหมือนหน้าผา ด้านล่างเป็นหมู่บ้านของประเทศกัมพูชา ในระหว่างทางเป็นผืนป่าในเขตอุทยานแห่งชาติตาพระยา ผืนป่ามรดกโลก
  • ช่องสายตะกู อำเภอบ้านกรวด ติดกับประเทศกัมพูชา ตรงข้ามกับจุ๊บโจกี อำเภอบันเตียอำปึล จังหวัดอุดรมีชัย ปัจจุบันได้เปิดเป็นจุดผ่อนปรนเพื่อมนุษยธรรม ให้ชาวบ้านสามารถแลกเปลี่ยนสินค้าได้

สถานศึกษา[แก้]

โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา (โรงเรียนพระสงฆ์-สามเณร)
โรงเรียนเอกชน
โรงเรียนมารีย์อนุสรณ์
มหาวิทยาลัยเอกชน
สถานศึกษาระดับอุดมศึกษา
ตึกอาคารที่ 15 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นตึกที่มีความสูงที่สุดในจังหวัดบุรีรัมย์

กีฬา[แก้]

สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด[แก้]

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แคมป์

สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์-การไฟฟ้าฯ เป็นสโมสรใหม่ที่เปลี่ยนแปลงมาจากสโมสรฟุตบอลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2513 โดยดร.วีระ ปิตรชาติ มีเป้าหมายเพื่อให้พนักงานได้ออกกำลังกายและสร้างความสามัคคีร่วมกันในหมู่คณะ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 สโมสรได้เข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ง. โดยลงเล่น 3 ฤดูกาลก็ได้เลื่อนขึ้นไปเล่นในถ้วย ค. และลงเล่นอยู่2ฤดูกาลก็ได้เลื่อนขึ้นไปเล่นถ้วย ข. และอีก 2 ฤดูกาลสโมสรก็สามารถเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ

หลังจากลงเล่นในดิวิชั่น 1 อยู่นานสโมสรก็ได้เลื่อนขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้สำเร็จเป็นครั้งแรก เมื่อได้รองแชมป์ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2547 และได้เล่นในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2548 โดยฤดูกาลแรกในลีกสูงสุดสโมสรสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อได้ตำแหน่งรองแชมป์ และศุภกิจ จินะใจกองหน้าของทีมก็คว้าตำแหน่งดาวซัลโวร่วมกับศรายุทธ ชัยคำดี กองหน้าของทีมการท่าเรือ ที่จำนวน 10 ประตู และยังได้เล่นเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2549 อีกด้วย

ฤดูกาล 2551 สโมสรสามารถคว้าแชมป์ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรกภายใต้การคุมทีมของประพล พงษ์พาณิชย์และได้สิทธิเข้าร่วมแข่งขันเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีกรอบคัดเลือก ในฤดูกาล 2552

ฤดูกาล 2552 สโมสรตกรอบคัดเลือกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีกทำให้ไม่สามารถเข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มได้ และมีผลงานในลีกไม่ดีนัก สโมสรจึงได้เปลี่ยนตัวกุนซือในเดือนพฤษภาคม ปี 2552เป็นอดีตกุนซือทีมชาติไทยชุดแชมป์ซีเกมส์ ที่นครราชสีมาทองสุข สัมปหังสิต

ภายหลังฤดูกาล 2552 ซึ่งทีมมีผลงานจบในอันดับที่ 9 ทางสโมสรได้ตกลงที่จะย้ายสนามแข่งจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไปอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงชื่อทีม เป็น บุรีรัมย์-การไฟฟ้าฯ จากการเข้าครอบครองอำนาจบริหารสโมสรของ เนวิน ชิดชอบ นักการเมืองท้องถิ่นของจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ทำการเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารทั้งหมด พร้อมกันนั้นทีมผู้ฝึกสอนก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปในบางส่วนด้วยเช่นกัน

สนามกีฬา[แก้]

สนามกีฬาแห่งเก่า เขากระโดง สเตเดี้ยม

บุคคลที่มีชื่อเสียง[แก้]

พระภิกษุ/พระภิกษุที่ดำรงสมณศักดิ์
ข้าราชการประจำ/เจ้าหน้าที่ของรัฐ
นักฟุตบอล
นักมวยสากล
นักมวยสากลสมัครเล่น
นักมวยไทย
นักกีฬาจักรยาน
นักยิงธนู
นักกรีฑา
นักแสดง
มิสแกรนด์ไทยแลนด์
นักพากย์
นักดนตรี
นักการเมือง

งานประเพณีและเทศกาลท่องเที่ยวสำคัญ[แก้]

ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง
ประเพณีแข่งเรือยาวที่อำเภอสตึก
งานดอกฝ้ายคำบาน
ช่วงเดือน ม.ค. - ก.พ. ของทุกปี บริเวณปราสาทเขาพนมรุ้ง
มหกรรมว่าวอีสาน
ช่วงเดือน ม.ค. บริเวณสนามกีฬามหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบุรีรัมย์ อ.ห้วยราช ในงานมีการประกวดขบวนว่าว ธิดาว่าว การนำเสนอสินค้า วัฒนธรรม ภูมิปัญญาอำเภอห้วยราช และไฮไลท์อยู่ที่ การแข่งขันว่าวอีสานหรือว่าวแอก ที่มีรูปร่างเอกลักษณ์ของบุรีรัมย์ ด้านบนติดแอก ซึ่งแอกเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดเสียง ซึ่งมีการวิ่งว่าวในช่วงเช้าของวันแรก และเอาว่าวลงในช่วงเช้าของวันที่2 ในช่วงกลางคืนของคืนแรก จึงมีกิจกรรม "นอนดูดาว ชมว่าวกลางคืน"
มหกรรมมวยไทยเทศกาลกินไก่ไหว้เจ้าพ่อขุนศรี
ประมาณปลายเดือน กุมภาพันธ์ ของทุกปี บริเวณสนามที่ว่าการอำเภอ อ.หนองกี่
นมัสการพระเจ้าใหญ่วัดศีรษะแรด (วัดหงส์)
วันขึ้น 14 ค่ำ ถึงวันแรก 1 ค่ำ เดือน 3 หรือตรงกับ วันมาฆบูชา ของทุกปี ที่วัดศีรษะแรด อ.พุทไธสง
นมัสการรอยพระพุทธบาทจำลอง
วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 หรือ วันมาฆบูชา
งานประเพณีขึ้นเขากระโดง
ช่วงเดือน เม.ย. ของทุกปี ณ วนอุทยานแห่งชาติเขากระโดง ตำบลเสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์
งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง
เดือนเมษายน ของทุกปี (วันเพ็ญเดือนห้า) ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ
งานเครื่องเคลือบพันปี
ช่วงเดือน เม.ย. ของทุกปี ที่ หน้าที่ว่าการอำเภอ อ.บ้านกรวด ในงานมีการจัดขบวนนางรำ ขบวนเครื่องเคลือบจำลอง การขายผลิตภัณฑ์ชุมชนจากทุกๆตำบลในเขตอำเภอบ้านกรวด
งานประเพณีบุญบั้งไฟ
ประมาณสิ้นเดือน พ.ค. - ต้นเดือน มิ.ย. ของทุกปี ที่บ้านหนองบัวลี-หนองบัวลอง ต.ไทยสามัคคี อ.หนองหงส์
งานสืบสานประเพณี ของดีโนนสุวรรณ 
จัดขึ้นช่วงเดือน พ.ค. - มิ.ย. ของทุกปี ณ บริเวณที่ว่าการ อำเภอโนนสุวรรณ ซึ่งเป็นงานมีการสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ จัดการแข่งขบวนเซิ้งบั้งไฟ และมีการนำเสนอของดีโนนสุวรรณที่หลากหลาย อาทิ ผ้าไหม ผลไม้ เพราะโนนสุวรรณถือว่าเป็นแหล่งผลไม้สำคัญของจังหวัด อาทิ เงาะ ทุเรียน ฝรั่ง ฯลฯ ทำให้ผู้มาเที่ยวงานสามารถเลือกซื้อผลไม้ และสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนได้จากผู้ผลิตโดยตรง
งานปรางค์กู่สวนแตงและประเพณีบุญบั้งไฟ 
จัดขึ้นช่วงเดือน พ.ค.ของทุกปี ณ บริเวณ ปรางค์กู่สวนแตง อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ ภายในงานมีการประกวดขบวนบั้งไฟสวยงาม การประกวดขบวนเซิ้ง การนำเสนอผลิตภัณฑ์ชุมชน และการแสดงแสงสีเสียง เล่าเรื่องราวปรางค์กู่สวนแตง โบราณสถานที่สำคัญของบุรีรัมย์
ประเพณีแข่งเรือยาว
วันเสาร์-อาทิตย์แรก ของเดือน พ.ย. ที่ลำน้ำมูล ที่ที่ว่าการ อ.สตึก
งานวันหอมแดง แข่งเรือยาว ชาวหนองหงส์
ช่วงประมาณเดือน ธ.ค. ของทุกปี - มี.ค. ของปีถัดไป ที่หนองสระแก้ว อ.หนองหงส์

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "รายงานสถิติจำนวนประชากรและบ้าน ประจำปี พ.ศ. 2560" [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: [1] 2559. สืบค้น 5 มกราคม 2561.
  3. แจ้งที่อยู่ใหม่ของศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์
  4. https://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%8C&action=edit&section=54

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 15°00′N 103°07′E / 15°N 103.11°E / 15; 103.11