ประเทศกาตาร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำหรับอาวุธ ดูที่ กาตาร์ (อาวุธ)

พิกัดภูมิศาสตร์: 25°30′N 51°15′E / 25.500°N 51.250°E / 25.500; 51.250

รัฐกาตาร์

دولة قطر (อาหรับ)
เพลงชาติAs Salam al Amiri
"บทเพลงแห่งสันติ"

สถานที่ตั้งและขอบเขตของประเทศกาตาร์ (สีเขียวเข้ม) ในคาบสมุทรอาหรับ
สถานที่ตั้งและขอบเขตของประเทศกาตาร์ (สีเขียวเข้ม) ในคาบสมุทรอาหรับ
เมืองหลวง
และ ใหญ่สุด
โดฮา
25°18′N 51°31′E / 25.300°N 51.517°E / 25.300; 51.517
ภาษาราชการภาษาอาหรับ
การปกครองรัฐเดี่ยว สมบูรณาญาสิทธิราชย์
• เจ้าผู้ครองรัฐ
เชคตะมีม บิน ฮะมัด บิน เคาะลีฟะฮ์ อัษษานี
• นายกรัฐมนตรี
เชคคอลิด บิน เคาะลีฟะฮ์ บิน อับดุล อาซิซ อัษษานี
ได้รับเอกราช
3 กันยายน พ.ศ. 2514
พื้นที่
• รวม
11,571 ตารางกิโลเมตร (4,468 ตารางไมล์) (159)
น้อยมาก
ประชากร
• 2557 ประมาณ
2,155,446 (ซึ่งประมาณ 12% เป็นชาวกาตาร์) (142)
176 ต่อตารางกิโลเมตร (455.8 ต่อตารางไมล์) (76)
จีดีพี (อำนาจซื้อ)2560 (ประมาณ)
• รวม
$ 341.730 พันล้าน
124,927 ดอลลาร์
จีดีพี (ราคาตลาด)2560 (ประมาณ)
• รวม
166.346 พันล้านดอลลาร์
60,811 ดอลลาร์
จีนี (2550)41.1[1]
ปานกลาง
HDI (2562)Steady 0.848[2]
สูงมาก · 45th
สกุลเงินริยาลกาตาร์ (QAR)
เขตเวลาUTC+3
• ฤดูร้อน (DST)
UTC+3
รหัสโทรศัพท์974
โดเมนบนสุด.qa

กาตาร์ (อาหรับ: قطر‎‎, [ˈqɑtˁɑr]) หรือชื่อทางการคือ รัฐกาตาร์ (อาหรับ: دولة قطر‎) เป็นประเทศที่ปกครองโดยเจ้าผู้ครองรัฐในตะวันออกกลาง ตั้งอยู่บนคาบสมุทรขนาดเล็กที่แตกมาจากคาบสมุทรอาหรับ มีพรมแดนทางใต้ติดกับประเทศซาอุดีอาระเบีย และมีชายฝั่งริมอ่าวเปอร์เซีย

ประวัติศาสตร์[แก้]

ซุบาราฟอร์ต

กาตาร์เคยอยู่ภายใต้การปกครองของตุรกีจนถึงสงครามโลกครั้งที่ 1 ต่อมาอังกฤษได้เข้ามามีอิทธิพลโดยได้ทำสนธิสัญญาปี พ.ศ. 2459 (ค.ศ. 1916) กับกาตาร์มีผลทำให้กาตาร์อยู่ภายใต้การคุ้มครองของอังกฤษ โดยอังกฤษดูแลกิจการระหว่างประเทศของกาตาร์และต้องป้องกันกาตาร์จากการถูกรุกรานจากภายนอก และต่อมาสนธิสัญญาปี พ.ศ. 2477 (ค.ศ. 1934) ได้ขยายการคุ้มครองของอังกฤษออกไปทุก ๆ ด้าน

ในปี พ.ศ. 2511 (ค.ศ. 1968) รัฐบาลอังกฤษประกาศจะถอนตัวออกจากภูมิภาค อ่าวเปอร์เซียภายในปี พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971) กาตาร์จึงพยายามรวมตัวเป็นสหพันธรัฐกับบาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ กาตาร์เป็นเอกราชเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971) โดยอังกฤษได้ยกเลิกสนธิสัญญาปี พ.ศ. 2459 (ค.ศ. 1916) และได้มีการลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพระหว่างกันแทน

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972) Shaikh Khalifa Bin Hamad Al – Thani ได้ทำรัฐประหารสำเร็จโดยปราศจากการนองเลือด และต่อมา เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) Shaikh Hamad Bin Khalifa Al – Thani พระโอรส ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นมกุฎราชกุมารของกาตาร์ ก็ได้ยึดอำนาจการปกครองและตั้งตนขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองรัฐองค์ใหม่

การเมือง[แก้]

ระบบการเมืองของกาตาร์เป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่มีประมุขของกาตาร์เป็นประมุขแห่งรัฐและหัวหน้ารัฐบาล ภายใต้การลงประชามติรัฐธรรมนูญ ค.ศ. 2003 กลายเป็นระบอบรัฐธรรมนูญ และในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2011 Emir Hamad bin Khalifa Al Thani ประกาศให้มีการเลือกตั้งสภาที่ปรึกษาแห่งกาตาร์เป็นครั้งแรก โดยมีแผนจะเลือกตั้งในปี ค.ศ. 2013 แต่ภายหลังเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด[3]

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

แผนที่เขตการปกครองของกาตาร์

ประเทศกาตาร์แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 เทศบาล (municipalities - baladiyah) ได้แก่

  1. อัดเดาฮะห์ (Ad Dawhah)
  2. อัลกุวะรียะห์ (Al Ghuwariyah)
  3. อัลจุมะลียะห์ (Al Jumaliyah)
  4. อัลเคาร์ (Al Khawr)
  5. อัลวะกระห์ (Al Wakrah)
  6. อาร์รอยยัน (Ar Rayyan)
  7. จะริยะนัลบัตนะห์ (Jariyan al Batnah)
  8. อัชชะมาล (Ash Shamal)
  9. อุมม์ซาลาล (Umm Salal)
  10. มุไซอิด (Mesaieed)

ภูมิศาสตร์[แก้]

ทะเลทรายกาตาร์

กาตาร์ภูมิประเทศแบบแหลมที่ยื่นออกไปในอ่าวเปอร์เซีย เรียกกันว่า ไข่มุกแห่งเปอร์เซีย ด้านทิศตะวันออก ทิศเหนือ และทิศตะวันตก ล้อมรอบด้วยทะเล ด้านทิศใต้ ติดประเทศซาอุดิอาระเบีย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย อยู่ระหว่างเส้นรุ้ง 24 °และ 27 ° N, และลองจิจูด 50 °และ 52 °E จุดที่สูงที่สุดในกาตาร์เป็น Qurayn Abu al Bawl สูง 103 เมตร (338 ฟุต)[4] ใน Jebel Dukhan ทางทิศตะวันตก

ภูมิอากาศ[แก้]

ข้อมูลภูมิอากาศของประเทศกาตาร์
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 22
(72)
23
(73)
27
(81)
32
(90)
38
(100)
41
(106)
41
(106)
41
(106)
38
(100)
35
(95)
29
(84)
24
(75)
32.6
(90.7)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) 13
(55)
13
(55)
17
(63)
21
(70)
25
(77)
27
(81)
29
(84)
29
(84)
26
(79)
23
(73)
19
(66)
15
(59)
21.4
(70.6)
หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) 12.7
(0.5)
17.8
(0.701)
15.2
(0.598)
7.6
(0.299)
2.5
(0.098)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
2.5
(0.098)
12.7
(0.5)
71
(2.795)
แหล่งที่มา: weather.com[5]

เศรษฐกิจ[แก้]

โดฮา เมืองหลวงของกาตาร์
  • อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 3.64 ริยัล หรือประมาณ 9 บาท
  • GDP ประมาณ 20.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2004)
  • รายได้ต่อหัว 30,410 ดอลลาร์สหรัฐ (2003) สูงสุดในกลุ่มประเทศอาหรับ
  • ผลิตน้ำมันได้วันละ 928,055 บาร์เรลต่อวัน (2003)
  • ปริมาณน้ำมันดิบสำรอง 15.2 พันล้านบาร์เรล (2003)
  • ปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรอง 509 ล้านล้านลูกบาศ์กฟุต (2003)
  • ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และทรัพยากรประมง
  • สินค้าออกที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมัน ปุ๋ย เหล็ก ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
  • สินค้าเข้าที่สำคัญ เชื้อเพลิง เครื่องจักร เครื่องยนต์ เคมีภัณฑ์ อาหารและเสื้อผ้า
  • ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ญี่ปุ่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา อิตาลี เยอรมนี ฝรั่งเศส เกาหลีใต้

การคมนาคม[แก้]

เรือเฟอร์รี่ในกาตาร์

การคมนาคมหลักในกาตาร์คือถนน เนื่องจากราคาที่ถูกมากจากปิโตรเลียม ประเทศที่มีระบบถนนที่ทันสมัย​​ด้วยการอัพเกรดมากมายเป็นผลในการตอบสนองต่อจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประเทศ กับทางหลวงหลายกระบวนการอัพเกรดและทางด่วนใหม่ที่กำลังทำการก่อสร้าง เครือข่ายรถบัสขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อโดฮากับเมืองอื่น ๆ ในประเทศ และยังเป็นการคมนาคมหลักในกาตาร์อีกด้วย

ขณะนี้ยังไม่มีเครือข่ายทางรถไฟที่มีอยู่ในประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ลงสัญญารับจ้างสร้างทางรถไฟกับประเทศเยอรมนีแล้ว

ท่าอากศยานหลักของกาตาร์คือ ท่าอากาศยานนานาชาติโดฮา มีผู้โดยสารเกือบ 15,000,000 คน ใน ค.ศ. 2007

สิ่งก่อสร้าง[แก้]

มีสิ่งก่อสร้างมากมายในกรุงโดฮา สิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในในโดฮา คือ แอสไพร์ทาวเวอร์ สูง 300 เมตร

วัฒนธรรม[แก้]

วัฒนธรรมกาตาร์ คล้ายกับวัฒนธรรมอาหรับประเทศอื่น ชนเผ่าอาหรับจากซาอุดีอาระเบียอพยพไปกาตาร์และสถานที่อื่น ๆ ในอ่าว ดังนั้นวัฒนธรรมในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละประเทศ กาตาร์ใช้กฎหมายอิสลามเป็นพื้นฐานของรัฐบาลอย่างชัดเจน และส่วนใหญ่ของพลเมืองเป็นผู้ติดตาม Hanbali Madhab

Hanbali (อาหรับ: حنبلى) เป็นหนึ่งในสี่โรงเรียนมุสลิมสุหนี่ (Madhhabs) ของกฎหมายเฟคห์หรือศาสนาภายในมุสลิมสุหนี่ ชาวมุสลิมสุหนี่เชื่อว่าทั้งสี่โรงเรียนมี "คำแนะนำที่ถูกต้อง" และความแตกต่างระหว่างพวกเขาไม่ได้อยู่ในพื้นฐานของความเชื่อ แต่ในการใช้ดุลยพินิจปลีกย่อยและนิติศาสตร์ ซึ่งเป็นผลมาจากเหตุผลที่เป็นอิสระของอิหม่ามและนักวิชาการผู้ที่ตามพวกเขา เพราะวิธีการของตนจากการตีความและการสกัดจากแหล่งปฐมภูมิ (usul) แตกต่างกัน พวกเขามาถึงการตัดสินที่แตกต่างกันในเรื่องที่เฉพาะเจาะจง

ประชากร[แก้]

ปี ประชากร
1908 22,000[6]
1939 28,000[6]
1960 70,000[7]
1986 369,079
1997 522,023[8]
2000 744,483
2001 769,152
2002 793,341
2003 817,052
2004 840,290
2005 863,051
2006 885,359
2007 1,207,229
2008 1,524,789[9]
2009 1,309,000[10]
2010 1,696,563
2011 1,692,262
2013 1,903,447
2014 2,267,916[11]

ปัจจุบัน กาตาร์มีประชากรประมาณ 1.7 ล้านคน เชื้อชาติต่าง ๆ ในประเทศกาตาร์มีดังนี้: กาตาร์ 20%, อาหรับ 20%, อินเดีย 20%, ฟิลิปปินส์ 10%, เนปาล 13%, ปากีสถาน 7%, ศรีลังกา 5% และอื่น ๆ 5%[12]

ศาสนา[แก้]

ศาสนาในกาตาร์[13]
ศาสนา %
อิสลาม
  
77.5%
คริสต์
  
8.5%
อื่น ๆ
  
14%
ไม่ระบุ
  
10%

ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาหลักของกาตาร์และมีสถานะเป็นทางการ แม้ว่าจะไม่ใช่ศาสนาเดียวที่มีผู้ปฏิบัติในประเทศ[14] พลเมืองกาตาร์ส่วนใหญ่ร่วมในขบวนการมุสลิมซาลาฟีของลัทธิวะฮาบีย์[15][16][17] และระหว่าง 5–15% ของชาวมุสลิมในกาตาร์นับถือนิกายชีอะห์ สำหรับมุสลิมนิกายอื่น ๆ มีจำนวนน้อยมาก[18] ในปี 2553 ประชากรของกาตาร์เป็นมุสลิม 67.7%, คริสเตียน 13.8%, ฮินดู 13.8% และพุทธ 3.1% ที่เหลือเป็นผู้นับถือศาสนาอื่น ๆ และคนที่ไม่ระบุศาสนา คิดเป็น 1.6%[19] กฎหมายชารีอะห์เป็นแหล่งที่มาหลักของการออกกฎหมายกาตาร์ตามรัฐธรรมนูญของกาตาร์[20][21]

วิสัยทัศน์ของกระทรวงศาสนสมบัติและกิจการศาสนาอิสลาม (กาตาร์) คือ "การสร้างสังคมอิสลามร่วมสมัยควบคู่ไปกับการส่งเสริมชารีอะห์ และมรดกทางวัฒนธรรม"[22]

อ้างอิง[แก้]

  1. "GINI index". World Bank. สืบค้นเมื่อ 22 January 2013.
  2. Human Development Report 2020 The Next Frontier: Human Development and the Anthropocene (PDF). United Nations Development Programme. 15 December 2020. pp. 343–346. ISBN 978-92-1-126442-5. สืบค้นเมื่อ 16 December 2020.
  3. Legislative elections in Qatar postponed until at least 2019 Archived 2017-08-22 at the Wayback Machine. Doha News, 17 June 2016
  4. https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/geos/qa.html
  5. "Monthly Averages for Doha, Qatar". weather.com. The Weather Channel. สืบค้นเมื่อ 26 October 2009.
  6. 6.0 6.1 John Lockerbie (6 June 1998). "The population of Qatar". Catnaps.org. สืบค้นเมื่อ 28 March 2010.
  7. "Qatar – Country overview, Location and size, Population, Industry, Mining, Manufacturing, Services, Tourism". Nationsencyclopedia.com. สืบค้นเมื่อ 28 March 2010.
  8. "CGIS Home Page – Main Section". Gisqatar.org.qa. 31 December 1998. สืบค้นเมื่อ 28 March 2010.
  9. https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/geos/qa.html
  10. (PDF) World Population Prospects, Table A.1 (รายงาน). 2008 revision. United Nations. 2009. http://www.un.org/esa/population/publications/wpp2008/wpp2008_text_tables.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ 12 March 2009. 
  11. http://www.worldometers.info/world-population/population-by-country/
  12. http://www.state.gov/r/pa/ei/bgn/5437.htm
  13. http://pewforum.org/Muslim/Mapping-the-Global-Muslim-Population%286%29.aspx
  14. "Report on International Religious Freedom – Qatar". US Department of State. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 21 August 2014. The official state religion follows the conservative Wahhabi tradition of the Hanbali school of Islam
  15. "Tiny Qatar's growing global clout". BBC. 30 April 2011. สืบค้นเมื่อ 12 March 2015.
  16. "Qatar's modern future rubs up against conservative traditions". Reuters. 27 September 2012.
  17. "Rising power Qatar stirs unease among some Mideast neighbors". Reuters. 12 February 2013. สืบค้นเมื่อ 13 June 2013.
  18. "2011 Report on International Religious Freedom – Qatar". US Department of State.
  19. "Religious Composition by Country" (PDF). Global Religious Landscape. Pew Forum. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 9 March 2013. สืบค้นเมื่อ 9 July 2013.
  20. "The Permanent Constitution of the State of Qatar". Government of Qatar. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 6 October 2014.
  21. "Constitution of Qatar". According to Article 1: Qatar is an independent Arab country. Islam is its religion and Sharia law is the main source of its legislation.
  22. "The Ministry of Awqaf and Islamic Affairs". Afreno. สืบค้นเมื่อ 4 April 2020.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]