เทศบาลนครเชียงใหม่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เทศบาลนครเชียงใหม่
Chiang Mai City
เทศบาล
คูเมืองเชียงใหม่ด้านตะวันออก, วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร, ภาพถ่ายมุมสูงจากดอยสุเทพ, ประตูท่าแพ, รถสี่ล้อแดง, วัดเชียงมั่น
คูเมืองเชียงใหม่ด้านตะวันออก, วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร, ภาพถ่ายมุมสูงจากดอยสุเทพ, ประตูท่าแพ, รถสี่ล้อแดง, วัดเชียงมั่น
ตราอย่างเป็นทางการของเทศบาลนครเชียงใหม่
ตรา
คำขวัญ: เชียงใหม่เมืองน่าอยู่ เฟื่องฟูวัฒนธรรม นำด้วยธรรมาภิบาล บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของประชน[1]
ประเทศ ธงชาติของไทย ไทย
ที่ตั้ง สำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ เลขที่ 1 ถนนวังสิงห์คำ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50300
การปกครอง
 • นายกเทศมนตรี นายทัศนัย บูรณุปกรณ์
เนื้อที่
 • ทั้งหมด 40.22 ตร.กม. (15.53 ตร.ไมล์)
ประชากร (พ.ศ. 2557)
 • ทั้งหมด 132,634 คน
 • ความหนาแน่น 3,300 คน/ตร.กม. (8,500 คน/ตร.ไมล์)
ISO 3166 5099
โทรศัพท์ 0 5325 9000
เว็บไซต์ http://www.cmcity.go.th/
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

เทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของประเทศไทย ตั้งอยู่ในบริเวณอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีพิกัดภูมิศาสตร์ 18°47′20″ เหนือ 98°59′00″ ตะวันออก เทศบาลนครเชียงใหม่ได้รับการเปรียบว่าเป็น กุหลาบแห่งเมืองเหนือ เนื่องด้วยเป็นเมืองที่สวยงาม บรรยากาศดีแห่งหนึ่งของประเทศ เทศบาลนครเชียงใหม่ซึ่งเป็นอดีตนครหลวงแห่งอาณาจักรล้านนาถือเป็นศูนย์กลางความเจริญของภาคเหนือ มีศักยภาพและความพร้อมในหลายๆ ด้าน อีกทั้งนครเชียงใหม่ ยังเป็นนครประวัติศาสตร์ที่ยังคงหลงเหลือหลักฐานทางวัฒนธรรม ทั้งโบราณสถานมากมายในเมืองที่เป็นลักษณะเฉพาะของเชียงใหม่บ่งบอกถึงความเป็นล้านนา ทำให้เชียงใหม่ เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ ของไทย

ประวัติ[แก้]

เทศบาลนครเชียงใหม่ เมื่อเริ่มแรกมีฐานะเป็นเพียงสุขาภิบาลเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2458 และยังขึ้นตรงต่อมณฑลพายัพ แต่ต่อมาเมื่อประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในปี พ.ศ. 2475 สภาผู้แทนราษฎรจึงมีมติสมควรจัดตั้งชุมชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นสุขาภิบาลให้มีฐานะเป็น เทศบาล โดยในครั้งนั้นนครเชียงใหม่ได้รับฐานะใหม่จากสุขาภิบาลเมืองเชียงใหม่ขึ้นเป็น "เทศบาลนครเชียงใหม่" ในปี พ.ศ. 2478 [2] ถือได้ว่าเป็นเทศบาลนครแห่งแรกของไทย

ดวงตราเทศบาล

ดวงตราสัญลักษณ์ของเทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นรูปพระบรมธาตุดอยสุเทพตั้งตระหง่านอยู่บนปุยเมฆ และยังมีพญานาค รวงข้าว และลายดอกประจำยาม ในดวงตราสัญลักษณ์อีกด้วย

  1. พระบรมธาตุดอยสุเทพ สถานที่ซึ่งเป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงยังเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้ที่แห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะของพระพุทธศาสนิกชนแสดงถึงการเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนาในภาคเหนือที่รุ่งเรืองมายาวนานทุกสมัย
  2. ปุยเมฆ เป็นตัวบ่งบอกลักษณะสภาพอากาศโดยทั่วไปของนครเชียงใหม่ ที่เย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี
  3. พญานาค ซึ่งตามประวัติความเป็นมานั้น พญานาคถือว่าเป็นผู้ให้น้ำ และในที่นี้หมายถึง แม่น้ำปิง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านนครเชียงใหม่
  4. รวงข้าว เปรียบดังความอุดมสมบูรณ์ของเมือง ที่มีพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปีเช่นกัน

ภูมิศาสตร์[แก้]

เทศบาลนครเชียงใหม่มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 40.216 ตารางกิโลเมตร โดยครอบคลุมพื้นที่ 14 ตำบลของอำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้แก่ ตำบลหายยา ตำบลช้างม่อย ตำบลศรีภูมิ ตำบลวัดเกต ตำบลช้างคลาน ตำบลพระสิงห์ ตำบลสุเทพ ตำบลป่าแดด ตำบลฟ้าฮ่าม ตำบลหนองป่าครั่ง ตำบลท่าศาลาบางส่วน ตำบลป่าตัน ตำบลหนองหอย และตำบลช้างเผือก

สภาพทั่วไป[แก้]

ตัวเมืองเชียงใหม่บางส่วน ถ่ายเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ที่ตั้งและลักษณะของชุมชน

ชุมชนเมืองเชียงใหม่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงตอนกลางเชิงดอยสุเทพ มีแม่น้ำปิงไหลผ่านใจกลางเมืองในแนวเหนือ–ใต้ ส่วนชุมชนดั้งเดิมหรือบริเวณเมืองเก่าตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ต่อมาเมื่อชุมชนได้พัฒนาให้มีความเจริญขึ้น โดยมีการขยายตัวข้ามแม่น้ำปิงมาทางฝั่งตะวันออก และภายหลังจากที่ได้มีการตัดถนนอ้อมเมือง ชุมชนได้พัฒนาออกไปหลายทิศทางตามเส้นทางคมนาคม และโครงข่ายสาธารณูปโภค ธุรกิจการพัฒนาที่ดินและที่พักอาศัยได้ขยายตัวเป็นอย่างมาก สภาพที่แท้จริงของชุมชนเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบันไม่ได้คงอยู่แต่เฉพาะในเขตเทศบาลเท่านั้น แต่ได้ขยายออกไปตามบริเวณชานเมืองและชนบทโดยรอบ อย่างเช่น เขตอำเภอหางดง, อำเภอสันทราย, อำเภอแม่ริม, อำเภอสารภี, อำเภอสันกำแพง, อำเภอดอยสะเก็ด, อำเภอสันป่าตอง, อำเภอจอมทอง และอำเภอแม่แตง เป็นต้น

อาณาเขต

เทศบาลนครเชียงใหม่มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้

ภูมิอากาศ[แก้]

ข้อมูลภูมิอากาศของเทศบาลนครเชียงใหม่ (2504–2533)
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภมูิสูงสุดที่เคยบันทึก °C (°F) 34.1
(93.4)
37.3
(99.1)
39.5
(103.1)
41.3
(106.3)
41.4
(106.5)
37.5
(99.5)
37.5
(99.5)
36.5
(97.7)
36.1
(97)
35.3
(95.5)
34.5
(94.1)
33.0
(91.4)
41.4
(106.5)
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 28.9
(84)
32.2
(90)
34.9
(94.8)
36.1
(97)
34.1
(93.4)
32.3
(90.1)
31.7
(89.1)
31.1
(88)
31.3
(88.3)
31.1
(88)
29.8
(85.6)
28.3
(82.9)
31.8
(89.2)
อุณหภูมิเฉลี่ยแต่ละวัน °C (°F) 20.5
(68.9)
22.9
(73.2)
26.4
(79.5)
28.7
(83.7)
28.1
(82.6)
27.3
(81.1)
27.0
(80.6)
26.6
(79.9)
26.5
(79.7)
25.8
(78.4)
23.8
(74.8)
21.0
(69.8)
25.4
(77.7)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) 13.7
(56.7)
14.9
(58.8)
18.2
(64.8)
21.8
(71.2)
23.4
(74.1)
23.7
(74.7)
23.6
(74.5)
23.4
(74.1)
23.0
(73.4)
21.8
(71.2)
19.0
(66.2)
15.0
(59)
20.1
(68.2)
อุณหภมูิต่ำสุดที่เคยบันทึก °C (°F) 3.7
(38.7)
7.3
(45.1)
10.0
(50)
15.8
(60.4)
19.6
(67.3)
20.0
(68)
20.5
(68.9)
20.7
(69.3)
16.8
(62.2)
13.3
(55.9)
6.0
(42.8)
5.0
(41)
3.7
(38.7)
ปริมาณฝน มม (นิ้ว) 6.9
(0.272)
4.6
(0.181)
13.0
(0.512)
50.1
(1.972)
158.4
(6.236)
131.6
(5.181)
160.8
(6.331)
236.0
(9.291)
227.6
(8.961)
121.9
(4.799)
52.8
(2.079)
19.8
(0.78)
1,183.5
(46.594)
วันที่มีฝนตกโดยเฉลี่ย 1 1 2 6 15 17 19 21 17 11 6 2 118
จำนวนชั่วโมงที่มีแดด 282.1 276.9 279.0 270.0 266.6 180.0 155.0 142.6 174.0 223.2 234.0 257.3 2,740.7
แหล่งที่มา1: Thai Meteorological Department[3]
แหล่งที่มา 2: หอสังเกตการณ์ฮ่องกง[4], NOAA (extremes)[5]

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

เทศบาลนครเชียงใหม่แบ่งการปกครอง ออกเป็น 4 แขวง ได้แก่

  1. แขวงนครพิงค์ มีพื้นที่ 11.7 ตารางกิโลเมตร
  2. แขวงกาวิละ มีพื้นที่ 11.4 ตารางกิโลเมตร
  3. แขวงเม็งราย มีพื้นที่ 7.7 ตารางกิโลเมตร
  4. แขวงศรีวิชัย มีพื้นที่ 9.2 ตารางกิโลเมตร

ประชากรศาสตร์[แก้]

ถนนในตัวเมืองเชียงใหม่ ด้านขวาเป็นกำแพงเมืองเก่า
วิวทิวทัศน์ตัวเมืองเชียงใหม่ยามค่ำคืน มองลงมาจากดอยสุเทพ

เทศบาลนครเชียงใหม่มีประชากรประมาณ 174,235 คน แบ่งเป็นชาย 66,036 คน หญิง 75,325 คน จำนวนบ้านเรือน 75,878 หลังคาเรือน[6] ในปัจจุบันเทศบาลนครเชียงใหม่กลายเป็นศูนย์กลางความเจริญทุก ๆ ด้านของภูมิภาค ทำให้มีประชากรแฝง อพยพมาอาศัยในเทศบาลนครเชียงใหม่ มากกว่า 2.5 ล้านคน[7] และมีประชากรในต่างอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาใช้บริการในเขตเมืองในเวลากลางวัน และอพยพออกไปในเวลากลางคืนประมาณ 250,000 คนต่อวัน ทำให้ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่มีความหนาแน่น และมีสภาพการจราจรที่คับคั่ง ไม่ต่างจากกรุงเทพมหานคร [8]

ภาษา

ภาษาราชการที่ใช้ในจังหวัดเชียงใหม่ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก และมีภาษาท้องถิ่นซึ่งเรียกว่า ภาษาคำเมือง ซึ่งแต่ละท้องถิ่นของทางภาคเหนือ มีคุณลักษณะของภาษาที่คล้าย ๆ กัน จะแตกต่างกันเฉพาะสำเนียงและศัพท์บางคำ แต่ละท้องถิ่นก็จะมีความไพเราะ ต่างกันไปนักท่องเที่ยวที่มาจากถิ่นอื่น ล้วนชื่นชมว่า "ภาษาคำเมืองนั้น มีความไพเราะ นุ่มนวล ยิ่งนักแล"

ศาสนา

ประชากรในเทศบาลนครเชียงใหม่ นับถือศาสนาพุทธ 91.80% ศาสนาคริสต์ 5.60% ศาสนาอิสลาม 1.17% ศาสนาฮินดูและศาสนาซิกข์ 0.02% และอื่น ๆ 1.14%

ประเพณีและวัฒนธรรม

เทศบาลนครเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน คนเชียงใหม่ได้สั่งสมวัฒนธรรมประเพณีสืบทอดมาจากบรรพบุรุษอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่มีความผูกพันกับพุทธศาสนาและความเชื่อดั้งเดิม ประเพณีที่สำคัญ ได้แก่

  • ปีใหม่เมือง หรือ สงกรานต์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–15 เมษายนของทุกปี เป็นประเพณีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ของชาวเชียงใหม่ แบ่งเป็นวันที่ 13 เป็นวันมหาสงกรานต์ มีขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ และพิธีสรงน้ำพระ วันที่ 14 เข้าวัดก่อเจดีย์ทราย และวันที่ 15 เมษายน ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และมีการเล่นสาดน้ำตลอดช่วงเทศกาล
  • ประเพณียี่เป็ง จัดขึ้นในช่วงวันลอยกระทงของทุกปี ราวเดือนพฤศจิกายน มีการตกแต่งบ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ ด้วยโคมชนิดต่าง ๆ มีการปล่อยโคมลอย มีการลอยกระทง ประกวดกระทงและนางนพมาศ
  • ประเพณีเข้าอินทขิล จัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นการบูชาเสาหลักเมืองโดยการนำดอกไม้ธูปเทียนมาใส่ขันดอก
  • มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ จัดขึ้นในอาทิตย์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี บริเวณสวนสาธารณะบวกหาด มีขบวนรถบุปผาชาติ และนางงามบุปผาชาติ

การศึกษา[แก้]

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ในปี พ.ศ. 2550 เทศบาลนครเชียงใหม่มีโรงเรียนในสังกัดจำนวน 11 แห่ง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจำนวน 1 แห่ง มีจำนวนห้องเรียนทั้งสิ้น 162 ห้อง มีจำนวนครูทั้งสิ้น 273 คน และมีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 4,289 คน


สถาบันอุดมศึกษา
สถาบันอาชีวศึกษา
  • วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่
  • วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่
  • วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่
  • วิทยาลัยโปลิเทคนิคลานนาเชียงใหม่
  • โรงเรียนเมโทรเทคโนโลยี
  • โรงเรียนพาณิชยการลานนาเชียงใหม่
  • โรงเรียนพาณิชยการเชียงใหม่
  • โรงเรียนศรีธนาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • โรงเรียนพายัพเทคโนโลยีเชียงใหม่
  • โรงเรียนเทคโนโลยีเอเชีย เชียงใหม่
โรงเรียนนานาชาติ
  • โรงเรียนนานาชาติเชียงใหม่
  • โรงเรียนนานาชาตินครพายัพ
  • โรงเรียนนานาชาติเปรม ติณสูลานนท์
  • โรงเรียนนานาชาติลานนา
  • โรงเรียนนานาชาติอเมริกันแปซิฟิก
  • โรงเรียนนานาชาติเกรซ
  • โรงเรียนคริสเตียนเยอรมันเชียงใหม่
โรงเรียนเอกชนและโรงเรียนมัธยมของรัฐบาล
โรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครเชียงใหม่
  • โรงเรียนเทศบาล 1 (วัดเกตการาม)
  • โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดท่าสะต๋อย)
  • โรงเรียนเทศบาล 3 (วัดกู่คำ)
  • โรงเรียนเทศบาล 4 (วัดศรีดอนไชย)
  • โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดศรีสุพรรณ)
  • โรงเรียนเทศบาล 6 (ดอกเงิน)
  • โรงเรียนเทศบาล 7 (วัดป่าแพ่ง)
  • โรงเรียนเทศบาล 8 (วัดศรีปิงเมือง)
  • โรงเรียนเทศบาล 9 (วัดพวกช้าง)
  • โรงเรียนเทศบาล 10 (วัดเชียงยืน)
  • โรงเรียนเทศบาล 11 (วัดหมื่นเงินกอง)

การคมนาคม[แก้]

เทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นเมืองหลักของภาคเหนือ เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์ อุตสาหกรรมและการคมนาคม จึงมีเส้นทางคมนาคมหลักทั้งทางบก และทางอากาศ มีทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงจังหวัด และเส้นทางมาตรฐานหลายสาย ทำให้การเดินทางติดต่อภายในจังหวัด การเดินทางสู่จังหวัดใกล้เคียงและกรุงเทพมหานครเป็นไปด้วยความสะดวก

ทางบก[แก้]

รถสองแถวที่รู้จักกันในชื่อ รถแดง

การเดินทางจากกรุงเทพฯ มายังนครใหม่ใช้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, จังหวัดอ่างทอง, จังหวัดนครสวรรค์ แล้วใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 (ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์) ผ่านจังหวัดลำปาง แยกซ้าย ผ่านจังหวัดลำพูน จนถึงจังหวัดเชียงใหม่

สำหรับการเดินทางในเทศบาลนคร จะใช้การจราจรโดยรถส่วนบุคคลหรือรถจักรยานยนต์รวมทั้งจักรยาน สำหรับระบบมวลชนจะมี รถแดง, รถตุ๊กตุ๊ก, รถโดยสารประจำทาง และประมาณ พ.ศ. 2550 เริ่มมีแท็กซี่มิเตอร์ในบริการในจังหวัดเชียงใหม่ โดยรถมีสีเหลือง-น้ำเงิน เป็นแท็กซี่สหกรณ์ ส่วนสีแดง-เหลืองเป็นแท็กซี่ส่วนบุคคล มีสถานีขนส่งภายในตัวจังหวัดเชื่อมต่ออำเภอต่าง ๆ คือ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 1 (สถานีขนส่งช้างเผือก) และสถานีขนส่งระหว่างจังหวัดคือ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 2 และสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 3 (สถานีขนส่งอาเขต)

ส่วนระบบรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษนครเชียงใหม่ (อังกฤษ: Chiangmai Transit System) จะเปิดให้บริการในอนาคต แต่ยังติดปัญหาเรื่องงบประมาณและการพิจารณาอนุมัติของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)

ทางราง[แก้]

การคมนาคมทางรถไฟ ปัจจุบันมีรถไฟสายกรุงเทพ–เชียงใหม่ โดยผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา–ลพบุรี–นครสวรรค์–พิษณุโลก–อุตรดิตถ์–แพร่–ลำปาง–ลำพูน เปิดการเดินรถเร็ว, รถด่วน, รถด่วนพิเศษ, และรถดีเซลรางปรับอากาศ รวมวันละ 14 ขบวนไป–กลับ และนครสวรรค์–เชียงใหม่ วันละ 2 ขบวนไป–กลับ มีสถานีรถไฟหลักและเป็นสถานีปลายทางในนครเชียงใหม่ คือ สถานีรถไฟเชียงใหม่

ทางอากาศ[แก้]

ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ มีความหนาแน่นของผู้ใช้บริการเป็นอันดับ 4 ของประเทศ

นครเชียงใหม่มีท่าอากาศยานเชียงใหม่ ที่มีความหนาแน่นของผู้ใช้บริการเป็นอันดับ 4 ของประเทศรองจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานภูเก็ต ตามลำดับ โดยมีเที่ยวบินไป–กลับวันละหลายเที่ยวบิน ทั้งสายการบินภายในประเทศ และสายการบินระหว่างประเทศ โดยสายการบินระหว่างประเทศ มีสายการบินในแถบเอเชียมีเที่ยวบินโดยตรงจากเชียงใหม่ไปยังหลายประเทศ เช่น ประเทศจีน, ประเทศเกาหลีใต้, ประเทศลาว, ประเทศพม่า, ประเทศมาเลเซีย, ประเทศสิงคโปร์ เป็นต้น

สถานที่สำคัญ[แก้]

เมืองพี่น้อง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.cmcity.go.th//flash/header.swf
  2. พระราชบัญญัติจัดตั้งเทศบาลนครเชียงใหม่ พุทธศักราช ๒๔๗๘ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 80 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2478
  3. "30 year Average (1961-1990) - CHIANG MAI". Thai Meteorological Department. สืบค้นเมื่อ 2010-04-20. 
  4. "Climatological Information for Chiang Mai, Thailand". Hong Kong Observatory. สืบค้นเมื่อ 2010-10-28. 
  5. "Climate Normals for Chiang Mai". National Oceanic and Atmospheric Administration. สืบค้นเมื่อ 1 February 2013. 
  6. [1]
  7. http://www.ryt9.com/s/prg/369382
  8. chiangmainews. เข้าถึงได้จาก: [2]
  9. 9.0 9.1 9.2 9.3 บรรยายสรุปจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2555 หน้า 39. สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]