อุทยานแห่งชาติแหลมสน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อุทยานแห่งชาติแหลมสน
ที่ตั้ง จ.ระนอง, จ.พังงา
พื้นที่ 196,875 ไร่ (315 ตร.กม.)[1]
จัดตั้ง 19 สิงหาคม 2526
ผู้เยี่ยมชม 14808[2] (2553)
หน่วยราชการ สำนักอุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติแหลมสน (Laem Son National Park) เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล ประกอบไปด้วยป่าชายเลน หาดทราย และแนวปะการัง มีพื้นที่ประมาณ 196,875 ไร่ หรือ 315 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมอำเภอเมืองระนอง อำเภอกะเปอร์ และอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง และอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา

ลักษณะภูมิประเทศ[แก้]

อุทยานแห่งชาติแหลมสนจะมีลักษณะเป็นชายฝั่งจมตัว ซึ่งก่อให้เกิดชายหาดตลอดแนวฝั่งแคบ มีลำน้ำสายสั้นขนาดเล็กจำนวนมาก เช่น คลองลัดโนด คลองขะนุด และคลองบางเบน ซึ่งลำคลองเหล่านี้จะพัดพาตะกอนดินมาทับถมตามปากแม่น้ำ และชายฝั่ง ทำให้ลักษณะชายฝั่งบริเวณปากแม่น้ำลำคลอง ถูกปกคลุมไปด้วยป่าโกงกาง

ความหลากหลายทางชีวภาพ[แก้]

ชายฝั่งบริเวณปากคลองมีสภาพเป็นป่าชายเลน พืชที่พบในป่าบริเวณนี้ ได้แก่ โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก พังกาหัวสุมดอกขาว ถั่วดำ ถั่วขาว ตะบูนขาว และตะบูนดำ ส่วนป่าชายเลนบนชายฝั่งบริเวณอื่น จะพบพืชประเภทลำแพน แสมขาว และโปรงแดง บนชายหาดบางแห่งมีลักษณะเป็นป่าโปร่ง ซึ่งมีพืชประเภทสนทะเล หยีทะเล และจิกทะเล บริเวณตอนในของเกาะต่างๆ และบนเขาปากเตรียมบนเกาะบางเบน มีลักษณะเป็นป่าดงดิบ พืชที่พบได้แก่ ยาง หวาย และระกำ

ภายในอุทยานจะพบนกได้อย่างน้อย 175 ชนิด โดยเป็นนกประจำถิ่นอย่างน้อย 122 ชนิด เช่น นกยางทะเล เหยี่ยวแดง นกกระแตแต้แว้ดหรือนกต้อยตีวิด นกอพยพที่ไม่ได้มาผสมพันธุ์ประมาณ 60 ชนิด เช่น นกปากแอ่นหางลาย นกสติ๊นท์คอแดง นกเด้าดิน นกนางนวลแกลบธรรมดา และนกอพยพตามฤดูกาล 12 ชนิด เช่น เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น นกจาบคาหัวเขียว นกจับแมลงสีฟ้าท้องขาว ในจำนวนนี้มีนกชนิดหนึ่งที่ถูกจัดให้เป็นสายพันธุ์ที่ถูกคุกคามระดับนานาชาติ คือ นกหัวโตมลายู ซึ่งจัดเป็นนกชนิดหนึ่งในสองชนิดของนกที่พบในเขตอุทยานที่ใกล้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยด้วย โดยอีกชนิดหนึ่งคือ นกนางนวลแกลบหงอนใหญ่ ส่วนนกที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการถูกคุกคาม มีอยู่ชนิดหนึ่งที่พบได้ในเขตอุทยาน คือ นกกระเต็นใหญ่ปีกสีน้ำตาล และมีนกอีก 2 ชนิดที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการถูกคุกคาม คือ นกออก และนกเงือกกรามช้าง

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พบในเขตอุทยาน ได้แก่ กระแตธรรมดา บ่าง ลิงลม ลิงกัง ลิงแสม ค่างแว่นถิ่นใต้ อีเห็นธรรมดา หมีขอ หมูป่า กระจงเล็ก พญากระรอกดำ อ้นใหญ่ และเม่นหางพวง

ความสำคัญและการใช้ประโยชน์[แก้]

บริเวณหาดแหลมสนและหาดบางเบนเป็นแหล่งอาศัยของนกจำนวนมาก ส่วนแนวปะการังรอบเกาะกำและเกาะค้างคาวเป็นทั้งแหล่งอาศัย แหล่มหลบภัย และแหล่งผสมพันธุ์ของสัตว์ทะเลหลายชนิด และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง

ปัญหาและการจัดการพื้นที่[แก้]

  • พื้นที่นี้ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2526
  • เนื่องจากสภาพของพื้นที่นี้เดิมเป็นทุ่งหญ้า จึงมีการนำปศุสัตว์เข้ามาเพาะเลี้ยงภายในอุทยาน และยังมีการลักลอบทำประมงอย่างผิดกฎหมายในเขตอุทยาน
  • นักท่องเที่ยวบางส่วนก่อให้เกิดปัญหาในอุทยาน เช่น เหยียบย่ำแนวปะการังระหว่างดำน้ำ รบกวนที่อยู่อาศัยของนกบนชายหาด
  • การทำประมงด้วยอวนนอกชายฝั่งในเขตอุทยานทำให้เรือประมงที่มีขนาดเล็กกว่าไม่สามารถออกทะเลไปจับสัตว์น้ำได้ และยังอาจทำให้วิถีชีวิตการทำประมงแบบพื้นบ้านถูกลืมเลือนไป

อ้างอิง[แก้]

  1. อุทยานแห่งชาติ จากธรรมชาติ สู่เขตอนุรักษ์, สำนักอุทยานแห่งชาติ, กรุงเทพฯ, 2545, 49
  2. สถิติข้อมูลนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ