สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
The Queen Sirikit Botanic Garden - Chiang Mai 2013 2651.jpg
ประเภทสวนพฤกษศาสตร์
ที่ตั้ง100 หมู่ 9 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
พิกัดภูมิศาสตร์18°53′14″N 98°51′43″E / 18.8873°N 98.8620°E / 18.8873; 98.8620
เนื้อที่6,500 ไร่
เปิดทำการ2536
สถานะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.053-841234 Facebook : สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
ผู้ดำเนินการองค์การสวนพฤกษศาสตร์
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ประวัติความเป็นมาของ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ องค์การสวนพฤกษศาสตร์[แก้]

         องค์การสวนพฤกษศาสตร์ได้รับการจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2535 ซึ่งเป็นปีมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา 5 รอบของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การสวนพฤกษศาสตร์ พ.ศ.2535  โดยมีสถานภาพเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี  ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 109 ตอน 40 ลงวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2535  โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็น ผู้กำกับดูแลและวางนโยบายร่วมกับคณะกรรมการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ ให้องค์การมีความก้าวหน้าในระดับนานาชาติให้ประเทศไทยมีสวนพฤกษศาสตร์ที่ได้ระดับมาตรฐานสากล และเป็นสถานที่เชิดชูความงามและคุณค่าพรรณไม้ไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก

         ในปี พ.ศ. 2537 ทางองค์การฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระราชทาน พระราชานุญาต จากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้ใช้ชื่อสวนพฤกษศาสตร์ในภาคเหนือขององค์การฯ ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ว่า  “สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์” Queen Sirikit Botanic Garden

           ในปี พ.ศ.2545 รัฐบาลมีนโยบายในการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม โดยนำหน่วยงานราชการที่มีภารกิจคล้ายคลึงกันไว้ในหน่วยงานเดียว องค์การสวนพฤกษศาสตร์จึงได้โอนย้ายจากสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีมาสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 119 ตอนที่ 102 ก ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2545

ผลงาน

พ.ศ. 2545 องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานส่งเสริมเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้เป็นหน่วยงานดีเด่นในสาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้านอนุรักษ์พรรณพืช

พ.ศ. 2547 ได้รับเลือกจากสำนักส่งเสริมพิทักษ์เยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เป็นองค์กรดีเด่นด้านการทำคุณประโยชน์ แก่เยาวชนในสาขาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรางวัลดังกล่าวถือเป็นความภาคภูมิใจ ในการปลูกสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนได้มีความรักและความหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติ และตระหนักที่จะมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พรรณพืชไทย

พ.ศ. 2552 องค์การฯ ได้รับใบรับรองมาตรฐานการบริหารจัดการด้านเอดส์และวัณโรคในสถานประกอบกิจการ ASO-T Thailand ระดับทองจาก กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานและกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข  

พ.ศ. 2553 สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ได้รับเกียรติบัตรให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ปรับสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับคนทั้งมวล จากโครงการปากั๋นแอ่วดอย คอยสร้างทางเตียว เหลียวมาอู้กั๋น ซึ่งดำเนินการโดย ชมรมโกลบอลแคมปัสเชียงใหม่ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ (สสพ.)

พ.ศ. 2554 ศูนย์วิจัยและพัฒนาสง่า สรรพศรี องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001: 2004

วันที่ 20 กันยายน 2556 ดร.สุญาณี  เวสสบุตร ผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อ.ส.พ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเยาวชนโรงเรียนเทพบดินทร์วิทยาเชียงใหม่

พ.ศ. 2557 สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ (Queen Sirikit Botanic Garden) ได้รับประกาศนียบัตรชนะเลิศการบริการยอดเยี่ยม ประจำปี 2014 จากเว็บไซต์ TripAdvisor (www.tripadvisor.com) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก

พ.ศ. 2557 องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ระดับดี หน่วยงานต้นแบบในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานของรัฐ ประจำปี 2557

พ.ศ. 2558 สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับประกาศนียบัตรชนะเลิศการบริการยอดเยี่ยม ประจำปี 2015 จากเว็บไซต์ TripAdvisor (www.tripadvisor.com) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก

พ.ศ. 2559 องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้รับเกียรติบัตรเป็นหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการลด คัดแยก ขยะมูลฝอย และของเสียอันตรายภายในหน่วยงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พ.ศ. 2563 สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ รับมอบตราสัญลักษณ์ มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย หรือ SHA  สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งตรา SHA หรือ (Amazing Thailand Safety & Health Administration) เป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีซึ่งเกิดจากมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุข ผนวกกับมาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพโดยสมาคมต่างๆ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเป็นผู้ดำเนินการตรวจประเมิน SHA ตามมาตรการสาธารณสุขและมาตรฐานการบริการที่ดีให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 10 ประเภทกิจการ ภายใต้การสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ ททท.จะเป็นผู้ควบคุมการออกตราสัญลักษณ์ SHA

พ.ศ. 2563 องค์การสวนพฤกษศาสตร์ รับโล่ประกาศเกียรติคุณหน่วยงานที่ผ่านการประเมินโครงการ “อาคารราชการต้นแบบด้านการจัดการน้ำเสีย” ระดับทอง จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจในสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์[แก้]

1. Canopy Walks เส้นทางศึกษาธรรมชาติเหนือเรือนยอดไม้ เส้นทางศึกษาธรรมชาติเหนือเรือนยอดไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยระยะทางกว่า 500 เมตร และที่ระดับความสูงเหนือพื้นดินกว่า 20 เมตร มีทัศนียภาพที่สวยงามของทิวยอดไม้ในแบบพาโนราม่า

2. กลุ่มอาคารเรือนกระจกเฉลิมพระเกียรติ (Glasshouse Complex) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดแสดงพรรณไม้ไว้ในโรงเรือนให้คล้ายคลึงกับลักษณะที่พืชขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ

3. พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ (Natural Science Museum) เป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรและนิทรรศการหมุนเวียนให้ความรู้ทางด้านพืช ธรรมชาติวิทยา ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม

4. ศูนย์เกษตรอินทรีย์ (Organic Learning Center) ตั้งอยู่ในบริเวณเรือนอนุบาลพรรณไม้ของสวนพฤกษศาสตร์ฯ  เป็นศูนย์เกษตรอินทรีย์ครบวงจร ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปลูกพืชอินทรีย์ การเตรียมดิน การคัดเมล็ดพันธุ์ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ รวมทั้งการสาธิตการปลูกพืชผักสวนครัว พืชสมุนไพร ผักพื้นบ้าน ผักปลอดสารพิษ ที่ผลิตจากการใช้เกษตรอินทรีย์หลากหลายชนิด

5. เส้นทางวัลยชาติ เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ทอดยาวไปตามสันเขา มีการจัดปลูกพืชไม้เลื้อยกว่า 250 ชนิด ตลอดสองข้างทาง ระยะทางประมาณ 800 เมตร

6. อุทยานขิง-ข่า เป็นเส้นทางที่ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้ทำการรวบรวมพืชวงศ์ขิง – ข่า ของไทย กว่า 180 ชนิด ซึ่งจัดได้ว่ารวบรวมไว้มากที่สุดในประเทศ

7. เส้นทางสวนรุกขชาติ  (Arboretum Trail) เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 600 เมตร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติ  ท่ามกลางความร่มรื่น และจุดพักผ่อนท่ามกลางสวนสนธรรมชาติ

8. เส้นทางกระสุนพระอินทร์-พระราม (Pill Millipede Trail) เส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง 400 เมตร ศึกษาระบบนิเวศของป่าที่ผสมผสานระหว่างป่าผลัดใบและไม่ผลัดใบ

9. เส้นทาง Banana Avenue เป็นเส้นทางรวบรวมและจัดแสดงพันธุ์กล้วยที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของประเทศ ภายในพื้นที่ 5 ไร่

10. น้ำตกแม่สาน้อย (Mae Sa Noi Waterfall) น้ำตกธรรมชาติ ที่ไหลจากลำห้วยแม่สา ผ่านบริเวณด้านหน้าสวนพฤกษศาสตร์ฯ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี


อัตราค่าเข้าชม

คนไทย

ผู้ใหญ่ คนละ 40 บาท

เด็ก คนละ 20 บาท

ชาวต่างชาติ

ผู้ใหญ่ คนละ 100 บาท

เด็ก คนละ  50 บาท

รถจักรยานยนต์   คันละ 30 บาท

รถยนต์สี่ล้อ       คันละ 100 บาท (รวมคนขับ)

**ไม่เสียค่าเข้าชม

สำหรับผู้สูงอายุ อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป, เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี, พระภิกษุ สามเณร และผู้พิการ 

ค่ารถบริการนำชมสวน (รถราง)

ผู้ใหญ่    คนละ 30 บาท

เด็ก      คนละ 10 บาท

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. โทร. 0-5384-1234 และ Facebook : สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระราชเสาวนีย์ที่เกี่ยวกับสวนพฤกษศาสตร์[แก้]

นับแต่เริ่มจัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรความก้าวหน้าในการดำเนินงานขององค์การฯ หลายครั้ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชเสาวนีย์แก่ผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ และคณะผู้บริหารองค์การฯ ในหลายโอกาสความสรุปได้ดังนี้

  • พัฒนาพื้นที่ให้มีความสวยงาม เป็นสถานที่ศึกษาและให้ความรู้แก่นักเรียนและเยาวชน
  • ให้เป็นศูนย์รวมพรรณไม้ไทย จากท้องถิ่นทุกภาคของประเทศ เพื่อจะได้เป็นที่รู้จักเพราะคนไทยได้มองข้ามความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ ไม่รู้จักพืช ทำให้ไม่สามารถนำศักยภาพของพืชชนิดต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
  • ช่วยสร้างความเจริญให้แก่ชุมชนและท้องถิ่นให้มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากพืชเศรษฐกิจ พืชอาหาร พืชสมุนไพร และไม้ดอก  ไม้ประดับ ฯลฯ รวมถึงการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์กล้วยไม้ไทยหายากแล้วปล่อยคืนสู่ป่าให้อยู่ในสภาพธรรมชาติตามเดิม
  • ศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นและพืชพื้นบ้านที่ชาวบ้านนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน แล้วเผยแพร่ความรู้แก่ราษฎรในชนบทให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ และสอนให้มีความเข้าใจในความสำคัญของป่าว่าเป็นทั้งแหล่งต้นน้ำลำธาร ช่วยรักษาสมดุลของธรรมชาติ และยังเป็นธนาคารอาหารของมนุษย์ที่ไม่รู้จักหมดสิ้นอีกด้วย
  • ให้สวนพฤกษศาสตร์ฯ เป็นแหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติที่สำคัญ เป็นตัวอย่างให้เยาวชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรพรรณพืชไทย

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]