จังหวัดมุกดาหาร
บทความนี้ได้รับแจ้งให้ปรับปรุงหลายข้อ กรุณาช่วยปรับปรุงบทความ หรืออภิปรายปัญหาที่หน้าอภิปราย
|
จังหวัดมุกดาหาร | |
|---|---|
| การถอดเสียงอักษรโรมัน | |
| • อักษรโรมัน | Changwat Mukdahan |
| คำขวัญ: หอแก้วสูงเสียดฟ้า ภูผาเทิบแก่งกะเบา แปดเผ่าชนพื้นเมือง ลือเลื่องมะขามหวาน กลองโบราณล้ำเลิศ ถิ่นกำเนิดลำผญา ตระการตาชายโขง เชื่อมโยงอินโดจีน | |
แผนที่ประเทศไทย จังหวัดมุกดาหารเน้นสีแดง | |
| ประเทศ | |
| การปกครอง | |
| • ผู้ว่าราชการ | วรญาณ บุญณราช (ตั้งแต่ พ.ศ. 2565) |
| • นายก อบจ. | วีระพงษ์ ทองผา (ตั้งแต่ พ.ศ. 2568) |
| พื้นที่ | |
• ทั้งหมด | 4,339.830 ตร.กม. (1,675.618 ตร.ไมล์) |
| • อันดับ | อันดับที่ 51 |
| ประชากร (พ.ศ. 2569 ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม)[2] | |
• ทั้งหมด | 345,484 คน |
| • อันดับ | อันดับที่ 65 |
| • ความหนาแน่น | 81.01 คน/ตร.กม. (209.8 คน/ตร.ไมล์) |
| • อันดับความหนาแน่น | อันดับที่ 60 |
| รหัส ISO 3166 | TH-49 รหัสจังหวัด: 49 อักษรย่อไทย: มห อักษรย่อโรมัน: MDH |
| ชื่อไทยอื่น ๆ | มุกฯ, เมืองบังมุก, มุกดาหารบุรีศรีสัตตตาลนคร |
| สัญลักษณ์ประจำจังหวัด | |
| • ต้นไม้ | ตานเหลือง (ช้างน้าว) |
| • ดอกไม้ | ตานเหลือง (ช้างน้าว) |
| • สัตว์น้ำ | ปลากดคัง (ปลากดแก้ว) |
| ศาลากลางจังหวัด | |
| • ที่ตั้ง | ถนนวิวิธสุรการ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร 49000 |
| • โทรศัพท์ | 0 4261 1330 |
| • โทรสาร | 0 4261 1330 |
| เว็บไซต์ | www |
มุกดาหาร เป็นจังหวัดชายแดนตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย มีลักษณะภูมิประเทศตั้งอยู่ในแอ่งสกลนคร โดยมีแม่น้ำโขงเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว ศูนย์กลางการบริหารของจังหวัดตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 652 กิโลเมตร และห่างจากจังหวัดนครพนมประมาณ 108 กิโลเมตร ทั้งนี้ จังหวัดมุกดาหารจัดอยู่ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 หรือกลุ่มจังหวัด "สนุก" (ประกอบด้วย สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร)[3][4]
จังหวัดมุกดาหารเป็นเมืองเก่ามีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยก่อนตั้งเมืองและจังหวัด จากหลักฐานทางโบราณคดีบ่งชี้ว่าพื้นที่แถบนี้เคยเป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์เมื่อราว 3,000 - 5,000 ปีมาแล้ว[5][6] ในทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดเริ่มต้นขึ้นเมื่อก่อตั้งเมือง เมืองมุกดาหารก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2313 สมัยกรุงธนบุรี โดยเจ้าจันทกินรี หลังจากมีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นเอกเป็นระยะเวลา 137 ปี ได้รับการปฏิรูปการปกครองโดยยุบรวมเป็นอําเภอหนึ่งของเมืองนครพนมและเป็นจังหวัดนครพนมตามลําดับ[7] เป็นเวลา 75 ปี ก่อนที่จะได้รับการยกฐานะและแยกเขตการปกครองออกจากจังหวัดนครพนมเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2525[8] จัดเป็นจังหวัดลําดับที่ 73 ของประเทศไทย (หากนับรวมกรุงเทพมหานคร)[9] หรือเป็นจังหวัดลําดับที่ 72 (หากนับเฉพาะเขตการปกครองรูปแบบจังหวัด)[3] และจัดเป็นลําดับที่ 44 ตามการเรียงลําดับอักขระวิธี[10] ซึ่งรวมกรุงเทพมหานครด้วย[10][9][11][4]
ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ จังหวัดมุกดาหารตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สําคัญและเป็นที่รู้จักในนาม "ประตูสู่อินโดจีน" โดยเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนและระบบโลจิสติกส์ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก (East-West Economic Corridor) ตลอดจนเป็นพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) โดยมีสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 เป็นเส้นทางคมนาคมหลักเชื่อมต่อไปยังประเทศเวียดนามและตอนใต้ของประเทศจีน ในด้านประชากรศาสตร์และสังคม มุกดาหารมีลักษณะเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่ประกอบด้วยกลุ่มชนพื้นเมือง 8 กลุ่มชาติพันธุ์ ผสมผสานกับประชากรชาวไทยเชื้อสายเวียดนามและชาวไทยเชื้อสายจีน นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและสถานที่สําคัญทางศาสนา เช่น อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ หอแก้วมุกดาหาร และวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์[3][4]
นิรุกติศาสตร์
[แก้]จังหวัดมุกดาหารเดิมคือ เมืองมุกดาหาร ซึ่งปรากฏนามเรียกขานหลากหลายในอดีต ได้แก่ เมืองมุกดาหารบุรีสีมุติกนคร (เมืองมุกดาหารทบุรีศรีมุตติกนคร), มุกดาหารบุรีศรีสัตตตาลนคร, มุกดาหารบุรี และเมืองบังมุก ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 คําว่า มุกดาหาร มีรากศัพท์มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต ซึ่งสื่อความหมายถึงสิ่งที่ทรงคุณค่าและงดงาม มี 2 ความหมาย ดังนี้
- หมายถึง ไข่มุก ในทางภาษาศาสตร์ คําว่า "มุกดาหาร" มาจากคําศัพท์ดั้งเดิมคือ มุกฺตา (สันสกฤต) หรือ มุตฺตา (บาลี) ซึ่งแปลว่า ไข่มุก นอกจากนี้ หากประกอบคําเป็น มุกฺตาหาร หรือ มุตฺตาหาร จะหมายถึง สร้อยไข่มุก ซึ่งเป็นเครื่องประดับที่มีค่า
- หมายถึง รัตนชาติ (อัญมณี) ในบริบทของนพรัตน์ (อัญมณีมงคล 9 ชนิด) มุกดาหาร หมายถึง รัตนะชนิดหนึ่งที่มีสีหมอกอ่อน ๆ (สีขาวนวลคล้ายแสงจันทร์) ถือเป็นของมีค่าที่หายากและมีความเป็นมงคล
ส่วนที่มาชื่อจังหวัดมุกดาหารมีข้อสันนิษฐานและตํานานเกี่ยวกับที่มาของชื่อเมืองดังนี้ [12]
- มุกดาหาร มุกดาหารบุรี และบังมุก (หรือบังมุกดาหาร) มีที่มาจากตํานานการสร้างเมือง ซึ่งระบุว่าในขณะที่กําลังสร้างบ้านแปงเมืองอยู่นั้น ราษฎรได้พบเห็นดวงแก้วมีสีสดใสเปล่งแสงประกาย ลอยออกจากต้นตาล 7 ยอดริมฝั่งแม่น้ำโขงล่องไปตามลําน้ำโขงในตอนหัวค่ํา และลอยกลับมาที่ต้นตาลตามเดิมในเวลาใกล้สว่าง เป็นประจําเช่นนี้แทบทุกคืน สร้างความอัศจรรย์แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ประกอบกับการค้นพบไข่มุกในหอยกี้ในแม่น้ำโขง ต่อมาเจ้าจันทกินรีจึงได้ขนานนามแก้วดวงนั้นว่า "แก้วมุกดาหาร" ซึ่งเป็นหนึ่งในเก้าแก้วในตํานานแก้วนพรัตน์และเนื่องจากพบใกล้บริเวณห้วยบังมุก (คําว่า "บัง" หมายถึง ลําห้วย) ภายหลังจึงถือเอานิมิตมงคลนี้ตั้งนามเมืองใหม่ว่า เมืองมุกดาหาร (หมายถึง แก้วไข่มุก) และเป็นที่มาของชื่อบังมุกและบังมุกดาหาร[12]
- เมืองมุกดาหารทบุรีศรีมุตติกนคร (มุกดาหารบุรีสีมุติกนคร) เป็นสร้อยนามเมืองที่ได้รับการเรียกขานในยุคต่อมา โดยคําว่า "บุรี" แปลว่า เมือง สมาสกับคําว่า "สีมุติกนคร" ซึ่งแผลงมาจากคําว่า มุกดา หรือมุกติกะ (แก้วมุกดา) เพื่อแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองและเกียรติภูมิของเมืองแห่งแก้วมุกดา
- มุกดาหารบุรีศรีสัตตตาลนคร แปลว่า "เมืองแห่งแก้วมุกดาหารและต้นตาลเจ็ดยอด" มีที่มาเชื่อมโยงกับตํานานข้างต้น โดยคําว่า "ตาลเจ็ดยอด" มาจากสภาพภูมิประเทศดั้งเดิมที่มีต้นตาลขึ้นหนาแน่นและมีลักษณะยอดแปลกตา[12]
- ที่มาตามบันทึกตรวจราชการของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ ทรงบันทึกไว้ว่า หน้าเมืองมุกดาหารมีหาดทรายซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่ามีดวงแก้วซ่อนอยู่ในหาดทรายนั้น จึงนําชื่อแก้ววิเศษในหาดทรายมาตั้งเป็นชื่อเมืองว่า "มุกดาหาร"[13][14][15]
- ที่มาจากแร่มุกดา หรือจันทรกานต์ มีข้อสันนิษฐานว่าในอดีตบริเวณแถบนี้มีการค้นพบแร่มุกดา (Moonstone) เป็นจํานวนมาก ประกอบกับมีหลักฐานอื่นในอดีตที่ชี้ว่าบริเวณนี้มีแร่มุกดาอยู่มาก[16]
ประวัติศาสตร์
[แก้]สมัยก่อนประวัติศาสตร์
[แก้]ยุคดึกดําบรรพ์
[แก้]พื้นที่ของจังหวัดมุกดาหารเป็นแหล่งค้นพบร่องรอยสิ่งมีชีวิตยุคดึกดําบรรพ์และยุคไดโนเสาร์ที่สําคัญหลายชนิด เช่น มุกดาหารโนดัส ไตรศิวกุลไล (Mukdahannodus trisivakulii) ซึ่งเป็นฟอสซิลฉลามโบราณ และซากดึกดําบรรพ์ในหลายแหล่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศโบราณที่ครอบคลุมตั้งแต่มหายุคพาลีโอโซอิกจนถึงมหายุคมีโซโซอิก[17][18][19][20]
ยุคสังคมบรรพกาล (3,000-2,000 ปีก่อน)
[แก้]บริเวณจังหวัดมุกดาหารมีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์และมีพัฒนาการทางสังคมมาตั้งแต่ช่วงปลายสมัยก่อนประวัติศาสตร์ หรือราว 3,000-2,000 ปีมาแล้ว กลุ่มชนในยุคแรกมีการดํารงชีวิตแบบบรรพกาลในลักษณะสังคมชนเผ่า[5] หลักฐานทางโบราณคดีที่สําคัญพบได้จากภาพเขียนสีในถ้ําต่าง ๆ เช่น ถ้ําฝ่ามือแดงบนภูอ่างบก ปรากฏภาพเขียนสีแดงของคน ภาพมือ อาวุธ และภาพสัญลักษณ์ทางเรขาคณิต[5] ถ้ําตีนแดง ซึ่งอยู่ต่อเนื่องกัน พบภาพคน ภาพสัตว์ และภาพรอยเท้าสีแดงที่ใช้วิธีทาบ ซึ่งนับเป็นแห่งแรกที่พบรอยเท้าลักษณะนี้ในประเทศไทย[5] ถ้ําผาแต้มที่ภูวัด อําเภอดอนตาล พบภาพมือและสัญลักษณ์จํานวนมากอันเกิดจากการประกอบพิธีกรรมเพื่อขอความอุดมสมบูรณ์[5]
นอกจากนี้ยังมีการค้นพบแหล่งชุมชนและแหล่งฝังศพโบราณที่แหล่งโบราณคดีนายกองคูณ ริมแม่น้ำโขงในอําเภอดอนตาล โดยพบเครื่องมือหินกะเทาะ สะเก็ดหิน และหินขัด[5] รวมทั้งมีการค้นพบกลองมโหระทึกสําริดซึ่งเป็นวัฒนธรรมดองซอนจํานวน 2 ใบในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร โดยสันนิษฐานว่าเป็นแหล่งผลิตและส่งออกกลองมโหระทึกในยุคโบราณ เนื่องจากเป็นที่แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พบการค้นพบเบ้าหลอมกลองมโหระทึกที่แหล่งโบราณคดีโนนหนองหอ[6] และโดยเฉพาะมโหระทึกที่พบในอําเภอดอนตาลนั้น ถือเป็นกลองมโหระทึกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งนักโบราณคดีประเมินอายุไว้ที่ราวพุทธศตวรรษที่ 7-8[5] ประชากรดั้งเดิมในยุคนี้ประกอบด้วยชนพื้นเมืองดั้งเดิมบนที่สูงคือกลุ่มชนเผ่าข่า และกลุ่มไทยลาวหรือลาวลุ่มที่อพยพเคลื่อนย้ายเข้ามาอาศัยในบริเวณที่ราบในภายหลัง[5]
สมัยประวัติศาสตร์
[แก้]ยุคอาณาจักรศรีโคตรบูร (ฟูนัน)
[แก้]ล่วงเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 5-12 ดินแดนบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงได้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรโคตรบูร (อาณาจักรฟูนัน)[5] พื้นที่บริเวณนี้ได้รับเอาวัฒนธรรมทวารวดีและคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนานิกายมหายานเข้ามา ดังปรากฏหลักฐานการค้นพบกลุ่มเสมาหินศิลาแลงขนาดใหญ่จํานวนมากที่สํานักสงฆ์หาดเวินไชย อําเภอดอนตาล ซึ่งประเมินอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 ลงมา[5]
ยุคอาณาจักรเจนละ
[แก้]เมื่ออาณาจักรโคตรบูรณ์เสื่อมอํานาจลง อาณาจักรเจนละได้แผ่อํานาจเข้าครอบคลุมบริเวณนี้แทนในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15-18 พื้นที่ของจังหวัดมุกดาหารที่อยู่ต่อเนื่องกับจังหวัดอุบลราชธานีถือเป็นชุมชนชายแดนที่เป็นส่วนหนึ่งของรัฐเจนละ โดยประชากรของอาณาจักรเจนละจัดเป็นชนชาติในตระกูลมอญ-เขมร[5]
ยุคอาณาจักรขอม
[แก้]หลังจากนั้นอาณาจักรขอมได้แผ่อํานาจเข้าครอบคลุมภาคอีสานอย่างกว้างขวาง ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15-18 แม้จะไม่ได้พบร่องรอยการสร้างศาสนสถานแบบขอมในพื้นที่มุกดาหาร แต่มีการค้นพบไหมีหูบรรจุกระดูกคนตายฝังอยู่ใต้ดินจํานวนมากในพื้นที่เกือบทุกอําเภอ นักโบราณคดีระบุว่าศิลปวัตถุเหล่านี้เป็นศิลปะแบบลพบุรี (ขอม) ซึ่งมักใช้ถ้วยเคลือบสีครอบปิดปากไหเอาไว้[5]
สมัยเมืองมุกดาหาร (สมัยธนบุรี-สมัยก่อนการเปลี่ยนการปกครอง)
[แก้]การตั้งถิ่นฐานและการสถาปนาเมืองมุกดาหาร
[แก้]"เนื้อหาประวัติศาสตร์เมืองมุกดาหารอ่านที่ บทความหลักเมืองมุกดาหาร"
ดินแดนบริเวณเมืองมุกดาหารในอดีตเคยตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรล้านช้างในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19-22 ต่อมาใน พ.ศ. 2310 เจ้าจันทกินรีได้นําราษฎรอพยพจากเมืองหลวงโพนสิมทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ข้ามมาตั้งถิ่นฐานบริเวณฝั่งขวา ณ ปากห้วยบังมุก ตามคําบอกเล่าของพรานป่าที่ค้นพบร่องรอยเมืองและวัดร้าง เมื่อพิจารณาเห็นถึงความเหมาะสมของทําเลที่ตั้งจึงได้ริเริ่มสร้างเมืองในปี พ.ศ 2310 และได้สถาปนาเมืองขึ้นในปี พ.ศ 2313
ครั้นถึงรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งอาณาจักรธนบุรี ได้ทรงแผ่ขยายอาณาเขตและพระราชอํานาจมาถึงดินแดนที่เป็นเมืองมุกดาหาร พระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเจ้าจันทกินรีเป็นเจ้าเมืองมุกดาหารท่านแรก โดยพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "พระยาจันทรศรีสุราชอุปราชามันธาตุราช" ใน พ.ศ. 2321 มุกดาหารจึงเป็นเมืองในขอบขัณฑสีมาของกรุงธนบุรีนับแต่นั้นเป็นต้นมา[21][11]
ก่อนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง
[แก้]ล่วงเข้าสู่ยุคอาณาจักรรัตนโกสินทร์ เมืองมุกดาหารมีฐานะเป็นหัวเมืองประเทศราชของสยาม (ปรากฏนามเรียกขานหลากหลาย ได้แก่ เมืองมุกดาหารบุรีสีมุติกนคร, มุกดาหารบุรีศรีสัตตตาลนคร, มุกดาหารบุรี หรือ เมืองบังมุก) ภายหลังการปฏิรูปการปกครองส่วนภูมิภาคเข้าสู่ระบบมณฑลเทศาภิบาลใน พ.ศ. 2437 เมืองมุกดาหารได้ถูกโอนไปอยู่ภายใต้การปกครองของมณฑลอุดร[22]
สภาพสังคม เศรษฐกิจ และภูมิศาสตร์ จากบันทึกตรวจราชการ สมเด็จกรมพระยาดํารงราชานุภาพ (พ.ศ. 2449)
[แก้]ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2449 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้เสด็จตรวจราชการมณฑลอุดรและมณฑลอีสาน โดยเมื่อเวลาเช้าของวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2449 พระองค์ทรงประทับเรือมณฑลซึ่งเป็นเรือพายล่องตามลําน้ำโขงแวะทักทายราษฎรที่บ้านบางไทรน้อย และทรงทอดพระเนตรทิวทัศน์เมืองสุวรรณเขตของฝรั่งเศสทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง จนกระทั่งเวลา 10:00 น. จึงเสด็จถึงเมืองมุกดาหาร ทรงได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติจากคณะกรมการเมือง นําโดยพระยาศศิวงษ์ประวัติ (เมฆ) จางวางเมืองมุกดาหาร มีการนิมนต์พระมาสวดเจริญชัยมงคลคาถารับเสด็จที่ท่าน้ำโขงหน้าเมือง จากนั้นทรงพระดําเนินไปยังที่พักแรมซึ่งพระอนุชาติวุฒาธิคุณ ข้าหลวงจัดเตรียมไว้เป็นตึกขัดแตะถือปูน ในช่วงบ่ายทรงเข้าร่วมพิธีประชุมบายศรีทูลพระขวัญเพื่อแสดงความจงรักภักดี และเสด็จตรวจเยี่ยมศาสนสถานสําคัญ ได้แก่ วัดศรีมงคล (ใต้) วัดกลาง (วัดยอดแก้วศรีวิชัย) และวัดศรีบุญเรือง พร้อมทั้งทอดพระเนตรวิถีชีวิตราษฎรตามหมู่บ้านก่อนจะเสด็จเยี่ยมเยียนบ้านพักของกรมการเมือง[13][14][15]
พระนิพนธ์ "เรื่องเที่ยวที่ต่าง ๆ ภาคที่ 4" ซึ่งบันทึกการเดินทางครั้งนี้ ได้ฉายภาพสภาพสังคม เศรษฐกิจ และภูมิศาสตร์ของเมืองมุกดาหารในยุคปลายระบบเทศาภิบาลไว้อย่างชัดเจน ทรงบันทึกที่มาของชื่อเมืองว่า บริเวณหน้าเมืองมีหาดทรายและหาดกรวดขนาดใหญ่ซึ่งราษฎรเชื่อกันว่ามีดวงแก้ว (พลอย) ซ่อนอยู่จึงนํามาตั้งเป็นชื่อเมือง ผังเมืองมุกดาหารมีการตัดถนนกว้างขวางสะอาดตา แม้สภาพบ้านเรือนราษฎรจะยังคงดูร่วงโรย ด้านเศรษฐกิจ มุกดาหารเป็นศูนย์กลางรวบรวมสินค้าท้องถิ่นจําพวกหนังสัตว์ เขาสัตว์ และสมุนไพร บรรทุกเกวียนฝ่าดงไปค้าขายแลกเปลี่ยนที่เมืองนครราชสีมา (โคราช) และซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ผ้าแพร เครื่องทองเหลือง และน้ำมันปิโตรเลียมกลับมา นอกจากนี้ยังทรงบันทึกถึงความแตกต่างทางการค้าบริเวณชายแดน โดยระบุว่ารัฐบาลฝรั่งเศสใช้นโยบายผูกขาดสินค้าบุหรี่และไม้ขีดไฟ โดยเก็บภาษีสินค้าจากฝั่งไทยอย่างเข้มงวดเพื่ออุดหนุนกิจการของตน แม้น้ำมันปิโตรเลียมในฝั่งสุวรรณเขตจะมีราคาถูกกว่า แต่ราษฎรมุกดาหารก็ยังนิยมบริโภคสินค้าจากทางโคราชมากกว่าเนื่องจากคุณภาพดีกว่าและพลเมืองส่วนใหญ่ยังไม่นิยมใช้น้ำมัน[13][14][15]
ในด้านภูมิศาสตร์และการคมนาคม ทรงบันทึกถึงความกว้างใหญ่และอุปสรรคตามธรรมชาติของแม่น้ำโขง ซึ่งต่างจากที่เคยทรงคาดการณ์ไว้แต่แรกว่าคงคล้ายแม่น้ำเจ้าพระยา ลําน้ำโขงมีความขุ่นและไหลเชี่ยวจัดตลอดปี เต็มไปด้วยอันตรายจากโขดหิน หาดทรายที่เคลื่อนตัวพูนขึ้นได้ สัตว์ร้ายตามความเชื่อท้องถิ่นอย่างจระเข้และปลาเงือก และแก่งขนาดใหญ่จํานวนมาก โดยเฉพาะ "แก่งคับพวงและแก่งคันกะเบา" ที่มีน้ำวนขนาดใหญ่โตน่ากลัวจนฝีพายผู้เชี่ยวชาญยังต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ทรงสรุปว่าการเดินทางในแม่น้ำโขงไม่ได้มีความสนุกสบาย ทว่ามีความแปลกประหลาดน่าพิศวงยิ่งนัก[13][14][15]
สําหรับการเสด็จสถลมารคจากมุกดาหารมุ่งหน้าสู่เมืองยโสธรนั้น เริ่มต้นขึ้นในรุ่งเช้าของวันที่ 21 มกราคม พระองค์ทรงขี่ม้าตัดผ่านเส้นทางโคกสลับทุ่งนา และต้องเดินทางลัดเลาะผ่านดงป่าดิบชื้นขนาดใหญ่ที่สําคัญ คือ "ดงบังอี่" ซึ่งเป็นป่าทึบหนาแน่นมืดครึ้มคล้ายดงพญาไฟ เต็มไปด้วยต้นตะเคียนและไม้ยางสูงใหญ่ การเดินทางเป็นไปอย่างยากลําบากเนื่องจากทางแคบและเต็มไปด้วยตอไม้ ป่าแห่งนี้เป็นรอยต่อทางภูมิศาสตร์ระหว่างมณฑลอุดรและมณฑลอีสาน โดยมีกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทย (ภูไท) ตั้งถิ่นฐานทํานาพอเลี้ยงชีพอยู่กลางดง เช่นที่บ้านนาเกาะ จนกระทั่งวันที่ 22 มกราคม ทรงนําขบวนเสด็จผ่านลานหินดาดและออกปากดงบังอี่ที่ตําบลหนองพอก เข้าสู่เขตอําเภอเสนางคนิคม เมืองอุบลราชธานี (มณฑลอีสาน) ซึ่งทรงชมเชยว่าถนนหนทางฝั่งมณฑลอีสานมีการจัดการที่ดี ตัดถนนกว้างขวางและเว้นร่มไม้ใหญ่ไว้ให้เดินทางได้สะดวกสบาย[13][14][15]
ต่อมาในวันที่ 23 มกราคม ทรงเดินทางข้าม "ลําน้ำเซ" ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตอําเภอเสนางคนิคมกับเขตเมืองยโสธร เข้าสู่ "ดงสะมากัง" (หรือภูสะมากัง) ซึ่งเป็นดงขนาดเล็กกว่าดงบังอี่และมีเส้นทางราบเรียบ อุดมไปด้วยไม้งามและ "ไม้ยมผา" (ไม้ที่ชาวยุโรปนิยมนําไปทําหีบบุหรี่) โดยมีกลุ่มชาวผู้ไทยที่อพยพมาจากเมืองตะโปนมาคอยเฝ้ารับเสด็จตลอดเส้นทาง จากนั้นในวันที่ 24 มกราคม ทรงลัดเลาะผ่านชุมชนต่าง ๆ เช่น บ้านนาฮี บ้านคําไหล และบ้านนาซึม จนกระทั่งถึงรุ่งเช้าของวันที่ 25 มกราคม ทรงขี่ม้าผ่านทัศนียภาพโคกไม้สลับทุ่งนาที่อุดมสมบูรณ์และงดงาม ผ่านสระน้ำใหญ่และหมู่บ้านหลายแห่ง ก่อนจะเสด็จพระดําเนินถึงเมืองยโสธรโดยสวัสดิภาพในเวลา 10:30 น. ถือเป็นการสิ้นสุดการเดินทางสถลมารคบุกเบิกผ่านป่าดงของเขตเมืองมุกดาหารในสัปดาห์นั้น[13][14][15]
บันทึกการเสด็จตรวจราชการของพระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา (ปลายปี พ.ศ. 2449)
[แก้]ในห้วงเวลาแห่งการปฏิรูปการปกครองหัวเมืองเข้าสู่ระบบมณฑลเทศาภิบาล ราวปลายปี พ.ศ. 2449 ต่อเนื่องถึงต้นปี พ.ศ. 2450 พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา ขณะทรงดํารงตําแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลอุดร ได้เสด็จออกตรวจราชการเพื่อจัดระเบียบการปกครองและวางรากฐานระบบอําเภอขึ้นแทนที่ระเบียบหัวเมืองแบบเก่าในท้องที่เมืองมุกดาหาร
การเสด็จฯ ในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากพระจันทรเทพสุริยวงษา (แสง) ผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร ถึงแก่อนิจกรรมในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2449 ทําให้เมืองมุกดาหารกําลังว่างเว้นผู้ปกครอง ในกาลนั้น "ขุนจันทมุกต์" (ต่อมาคือ พระจันทรศรีสุราช) ได้รับความไว้วางใจให้ทําหน้าที่เป็นนายกองจัดการรับเสด็จ ซึ่งขุนจันทมุกต์ได้แสดงฝีมือจัดการตระเตรียมการอย่างถี่ถ้วน ทั้งการกะระยะทางสัญจร และการจัดสร้างทําเลที่ประทับแรมได้อย่างสมพระเกียรติ เป็นที่พอพระหฤทัยของพระองค์เจ้าวัฒนายิ่งนัก[13][14]
ภายหลังการตรวจราชการ ณ ทําเนียบเมืองมุกดาหารเสร็จสิ้น พระองค์ได้เสด็จสถลมารคต่อไปยัง "เมืองหนองสูง" อันเป็นถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทยในอดีต และทรงพระดําเนินลัดเลาะเรื่อยไปจนถึงบริเวณ "บ้านนาแก" เมื่อทรงทอดพระเนตรและพิจารณาชัยภูมิของบ้านนาแกอย่างถี่ถ้วนแล้ว ทรงพระดําริเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้มีทําเลที่ตั้งอันเหมาะสมยิ่ง ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่เอื้อต่อการบริหารราชการได้สะดวกกว่าการตั้งทําเนียบอยู่ที่เมืองหนองสูงแต่เดิม จึงได้มีรับสั่งโดยตรงแก่ขุนจันทมุกต์ ความว่า
“....จันทมุกต์ ข้าจะให้เจ้ามาเป็นนายอําเภอหนองสูง ขอให้เตรียมตัวและให้เตรียมย้ายเมืองหนองสูงมาตั้งเป็นอําเภอที่บ้านนาแกนี้.......”
จากพระดําริและข้อราชการในคราวนั้น ส่งผลให้กระทรวงมหาดไทยดําเนินการยุบและย้ายที่ว่าการเมืองหนองสูงมาตั้ง ณ บริเวณบ้านนาแก ในปี พ.ศ. 2450 โดยในระยะแรกยังคงใช้ชื่อทางราชการว่า "อําเภอหนองสูง" ตามเดิม ก่อนที่จะเปลี่ยนนามใหม่เป็น "อําเภอนาแก" ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์และชื่อหมู่บ้านในเวลาต่อมา (ปัจจุบันอยู่ในเขตการปกครองของจังหวัดนครพนม)
สําหรับพื้นที่ตัวเมืองหนองสูงเดิมที่ถูกย้ายศูนย์กลางการบริหารออกไปนั้น ในกาลต่อมาเมื่อบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองขึ้นและประชากรหนาแน่นขึ้น จึงได้รับการยกฐานะจัดตั้งขึ้นเป็น "อําเภอหนองสูง" อีกวาระหนึ่ง ดํารงฐานะเป็นอําเภอสําคัญของจังหวัดมุกดาหารตราบจนปัจจุบัน[13][14]
ที่มาของการจัดตั้งจังหวัด
[แก้]แนวคิดในการแยกอำเภอมุกดาหารออกมาตั้งเป็นจังหวัดเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมครั้งแรกในปี พ.ศ. 2518 โดยนายเฉลิมยศ แสนวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนมในขณะนั้น ได้เสนอร่างกฎหมายเข้าสู่รัฐสภา แต่กระบวนการยังไม่สำเร็จเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในยุคนั้นมีความผันผวน[23] ต่อมาในรัฐบาลของพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ กระทรวงมหาดไทยได้เสนอร่างพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดมุกดาหาร เข้าสู่รัฐสภาในฐานะร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรี[8]
ในการพิจารณาของรัฐสภา สมาชิกส่วนใหญ่มีความเห็นพ้องต้องกันเป็นเอกฉันท์[8] โดยให้เหตุผลสนับสนุนที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่
(1) ด้านการปกครอง จังหวัดนครพนมมีท้องที่ติดชายแดน มีอาณาเขตกว้างขวางและมีพลเมืองมาก การแยกพื้นที่ออกมาจัดตั้งเป็นจังหวัดใหม่จะช่วยให้การบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพมากขึ้น
(2) ด้านความมั่นคง มุกดาหารเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับแขวงสะหวันนะเขตของประเทศลาว การมีศูนย์กลางการปกครองระดับจังหวัดจะช่วยดูแลความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงชายแดนได้อย่างใกล้ชิด ความตอนหนึ่งในหนังสือประวัติกระทรวงมหาดไทยส่วนภูมิภาคว่า จังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดชายแดนติดกับประเทศที่มีการปกครองอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ จังหวัดมุกดาหารจึงมีความสำคัญต่อการป้องกันประเทศ ด้านการป้องกันภัย ดังนั้นรัฐบาลและข้าราชการส่วนต่าง ๆ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ในการดำเนินนโยบายและปฏิบัติราชการด้านต่าง ๆ โดยให้เป็นไปด้วยความสุมุขรอบคอบ มิฉะนั้นอาจเกิดการผิดพลาดเป็นชนวนเหตุก่อให้เกิดความยุ่งยากในประเทศขึ้นได้ (ประวัติมหาดไทย หน้า 89)[24]
(3) ด้านการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เนื่องจากอำเภอมุกดาหารและอำเภอใกล้เคียงอยู่ห่างไกลจากตัวจังหวัดนครพนม ประชาชนต้องเดินทางลำบากและใช้เวลานานในการติดต่อราชการ การตั้งจังหวัดใหม่จะช่วยลดความเดือดร้อนและนำบริการของรัฐไปสู่ประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา และพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงลงพระปรมาภิไธยเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2525[8] จากนั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 99 ตอนที่ 121 (ฉบับพิเศษ) เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2525[8] และกฎหมายมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันประกาศ ทำให้วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2525 เป็นวันจัดตั้งจังหวัดมุกดาหารอย่างเป็นทางการ[8]
พระราชบัญญัติกำหนดให้แยกอำเภอมุกดาหาร อำเภอคำชะอี อำเภอดอนตาล อำเภอนิคมคำสร้อย กิ่งอำเภอดงหลวง และกิ่งอำเภอหว้านใหญ่ ออกจากการปกครองของจังหวัดนครพนม รวมตั้งขึ้นเป็นจังหวัดมุกดาหาร และให้เปลี่ยนชื่ออำเภอมุกดาหารเป็นอำเภอเมืองมุกดาหาร[8] จังหวัดมุกดาหารจึงมีฐานะเป็นจังหวัดลำดับที่ 73 ของประเทศไทยโดยยึดถือวันที่ 27 กันยายนของทุกปีเป็น “วันคล้ายวันสถาปนาจังหวัดมุกดาหาร”[8]
สมัยจังหวัดมุกดาหาร (ปัจจุบัน)
[แก้]การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองและการยกฐานะเป็นจังหวัด
[แก้]ภายหลังการปฏิรูประบบการบริหารราชการส่วนภูมิภาค จากรูปแบบการปกครองระบบหัวเมืองมาสู่ระบบมณฑลเทศาภิบาลใน พ.ศ. 2437 เมืองมุกดาหารได้ถูกกําหนดให้อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของมณฑลอุดร ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการจัดระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินครั้งสําคัญอีกวาระหนึ่งใน พ.ศ. 2459 โดยมีการปรับเปลี่ยนการเรียกขานหน่วยงานระดับ "เมือง" เป็น "จังหวัด" และ "อําเภอ" ตามความเหมาะสมเชิงการบริหาร[25]
การปรับโครงสร้างดังกล่าว ส่งผลให้เมืองมุกดาหารซึ่งดํารงสถานะเป็นเมืองอิสระมาอย่างยาวนานถึง 137 ปี ต้องถูกลดบทบาทและฐานะลงเป็น อําเภอมุกดาหาร โดยให้ขึ้นตรงต่อการปกครองของจังหวัดนครพนม (ซึ่งปรับฐานะมาจากเมืองนครพนม ที่อําเภอมุกดาหารได้เข้าไปสังกัดอยู่ก่อนแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2450)
ต่อมาใน พ.ศ. 2476 แม้รัฐบาลจะมีการประกาศยกเลิกระบบมณฑลเทศาภิบาลเพื่อจัดระเบียบการบริหารราชการส่วนภูมิภาคใหม่ ทว่าพื้นที่ดังกล่าวยังคงดํารงสถานะเป็นอําเภอหนึ่งภายใต้เขตการปกครองของจังหวัดนครพนมอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 75 ปี จวบจนกระทั่งได้มีการประกาศยกฐานะและแยกส่วนการปกครอง จัดตั้งขึ้นเป็น จังหวัดมุกดาหาร อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2525[26][8][27]
เหตุการณ์สําคัญในยุคปัจจุบัน
[แก้]หลังจากการสถาปนาเป็นจังหวัด ได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและศูนย์รวมจิตใจของประชาชน โดยในวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2527 ได้มีพิธีตั้งศาลหลักเมืองมุกดาหาร บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด (ถนนสองนางสถิตย์) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (เมื่อครั้งดํารงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ได้เสด็จพระราชดําเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์[3]
ต่อมาในวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ได้มีการเปิดใช้งานสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 อย่างเป็นทางการ เพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมและเศรษฐกิจระหว่างจังหวัดมุกดาหารและแขวงสะหวันนะเขต โดยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินแทนพระองค์ เป็นประธานประกอบพิธีเปิดสะพานร่วมกับ ฯพณฯ บุนยัง วอละจิด รองประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในขณะนั้น[3]
ต่อมาในวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2567 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดําเนินเป็นการส่วนพระองค์เพื่อทอดพระเนตรผลการดําเนินงานของโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อําเภอดงหลวง [28]
ต่อมาในวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินมาทรงเปิดอาคารสํานักงานเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารหลังใหม่ ณ อําเภอเมืองมุกดาหาร [29]
ภูมิศาสตร์
[แก้]
พิกัดทางภูมิศาสตร์
[แก้]จังหวัดมุกดาหาร ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 16 - 17 องศาเหนือ และเส้นแวงที่ 104 - 105 องศาตะวันออก พิกัดของจังหวัดมุกดาหารจะอยู่ระหว่าง ละติจูด 16° 12' ถึง 16° 52' เหนือ และ ลองจิจูด 104° 5' ถึง 104° 59' ตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4,407 ตารางกิโลเมตร[4]
ภูมิประเทศ
[แก้]
ทิศเหนือและทิศใต้ของจังหวัดเป็นที่ราบสูง ทิศตะวันตกมีเทือกเขาภูพาน มีลักษณะเป็นป่าโปร่งบางแห่งเป็นป่าทึบ ส่วนทิศตะวันออกเป็นที่ราบสลับป่าไม้ และมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร มีพื้นที่ราบร้อยละ 20 ของพื้นที่จังหวัด ทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ป่าไม้ประมาณ 953,300 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 35.15 ของพื้นที่จังหวัด[3][5][4]
จังหวัดมุกดาหารมีอาณาเขตติดต่อดังนี้[3]
- ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดสกลนครและจังหวัดนครพนม
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับแขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว โดยมีแม่น้ำโขงไหลกั้นพรมแดน
- ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดอํานาจเจริญ จังหวัดยโสธร และจังหวัดร้อยเอ็ด
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดกาฬสินธุ์
จุดสูงสุด
[แก้]ภูผาซาน เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดมุกดาหาร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและจุดชมวิวของจังหวัดมุกดาหารที่สวยงามแห่งหนึ่งที่ท้าทายความสามารถนักเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ชอบการท้าทาย การปีนเขา การบุกป่าลุยไพร มีความสูง 617 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูสีฐาน บริเวณบ้านแมด ตําบลบ้านเหล่า อําเภอคําชะอี ห่างจากตัวอําเภอคําชะอีประมาณ 10 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดมุกดาหารประมาณ 42 กิโลเมตร พื้นที่บริเวณตีนเขาเชื่อมต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาเมือง[30]
ภูจอมศรี เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเขตอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว (ครอบคลุมพื้นที่อําเภอเมืองมุกดาหารและอําเภอดอนตาล) มีความสูงประมาณ 420–460 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง[31]
จุดต่ำสุด
[แก้]พื้นที่ราบลุ่มและตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขง (ครอบคลุมพื้นที่อําเภอหว้านใหญ่ อําเภอเมืองมุกดาหาร และอําเภอดอนตาล) มีระดับความสูงต่ำกว่า 200 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยจุดที่ต่ำที่สุดบริเวณขอบตลิ่งริมแม่น้ำโขง มีความสูงประมาณ 130–140 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง[32]
ภูมิอากาศ
[แก้]- ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ – กลางเดือนพฤษภาคม จะมีมวลอากาศเย็นหรือบริเวณความกดอากาศสูงแผ่ลงมาปะทะกับมวลอากาศร้อน ซึ่งจะทําให้บริเวณดังกล่าวเกิดพายุฝนฟ้าคะนองลมกรรโชกแรง หรือเรียกอีกอย่าง ว่าพายุฤดูร้อน ซึ่งจะสร้างความเสียหายเกิดขึ้นในบริเวณที่พายุพัดผ่าน
- ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม – กลางเดือนตุลาคม จะเกิดฝนทิ้งช่วงประมาณปลายเดือนมิถุนายน – ต้นเดือนกรกฎาคม ปริมาณฝนที่เกิดจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดเอาความชื้นเข้ามา และปริมาณฝนที่เกิดจากร่องฝน หรือร่องความกดอากาศต่ำ พาดผ่านในแนวตะวันออก–ตก ทําให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองเป็นบริเวณกว้าง ส่วนปริมาณฝนมากที่สุดเกิดจากพายุหมุนเขตร้อน จากทะเลจีนใต้เคลื่อนเข้ามาปีหนึ่งประมาณ 2–3 ลูก จะเกิดฝนตกเป็นบริเวณกว้าง
- ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม – กลางเดือนกุมภาพันธ์ จะมีมวลอากาศเย็นหรือบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณดังกล่าวทําให้อากาศหนาวเย็นและแห้งโดยทั่วไป
เนื่องจากจังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ติดชายแดนประเทศลาว ภูมิอากาศจึงมีความคล้ายคลึงกับฝั่งลาว ในเดือนธันวาคมอุณหภูมิสูงสุดมักจะต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส ทําให้มีอากาศเย็นสบาย ฤดูฝนอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน โดยเฉพาะเดือนสิงหาคมจะมีฝนตกชุกมากที่สุด และช่วงที่อากาศร้อนที่สุดของปีคือเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูแล้ง[33][4]
| รายการ | ปี 2551 | ปี 2552 | ปี 2553 |
|---|---|---|---|
| ปริมาณฝนตลอดทั้งปี (มิลลิเมตร) | 1,400.10 | 1,212.00 | 1,740.60 |
| จํานวนวันที่ฝนตกตลอดทั้งปี (วัน) | 133 | 106 | 110 |
| ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยสูงสุด (ร้อยละ) | 95.58 | 95.17 | 94.17 |
| ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยต่ำสุด (ร้อยละ) | 43.50 | 39.33 | 36.58 |
| ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย (ร้อยละ) | 74.23 | 71.98 | 70.62 |
| อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด (องศาเซลเซียส) | 35.68 | 36.38 | 36.77 |
| อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด (องศาเซลเซียส) | 18.58 | 18.99 | 19.34 |
| อุณหภูมิเฉลี่ย (องศาเซลเซียส) | 25.86 | 27.68 | 28.20 |
| ข้อมูลภูมิอากาศของมุกดาหาร (พ.ศ. 2524–2553) | |||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เดือน | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
| อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) | 30.4 (86.7) |
32.7 (90.9) |
35.1 (95.2) |
36.1 (97) |
34.5 (94.1) |
32.9 (91.2) |
32.4 (90.3) |
31.8 (89.2) |
32.0 (89.6) |
31.7 (89.1) |
30.7 (87.3) |
29.2 (84.6) |
32.46 (90.43) |
| อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) | 16.4 (61.5) |
19.1 (66.4) |
22.3 (72.1) |
24.6 (76.3) |
24.9 (76.8) |
25.0 (77) |
24.7 (76.5) |
24.4 (75.9) |
24.1 (75.4) |
22.5 (72.5) |
19.7 (67.5) |
16.7 (62.1) |
22.03 (71.66) |
| ปริมาณฝน มม (นิ้ว) | 3.7 (0.146) |
17.4 (0.685) |
38.8 (1.528) |
76.4 (3.008) |
199.5 (7.854) |
233.4 (9.189) |
231.9 (9.13) |
350.7 (13.807) |
211.7 (8.335) |
100.6 (3.961) |
13.3 (0.524) |
2.6 (0.102) |
1,480 (58.268) |
| ความชื้นร้อยละ | 67 | 65 | 62 | 65 | 75 | 79 | 81 | 84 | 82 | 77 | 71 | 69 | 73.1 |
| วันที่มีฝนตกโดยเฉลี่ย (≥ 1 มม.) | 1 | 2 | 4 | 7 | 16 | 18 | 18 | 22 | 17 | 9 | 2 | 0 | 116 |
| แหล่งที่มา: กรมอุตุนิยมวิทยา[34] | |||||||||||||
ศักยภาพด้านทําเลที่ตั้ง
[แก้]จังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดชายแดนติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และตั้งอยู่บนจุดกึ่งกลางระเบียงตะวันออก–ตะวันตก (EWEC) โดยมีสะพานมิตรภาพ 2 มุกดาหาร–สะหวันนะเขต เป็นจุดเชื่อมต่อ ทําให้เป็นจุดเชื่อมโยงการค้าและวัฒนธรรมกับประเทศในอนุภูมิภาคที่มีอุปสงค์ทางการค้าสูง หลายประเทศ เช่น สปป.ลาว สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และสาธารณรัฐประชาชนจีน เส้นทาง EWEC เริ่มจากเมาะละแหม่ง ของสหภาพเมียนมา ผ่านเข้า ประเทศไทยที่อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก ผ่านจังหวัดขอนแก่นมายังจังหวัดมุกดาหาร ข้ามสะพานมิตรภาพ 2 ไปยังแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ตามเส้นทางหมายเลข 9 ซึ่งเป็นที่ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน–เซโน เชื่อมโยงไปเขตเศรษฐกิจพิเศษลาวบาว สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เข้าสู่เส้นทางหมายเลข 1 ออกสู่ท่าเรือดานัง และสามารถขึ้นไปยังเวียดนามตอนเหนือ เข้าสู่ตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน เขตเศรษฐกิจพิเศษฉงจั่ว มณฑลกว่างซีจ้วง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง มีนครหนานหนิงเป็นเมืองหลัก ประชากรมากกว่า 100 ล้านคน ซึ่งจะเป็นแหล่งรองรับสินค้าขนาดใหญ่ของจังหวัดมุกดาหาร ระยะทางเส้นทาง EWEC จากจังหวัดมุกดาหารถึงนครดานัง และท่าเรือน้ำลึกดานัง เวียดนาม ประมาณ 527 กิโลเมตร โดยผ่านเส้นทางในส่วนของ สปป.ลาว เริ่มจากสะพานมิตรภาพ 2 จากเมืองไกสอน พมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต ไปตามเส้นทางหมายเลข 9 ผ่านเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน–เซโนที่เมืองอุทุมพอน เมืองพะลานไช เมืองพิน สิ้นสุดที่บ้านแดนสะหวัน เมืองเซโปน ชายแดนลาว–เวียดนาม ที่ด่านลาวบาว ระยะทางประมาณ 247 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยาง 2 ช่องจราจรตลอดสาย เข้าสู่เส้นทางในส่วนของเวียดนาม เริ่มจากด่านลาวบาว ที่ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษลาวบาว จังหวัดกว๋างจิ และไปเชื่อมต่อกับเส้นทางหมายเลข 1 ของเวียดนาม ที่เมืองดองฮา จังหวัดกวางตรี ระยะทาง 80 กิโลเมตร สามารถเดินทางลงไปทางใต้เพื่อต่อไปยังเมืองเว้ และท่าเรือน้ำลึกดานัง เมืองดานัง ระยะทาง 200 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยาง 2 ช่องจราจรตลอดสาย
เส้นทาง EWEC จากจังหวัดมุกดาหารสามารถเชื่อมต่อเชื่อมโยง เมืองฉงจั่ว นครหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระยะทาง 1,347 กิโลเมตร โดยนับระยะทางจากจังหวัดมุกดาหารถึงเมืองดองฮา จังหวัดกว๋างจิ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระยะทาง 327 กิโลเมตร จากเมืองดองฮา เดินทางขึ้นเหนือผ่านเมืองดงเห่ย จังหวัดกวางบินห์ จังหวัดฮาติงห์ เมืองวินห์ จังหวัดเงะฮาน จังหวัดทันหัว จังหวัดนินตินห์ เข้าสู่กรุงฮานอย ระยะทาง 620 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยาง 2 ช่องจราจรตลอดสาย การเดินทางจากจังหวัดมุกดาหารต้องแวะพักค้างที่เมืองวินห์ จังหวัดเงะฮาน เส้นทางดังกล่าวเชื่อมโยงเข้าสู่ประเทศจีนตอนใต้ โดยใช้เส้นทางจากกรุงฮานอย ผ่านเมืองลังเซิน เมืองชายแดนของเวียดนาม ระยะทาง 165 กิโลเมตร เข้าสู่จีน ที่ด่านโหยว อวี้ กวาน เข้าสู่เมืองผิงเสียง ผ่านเมืองฉงจั่ว ไปถึงนครหนานหนิง มณฑลกวางสี ระยะทาง 230 กิโลเมตร[3]
การเมืองการปกครอง
[แก้]การปกครองส่วนภูมิภาค
[แก้]การปกครองแบ่งออกเป็น 7 อำเภอ 53 ตำบล 526 หมู่บ้าน[35]

| เลข | ชื่ออําเภอ | จํานวนตําบล | พื้นที่ (ตร.กม.) |
|---|---|---|---|
| 1 | อําเภอเมืองมุกดาหาร | 13 | 1,235.066 |
| 2 | อําเภอนิคมคําสร้อย | 7 | 377.158 |
| 3 | อําเภอดอนตาล | 7 | 510.923 |
| 4 | อําเภอดงหลวง | 6 | 1,076.158 |
| 5 | อําเภอคําชะอี | 9 | 645.694 |
| 6 | อําเภอหว้านใหญ่ | 5 | 84.483 |
| 7 | อําเภอหนองสูง | 6 | 410.384 |
| รวม | 53 | 4,339.830 | |
การปกครองส่วนท้องถิ่น
[แก้]แบ่งออกเป็น 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 30 องค์การบริหารส่วนตำบล 1 เทศบาลเมือง และ 24 เทศบาลตำบล ดังแสดงในตารางต่อไปนี้
| ลําดับ | ชื่อเทศบาล | อําเภอ | ครอบคลุมตำบล | ประชากร (คน) (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนธันวาคม พ.ศ 2568) | |||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ทั้งตำบล | บางส่วน | รวม | |||||
| เทศบาลนคร (จังหวัดมุกดาหารยังไม่มีเทศบาลนคร) | |||||||
| เทศบาลเมือง | |||||||
| 1 | เมืองมุกดาหาร | ตําบลมุกดาหาร | ตําบลศรีบุญเรือง | 2 | 33,010 | ||
| เทศบาลตําบล | |||||||
| 1 | เมืองมุกดาหาร | ตําบลดงเย็น | – | 1 | 10,723 | ||
| 2 | เมืองมุกดาหาร | ตําบลคําอาฮวน | – | 1 | 13,006 | ||
| 3 | เมืองมุกดาหาร | ตําบลมุก | – | 1 | 26,355 | ||
| 4 | เมืองมุกดาหาร | ตําบลบางทรายใหญ่ | – | 1 | 9,150 | ||
| 5 | เมืองมุกดาหาร | ตําบลโพนทราย | – | 1 | 8,565 | ||
| 6 | เมืองมุกดาหาร | ตําบลผึ่งแดด | – | 1 | 5,591 | ||
| 7 | เมืองมุกดาหาร | ตําบลคําป่าหลาย | – | 1 | 13,055 | ||
| 8 | เมืองมุกดาหาร | ตําบลดงมอน | – | 1 | 5,598 | ||
| 9 | เมืองมุกดาหาร | ตําบลนาโสก | – | 1 | 10,266 | ||
| 10 | เมืองมุกดาหาร | ตําบลนาสีนวล | – | 1 | 8,551 | ||
| 11 | นิคมคําสร้อย | - | ตําบลนิคมคําสร้อย, ตําบลนากอก, ตําบลโชคชัย | 3 | 6,034 | ||
| 12 | นิคมคําสร้อย | ตําบลร่มเกล้า | – | 1 | 3,297 | ||
| 13 | ดอนตาล | ตําบลดอนตาล | – | 1 | 2,403 | ||
| 14 | ดอนตาล | ตําบลบ้านแก้ง | – | 1 | 3,076 | ||
| 15 | ดอนตาล | - | ตําบลดอนตาล | 1 | 4,490 | ||
| 16 | ดงหลวง | ตําบลดงหลวง | – | 1 | 8,221 | ||
| 17 | ดงหลวง | ตําบลหนองแคน | – | 1 | 5,222 | ||
| 18 | ดงหลวง | ตําบลกกตูม | – | 1 | 9,392 | ||
| 19 | คําชะอี | ตําบลน้ำเที่ยง | – | 1 | 2,241 | ||
| 20 | หว้านใหญ่ | ตําบลหว้าญใหญ่ | – | 1 | 4,904 | ||
| 21 | หว้านใหญ่ | ตําบลชะโนด | – | 1 | 2,789 | ||
| 22 | หนองสูง | ตําบลภูวง | – | 1 | 2,735 | ||
| 23 | หนองสูง | ตําบลบ้านเป้า | – | 1 | 3,311 | ||
| 24 | หนองสูง | ตําบลหนองสูงเหนือ | – | 1 | 2,671 | ||
| ที่มา: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย[36] | |||||||
รายนามผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าเมือง
[แก้]สำหรับรายนามเจ้าเมือง ก่อน พ.ศ 2442 ดูที่ เมืองมุกดาหาร และรายนามนายอำเภอ[note 1] หลัง พ.ศ 2525 ดูที่ อำเภอเมืองมุกดาหาร
ข้าหลวงกํากับราชการเมืองมุกดาหาร
[แก้]| ลําดับ | รายนาม | ช่วงเวลาดํารงตําแหน่ง | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 1 | พระภักดีนุชิต (จัน อินทรกําแหง ณ ราชสีมา) (ภายหลังเป็น พระยาสุริยเดชวิเศษฤทธิ์และพระยากําแหงสงคราม)[37] | พ.ศ. 2436 – พ.ศ. 2438 | ภายหลังวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) ซึ่งสยามเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงแก่ฝรั่งเศส พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพระภักดีนุชิต (บรรดาศักดิ์ขณะนั้น) เป็นข้าหลวงประจําเมืองมุกดาหารคนแรก ภายใต้การปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล พันธกิจหลักคือกํากับราชการ ให้คําปรึกษาเจ้าเมือง และธํารงเสถียรภาพตามแนวชายแดนอันเปราะบางทางภูมิรัฐศาสตร์
ในการปฏิบัติหน้าที่ ท่านต้องเผชิญข้อจํากัดเชิงโครงสร้างอํานาจ เพราะอํานาจตุลาการและอาญาสิทธิ์เหนือข้าราชการในเขตปกครองตกอยู่ภายใต้การควบคุมของฝรั่งเศสเป็นส่วนใหญ่ เห็นได้ชัดเจนในพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ซึ่งเป็นพิธีสําคัญเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์ ฝ่ายฝรั่งเศสใช้อํานาจอธิปไตยห้ามผู้ใต้ปกครองตนข้ามลําน้ำโขงมาร่วมพิธี ณ เมืองมุกดาหาร สะท้อนทั้งความอ่อนไหวทางการทูตและข้อท้าทายต่ออํานาจปกครองของสยาม ครั้นถึง พ.ศ. 2440 ท่านได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็น "พระยาสุริยเดชวิเศษฤทธิ์" ปลัดเมืองนครราชสีมา ระหว่างเดินทางจากมุกดาหารไปรับตําแหน่งใหม่ทางลําน้ำโขงสู่หนองคายและบ้านหมากแข้ง (อุดรธานี) คณะของท่านถูกกองกําลังฝรั่งเศสจับกุม ณ บ้านหนองเดิ่น เขตเมืองบึงกาฬ ในข้อหาล่วงล้ําดินแดนลาวอันละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ ท่านถูกคุมขัง ณ เมืองสุวรรณเขตนานสี่เดือน ตลอดเวลานั้น ท่านได้ลักลอบมีหนังสือกราบทูลกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ข้าหลวงต่างพระองค์สําเร็จราชการมณฑลอุดรอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจิตสํานึกในหน้าที่และความจงรักภักดีอย่างสูง ระหว่างถูกคุมขังตรงกับวันขึ้น 15 ค่ํา เดือน 11 อันเป็นวันพระราชพิธีถือน้ำฯ ท่านร้องขอผู้คุมฝรั่งเศสเพื่อข้ามฝั่งแม่น้ำโขงมาร่วมดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ณ เมืองมุกดาหารซึ่งเตรียมไว้ให้ตามราชประเพณี แต่ถูกปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ความขัดแย้งระหว่างสํานึกในหน้าที่กับข้อจํากัดภายนอกทําให้ท่านทุกข์ระทมถึงกับร้องไห้ตลอดวัน วันรุ่งขึ้นกรมการเมืองมุกดาหารเจรจาขอเข้าเยี่ยมและนําน้ำพระพิพัฒน์สัตยาข้ามฟากมาให้ถึงที่คุมขัง ท่านได้คุกเข่าลงหันหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง ถวายบังคมด้วยความเคารพสูงสุด แล้วจึงดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ประกาศความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์ท่ามกลางสภาวะถูกจองจําต่อหน้าทหารฝรังเศส ภายหลังพ้นการคุมขังและกลับสู่ราชอาณาจักร ท่านเจริญก้าวหน้าในราชการ โดย พ.ศ. 2445 ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น พันเอก พระยากําแหงสงคราม ผู้ว่าราชการเมืองนครราชสีมา และสมุหเทศาภิบาลมณฑลนครราชสีมาตามลําดับ เหตุการณ์ทั้งหมดจึงมิใช่เพียงเรื่องส่วนบุคคล หากเป็นภาพสะท้อนอันเข้มข้นของพลวัตอํานาจชายแดนและปัญหาทางการทูตในยุคสร้างรัฐชาติท่ามกลางภัยคุกคามจากมหาอํานาจตะวันตก[37] |
| — | ว่าง | พ.ศ. 2438 – พ.ศ. 2442 | ภายหลังการพ้นตําแหน่งของพระภักดีนุชิต เมืองมุกดาหารมิได้มีข้าหลวงประจํา เนื่องจากส่วนกลางมิได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ใดมาดํารงตําแหน่งต่อในห้วงเวลานี้ ช่วงเวลานี้มีเพียงเจ้าเมืองปกครอง จนกระทั่งมีการแต่งตั้งขุนพิทักษ์ธุรกิจใน พ.ศ. 2442 |
| 2 | ขุนพิทักษ์ธุรกิจ (จ๋วน สกุลเวช) (ภายหลังเป็น หลวงผลานันทกิจ) | พ.ศ. 2442 – พ.ศ. 2444 | ปฏิบัติหน้าที่ด้านการคลัง การจัดเก็บภาษีอากร และการจัดระเบียบราชการส่วนท้องถิ่นให้สอดคล้องกับการบริหารงานแบบมณฑล ในห้วงที่เมืองมุกดาหารมีอาณาเขตถึงบริเวณพระธาตุพนม (มณฑลอุดร) ภายหลังได้รับการเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นหลวงผลานันทกิจ |
| 3 | พระอนุชาติวุฒาธิคุณ (แพ ณ หนองคาย) | พ.ศ. 2444 – พ.ศ. 2450 | โอนย้ายจากตําแหน่งนายอําเภอเมืองเพ็ญ เข้าสืบทอดอํานาจหน้าที่ต่อจากขุนพิทักษ์ธุรกิจ เป็นข้าหลวงกํากับราชการคนสุดท้ายที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกลไกบริหารราชการก่อนที่มหาดไทยจะยุบเมืองมุกดาหารลงเป็นอําเภอมุกดาหาร |
| ยุบเมืองมุกดาหารลงเป็นอําเภอเมืองมุกดาหารภายใต้สังกัดเมืองนครพนม มณฑลอุดร | |||
รายนามผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหารและนายอำเภอ
[แก้]| ลําดับ | รายนาม | ช่วงเวลาดํารงตําแหน่ง | หมายเหตุ / อ้างอิง |
|---|---|---|---|
| ผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหาร | |||
| 1 | พระจันทรเทพสุริยวงษา (แสง จันทรสาขา) | พ.ศ. 2444 – พฤษภาคม พ.ศ. 2449 | เป็นเจ้าเมืองมุกดาหารโดยพฤตินัย[note 2]ท่านสุดท้าย ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองมุกดาหารซึ่งเทียบเท่าผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เพียงผู้เดียวในระบบการปกครองเดิม ภายหลังการถึงแก่อนิจกรรมในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2449 กระทรวงมหาดไทยได้ยุบเลิกสถานะเมืองของมุกดาหารและปรับลดฐานะเป็นอําเภอในปีถัดมา[14] |
| นายอําเภอเมืองมุกดาหาร (ยุคสังกัดเมืองนครพนม มณฑลอุดร พ.ศ. 2450 – 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2459) | |||
| 1 | หลวงทรงสราวุธ (เจิม วิเศษรัตน์) (ภายหลังเป็น พระบริหารราชอาณาเขตร์, พระยาสมุทรศักดารักษ์ | 1 ตุลาคม พ.ศ. 2450 – พ.ศ. 2458 | ดํารงตําแหน่งนายอําเภอเมืองมุกดาหารคนแรก[note 1] ภายหลังย้ายไปดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายคนแรก นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยาสมุทรศักดารักษ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม และย้ายกลับมาดำรงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (พ.ศ. 2469 – 2472) เทศบาลเมืองมุกดาหารได้นําราชทินนามมาตั้งเป็นชื่อถนนสมุทรศักดารักษ์และซอยวิเศษมุกดารักษ์เพื่อเป็นเกียรติ[11][38][13] |
| 2 | ขุนผดุงนิคมเขตร์ (ยอแซ นาคะทัต / เยี่ยม เอกสิทธิ์) (ภายหลังเป็น หลวงผดุงนิคมเขต, อำมาตย์เอก พระปทุมเทวาภิบาล) | พ.ศ. 2458 – พ.ศ. 2466 | ภายหลังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระประทุมเทวาภิบาล ย้ายไปดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และเคยดํารงตําแหน่งอธิบดีกรมมหาดไทย (กรมการปกครอง) ราชทินนาม “ผดุงนิคมเขตร์” ได้รับการนํามาตั้งเป็นชื่อถนนสายหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร |
| นายอําเภอมุกดาหาร (ยุคสังกัดจังหวัดนครพนม มณฑลอุดร 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2459 – พ.ศ. 2476) | |||
| 3 | รองอํามาตย์เอก หลวงวิวิชสุรการ (ถวิล เจียรมานพ) | พ.ศ. 2466 – พ.ศ. 2476 | อดีตปลัดอําเภอวังสะพุง ภายหลังดํารงตําแหน่งข้าหลวงประจําจังหวัดเลยและจังหวัดอุดรธานี ตลอดจนรองอธิบดีกรมมหาดไทย และเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี[39] ราชทินนาม “วิวิธสุรการ” ได้รับการนํามาตั้งเป็นชื่อทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2029 ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร |
| นายอําเภอมุกดาหาร (ภายหลังยุบเลิกมณฑลเทศาภิบาล พ.ศ. 2476 สังกัดจังหวัดนครพนม พ.ศ. 2476 – พ.ศ. 2525) | |||
| 4 | หลวงบริหารชนบท (ส่าน สีหไตรย์) | พ.ศ. 2476 – พ.ศ. 2482 | เอกสารประวัติโรงเรียนบ้านดงมอนระบุว่า ท่านในตําแหน่งนายอําเภอได้จัดตั้งโรงเรียนเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2480[40] ภายหลังย้ายไปดํารงตําแหน่งข้าหลวงประจําจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดมหาสารคาม[41] ราชทินนาม “บริหารชนบท” ได้รับการนํามาตั้งเป็นชื่อซอยแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร |
| 6 | ขุนวรกิจโกศล (ร้อยโทถวิล ระวังภัย) | พ.ศ. 2482 – พ.ศ. 2483 | ดำรงตำแหน่งนายอำเภอและตำแหน่งนายด่านฝากมุกดาหารคนแรก เปิดด่านปี พ.ศ. 2482[42] |
| 5 | นายชุณห์ นกแก้ว | พ.ศ. 2483 – พ.ศ. 2483 | เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนบ้านสามขามิตรภาพที่ 3 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2481 และดำรงตำแหน่งนายด่านศุลกากรมุกดาหารโดยตำแหน่ง[42] |
| 7 | พันโทหลวงยุทธการกําจร (แปก สังกฤษ) | พ.ศ. 2483 – พ.ศ. 2485 | ตำแหน่งก่อนหน้าคือนายอำเภอนางรอง เป็นนายอําเภอในช่วงเหตุการณ์โศกนาฏกรรมมรณสักขีแห่งสองคอน[43] และยังดำรงตำแหน่งนายด่านศุลกากร[42] |
| 8 | นายสุพัฒน์ วงศ์วัฒนะ | พ.ศ. 2485 – พ.ศ. 2486 | |
| 9 | นายยุทธ หนุนภักดี | พ.ศ. 2487 – พ.ศ. 2489 | |
| 10 | นายเกษม จิรพันธ์ | พ.ศ. 2490 | |
| 11 | นายพ่วง สุวรรณรัฐ | พ.ศ. 2490 – พ.ศ. 2491 | ดํารงตําแหน่งในช่วงที่มีการอพยพของชาวเวียดนามเข้าสู่ประเทศไทยเป็นจํานวนมากก่อนช่วงสงครามเวียดนาม โดยเฉพาะในเขตอําเภอมุกดาหาร นายพ่วงในฐานะนายอําเภอซึ่งมีหน้าที่ดูแลและจัดการผู้อพยพ ได้อนุญาตให้ชาวเวียดนามอพยพบางส่วนเข้าทํางานในบ้านพักนายอําเภอ[44] |
| 12 | นายพินิจ โพธิพันธ์ | พ.ศ. 2491 – พ.ศ. 2492 | |
| 13 | นายสง่า ไทยยานนท์ | พ.ศ. 2493 – พ.ศ. 2495 | ในปี พ.ศ. 2495 ได้ดําเนินการขอเปลี่ยนชื่อโรงเรียนมุกดาลัยเป็น “มุกดาวิทยาลัย” แต่ไม่ได้รับพระบรมราชานุญาต[45] นามสกุลของท่านได้รับการนํามาตั้งเป็นชื่อถนนไทยยานนท์ ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร |
| 14 | นายชูสง่า ฤทธิ์ประศาสน์ | พ.ศ. 2496 – พ.ศ. 2497 | |
| 15 | นายเจริญ ปานทอง | พ.ศ. 2498 – พ.ศ. 2500 | |
| 16 | นายสิทธิ ณ นครพนม | พ.ศ. 2501 – พ.ศ. 2503 | ทายาทสายเจ้านายเก่าเมืองนครพนมแห่งลุ่มน้ำโขง ภายหลังย้ายไปดํารงตําแหน่งนายอําเภออําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ[46] |
| 17 | นายวิเชียร เวชสวรรค์ | พ.ศ. 2503 – พ.ศ. 2504 | ย้ายมาจากตําแหน่งปลัดจังหวัดสกลนคร ภายหลังดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย[46] |
| 18 | นายเริ่ม สวัสดิ์วงศ์ไชย | พ.ศ. 2504 – พ.ศ. 2507 | |
| 19 | นายปฐม สุทธิวาทนฤพุฒิ | พ.ศ. 2508 | ภายหลังย้ายไปดํารงตําแหน่งปลัดจังหวัดนครพนม |
| 20 | นายมนตรี ตระหง่าน | พ.ศ. 2509 – พ.ศ. 2510 | ดํารงตําแหน่งในช่วงที่มีการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนขณะปะทะกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายในพื้นที่บ้านดงเย็น[47] |
| 21 | นายสืบ รอดประเสริฐ | พ.ศ. 2511 – พ.ศ. 2512 | |
| 22 | นายประกิต อุตตโมต | 12 มิถุนายน พ.ศ. 2513 – พ.ศ. 2514 | |
| 23 | นายสมภาพ ศรีวรขาน | พ.ศ. 2515 – พ.ศ. 2517 | ริเริ่มการจัดตั้งกองกําลังมวลชนเพื่อต่อต้านผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ ภายหลังดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ |
| 24 | พันตรีปรีดา นิสสัยเจริญ | พ.ศ. 2518 – พ.ศ. 2521 | |
| 25 | ร้อยตรีสนั่น ธานีรัตน์ | พ.ศ. 2522 | |
| 26 | เรือตรีสุนัย ณ อุบล ร.น[note 3] | พ.ศ. 2522 – พ.ศ. 2523 | |
| 27 | ร้อยตรีนิรันดร์ ยิ่งอรุณธรรม | พ.ศ. 2523 – พ.ศ. 2525 | ดํารงตําแหน่งนายอําเภอมุกดาหารคนสุดท้ายก่อนและหลังการยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดมุกดาหารในปี พ.ศ. 2525 และเป็นนายอำเภอเมืองมุกดาหารคนแรกต่อถึงปี พ.ศ 2526 |
| สิ้นสุดการเป็นอําเภอมุกดาหารในวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2525 และได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2525 ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดมุกดาหาร พ.ศ. 2525 | |||
รายนามผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร
[แก้]| ลําดับ | รายนาม | ดํารงตําแหน่ง |
|---|---|---|
| 1 | นายจําลอง ราษฎร์ประเสริฐ | 27 กันยายน 2525 – 30 กันยายน 2528 |
| 2 | นายถนอม ชาญนุวงศ์ | 1 ตุลาคม 2528 – 30 กันยายน 2534 |
| 3 | ร.ต. ไมตรี ไนยะกูล | 1 ตุลาคม 2534 – 30 กันยายน 2535 |
| 4 | นายอนันต์ แจ้งกลีบ | 1 ตุลาคม 2535 – 30 กันยายน 2536 |
| 5 | ร.ท. วินัย บุณยรัตผลิน | 1 ตุลาคม 2536 – 30 กันยายน 2537 |
| 6 | นายสาโรช คัชมาตย์ | 1 ตุลาคม 2537 – 19 ตุลาคม 2540 |
| 7 | นายทรงวุฒิ งามมีศรี | 21 ตุลาคม 2540 – 11 มกราคม 2541 |
| 8 | นายสมบูรณ์ สุขสําราญ | 12 มกราคม 2541 – 30 กันยายน 2542 |
| 9 | นายประเสริฐ โยธีพิทักษ์ | 1 ตุลาคม 2542 – 30 กันยายน 2544 |
| 10 | นายนิรันดร์ จงวุฒิเวศย์ | 1 ตุลาคม 2544 – 30 กันยายน 2547 |
| 11 | นายไพรัตน์ สกลพันธุ์ | 1 ตุลาคม 2547 – 30 กันยายน 2548 |
| 12 | นายบุญสม พิรินทร์ยวง | 1 ตุลาคม 2548 – 30 กันยายน 2550 |
| 13 | นายปราณีต บุญมี | 1 ตุลาคม 2550 – 30 กันยายน 2552 |
| 14 | นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ | 1 ตุลาคม 2552 – 26 พฤษภาคม 2553 |
| 15 | นายชาญวิทย์ วสยางกูร | 27 พฤษภาคม 2553 – 30 กันยายน 2555 |
| 16 | นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ | 19 พฤศจิกายน 2555 – 30 กันยายน 2558 |
| 17 | นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร | 1 ตุลาคม 2558 – 30 กันยายน 2560 |
| 18 | นายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ | 1 ตุลาคม 2560 – 30 กันยายน 2561 |
| 19 | นายชยันต์ ศิริมาศ | 1 ตุลาคม 2561 – 30 กันยายน 2563 |
| 20 | นายวีระชัย นาคมาศ | 1 ตุลาคม 2563 – 30 กันยายน 2564 |
| 21 | นายเฉลิมพล มั่งคั่ง | 1 ตุลาคม 2564 – 30 กันยายน 2565 |
| 22 | นายวรญาณ บุญณราช | 2 ธันวาคม 2565 – ปัจจุบัน |
รายนามนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร
[แก้]| ลําดับ | รายนาม | ระยะเวลาดํารงตําแหน่ง | หมายเหตุ / สังกัด |
|---|---|---|---|
| 1 | นายมลัยรัก ทองผา | พ.ศ. 2551–2555 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 – 29 กันยายน พ.ศ. 2556 |
ดํารงตําแหน่ง 2 สมัย (กลุ่มอิสระ)[48] |
| — | ว่าง (ไม่ปรากฏข้อมูลผู้ดํารงตําแหน่ง) | 29 กันยายน พ.ศ. 2556 – 19 ธันวาคม พ.ศ. 2563 | ไม่พบหลักฐานผู้ดํารงตําแหน่งในช่วงเวลานี้ |
| 2 | พ.ต.ท. จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ | 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563 – พ.ศ. 2567 | สังกัดพรรคเพื่อไทย (หมดวาระตามรอบ)[49] |
| 3 | นายวีระพงษ์ ทองผา | 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 – ปัจจุบัน | ชนะการเลือกตั้ง พ.ศ. 2568 (กลุ่มอิสระ)[50][51] |
สัญลักษณ์ประจําจังหวัด
[แก้]ตราและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจําจังหวัด
[แก้]ตราประจําจังหวัด: มีลักษณะเป็นรูปวงกลม มีเส้นขอบบังคับรูปแบบให้ดูรัดกุม ภายในประกอบด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอัตลักษณ์สําคัญที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของจังหวัด 3 ประการ ได้แก่[52][53]
- ปราสาทสองนางสถิตย์: ปรากฏเป็นรูปปราสาท 3 ยอด โดยยอดกลางมีขนาดสูงที่สุด ภายในประดิษฐาน "แก้วมุกดาหาร" ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นดวงแก้ววิเศษที่ปรากฏขึ้นเมื่อครั้งสร้างเมืองมุกดาหาร ดวงแก้วมุกดาหารประดิษฐานบนพานทองคํารองรับด้วยผ้าทิพย์ พร้อมอักษรย่อของจังหวัด ส่วนปราสาทองค์ริมทั้งสองข้างประดิษฐาน "บายศรียนตะลุ่มอัน" (อ่านว่า บาย-สี-ยน-ตะ-ลุ่ม-อัน) ซึ่งเป็นเครื่องสักการะบูชาอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวอีสาน
- แก้วมุกดาหาร: เป็นดวงแก้ววิเศษในตํานานแก้วนพรัตน์ (แก้ว 9 ประการ) เชื่อกันว่าปรากฏแก้ววิเศษนี้ขึ้นในครั้งสร้างเมืองมุกดาหาร เป็นสัญลักษณ์แห่งความสว่างไสวและความร่มเย็น อันเป็นที่มาของชื่อจังหวัด
- พระธาตุพนม: ปรากฏตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลังปราสาทสองนางสถิตย์ สื่อถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ชาวมุกดาหารและนครพนมมีร่วมกันในฐานะเมืองที่ตั้งอยู่ในอาณาจักรศรีโคตรบูรโบราณด้วยกันมาอย่างยาวนาน ดังปรากฏว่าเมื่อครั้งตั้งเมืองมุกดาหาร เจ้าจันทกินรีได้อพยพไพร่พลและผู้คนมาสร้างเมือง ตามคําบอกเล่าของพรานที่ข้ามมาจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงแล้วจึงได้มาพบเมืองร้างและวัดร้าง ซึ่งเป็นเมืองในยุคอาณาจักรศรีโคตรบูร เมื่อเจ้ากินรีพิเคราะห์แล้วเห็นว่าทําเลนี้ดีมีที่ตั้งเหมาะสมแล้ว จึงสร้างเมืองมุกดาหารทับบริเวณเมืองเก่า ซึ่งเป็นซากเมืองร้าง และวัดร้างขึ้น และขนานนามเมืองที่สร้างใหม่นี้ว่าเมืองมุกดาหาร ซึ่งอาณาจักรศรีโคตรบูรมีศูนย์กลางอยู่ที่องค์พระธาตุพนม นอกจากนี้ยังเป็นกุศโลบายทางประวัติศาสตร์ที่ระบุว่า จังหวัดมุกดาหารนั้นแยกพื้นที่การปกครองออกมาจากจังหวัดนครพนม อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์และศูนย์รวมทางจิตใจสื่อถึงว่าชาวมุกดาหารและชาวนครพนมนั้น มีพระธาตุพนมเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองร่วมกันมาแต่ครั้งโบราณกาลและเป็นเมืองพี่น้องกันมาทุกยุคสมัย
- องค์ประกอบพื้นหลัง: ด้านหลังองค์พระธาตุพนมคือสายน้ำของ "แม่น้ำโขง" ถัดไปทางทิศตะวันออกมีพระอาทิตย์กําลังทอแสงหลังหมู่ก้อนเมฆ สื่อถึงความเป็นจังหวัดชายแดนริมฝั่งโขงที่รับแสงตะวันเป็นจุดแรก ๆ ของภูมิภาค ส่วนบริเวณฐานปราสาทระบุตัวเลข "๒๕๒๕" ซึ่งเป็นปีพุทธศักราชที่พระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดมุกดาหารมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ
ธงประจําจังหวัดมุกดาหาร
[แก้]องค์ประกอบธงประจำจังหวัดมุกดาหาร ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
- พื้นธง: เป็นสีขาวหมอกมัว (สีเทา)
- ขอบธง: มีแถบสีแดงที่ขอบธง 3 ด้าน เว้นด้านที่ติดกับเสาธงไว้
- ตรงกลางธง: มีรูปดวงตราประจำจังหวัด ซึ่งเป็นรูป "ปราสาทสองนางสถิต" ที่ประดิษฐานแก้วมุกดาหาร (แก้วมณีมุกดาหาร) ด้านหลังมีองค์พระธาตุพนม
ดอกไม้ ต้นไม้ และสัตว์ประจําจังหวัด
[แก้]
- ต้นไม้ประจําจังหวัด: ต้นตานเหลือง หรือ ช้างน้าว (Ochna integerrima) เป็นไม้ยืนต้นที่พบมากในป่าเต็งรังของจังหวัด ทนทานต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี สื่อถึงความเข้มแข็ง อดทน และวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติของชาวพื้นเมือง ทั้งนี้ ราชบัณฑิตยสภากําหนดให้ต้นติ้ว (หรือผักติ้ว) เป็นต้นไม้ประจําจังหวัด ในขณะที่ทางจังหวัดมุกดาหารและกรมป่าไม้กําหนดให้ต้นช้างน้าวเป็นต้นไม้และดอกไม้ประจําจังหวัดอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นไม้มงคลนามพระราชทาน [54][55]
- ดอกไม้ประจําจังหวัด: ดอกตานเหลือง หรือ ดอกช้างน้าว (Ochna integerrima) ดอกมีสีเหลืองทอง บานสะพรั่งในช่วงฤดูแล้งและเทศกาลสงกรานต์ เปรียบเสมือนความเจริญรุ่งเรือง ความสดใส และความเป็นสิริมงคลของจังหวัด[55]
- สัตว์บกประจําจังหวัด: แมวดาว (Prionailurus bengalensis) เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่พบได้ในพื้นที่ป่าของจังหวัดมุกดาหาร เช่น อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ การยกย่องให้เป็นสัตว์ประจําจังหวัดสะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ของท้องถิ่น[56]

- สัตว์น้ำประจําจังหวัด: ปลากดคัง หรือ ปลากดแก้ว (Hemibagrus wyckioides) เป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง มีความสําคัญอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมอาหารของชาวมุกดาหาร สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำโขงที่หล่อเลี้ยงผู้คนในจังหวัดมาอย่างยาวนาน[57]
ผ้าอัตลักษณ์ประจําจังหวัด
[แก้]- ผ้าไหมมัดหมี่ลายแก้วมุกดา: [58]เป็นการนำเอาลวดลายผ้าโบราณที่มีเอกลักษณ์และมีความหมายของจังหวัดมามัดเป็นลวดลายบนเส้นไหมและทอเป็นผืนผ้า แต่ละลายมีเอกลักษณ์และความหมายสำหรับจังหวัดมุกดาหาร ดังนี้ 1) ลายสายน้ำ (ลายง๊อกแง็ก หรือลายซิกแซก) มีลักษณะเป็นเส้นโค้งสีขาว หมายถึง สัญลักษณ์แทนแม่น้ำโขงซึ่งเป็นสายน้ำคู่จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นเส้นกันเขตแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศสาธารณะรัฐประชาชนลาว 2) ลายนาคน้อย (หรือลายพญานาค) เป็นสัตว์แห่งความอุดมสมบูรณ์ เกี่ยวกับพุทธศาสนาพุทธ ชาวอีสานจะมีการนับถือนาคเป็นวัฒนธรรมร่วมกัน จะปรากฏมีลายนาคในผืนผ้าชาวอีสานมากมายหลายแบบ หมายถึงพญานาคที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขงเฝ้าดูแลความเป็นอยู่ของ ชาวเมืองมุกดาหาร 3) ลายดอกช้างน้าว (ลายดอกกระบวนน้อย) เป็นลายสีเหลืองดอกช้างน้าว ซึ่งเป็นไม้มงคลประจำจังหวัดมุกดาหาร 4) ลายตุ้มเล็ก(ตุ้มลายไม้) แทนดวงแก้วเล็ก (ดวงดาวในท้องฟ้า) 5) ลายตุ้มใหญ่ หรือลายมุก มีลักษณะเป็นดอกสีขาวหรือที่เรียกว่าลายตุ้ม หมายถึงแก้วมุกดา ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองมุกดาหาร ผ้าไหมมัดหมี่ลายแก้วมุกดา เป็นการนำเอาลวดลายผ้าโบราณที่มีเอกลักษณ์และมีความหมายของจังหวัดมามัดเป็นลวดลายบนเส้นไหมและทอเป็นผืนผ้า แต่ละลายมีเอกลักษณ์และความหมายสำหรับจังหวัดมุกดาหาร ดังนี้ลักษณะของผ้าไหมมัดหมี่ลายแก้วมุกดา เป็นผ้ามัดหมี่ มีสี 5 สี คือ สีฟ้า สีเหลืองเข้ม สีน้ำเงิน สีขาว และสีบานเย็น คั่นลายด้วยเส้นไหม 4 สี ได้แก่ ไหมเข็นควบสีน้ำเงินและสีขาว(ไหมหางกระรอก) เส้นไหมสีบานเย็น เส้นไหมสีเหลือง เส้นไหมสีฟ้าคราม เป็นผ้าทอด้วยกี่พื้นเมือง ทอด้วย 5 กระสวย[58]
คําขวัญประจําจังหวัด
[แก้]"หอแก้วสูงเสียดฟ้า ภูผาเทิบแก่งกะเบา แปดเผ่าชนพื้นเมือง ลือเลื่องมะขามหวาน กลองโบราณล้ําเลิศ ถิ่นกําเนิดลําผญา ตระการตาชายโขง เชื่อมโยงอินโดจีน"
คำขวัญจังหวัดมุกดาหาร (เดิม) พ.ศ 2525- พ.ศ. 2539
[แก้]เมื่อแรกเริ่มก่อตั้งจังหวัดมุกดาหารมีคำขวัญว่า " เมืองชายโขงงาม มะขามเลิศ ถิ่นกำเนิดลำผญา ภูผาเทิบพิสดาร กลองโบราณค่าล้ำ วัฒนธรรมแปดเผ่า เขามโนรมย์เพลินตา โสภาแก่งกะเบา[59]
คำขวัญจังหวัดมุกดาหาร พ.ศ 2539-ปัจจุบัน
[แก้]ต่อมาในปี พ.ศ 2539 มีการก่อสร้างหอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาจนาภิเษกขึ้น เพื่อเป็นแลนมาร์ก จังหวัดมุกดาหารจึงได้เปลี่ยนคำขวัญเป็น "หอแก้วสูงเสียดฟ้า ภูผาเทิบแก่งกะเบา แปดเผ่าชนพื้นเมือง ลือเลื่องมะขามหวาน กลองโบราณล้ำเลิศ ถิ่นกําเนิดลําผญา ตระการตาชายโขง เชื่อมโยงอินโดจีน" ซึ่งเป็นคำขวัญทางการในปัจจุบัน
ประวัติการพิจารณาแก้ไขคําขวัญและอัตลักษณ์ พ.ศ. 2563
[แก้]จังหวัดมุกดาหารเคยมีแนวคิดที่จะปรับปรุงคําขวัญประจําจังหวัดให้สอดคล้องกับบริบทการท่องเที่ยวและแลนด์มาร์กใหม่ ๆ เช่น มีการเสนอและร่างคําขวัญใหม่ว่า "องค์พระใหญ่ สวยเด่น เป็นสง่า สูงเสียดฟ้า หอแก้วมุกดาหาร พญานาค 3 พิภพ ระบือนาม ทั่วเขตคาม สะพานเชื่อม อินโดจีน" จึงได้มีการจัดประกวดแต่งคําขวัญขึ้นใน พ.ศ. 2563 อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการตัดสินได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วและมีมติว่า ไม่มีคําขวัญใดที่ส่งเข้าประกวดผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเพื่อนํามาใช้แทนคําขวัญเดิมได้ ทั้งนี้ อ้างอิงตามประกาศจังหวัดมุกดาหาร เรื่อง ผลการตัดสินการประกวดคําขวัญจังหวัดมุกดาหาร ลงวันที่ 16 มีนาคม 2563 ลงนามโดยนายชยันต์ ศิริมาศ ด้วยเหตุนี้ จังหวัดมุกดาหารจึง ไม่เคยมีการประกาศใช้คําขวัญใหม่ และยังคงยึดถือคําขวัญดั้งเดิมที่ครอบคลุมอัตลักษณ์ทั้ง 8 ชนเผ่าและศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิม เป็นคําขวัญประจําจังหวัดอย่างเป็นทางการมาจนถึงปัจจุบัน[60][61]
ประเด็นการเปลี่ยนแปลงคําขวัญ พ.ศ. 2565
[แก้]ต่อมาเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565 ประเด็นการเปลี่ยนคําขวัญได้กลับมาเป็นที่ถกเถียงในสังคมอีกครั้ง เมื่อสํานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหารได้เผยแพร่ข่าวการประชุมกรมการจังหวัด (โดยมีนายเฉลิมพล มั่งคั่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน) ซึ่งระบุถึงการเสนอพิจารณาเปลี่ยนแปลงคําขวัญประจําจังหวัดใหม่ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยนําร่างคําขวัญที่เคยเสนอไว้มาพิจารณาใหม่ ได้แก่ "องค์พระใหญ่ สวยเด่น เป็นสง่า สูงเสียดฟ้า หอแก้วมุกดาหาร พญานาค 3 พิภพ ระบือนาม ทั่วเขตคาม สะพานเชื่อม อินโดจีน"
การเสนอแนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงนโยบายด้านการตลาดและการท่องเที่ยวที่ต้องการชูจุดเด่นของสิ่งปลูกสร้างและแลนด์มาร์กใหม่ ๆ ที่กําลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เช่น รอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ (องค์พระใหญ่) และพญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช (พญานาค 3 พิภพ)
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการเผยแพร่ข่าวดังกล่าว ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนชาวมุกดาหารบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีประเด็นข้อโต้แย้งในหลากหลายมิติ ได้แก่:
- การสูญเสียอัตลักษณ์และรากเหง้าทางวัฒนธรรม: ประชาชนมองว่าคําขวัญใหม่ได้ตัดทิ้งส่วนสําคัญของจังหวัดคือ "แปดเผ่าชนพื้นเมือง" รวมถึง "กลองโบราณ" และ "ถิ่นกําเนิดลําผญา" ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์ที่หล่อหลอมความเป็นมุกดาหาร
- การให้ความสําคัญกับสิ่งปลูกสร้าง: คําขวัญเดิมมีการอ้างอิงถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีมาอย่างยาวนาน เช่น ภูผาเทิบ และแก่งกะเบา ในขณะที่ร่างคําขวัญใหม่มุ่งเน้นสิ่งปลูกสร้างใหม่ ซึ่งกลุ่มประชาชนมองว่าไม่สามารถสะท้อนถึงจิตวิญญาณที่แท้จริงของจังหวัดได้เท่าสถานที่ทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ดั้งเดิม
- กระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน: มีการตั้งข้อสังเกตถึงการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะก่อนที่จะมีแนวคิดเปลี่ยนแปลงสัญลักษณ์สําคัญของจังหวัด
จากกระแสเสียงสะท้อนที่ต้องการอนุรักษ์อัตลักษณ์ดั้งเดิม ส่งผลให้ในช่วงเที่ยงของวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565 สํานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหารได้ดําเนินการแก้ไขโพสต์ประชาสัมพันธ์ดังกล่าว โดยตัดข้อความในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเสนอเปลี่ยนคําขวัญออกไปทั้งหมด ท้ายที่สุด จังหวัดมุกดาหารจึงยังคงใช้คําขวัญเดิมมาจนถึงปัจจุบัน[62]
สโลแกนของจังหวัดมุกดาหาร
[แก้]เมืองสำราญชายโขง เชื่อมโยงเศรษฐกิจ พระเจ้าองค์หลวงศักดิ์สิทธิ์ สะพานมิตรภาพสอง[63]
ประชากรศาสตร์
[แก้]| ปี | ประชากร | ±% |
|---|---|---|
| 2538 | 317,642 | — |
| 2543 | 325,000 | +2.3% |
| 2547 | 332,563 | +2.3% |
| 2553 | 346,016 | +4.0% |
| 2554 | 339,836 | −1.8% |
| 2556 | 343,647 | +1.1% |
| 2557 | 345,180 | +0.4% |
| 2558 | 353,733 | +2.5% |
| 2560 | 354,175 | +0.1% |
| 2561 | 354,242 | +0.0% |
| 2562 | 354,337 | +0.0% |
| 2563 | 351,595 | −0.8% |
| 2564 | 352,076 | +0.1% |
| 2565 | 352,938 | +0.2% |
| 2566 | 351,595 | −0.4% |
| 2567 | 351,437 | −0.0% |
| 2568 | 350,510 | −0.3% |
| ที่มา: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย[64] | ||
กลุ่มชาติพันธุ์ในมุกดาหาร
[แก้]มุกดาหารในอดีตมีการอพยพและกวาดต้อนผู้คนจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเข้ามาตั้งถิ่นฐานเป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะในช่วงหลังสงครามกบฏเจ้าอนุวงศ์ รัชกาลที่ 3 ทรงมีนโยบายให้อพยพผู้คนมาฝั่งขวาให้มากที่สุดเพื่อความปลอดภัยและตัดกําลังศัตรู ส่งผลให้มุกดาหารเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์อันอุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วย 8 เผ่าหลัก ได้แก่:[65][66]
8 เผ่าไทยมุกดาหาร
[แก้]- ชาวไทยอีสาน: ชาวไทยเชื้อสายลาว เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุด สืบสายเลือดมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรล้านช้าง แผ่ขยายตั้งถิ่นฐานตามลุ่มน้ำโขง ลําน้ำชี และลําน้ำมูล[65][5]
- ชาวผู้ไทย (ภูไท): ถิ่นเดิมอยู่ในแคว้นสิบสองจุไทยและเมืองวัง เมืองตะโปน (ในลาว) อพยพข้ามโขงมาตั้งถิ่นฐานเมืองหนองสูงในสมัยรัชกาลที่ 3 นิยมแต่งกายด้วยเสื้อผ้าทอมือย้อมสีดําหรือสีคราม เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สําคัญคือเครื่องดื่มประจําเผ่า เหล้าอุ (เหล้าไหทําจากข้าวเปลือก ใช้ไม้ซางดูด) พบกระจายใน อ.คําชะอี อ.หนองสูง อ.ดงหลวง และ อ.นิคมคําสร้อย[65]
- ชาวไทยข่า (บรู): ชนเผ่าดั้งเดิมสืบสายจากตระกูลมอญ-เขมร ภาษากลุ่มออสโตรเอเชียติก เรียกตนเองว่า "บรู" (แปลว่า ภูเขา) ชายข่าโบราณนิยมนุ่งผ้าเตี่ยว ปล่อยผมยาวประบ่า โพกศีรษะด้วยผ้าแดง (ตํานานเล่าว่าใช้ผ้าขาวชุบเลือดแนบกายก่อนสิ้นชีวิตในสงครามกับผู้ไทย) เป็นนักรบที่ห้าวหาญเชี่ยวชาญการใช้หน้าไม้และลูกดอกอาบยาพิษ พบในเขต อ.ดอนตาล, อ.ดงหลวง และมีการตั้งหมู่บ้านในนิคมสร้างตนเอง อ.นิคมคําสร้อย[65]
- ชาวไทยกะโซ่: ถิ่นเดิมอยู่เมืองมหาชัย (แขวงคําม่วน) มีภาษาตระกูลเดียวกับข่า มีผิวกายดําคล้ํา มีความเชื่อทางจิตวิญญาณที่เหนียวแน่นผ่านพิธีกรรม โซ่ถั่งบั้ง หรือ "สะลา" (การใช้กระบอกไม้ไผ่ยาว 3 ปล้องกระทุ้งดินเป็นจังหวะพร้อมการร่ายรําเพื่อบวงสรวงบรรพบุรุษ) และพิธี ซางกระมูด (การจัดระเบียบวิญญาณคนตายก่อนนําศพลงเรือน) ใช้นามสกุลเดียวกันคือ "วงศ์กระโซ่" อาศัยมากใน อ.ดงหลวง[65]
- ชาวไทยกะเลิง: กลุ่มเดียวกับข่าและกะโซ่ ถิ่นเดิมอยู่แขวงคําม่วน มีตํานานความเชื่อเรื่อง น้ำเต้าปุง ที่อธิบายเหตุผลว่าพวกตนมีผิวพรรณดําคล้ําเพราะขุนทั้งสามใช้เหล็กซีเผาไฟเจาะน้ำเต้าปุง ทําให้กะเลิงซึ่งเป็นเผ่าแรกที่ออกมามีคราบเขม่าไฟติดตัว ผู้ชายกะเลิงโบราณนิยมสักขาลายขึ้นมาถึงบั้นเอวและสักรูปนกที่แก้ม พบใน ต.นาสะเม็ง อ.ดอนตาล และ อ.คําชะอี[65]
- ชาวไทยแสก: ถิ่นเดิมอยู่เมืองแสก (ห่างจากชายแดนเวียดนาม 20 กม.) ภาษาพูดเป็นภาษาไทยลาวผสมภาษาญวน มีประเพณีวัฒนธรรมคล้ายชาวเวียดนาม เช่น พิธี ตรุษแสก หรือกินเตด ในวันขึ้น 1 ค่ํา เดือน 3 เพื่อเซ่นไหว้องค์มู (วิญญาณบรรพบุรุษ) เอกลักษณ์การละเล่นที่โด่งดังคือ แสกเต้นสาก (รํากระทบไม้พลอง)
- ชาวไทยย้อ: อพยพลงมาจากแคว้นสิบสองปันนาและเมืองหงษา (ลาว) เข้ามาตั้งถิ่นฐานเมืองไชยบุรีและถูกกวาดต้อนในสมัยกบฏเจ้าอนุวงศ์ มีภาษาและสําเนียงการพูดที่แตกต่างออกไป ในมุกดาหารพบชาวย้ออาศัยอยู่ที่ ต.ดงเย็น อ.เมืองมุกดาหาร[65]
- ชาวกุลา: เดิมเป็นกลุ่มพ่อค้าเร่ชาวเงี้ยวหรือตองซู่จากรัฐฉาน (พม่า) รูปร่างสูงใหญ่ นิยมนุ่งโสร่งหรือกางเกงปลายบาน โพกศีรษะทรงสูง เดินทางมาค้าขายเครื่องทองเหลือง มีดดาบ และผ้าแพรพรรณ (อันเป็นที่มาของตํานาน "ทุ่งกุลาร้องไห้") กุลาหลายคนได้ตั้งรกรากแต่งงานกับสาวชาวผู้ไทย และมีลูกหลานสืบเชื้อสายในเขต อ.หนองสูง[65]
2 ชนชาติ ชาวมุกดาหาร
[แก้]- ชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม (ชาวญวน)[67]: กลุ่มชาวเวียดนามเริ่มอพยพเข้ามาในพื้นที่มุกดาหารหลายระลอก โดยระลอกสําคัญเกิดขึ้นในช่วงสงครามอินโดจีนและสงครามเวียดนาม เพื่อลี้ภัยภัยสงครามข้ามแม่น้ำโขงมาฝั่งไทย[44] ชาวไทยเชื้อสายเวียดนามขึ้นชื่อในเรื่องความขยันขันแข็ง อดออม และเก่งกาจด้านการค้าขาย ปัจจุบันลูกหลานชาวเวียดนามได้ผสมกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมมุกดาหารอย่างสมบูรณ์ สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของชนชาตินี้ได้อย่างชัดเจนที่สุดคือ "วัฒนธรรมอาหาร" ซึ่งกลายมาเป็นอาหารท้องถิ่นยอดนิยมของมุกดาหาร เช่น ก๋วยจั๊บญวน (ข้าวเปียกเส้น), หมูยอ, แหนมเนือง, ปากหม้อญวน และกาแฟโบราณ อาศัยอยู่หนาแน่นในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยเฉพาะบริเวณใกล้ริมฝั่งแม่น้ำโขงและย่านตลาดอินโดจีน
- ชาวไทยเชื้อสายจีน[68][69]: ชาวจีนนั่งเรือสําเภาและเดินทางรอนแรมมาตั้งถิ่นฐานในเมืองมุกดาหารตั้งแต่ยุคต้นรัตนโกสินทร์และช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนแต้จิ๋ว ไหหลํา และแคะ ชนชาติจีนได้นําเอาความรู้ทางด้านพาณิชยกรรมและระบบการค้าแบบสมัยใหม่เข้ามาสู่เมืองมุกดาหาร เป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทสําคัญในการผลักดันเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโต ทั้งการเปิดร้านโชห่วย โรงสีข้าว และการค้าขายส่งสินค้าข้ามแดน นอกจากนี้ยังนําเอาประเพณีและความเชื่อเข้ามาผสมผสาน เช่น เทศกาลตรุษจีน สารทจีน ศาลเจ้า และมูลนิธิการกุศลต่าง ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรหลักในย่านพาณิชยกรรมของอําเภอเมืองมุกดาหาร
สังคมพหุวัฒนธรรมและศาสนา
[แก้]บริบททางภูมิรัฐศาสตร์และทุนทางวัฒนธรรมข้ามพรมแดน:
มุกดาหารเป็นเมืองหน้าด่านที่มีความโดดเด่นทางภูมิศาสตร์อย่างยิ่ง แม้จะเป็นจังหวัดที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล (Landlocked) แต่ด้วยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่มีระยะทางเชื่อมโยงผ่านแขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว ไปยังชายฝั่งทะเลของประเทศเวียดนาม (บริเวณเมืองเว้) เพียงราว 150–200 กิโลเมตร ผ่านเส้นทางหมายเลข 9 ทําเลที่ตั้งกึ่งกลางภูมิภาคอินโดจีนนี้ ทําให้มุกดาหารไม่ได้เป็นเพียงจุดผ่านแดนทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็น "สะพานเชื่อมทุนทางวัฒนธรรม" ที่เปิดรับการอพยพย้ายถิ่นฐาน การค้าขาย และการผสมผสานทางสายเลือดและสถาบันทางสังคมมาตั้งแต่อดีตกาล
จุดเด่นที่สําคัญและงดงามที่สุดของมุกดาหารคือ การอยู่ร่วมกันของพหุวัฒนธรรม (Multiculturalism) ที่หล่อหลอมวิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มชนพื้นเมืองดั้งเดิม 8 เผ่าไทยมุกดาหาร ชาติพันธุ์ที่อพยพเข้ามาใหม่ ตลอดจนผู้คนทุกชนชั้นทางสังคม โดยมีศาสนา ความเชื่อ และระบบเครือญาติเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวและจัดระเบียบโครงสร้างทางสังคมได้อย่างกลมกลืน ดังนี้
- พระพุทธศาสนาเถรวาท: เป็นศาสนาประจําจังหวัดและเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชากรส่วนใหญ่ โครงสร้างทางสังคมของชาวพุทธในพื้นที่ผูกพันอยู่กับระบบ "บุญ" และประเพณีพื้นถิ่น โดยมี วัดศรีมงคลใต้ พระอารามหลวง เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่ประดิษฐาน "พระเจ้าองค์หลวง" พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่ประวัติศาสตร์การสร้างเมือง สะท้อนถึงการใช้อํานาจรัฐเชิงพุทธบารมีในการปกครองเมืองแต่โบราณ[65]
- พระพุทธศาสนามหายานและลัทธิขงจื๊อ: เกิดจากการเข้ามาตั้งถิ่นฐานและประกอบอาชีพค้าขายของชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม (ญวน) ทําให้เกิดการสร้างศาลเจ้า วัดจีน และวัดญวน ขึ้นในพื้นที่ ชุมชนเหล่านี้ใช้ศาสนสถานเป็นทั้งที่พึ่งทางใจและเครือข่ายทางสังคม (Social Network) เพื่อเกื้อกูลกันในเชิงพาณิชย์และสืบทอดสถาปัตยกรรม พิธีกรรม และธรรมเนียมดั้งเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น
- ศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก: การเข้าสู่พื้นที่มุกดาหารและสองคอนเริ่มจากบาทหลวงและแพทย์ ซาเวียร์ กาโก (Xavier Guego) ซึ่งใช้วิทยาการแพทย์สมัยใหม่รักษาชาวบ้านจากอหิวาตกโรค จนเกิดศรัทธาและสมัครใจเปลี่ยนมานับถือ ก่อเกิดชุมชนคาทอลิกเก่าแก่ ต่อมามิชชันนารีฝรั่งเศสระหว่างสํารวจหัวเมืองลาว-อีสานได้สร้างโบสถ์สถาปัตยกรรมตะวันตก สถานที่สําคัญระดับประเทศคือสักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขีสองคอน อนุสรณ์โศกนาฏกรรมแห่งศรัทธา สะท้อนความมั่นคงของคริสตศาสนาในพื้นที่ชายแดนโขง[70][43]
- ศาสนาอิสลาม: ในระยะหลังตามการขยายตัวของเมืองเศรษฐกิจชายแดน ได้มีชาวมุสลิมเดินทางเข้ามาประกอบอาชีพ ค้าขาย และตั้งถิ่นฐาน ทําให้มีชาวมุกดาหารบางส่วนที่นับถือศาสนาอิสลาม เกิดเป็นชุมชนมุสลิมที่เติบโตขึ้น เติมเต็มความหลากหลายทางวัฒนธรรมของจังหวัดให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น[71]
พลวัตทางภาษาและศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย:
นอกเหนือจากความหลากหลายทางศาสนาและกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมแล้ว บริบทของการเป็นเมืองหน้าด่านยังส่งผลให้สถานศึกษาหลายแห่งในมุกดาหารมีการปรับตัว โดยนําภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ภาษาลาว และภาษาเวียดนาม (ญวน) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน ยิ่งไปกว่านั้น การเข้ามาพํานักอาศัยของชาวต่างชาติและการไหลบ่าของวัฒนธรรมต่างชาติในยุคโลกาภิวัตน์[72]
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความพยายามในการผลักดันความหลากหลายทางภาษาและการเปิดรับพหุวัฒนธรรมใหม่ ๆ แต่การเติบโตเหล่านี้ยังคงเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากขาดแคลนการสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ประกอบกับบริบทภาพรวมของเมืองที่ยังคงขาดการกระจายอํานาจและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจากภาครัฐเท่าที่ควร ทําให้ศักยภาพในการผลักดันต้นทุนทางวัฒนธรรมและการศึกษาของมุกดาหาร ยังไม่สามารถฉายแสงได้อย่างเต็มศักยภาพ[72]
ภาษา
[แก้]ประชากรในจังหวัดมุกดาหารส่วนใหญ่ใช้ภาษาอีสาน (สําเนียงอุบล–มุกดาหาร) และภาษาลาวกลาง สําเนียงถิ่นสุวรรณเขต เป็นภาษาหลักในการสื่อสารประจําวัน รองลงมาได้แก่ภาษาไทยมาตรฐานที่ใช้ในราชการและการศึกษา นอกจากนี้ยังมีภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ยังคงใช้ในชุมชน เช่น
- ภาษาผู้ไท (ภูไท) – ใช้ในหมู่บ้านผู้ไท อําเภอหนองสูง, คําชะอี, ดงหลวง
- ภาษากะโซ่, กะเลิง, ข่า (บรู) – ใช้ในอําเภอดงหลวง, ดอนตาล, นิคมคําสร้อย[73]
- ภาษาเวียดนาม – ใช้ในชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร
- ภาษาจีนแต้จิ๋ว / แคะ – ใช้ในชุมชนชาวจีนในเขตเมือง
ศาสนา
[แก้]ประชากรในจังหวัดมุกดาหาร มีผู้นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเป็นส่วนใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 96.80 รองลงมาได้แก่ศาสนาคริสต์ (นิกายโรมันคาทอลิกในเขตอําเภอหว้านใหญ่และอําเภอเมือง, นิกายโปรเตสแตนต์บางส่วน) ร้อยละ 3 ศาสนาอิสลาม และบางมีกลุ่มนับถือศาสนาดังเดิมของชาวญวน ความเชื่อแบบจีน และความเชื่อดั้งเดิมของชนเผ่าต่าง ๆ[4]
ดัชนีความก้าวหน้าของคน
[แก้]ดัชนีความก้าวหน้าของคน พ.ศ. 2565
[แก้]ตั้งแต่ พ.ศ. 2546 โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประจําประเทศไทย ได้ติดตามความก้าวหน้าของการพัฒนาคนระดับภูมิภาคโดยใช้ ดัชนีความก้าวหน้าของคน (Human achievement index - HAI) ซึ่งเป็นดัชนีรวมที่ครอบคลุมมิติหลัก 8 ประการของการพัฒนาคน โดยต่อมา สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เข้ามารับผิดชอบภารกิจนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา[74]
| อันดับ | ระดับการพัฒนา |
| 1–13 | "สูง" |
| 14–29 | "ค่อนข้างสูง" |
| 30–45 | "ปานกลาง" |
| 46–61 | "ค่อนข้างต่ํา" |
| 62–77 | "ต่ํา" |
| แผนที่แสดงจังหวัดและอันดับดัชนีความก้าวหน้าของคน พ.ศ. 2565 |
เศรษฐกิจ
[แก้]
บทความหลัก:ระเบียนเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก
โครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัดมุกดาหารขับเคลื่อนด้วย 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่ การค้าชายแดน ภาคการเกษตร และการท่องเที่ยว เนื่องจากมุกดาหารเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญบนแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) ที่เชื่อมโยงประเทศไทย สปป.ลาว และเวียดนามเข้าด้วยกัน[75][3] ส่งผลให้มีศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการคมนาคมขนส่งสูง โดยเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดในการเดินทางสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มุกดาหารมีลักษณะเป็นเมืองแวะพัก (Transit City) ที่สำคัญ ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้แก่ภาคบริการ ที่พัก และร้านอาหารในสัดส่วนที่สูง[76]
รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร (Per Capita GPP) ของจังหวัดจัดอยู่ในระดับปานกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของการค้าข้ามแดน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายการลงทุนของภาครัฐ[77]
การค้าชายแดนและเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ
[แก้]จังหวัดมุกดาหารเป็น 1 ใน 10 จังหวัดที่ได้รับการประกาศให้เป็น เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร (MUKDAHAN SEZ) ระยะแรกของประเทศไทย โดยมีพื้นที่ครอบคลุม 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอหว้านใหญ่ และอำเภอดอนตาล[78][79][80][81][82][83]
ศูนย์กลางการขนส่งและการค้าชายแดนที่สำคัญอยู่ที่ สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร–สะหวันนะเขต) ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการส่งออกและนำเข้าสินค้าไปยัง สปป.ลาว และเวียดนามตอนกลาง สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องอุปโภคบริโภค น้ำมันเชื้อเพลิง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และยานพาหนะ มูลค่าการค้าชายแดนในแต่ละปีสูงถึงหลายหมื่นล้านบาท[84] นอกจากนี้ยังมี ตลาดอินโดจีน บริเวณริมแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแหล่งค้าปลีกและค้าส่งสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านและจีนที่สำคัญ ช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระดับฐานรากเป็นจำนวนมาก[85]
การศุลกากร
[แก้]จังหวัดมุกดาหารเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญของไทยในแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก (EWEC) การค้าชายแดนและผ่านแดนจึงจำเป็นต้องมีระบบศุลกากรที่มีประสิทธิภาพในการอำนวยความสะดวก ควบคู่ไปกับการกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย ด่านศุลกากรมุกดาหาร เป็นหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่ดังกล่าว ตั้งอยู่ ณ สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร–สะหวันนะเขต) ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ภายใต้สังกัดสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง[86]
ด่านศุลกากรมุกดาหารมีเขตพื้นที่ความรับผิดชอบครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดมหาสารคาม และมีด่านพรมแดนถาวรภายใต้การดูแล 2 แห่ง ได้แก่ ด่านพรมแดนมุกดาหาร ณ สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนหลักสำหรับการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร และ ด่านพรมแดนท่าเทียบเรือเทศบาล ตั้งอยู่ ณ อาคารท่าเทียบเรือเทศบาล ถนนสองนางสถิต ตำบลในเมือง จังหวัดมุกดาหาร[87] ภารกิจหลักคือการควบคุมการนำเข้า–ส่งออกสินค้า จัดเก็บภาษีอากรตามกฎหมาย อำนวยความสะดวกทางการค้า และป้องกันการลักลอบสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในบริบทของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) มุกดาหาร ซึ่งศุลกากรมีบทบาทสนับสนุนการลงทุนและการค้าชายแดนให้เป็นไปอย่างคล่องตัวภายใต้กรอบกฎหมาย[78]
เพื่อรองรับปริมาณการค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ด่านศุลกากรมุกดาหารได้นำระบบพิธีการทางศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Customs) มาใช้ในการยื่นเอกสารและชำระอากรออนไลน์ ลดระยะเวลาและต้นทุน ทั้งยังมีบริการ ICD (Inland Container Depot) สำหรับการนำเข้าสินค้าทางบกอีกด้วย[88] มูลค่าการค้าชายแดนผ่านด่านแห่งนี้มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2568 มีมูลค่ารวมสูงถึง 43,471.787 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องอุปโภคบริโภค น้ำมันเชื้อเพลิง และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สินค้านำเข้า ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เกษตรและแร่ธาตุ[89]
นอกจากการอำนวยความสะดวกแล้ว ด่านศุลกากรมุกดาหารยังมีบทบาทในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย ตัวอย่างเช่นในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จำนวนกว่า 60,000 ชิ้น มูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท ทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า หมวก และน้ำหอมที่นำเข้าโดยไม่มีเอกสารและละเมิดเครื่องหมายการค้า[90] การพัฒนาศักยภาพของด่านศุลกากรมุกดาหารเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยมีการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์สินค้าและระบบตรวจสอบที่ทันสมัย ควบคู่ไปกับโครงการท่าอากาศยานมุกดาหารและรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่–มุกดาหาร–นครพนม ซึ่งจะยิ่งเสริมบทบาทการเป็นประตูการค้าสำคัญของภูมิภาคตามแนวระเบียง EWEC[91]
สถิติการนำเข้า–ส่งออกผ่านด่านศุลกากรมุกดาหาร
[แก้]ข้อมูลต่อไปนี้เป็นสถิติการค้าชายแดน ณ ด่านศุลกากรมุกดาหาร ประจำปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – พฤษภาคม 2569) อ้างอิงจากระบบสถิติการค้าระหว่างประเทศ (IMTS) และระบบ CIS ของกรมศุลกากร[92]
ภาพรวมมูลค่าการค้า
[แก้]| เดือน | นำเข้า (ล้านบาท) | ส่งออก (ล้านบาท) | รวม (ล้านบาท) | เปลี่ยนแปลงรวม เทียบปี 2568 |
|---|---|---|---|---|
| ตุลาคม 2568 | 24,311.34 | 16,458.04 | 40,769.39 | +43.75% |
| พฤศจิกายน 2568 | 30,814.44 | 15,095.81 | 45,910.24 | +17.90% |
| ธันวาคม 2568 | 32,280.40 | 14,870.72 | 47,151.12 | +36.24% |
| มกราคม 2569 | 24,817.18 | 17,358.36 | 42,175.54 | +54.69% |
| กุมภาพันธ์ 2569 | 23,562.32 | 14,373.11 | 37,935.44 | +19.48% |
| มีนาคม 2569 | 31,881.61 | 22,252.35 | 54,133.96 | +51.03% |
| เมษายน 2569 | 34,529.58 | 20,058.87 | 54,588.46 | +66.99% |
| พฤษภาคม 2569 | 30,888.87 | 22,359.44 | 53,248.32 | +23.07% |
| รวม 8 เดือน | 233,085.74 | 142,826.73 | 375,912.47 | +37.04% |
สินค้านำเข้าสูงสุด 10 อันดับ (พฤษภาคม 2569)
[แก้]| อันดับ | รหัส HS | รายการสินค้า | มูลค่า (ล้านบาท) | เปลี่ยนแปลง เทียบปี 2568 |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 8471 | เครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติและหน่วยต่าง ๆ | 4,761.068 | +65% |
| 2 | 8517 | เครื่องโทรศัพท์ รวมถึงสมาร์ทโฟน | 4,273.713 | +27% |
| 3 | 8473 | ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบสำหรับเครื่องจักร | 3,598.961 | +98% |
| 4 | 8523 | จานบันทึก เทป อุปกรณ์หน่วยเก็บความจำแบบ “สมาร์ทการ์ด” | 2,698.626 | +13% |
| 5 | 8534 | วงจรพิมพ์ | 1,690.545 | +10% |
| 6 | 2716 | พลังงานไฟฟ้า | 935.947 | +2% |
| 7 | 8507 | แบตเตอรี่ | 792.552 | +67% |
| 8 | 7326 | ของอื่น ๆ ทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้า | 764.172 | +220% |
| 9 | 3926 | ของอื่น ๆ ทำด้วยพลาสติก | 638.910 | +11% |
| 10 | 8544 | ลวดและเคเบิลที่หุ้มฉนวน | 543.831 | +73% |
สินค้าส่งออกสูงสุด 10 อันดับ (พฤษภาคม 2569)
[แก้]| อันดับ | รหัส HS | รายการสินค้า | มูลค่า (ล้านบาท) | เปลี่ยนแปลง เทียบปี 2568 |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 8471 | เครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติและหน่วยต่าง ๆ | 12,204.955 | –1% |
| 2 | 0810 | ทุเรียน | 1,177.549 | +43,811% |
| 3 | 8534 | วงจรพิมพ์ | 1,080.359 | +1,011% |
| 4 | 8473 | ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบสำหรับเครื่องจักร | 981.098 | +22% |
| 5 | 8517 | เครื่องโทรศัพท์ รวมถึงสมาร์ทโฟน | 911.542 | +1,010% |
| 6 | 0102 | สัตว์จำพวกโคกระบือ มีชีวิต | 749.782 | +16,283% |
| 7 | 2710 | น้ำมันปิโตรเลียมและน้ำมันที่ได้จากแร่บิทูมินัส | 564.487 | +25% |
| 8 | 8537 | แผง คอนโซล ตู้ ฯลฯ สำหรับควบคุมไฟฟ้า | 539.344 | +295% |
| 9 | 8504 | หม้อแปลงไฟฟ้า เครื่องเปลี่ยนไฟฟ้า | 362.349 | +134% |
| 10 | 2202 | น้ำ รวมถึงน้ำแร่และน้ำอัดลม | 264.093 | –5% |
เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม
[แก้]แม้จะเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่ภาคการเกษตรยังคงเป็นแหล่งรายได้หลักของประชากร พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ยางพารา ซึ่งมีพื้นที่ปลูกและให้ผลผลิตคุณภาพสูง มันสำปะหลังและอ้อยโรงงาน ที่ปลูกมากในบริเวณพื้นที่ดอนและที่ราบลุ่มเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแปรรูป ตลอดจน ข้าว ซึ่งเน้นการปลูกข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวเพื่อการบริโภคและจำหน่ายในประเทศ
อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ในจังหวัดเป็น อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร (Agro-industry) เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตในพื้นที่ เช่น โรงงานผลิตน้ำตาลทราย โรงงานแปรรูปยางพารา (ยางแผ่นรมควันและน้ำยางข้น) โรงงานแป้งมันสำปะหลัง และโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล นอกจากนี้ อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และคลังสินค้ายังมีแนวโน้มเติบโตควบคู่ไปกับการขยายตัวของการค้าชายแดน การผลักดันโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ เช่น ท่าอากาศยานมุกดาหาร และเส้นทางรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่–มุกดาหาร–นครพนม ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยดึงดูดการลงทุนและเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจในอนาคต[93]
การท่องเที่ยว
[แก้]มุกดาหารเป็นเมืองท่องเที่ยวรองที่มีความโดดเด่นด้านศิลปวัฒนธรรม 8 ชนเผ่า และการท่องเที่ยวเชิงความเชื่อริมฝั่งแม่น้ำโขง[94] แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมประเพณี ศาสนา และธรรมชาติ โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา (Mutelu Tourism) ที่เกี่ยวข้องกับคติความเชื่อเรื่องพญานาค เช่น วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ (ที่ประดิษฐานองค์พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช) และพญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ สร้างรายได้ให้กับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และของฝากท้องถิ่นเป็นอย่างมาก
ในด้านการพัฒนา มุกดาหารมีความคล้ายคลึงกับจังหวัดนครพนมและสกลนคร (กลุ่มจังหวัดสนุก) จึงมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวในลักษณะ "เมืองคู่แฝด" เพื่อเพิ่มการกระจายตัวของนักท่องเที่ยว[76] อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดยังมีความท้าทายในการฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงความจำเป็นในการพัฒนาแลนด์มาร์ก (Landmark) ใหม่ ๆ หรือปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์เดิม เช่น หอแก้วมุกดาหาร เพื่อเพิ่มแรงดึงดูดและขีดความสามารถในการแข่งขันทางการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับความพร้อมด้านโครงข่ายโทรคมนาคมที่ครอบคลุมตำบลคำป่าหลาย มีการสร้าง ท่าอากาศยานมุกดาหารซึ่งกำหนดเสร็จในปี พ.ศ. 2571[95]
กีฬา
[แก้]สนามกีฬาหลักของจังหวัดคือ สนามกีฬากลางจังหวัดมุกดาหาร (ความจุประมาณ 5,000 ที่นั่ง) และสนามกีฬาเทศบาลเมืองมุกดาหาร สโมสรฟุตบอลอาชีพในจังหวัด ได้แก่
- สโมสรฟุตบอลมุกดาหาร ไชยยงค์ ยูไนเต็ด (ไทยลีก 4 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
- สโมสรฟุตบอลมุกดาหาร ซิตี้
- สโมสรฟุตบอลดอนตาล พีซีซีเอ็ม
จังหวัดมุกดาหารเคยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ เขต 4 (พ.ศ. 2560) และมีการจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนรายการต่าง ๆ เป็นประจำ
พลังงานและเมืองอัจฉริยะ
[แก้]จังหวัดมุกดาหารได้รับการประกาศให้เป็นหนึ่งในพื้นที่ส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City)[96] โดยมีจุดเด่นในการขับเคลื่อนมิติพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) ผ่านโครงการพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม[97] ดังนี้
พลังงานลม
[แก้]จังหวัดมุกดาหารมีศักยภาพด้านพลังงานลมสูง โดยมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมเป้าหมายกำลังการผลิตรวม 394.29 เมกะวัตต์ โครงการที่สำคัญ ได้แก่[98]
- โครงการร่มเกล้าวินด์ฟาร์ม (Romklao Wind Farm): ตั้งอยู่ที่ตำบลร่มเกล้า อำเภอนิคมคำสร้อย ดำเนินการโดยบริษัท วินชัย จำกัด มีกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ ใช้กังหันลมที่มีความสูงเสาถึง 162 เมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในกังหันลมที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และได้กลายเป็นแลนด์มาร์กทางการท่องเที่ยวที่สำคัญ[99]
- โครงการบ่อทองวินด์ฟาร์ม 1 และ 2 (Bo Thong Wind Farm): ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอนิคมคำสร้อย ดำเนินการโดยบริษัท บ่อทอง วินด์ ฟาร์ม จำกัด (บริษัทย่อยของบี.กริม เพาเวอร์) มีกำลังการผลิตรวม 16 เมกะวัตต์ ปัจจุบันได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว
- โครงการพื้นที่ส่วนขยาย: ครอบคลุมพื้นที่ตำบลคำป่าหลาย ตำบลดงเย็น ในอำเภอเมืองมุกดาหาร และบางส่วนของอำเภอนิคมคำสร้อย ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาสำรวจโดยภาคเอกชน เพื่อเตรียมพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพิ่มเติม ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (สมาร์ตกริด)
พลังงานชีวมวลและขยะชุมชน
[แก้]- โรงไฟฟ้าขยะชุมชน เทศบาลเมืองมุกดาหาร: เป็นโครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วยระบบปิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 9.9 เมกะวัตต์ ดำเนินการโดยบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP โดยโครงการนี้จะช่วยให้มุกดาหารเข้าใกล้เป้าหมายการเป็นเมืองอัจฉริยะด้านพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ[100]
ขนาดเศรษฐกิจและรายได้ต่อประชากร
[แก้]จากการประเมินภาพรวมทางเศรษฐกิจของจังหวัดมุกดาหาร พบว่าในปี พ.ศ. 2566 ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 31,189 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นจากปี พ.ศ. 2565 ที่มีมูลค่า 29,555 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1,634 ล้านบาท) ส่งผลให้เศรษฐกิจของจังหวัดมีอัตราการเจริญเติบโตที่ร้อยละ 3.18 ในส่วนของรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากร (GPP per capita) ในปี พ.ศ. 2566 อยู่ที่ 72,251 บาทต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.34 จากปี พ.ศ. 2565 ซึ่งอยู่ที่ 69,249 บาทต่อคนต่อปี[101]
ด้านข้อมูลประชากรศาสตร์ อ้างอิงจากหลักฐานทะเบียนราษฎร ณ เดือนมกราคม พ.ศ. 2568 จังหวัดมุกดาหารมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่ทั้งสิ้น 350,510 คน และมีจำนวนครัวเรือนรวม 125,052 ครัวเรือน
| รายการตัวชี้วัด | ข้อมูลสถิติ (พ.ศ.) | อัตราการเปลี่ยนแปลง (%) | |
|---|---|---|---|
| 2565 | 2566 | ||
| ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) | 29,555 ล้านบาท | 31,189 ล้านบาท | ▲ 3.18% |
| รายได้เฉลี่ยต่อประชากร | 69,249 บาท/คน | 72,251 บาท/คน | ▲ 4.34% |
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| ประชากรทั้งสิ้น | 350,510 คน |
| จำนวนครัวเรือน | 125,052 ครัวเรือน |
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
[แก้]เมืองพี่น้องและเมืองแฝดของจังหวัดมุกดาหาร
[แก้]เมืองพี่น้อง (อังกฤษ: Sister cities) และ เมืองแฝด (อังกฤษ: Twin cities) เป็นคําที่ใช้เรียกเมืองที่การเจริญสัมพันธไมตรีอันดีต่อกัน จังหวัดมุกดาหารได้สถาปนาความสัมพันธ์ในฐานะเมืองพี่น้องและเมืองแฝด กับเมืองในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและเอเชีย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม ดังนี้:[3]
แขวงสะหวันนะเขต (สปป.ลาว) (ลงนามเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2547) เป็นเมืองคู่แฝดที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่สุดเนื่องจากมีอาณาเขตติดต่อกัน โดยมีสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 เป็นจุดเชื่อมต่อ ตลอดจนมีความผูกพันทางเครือญาติและวัฒนธรรมร่วมกันมายาวนาน[3]
จังหวัดกว๋างจิ (สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม) (ลงนามเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2548) เพื่อส่งเสริมการค้า ขนส่ง และการลงทุนร่วมกันตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC)[3]
เมืองฉงจั่ว (Chongzuo) (เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน) (ลงนามเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554) เพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและการขนส่งสินค้าข้ามแดนไปยังจีนตอนใต้[3]
| ประเทศ | เมือง/จังหวัด | ประเภท | วันที่ลงนามความสัมพันธ์ | วัตถุประสงค์หลัก |
|---|---|---|---|---|
| แขวงสะหวันนะเขต | เมืองแฝด | 21 มีนาคม พ.ศ. 2547 | ความสัมพันธ์ชายแดน, วัฒนธรรม และคมนาคมข้ามฟาก | |
| จังหวัดกว๋างจิ | เมืองแฝด | 25 มกราคม พ.ศ. 2548 | การค้าและการขนส่งตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ (EWEC) | |
| เมืองฉงจั่ว | เมืองแฝด | 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 | ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค |
ทิศทางการพัฒนาจังหวัดในอนาคต
[แก้]ในปัจจุบัน จังหวัดมุกดาหารยังคงเผชิญกับข้อจํากัดด้านการคมนาคมขนส่งเดี่ยว (Single-Mode Transportation) ที่พึ่งพาระบบถนนเพียงอย่างเดียว และสภาวะความล่าช้าในการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ)[102] อย่างไรก็ตาม หากโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานได้รับการพัฒนาจนสําเร็จตามแผนยุทธศาสตร์ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญ ดังนี้:[103][104][105]
ศูนย์กลางขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport Hub)
[แก้]- โครงการรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่–มุกดาหาร–นครพนม ร่วมกับการจัดตั้ง "ท่าเรือบก" (Dry Port) จะเปลี่ยนมุกดาหารให้เป็นจุดกระจายสินค้าหลักของภูมิภาค เชื่อมต่อระบบรางตรงสู่ท่าเรือดานัง ประเทศเวียดนาม และตอนใต้ของจีน[106]
เขตเศรษฐกิจพิเศษและโครงข่าย MR-Map
[แก้]- การบูรณาการโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองเข้ากับระบบราง จะดึงดูดการลงทุนภาคอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) และเทคโนโลยีข้ามแดน[107]
นวัตกรรมเกษตรพึ่งพาตนเอง
[แก้]การศึกษา
[แก้]ระดับประถมและมัธยมศึกษา
[แก้]ระดับอาชีวศึกษา
[แก้]อาชีวศึกษารัฐ
[แก้]อาชีวศึกษาเอกชน
[แก้]ระดับอุดมศึกษา
[แก้]สถาบันอุดมศึกษารัฐ
[แก้]- วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (สํานักงานบริหารวิทยาการ สถานีสร้างงานสร้างอาชีพ มุกดาหาร เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การจัดตั้งมหาวิทยาลัยนานาชาติมุกดาหาร)[110]
สถาบันอุดมศึกษาในกํากับสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
[แก้]สถาบันอุดมศึกษาในอดีต
[แก้]- มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร: เป็นโครงการขยายโอกาสทางการศึกษาในอดีตของมหาวิทยาลัย ซึ่งเคยดําเนินการจนมีแผนงานเสร็จสิ้นและได้รับการประกาศจัดตั้งโดยมติสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีอย่างเป็นทางการ โดยมีการกําหนดพื้นที่ก่อสร้าง ณ บริเวณภูผาเจี้ย อําเภอเมืองมุกดาหาร และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์อาคารโครงการจัดตั้งฯ อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาสภามหาวิทยาลัยได้มีมติให้ยกเลิกโครงการจัดตั้งวิทยาเขตดังกล่าว เนื่องจากประสบปัญหาข้อจํากัดด้านงบประมาณ และจํานวนนักศึกษาที่เข้าศึกษามีจํานวนน้อยไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ประกอบกับนโยบายของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการและรวมศูนย์การพัฒนาไว้ที่วิทยาเขตหลัก (อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี) ซึ่งไม่ไกลจากมุกดาหารเป็นสําคัญ[111][112][113]
สถาบันอุดมศึกษาในอนาคต
[แก้]- มหาวิทยาลัยนานาชาติมุกดาหาร Mukdahan International University (มหาวิทยาลัยในอนาคต)[110]
การสาธารณสุข
[แก้]สถานบริการสาธารณสุข
[แก้]สถานบริการด้านสาธารณสุขในจังหวัดมุกดาหาร มีโรงพยาบาลรวมทั้งสิ้น 9 แห่ง แบ่งเป็นสถานบริการสังกัดสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร 7 แห่ง และโรงพยาบาลเอกชน 2 แห่ง[114] ข้อมูลดังแสดงในตารางต่อไปนี้:
สังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
[แก้]| ชื่อโรงพยาบาล | ขีดความสามารถ (ระดับการรักษา) |
ระดับตามเกณฑ์มาตรฐาน (A/S/M/F) |
จํานวนเตียง | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| โรงพยาบาลมุกดาหาร | ตติยภูมิ (Tertiary Care) | A+ (โรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่พิเศษ) | 485 | โรงพยาบาลทั่วไปประจําจังหวัด |
| โรงพยาบาลนิคมคําสร้อย | ทุติยภูมิ (Secondary Care) | F3 (โรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่) | 60 | |
| โรงพยาบาลคําชะอี | ทุติยภูมิ (Secondary Care) | F2 (โรงพยาบาลชุมชนขนาดกลาง) | 30 | |
| โรงพยาบาลดอนตาล | ทุติยภูมิ (Secondary Care) | F2 (โรงพยาบาลชุมชนขนาดกลาง) | 30 | |
| โรงพยาบาลดงหลวง | ทุติยภูมิ (Secondary Care) | F2 (โรงพยาบาลชุมชนขนาดกลาง) | 30 | |
| โรงพยาบาลหว้านใหญ่ | ทุติยภูมิ (Secondary Care) | F2 (โรงพยาบาลชุมชนขนาดกลาง) | 30 | |
| โรงพยาบาลหนองสูง | ทุติยภูมิ (Secondary Care) | F2 (โรงพยาบาลชุมชนขนาดกลาง) | 30 |
สังกัดเอกชน
[แก้]| ชื่อโรงพยาบาล | สังกัด (ผู้ดําเนินการ) | ขีดความสามารถ (ระดับการรักษา) |
ระดับตามเกณฑ์มาตรฐาน (A/S/M/F) |
จํานวนเตียง | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| โรงพยาบาลพริ้นซ์ มุกดาหาร | เอกชน (บริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จํากัด) | ทุติยภูมิ (Secondary Care) | — [note 4] | 30 | ได้รับรองเกณฑ์ GREEN & CLEAN Hospital ระดับดีเยี่ยม |
| โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล | เอกชน | ทุติยภูมิ (Secondary Care) | — [note 4] | 30 |
ประเภทสังกัดหน่วยงานอื่น ๆ
[แก้]| สังกัด / ประเภทโรงพยาบาล | สถานะในจังหวัด | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| โรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัย / ศูนย์การแพทย์ | ไม่มี | ยังไม่มีโรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัย |
| โรงพยาบาลในสังกัดเหล่าทัพ / ตํารวจ | ไม่มี | ยังไม่มีโรงพยาบาลในสังกัดเหล่าทัพหรือตํารวจ |
| โรงพยาบาลในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น | ไม่มี | ยังไม่มีโรงพยาบาลในสังกัด อปท. (มีเพียง รพ.สต. 78 แห่ง) |
| โรงพยาบาลในสังกัดอื่น ๆ (รัฐวิสาหกิจ, องค์การมหาชน ฯลฯ) | ไม่มี | ยังไม่มีโรงพยาบาลในสังกัดอื่น |
การพัฒนาขีดความสามารถของโรงพยาบาลในจังหวัดมุกดาหาร
[แก้]
จังหวัดมุกดาหารมีการพัฒนาระบบบริการภายใต้ยุทธศาสตร์ "One Province One Hospital" เพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกันทั้งจังหวัดและลดความแออัด มีโครงการสําคัญดังนี้:
- การจัดตั้งศูนย์หัวใจและหลอดเลือดสมอง (Cath Lab) ณ โรงพยาบาลมุกดาหาร เพื่อลดการส่งต่อผู้ป่วยและเพิ่มโอกาสรอดชีวิต โดยเปิดให้บริการตรวจสวนหัวใจตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 โดยแพทย์หญิงนภาพร เกียรติดำรง เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม[115]พุทธศักราช 2568
เว็บไซต์ Hfocus.org เจาะลึกระบบสุขภาพ* การยกระดับสู่โรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital) โรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัดผ่านเกณฑ์ประเมินระดับเพชร โดยใช้เทคโนโลยีนัดหมายออนไลน์, เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (vEMR) และการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)
- การเชื่อมโยงระบบสุขภาพชายแดน มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาระบบบริการที่มีประสิทธิภาพและเชื่อมโยงเครือข่ายสุขภาพชายแดน เพื่อให้ประชาชนและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าถึงบริการได้ครอบคลุม[114]
บุคลากรและสถิติสาธารณสุข
[แก้]- จํานวนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขสาขาหลักต่อประชากรในจังหวัดมุกดาหาร[114]:
| บุคลากรและสถิติสาธารณสุข (ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2568) | ||
|---|---|---|
| ประเภท | จํานวน | อัตราส่วน (ประชากร: บุคลากร 1 คน) |
| บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขสาขาหลัก[114] | ||
| แพทย์ | 110 คน | 3,151: 1 |
| ทันตแพทย์ | 37 คน | 9,369: 1 |
| เภสัชกร | 68 คน | 5,098: 1 |
| พยาบาลวิชาชีพ | 653 คน | 531: 1 |
| นักวิชาการสาธารณสุข | 121 คน | — |
| จํานวนเตียงผู้ป่วย[114] | ||
| รวม | 710 เตียง | — |
| โรงพยาบาลทั่วไป | 485 เตียง | |
| โรงพยาบาลชุมชน | 225 เตียง | |
การคมนาคม
[แก้]ทางหลวง
[แก้]จังหวัดมุกดาหารเป็นศูนย์กลางคมนาคมที่สำคัญในภูมิภาคอินโดจีน โดยมีทางหลวงแผ่นดินสายหลักและสายรองที่เชื่อมโยงการเดินทางภายในจังหวัด ระหว่างจังหวัด และระหว่างประเทศ ดังนี้
ทางหลวงแผ่นดินสายหลัก
[แก้]
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ถนนแม่สอด–มุกดาหาร): เป็นเส้นทางคมนาคมหลักตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก ตัดผ่านกลางจังหวัด เริ่มต้นจากด่านชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาสิ้นสุดที่จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย–ลาว 2 (มุกดาหาร–สะหวันนะเขต) เชื่อมต่อไปยัง สปป.ลาว เวียดนาม และจีน
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 (ถนนชยางกูร): เส้นทางแนวเหนือ-ใต้ ตัดผ่านใจกลางเทศบาลเมืองมุกดาหารและอำเภอสำคัญของจังหวัด เชื่อมต่อจากจังหวัดหนองคาย ผ่านจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดนครพนม เข้าสู่จังหวัดมุกดาหาร และไปสิ้นสุดที่จังหวัดอุบลราชธานี เส้นทางนี้เชื่อมต่อสะพานมิตรภาพไทย–ลาว ถึง 4 แห่ง ได้แก่ แห่งที่ 1 (หนองคาย), แห่งที่ 2 (มุกดาหาร), แห่งที่ 3 (นครพนม) และแห่งที่ 5 (บึงกาฬ)
ทางหลวงแผ่นดินและเส้นทางเชื่อมโยงอื่น ๆ
[แก้]
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 238 (ถนนเลี่ยงเมืองมุกดาหาร): เส้นทางวงแหวนรอบตัวเมือง ช่วยระบายการจราจรและการขนส่งสินค้าหนักไม่ให้ผ่านเข้าสู่ใจกลางเมือง
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 239 (ถนนเข้าสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2): เส้นทางสายสั้นที่แยกจากทางหลวงหลักเพื่อเข้าสู่ด่านพรมแดนและตัวสะพาน
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2034 (ถนนมุกดาหาร–เขมราฐ): เส้นทางเลียบแม่น้ำโขง เริ่มจากอำเภอเมืองมุกดาหาร ผ่านอำเภอดอนตาล เข้าสู่จังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดอุบลราชธานี ไปสิ้นสุดที่อำเภอเขมราฐ
การเดินทาง
[แก้]โดยรถยนต์
[แก้]จังหวัดมุกดาหารอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 652 กิโลเมตร สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลได้ 2 เส้นทางหลัก ดังนี้[3]
- เส้นทางที่ 1 (ผ่านกาฬสินธุ์): จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ผ่านสระบุรีและนครราชสีมา จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 23 ที่อำเภอบ้านไผ่ ผ่านจังหวัดมหาสารคาม เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 213 เข้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 ผ่านอำเภอคำชะอี เข้าสู่จังหวัดมุกดาหาร
- เส้นทางที่ 2 (ผ่านเลิงนกทา): จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 และ 2 เช่นเดียวกัน จนถึงนครราชสีมา จากนั้นแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 207 ผ่านอำเภอประทาย อำเภอพุทไธสง เข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 202 ผ่านอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย–อำเภอเกษตรวิสัย–อำเภอสุวรรณภูมิ แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2169 ผ่านอำเภอทรายมูล–อำเภอกุดชุม–อำเภอเลิงนกทา เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 212 (ถนนชยางกูร) ผ่านอำเภอนิคมคำสร้อย เข้าสู่จังหวัดมุกดาหาร
โดยรถโดยสารประจำทาง
[แก้]สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร
[แก้]สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหารตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร มีสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่สองในจังหวัดมุกดาหารเป็นประตูข้ามพรมแดนไปยังสะหวันนะเขตในประเทศลาว ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไปยังสะหวันนะเขตในประเทศลาว หลังจากข้ามพรมแดนไปยังประเทศลาวแล้ว นักท่องเที่ยวมักจะเดินทางต่อไปยังชายแดนลาวและเวียดนามเพื่อเข้าสู่เวียดนามผ่านลาวเปา ซึ่งมีพรมแดนติดกับแม่น้ำโขงยาว 70 กม.[116]
สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร ตั้งอยู่ที่ 33/12 ถนนชยางกูร ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร 49000 ให้บริการรถโดยสารธรรมดาและรถปรับอากาศจากผู้ประกอบการเอกชน[116] มีเส้นทางเดินรถที่สำคัญ เช่น
- กรุงเทพฯ–มุกดาหาร
- นครราชสีมา–มุกดาหาร
- ขอนแก่น–มุกดาหาร
- มุกดาหาร–ระยอง
- มุกดาหาร–พัทยา–ระยอง
- มุกดาหาร–หัวหิน
- มุกดาหาร–แม่สอด
การเดินทางโดยรถโดยสารจากกรุงเทพฯ สู่มุกดาหารใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 650 กิโลเมตร มีรอบรถช่วงกลางคืน (18.00–20.30 น.) ผู้ให้บริการหลัก ได้แก่ บขส. (เส้นทาง 999), นครชัยแอร์ และไทยสงวนทัวร์ ค่าโดยสารโดยประมาณอยู่ระหว่าง 457 ถึง 560 บาท
โดยสารระหว่างประเทศ
[แก้]รถโดยสาร
[แก้]จังหวัดมุกดาหารมีระโดยสารระหว่างประเทศ มุกดาหาร-สะหวันนะเขต ให้บริการโดยบริษัทขนส่งให้บริการทุกวันผ่านเส้นทางมิตรภาพไทยลาวและด่านพรมแดนศุลกากร
เรือข้ามฝาก
[แก้]ในอดีตมีบริการเรือข้ามฟาก ผ่านท่าเรือเทศบาลเมืองมุกดาหาร แต่ปัจจุบันได้ยกเลิกการให้บริการแล้ว และยังไม่มีกําหนดการกลับมาให้บริการในเร็ว ๆ นี้[117]
โดยทางอากาศ
[แก้]จังหวัดมุกดาหารไม่มีท่าอากาศยานพาณิชย์ภายในจังหวัด การเดินทางทางอากาศจึงต้องอาศัยท่าอากาศยานในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่
- ท่าอากาศยานนครพนม ระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินทางทางบกราว 1 ชั่วโมง 50 นาที) — เป็นสนามบินที่ประชาชนนิยมใช้มากที่สุด โดยมีรถตู้และรถโดยสารเชื่อมต่อถึงสถานีขนส่งจังหวัดมุกดาหาร
- ท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี ระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร (ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที)
- ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด ระยะทางประมาณ 138 กิโลเมตร (ประมาณ 1 ชั่วโมง 55 นาที)
- ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณเขต (สปป.ลาว) ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร แต่การใช้งานมีข้อจำกัดด้านการข้ามพรมแดน ทั้งนี้รัฐบาลมีแผนผลักดันให้ใช้ท่าอากาศยานแห่งนี้เป็นทางเลือกร่วมในระยะแรกของแผนการพัฒนาท่าอากาศยานมุกดาหาร[118][119]
อนึ่ง ในปี พ.ศ. 2561 กรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม ได้ดําเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างท่าอากาศยานในจังหวัดมุกดาหาร ด้วยงบประมาณ 6 ล้านบาท การศึกษาแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 และอยู่ระหว่างขั้นตอนการดําเนินการต่อไป คาดว่าจะต้องใช้เงินก่อสร้างกว่า 5 พันล้านบาท[120] หากโครงการดําเนินการแล้วเสร็จ จะนับเป็นท่าอากาศยานแห่งที่ 30 ของประเทศไทย ปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) [121] แม้จะประสบปัญหาหลายด้าน แต่โครงการยังคงดําเนินการต่อเนื่อง มิได้ถูกยกเลิก[122] อีกทั้งคณะรัฐมนตรีมีมติให้เร่งรัดโครงการเพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่–นครพนม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน[122] ผลการศึกษาเบื้องต้นชี้ว่าโครงการมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ หากแต่ไม่คุ้มค่าทางการเงิน จากนั้นในปี พ.ศ. 2563 ได้มีการว่าจ้างออกแบบรายละเอียดและจัดทํารายงาน EIA โดยแผนเดิมกําหนดจะก่อสร้างและเปิดบริการในปี พ.ศ. 2569 ต่อมาได้ปรับแผนใหม่เป็นเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2571 และเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2574[121][123]
โดยรถไฟ
[แก้]ปัจจุบันจังหวัดมุกดาหารยังไม่มีระบบขนส่งทางราง แต่กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่–มุกดาหาร–นครพนม ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2570 แต่เนื่องด้วยติดปัญหาการเวนคืนที่ดินจึงเลือนแผนงานในช่วงที่ติดปัญหาออกไปและการรถไฟได้ต่อสัญญาและปรับแผนใหม่โดยจะเริ่มงานก่อสร้างในเดือนก.ค. 2569 ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน (3 ปี) กำหนดแล้วเสร็จในปี 2572[124]
การคมนาคมภายในจังหวัด
[แก้]- รถสองแถว: ให้บริการหลายสาย คิดค่าโดยสารตามระยะทาง
- รถสามล้อเครื่อง: ส่วนใหญ่เป็นรถเหมา คิดค่าโดยสารตามระยะทาง
- แท็กซี่: คิดค่าโดยสารตามมิเตอร์
ระยะทางจากตัวเมืองมุกดาหารไปยังอำเภอต่าง ๆ
[แก้]- อำเภอนิคมคำสร้อย 29 กิโลเมตร
- อำเภอหว้านใหญ่ 32 กิโลเมตร
- อำเภอดอนตาล 34 กิโลเมตร
- อำเภอคำชะอี 38 กิโลเมตร
- อำเภอหนองสูง 53 กิโลเมตร
- อำเภอดงหลวง 55 กิโลเมตร
จุดผ่านแดนที่ติดต่อกับประเทศลาว
[แก้]- จุดผ่านแดนถาวร ด่านสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 (อำเภอเมืองมุกดาหาร – นครไกสอน พมวิหาน แขวงสุวรรณเขต)
- จุดผ่านแดนถาวร ท่าเรือเทศบาลเมืองมุกดาหาร (อำเภอเมืองมุกดาหาร – นครไกสอน พมวิหาน แขวงสุวรรณเขต)
สถานที่สําคัญและแหล่งท่องเที่ยว
[แก้]พระอารามหลวงและวัดสําคัญ
[แก้]- วัดศรีมงคลใต้ วรวิหาร (พระอารามหลวง)
- วัดศรีสุมังค์วนาราม
- วัดศรีมงคลเหนือ
- วัดป่าศิลาวิเวก (สถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขา 105)
- วัดมโนภิรมย์ (สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2296 มีศิลปะทางสถาปัตยกรรมแบบเวียงจันทน์)
- วัดพระศรีมหาโพธิ์
- วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์
- วัดยอดแก้วศรีวิชัย
- วัดดานพระอินทร์
- วัดป่าวิเวกวัฒาราม (วัดหลวงปู่จาม)
- วัดศรีบุญเรือง (อําเภอคําชะอี)
- วัดศรีบุญเรือง (ตําบลหนองแคน)
- วัดศรีบุญเรือง (ตําบลชะโนดน้อย)
- วัดเวินไชยมงคล
- วัดภูหล่มขุม
- วัดป่าวิเวกวัฒนาราม[63]
- วัดถ้ำภูผาขาว
- วัดถ้ำจำปากันตสีลาวาส
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อนุสาวรีย์และอนุสรณ์สถาน
[แก้]- พระเจ้าองค์หลวง (พระพุทธรูปเก่าศิลปะล้านช้างเวียงจันทน์ คู่บ้านคู่เมืองมุกดาหาร)
- พระพุทธมิ่งมงคลมหามุนีศรีมุกดาหาร (พระเจ้าใหญ่แก้วมุกดาศรีไตรรัตน์)
- พระพุทธนวมิ่งมงคลมหามุนีศรีมุกดาหาร (ประดิษฐานอยู่บนส่วนไข่มุกของหอแก้วมุกดาหาร)
- พญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช
- ศาลหลักเมืองมุกดาหาร
- ศาลเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง
- ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง (ปราสาทสองนางสถิตย์ หรือ ศาลเจ้าแม่สองนางสถิตย์)
- ศาลเจ้าปู่อุปฮาดราชวงค์ เทศบาลตําบลบางทรายใหญ่
- พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราช (บริเวณหน้าศูนย์ราชการ ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร)
- อนุสาวรีย์พระยาจันทรศรีสุราชอุปราชามันธาตุราช (บริเวณข้างหอประชุม 250 ปีมุกดาหาร)
- อนุสาวรีย์และหอเกียรติยศจ่าโต๋ (พลตรี ธวัชชัย บุสภา) ทหารผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในสงครามชายแดนไทย–กัมพูชา[125]
- พญาอนันตนาคราช
- อนุสรณ์สถานหอนาฬิกาพญานาค 4 ตระกูล (หอนาฬิกามุกดาหาร)
- สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขี (โบสถ์คริสต์วัดสองคอน)
- พิพิธภัณฑ์ท่านหนูฮัก พูมสะหวัน (อนุสรณ์สถานประวัติศาสตร์ระหว่างไทย–ลาว)
- อนุสาวรีย์พระไกรสรราช อําเภอหนองสูง
- เจดีย์ศรีไตรรัตนานุสรณ์ (แม่ชีแก้ว เสียงล้ำ)[63]
อุทยานแห่งชาติและพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติ
[แก้]- อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ (ครอบคลุมพื้นที่อําเภอเมืองมุกดาหารและอําเภอดอนตาล)[19]
- อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว (ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ยโสธร และอํานาจเจริญ)
- อุทยานแห่งชาติภูผายล (ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสกลนคร นครพนม และมุกดาหาร)
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน (ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและกาฬสินธุ์)
- วนอุทยานดงบังอี่ (ตั้งอยู่ที่ตําบลนากอก อําเภอนิคมคําสร้อย)
- เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ําผาน้ำทิพย์ (ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร)
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและจุดชมวิว
[แก้]- หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก
- แก่งกะเบา (พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช)
- สวนรุกขชาติดงบังอี่
- หาดมโนภิรมย์
- เกาะก้านเหลือง
- วังเทียมเมฆ
- น้ำตกตาดโดน
- น้ำตกถ้ําไทร
- น้ำตกผาเจิ่น
- จุดชมวิวผากิ่ว (ภายในวนอุทยานดงบังอี่)
- อ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยขี้เหล็ก
- ทุ่งกังหันลมร่มเกล้าวินด์ มุกดาหาร
ย่านการค้าและวิถีชุมชน
[แก้]- ตลาดอินโดจีน (ถนนคนเดินและท่าน้ำอินโดจีน)
- ตลาดราตรี
- ถนนคนเดินลานสนุกมุกดาหาร
- มุกดาหารสแควร์
- หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบ้านภู
- ไร่ภาสทอง
- ชั่งทองฟาร์มแอนด์คาเฟ่
สิ่งก่อสร้างและคมนาคมสําคัญ
[แก้]- สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2
- วงเวียนสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 2 มุกดาหาร
สวนสาธารณะและสนามกีฬา
[แก้]- สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษกเทศบาลเมืองมุกดาหาร (นาบึง)
- สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติศาลเจ้าปู่อุปฮาดราชวงค์ เทศบาลตําบลบางทรายใหญ่
- สนามกีฬากลางจังหวัดมุกดาหาร
แหล่งโบราณสถานและประวัติศาสตร์
[แก้]- หอยสมัยหิน
- กลองมโหระทึก
- อุทยานสมเด็จย่า (ฐานวรพัฒน์)
- ถ้ําฝ่ามือแดง (ห้วยสิงห์)
แหล่งซากดึกดําบรรพ์
[แก้]- แหล่งรอยตีนไดโนเสาร์หนองสูง พบซากฉลามโบราณน้ำจืด (ปลากระดูกอ่อน) ยุคดึกดําบรรพ์ มุกดาหารโนดัส ไตรศิวกุลไล (Mukdahannodus trisivakulii)[17]
- แหล่งไดโนเสาร์ภูผาเทิบ[17]
- แหล่งสัตว์มีกระดูกสันหลังภูหินเหล็กไฟ ภายในอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว พบซากเกล็ดปลา ฟันจระเข้ และเศษกระดูกของสิ่งมีชีวิตยุคดึกดําบรรพ์[17]
- แหล่งสัตว์มีกระดูกสันหลังดานเกิ้ง[17]
- แหล่งสัตว์มีกระดูกสันหลังดานหลวง[17]
- แหล่งสัตว์มีกระดูกสันหลังภูถ้ําพระ ภายในอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ[17]
- แหล่งซากดึกดําบรรพ์บ้านคําพอก ตําบลคําพอก อําเภอหนองสูง พบซากดึกดําบรรพ์เต่าบกโบราณขนาดใหญ่ เต่าทรงพระเจริญ (Basilochelys macrobios Tong et al., 2009) อายุช่วงปลายยุคจูแรสซิกถึงต้นยุคครีเทเชียส และพบซากปลาซีลาแคนท์ (Coelacanth)[18] ที่ดํารงชีวิตมาตั้งแต่มหายุคพาลีโอโซอิกตอนกลางของยุคดีโวเนียน[17][20][126]
ประเพณีและวัฒนธรรม
[แก้]งานบุญและประเพณี
[แก้]- บุญข้าวยาคู บูชาพระบรมสารีริกธาตุ[127]
- ประเพณีบวงสรวงศาลหลักเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง[128]
- ประเพณีบวงสรวงก่อนงานแข่งเรือและเบิกน่านน้ำ และการตีช้างน้ำนอง[129][130]
- พิธีบวงสรวงพญานาคริมฝั่งโขง สะพานมิตรภาพไทย–ลาว
- ประเพณีแห่ดาวสองคอน ในเทศกาลคริสต์มาส ณ สถานสักการะมรณสักขีสองคอน[131]
- บุญบั้งไฟ
- ประเพณีลอยกระจู้ (ประเพณีลอยกระทงสายท้องถิ่นด้วยกะลามะพร้าว จัดบริเวณท่าน้ำเมืองมุกดาหาร)[132]
- ประเพณีบวงสรวงและสรงน้ำพระธาตุภูมโนรมย์[133]
- ประเพณีสรงน้ำพระเจ้าองค์หลวง วัดศรีมงคลใต้
เทศกาล
[แก้]- เทศกาลตรุษจีนมุก ซินจ่าวมุกดาหาร
- เทศกาลสงกรานต์
- เทศกาลแข่งเรือออกพรรษาและตีช้างน้ำนอง[129][130]
- งานของดีและงานกาชาดจังหวัด
- งานรวมเผ่าไทยมุกดาหารและงานมะขามหวานชายโขง
- งานออนซอนคําชะอี
- มหกรรมวิ่ง มุกดาหาร-สะหวันนะเขต
- งานพญานาคมุกดาหาร 3 พิภพ
ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น
[แก้]ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและอาหารถิ่น
[แก้]- ผ้าไหมมัดหมี่ลายแก้วมุกดา (ลายผ้าอัตลักษณ์ประจําจังหวัด ทอโดยกลุ่มทอผ้าบ้านคําอาฮวนและบ้านนาสีนวน)
- มะขามหวาน (อําเภอคําชะอี)
- กลองมโหระทึกโบราณจําลอง (ศูนย์ผลิตและอนุรักษ์กลองมโหระทึก อําเภอนิคมคําสร้อย)
- ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา (กลุ่มอาชีพบ้านดงเย็น)
อาหาร
[แก้]อาหารพื้นถิ่นและอาหารประยุกต์
[แก้]อาหารแปรรูปและวัฒนธรรมอาหารเวียดนาม
[แก้]- ปลาส้ม
- หมูยอญวน
- แหนมเนือง
- ข้าวเปียกเส้น (เฝอ)
- กาแฟโบราณสไตล์เวียดนาม[140]
บุคคลที่มีชื่อเสียง
[แก้]ผู้มีคุณูปการต่อจังหวัดมุกดาหาร เจ้าเมืองและบุคคลในประวัติศาสตร์
[แก้]- พระยาจันทรศรีสุราชอุปราชามันธาตุราช (เจ้ากินรี)
- เจ้าจันทรเทพสุริยวงษ์ดํารงรัฐสีมามุกดาธิบดี (เจ้าหนู)
- อํามาตย์เอก พระยาศศิวงษ์ประวัติ (เมฆ จันทรสาขา)
- นายเฉลิมยศ แสนวิเศษ ผู้เสนอจัดตั้งจังหวัดมุกดาหาร
ข้าราชการและผู้นําระดับประเทศ
[แก้]- จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 11 แม้ว่าท่านจะไม่ได้เกิดที่มุกดาหาร แต่ในวัยเด็กท่านเติบโตที่มุกดาหาร โดยเริ่มศึกษาขั้นต้นที่โรงเรียนประถมในจังหวัดมุกดาหาร
- หนูฮัก พูมสะหวัน อดีตประธานประเทศลาว คนที่ 4 เกิดและเติบโตที่มุกดาหารก่อนเข้าร่วมกระบวนการเปลี่ยนแปลงชาติในลาวและขึ้นสู่ตําแหน่งประธานประเทศลาว
- รองอํามาตย์เอก หลวงพิทักษ์พนมเขตร์ (สีห์ จันทรสาขา) อดีตนายอําเภอธาตุพนม เป็นบุตรของพระยาศศิวงษ์ประวัติ (เมฆ จันทรสาขา)
- พลตรี ธวัชชัย บุสภา (จ่าโต๋) ทหารผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในสงครามชายแดนไทย–กัมพูชา มีภูมิลําเนาอยู่ที่บ้านซ่ง อําเภอคําชะอี จังหวัดมุกดาหาร[141]
- พระภักดีอนุชิตร หรือพระยากำแหงสงคราม (จันทร์ อินทรกำแหง ณ ราชสีมา)
- นายพันตรีแย้ม (พระชำนาญคุรุวิทย์) แย้มภมรมณตรี
- อำมาตเอกพระยาสุรเดชวิเศษฤทธิ์ หรือพระยาพิสัยอุดรกิจ (จาบ สุววรรณทัต)[63]
พระสงฆ์และพระเกจิอาจารย์
[แก้]- พระราชรัตนโมลี (สมยง กตปุญฺโญ) เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง[143]
- หลวงปู่ล้วน จันทสาโร (พระครูจันทรวิสุทธิ์)
- พระเทพมงคลวชิรรังษี (สุรศักดิ์ ชีวานนฺโท)
นักการเมือง
[แก้]- วิริยะ ทองผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร เขต 1
- เลขาดํา ไตรสรณคม หนองเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร เขต 2
- ณกร ชารีพันธ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร ชุดที่ 26
- บุญฐิน ประทุมลี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร
- วิทยา บุตรดีวงศ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร
- อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร
- วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร และอดีตเทศมนตรีเทศบาลเมืองมุกดาหาร
ศิลปิน นักแสดง และนักดนตรี
[แก้]- ธัณย์สิตา สุวัชราธนากิตติ์ (ชมพู่ ก่อนบ่าย) นักแสดงและพิธีกร เกิดที่อําเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร
- ศรุชา เพชรโรจน์ (ญิ๋งญิ๋ง) นักแสดง นางแบบ ยูทูบเบอร์ และนักแข่งรถ เกิดที่จังหวัดมุกดาหาร
- มนต์สิทธิ์ คําสร้อย นักร้องลูกทุ่ง เกิดที่ตําบลนาอุดม อําเภอนิคมคําสร้อย จังหวัดมุกดาหาร
- นิว มุกดา (วัชรบูรณ์ มาลาสาย) พระเอกหมอลําชื่อดัง มีภูมิลําเนาที่บ้านคํานางโอก อําเภอนิคมคําสร้อย จังหวัดมุกดาหาร
- นุชรียา มุกดา (เปียโน) นักร้อง เป็นลูกสาวของนิว มุกดา[144]
- ไอดิน อภินันท์ นักร้อง เกิดที่จังหวัดมุกดาหาร[145]
ปราชญ์ชาวบ้าน
[แก้]- นางจันทร์ พันธ์บุตร ปราชญ์ชาวบ้านด้านการทอผ้า บ้านหนองข่า หมู่ 2 ตําบลหนองแวง อําเภอนิคมคําสร้อย จังหวัดมุกดาหาร
- นางที หมีคํา ปราชญ์ชาวบ้านด้านการทอผ้า บ้านป่งแดง หมู่ 4 ตําบลหนองแวง อําเภอนิคมคําสร้อย จังหวัดมุกดาหาร
- นางนวลศรี ยืนยง ปราชญ์ชาวบ้านด้านการทอผ้า บ้านหนองกกเปลือย หมู่ 5 ตําบลหนองแวง อําเภอนิคมคําสร้อย จังหวัดมุกดาหาร
- นางลัดดา การินทอง ปราชญ์ชาวบ้านด้านการทอผ้า บ้านโนนสะอาด หมู่ 8 ตําบลหนองแวง อําเภอนิคมคําสร้อย จังหวัดมุกดาหาร[146]
- นายไพ สกุล คํานนท์ ปราชญ์ชาวบ้าน ตําบลนากอก อําเภอนิคมคําสร้อย จังหวัดมุกดาหาร
นักกีฬา
[แก้]นักกีฬาฟุตบอล
[แก้]- นักกีฬาสโมสรฟุตบอลมุกดาหาร ไชยยืนยง ปัจจุบันเล่นในไทยแลนด์ อเมเจอร์ลีก
นักกีฬาเรือพาย
[แก้]- นายสมชาย แซ่เซีย นักกีฬาเรือพายทีมชาติไทย ชมรมเรือพายมุกดาหาร[147]
นักกีฬาขี่ม้า
[แก้]- นิธิภัทร เหง้าโอสา เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทย ประเภทศิลปะบังคับม้า
อาชญากรรม
[แก้]- หมายเหตุ: ข้อมูลในส่วนนี้เป็นสถิติประเภทสำนวนและลักษณะสำนวน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564–2568
สถิติปริมาณสำนวนคดี แสดงดังนี้[148]
| ประเภทสำนวน | ลักษณะสำนวน | ปี 2569 | ปี 2568 | ปี 2567 | ปี 2566 | ปี 2565 | ปี 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ส.1 | สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ส่งตัวมา | 1,715 | 1,296 | 1,084 | 1,140 | 2,227 | |
| ส.1 (ฟื้นฟู) | สำนวนคดีฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด | 0 | 0 | 1 | 138 | 2,437 | |
| ส.2 | สำนวนปรากฏผู้ต้องหาที่ไม่ได้ส่งตัวมา | 194 | 160 | 137 | 234 | 136 | |
| ส.2 ก | สำนวนปรากฏผู้ต้องหาที่ไม่ได้ส่งตัวมา (คดีเปรียบเทียบปรับ) | 97 | 35 | 94 | 325 | 243 | |
| ส.3 | สำนวนไม่ปรากฏตัวผู้กระทำผิด | 79 | 57 | 36 | 88 | 101 | |
| ส.4 (ศาลแขวง) | สำนวนคดีฟ้องความอาญาด้วยวาจา | 1,574 | 1,543 | 1,459 | 3,521 | 1,055 | |
| ส.4 | สำนวนคดีฟ้องความอาญา | 1,653 | 1,214 | 1,084 | 0 | 0 | |
| ส.5 ก | สำนวนคดีแพ่ง | 24 | 0 | 61 | 78 | 26 | |
| ส.12 | สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ | 0 | 4 | 0 | 4 | 1 | |
| ส.12 ก | สำนวนคดีตายผิดธรรมชาติ | 17 | 15 | 25 | 33 | 37 | |
| รวม | 5,353 | 4,325 | 3,981 | 5,561 | 6,263 |
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
[แก้]ป่าไม้
[แก้]จังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ป่าไม้คงสภาพอุดมสมบูรณ์ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มุกดาหารมีพื้นที่ป่าไม้ประมาณ 863,281 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 31.83 ของพื้นที่จังหวัด ประกอบด้วยพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 13 แห่ง อุทยานแห่งชาติ 3 แห่ง (อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว อุทยานแห่งชาติภูผายล) และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน โดยจังหวัดมีเป้าหมายในแผนแม่บทที่จะเพิ่มและรักษาพื้นที่ป่าไม้ให้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 33[4]
ดินและการใช้ที่ดิน
[แก้]พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำการเกษตร ประมาณ 885,606 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 33 ของพื้นที่จังหวัด โดยกลุ่มดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงต่ำ และมีกลุ่มดินพื้นที่สูงและภูเขาซึ่งมีความลาดชันและไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกร้อยละ 35[4]
แหล่งน้ำ
[แก้]แหล่งน้ำที่สำคัญที่สุดคือแม่น้ำโขง ซึ่งไหลผ่าน 3 อำเภอชายแดน (เมืองมุกดาหาร, หว้านใหญ่, ดอนตาล) และมีลำน้ำสาขาที่สำคัญ เช่น ห้วยมุก ห้วยบางทราย ห้วยบังอี่ และห้วยชะโนด ด้านการชลประทาน จังหวัดมีพื้นที่ชลประทานประมาณ 49,720 ไร่ โดยมีอ่างเก็บน้ำในจังหวัดจำนวน 21 แห่ง และประตูระบายน้ำ 2 แห่ง ปริมาณความจุของอ่างเก็บน้ำรวม 108.50 ล้านลูกบาศก์เมตร[4]
ขยะมูลฝอย
[แก้]การจัดการขยะมูลฝอยของจังหวัดได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ล่าสุดในปี พ.ศ. 2566 ได้มีการผลักดันโครงการบริหารและจัดการขยะมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าระบบปิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Waste to Energy) โดยเทศบาลเมืองมุกดาหารได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชนขนาดกำลังการผลิต 8-9.9 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาขยะสะสมในพื้นที่และรองรับขยะมูลฝอยจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ในจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกสุขลักษณะ[4]
คุณภาพน้ำ
[แก้]หมายเหตุ:ยังใช้ข้อมูลคุณภาพน้ำปี 2554 เนื่องจากไม่มีข้อมูลอัพเดท
จากการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำผิวดินแม่น้ำโขงอยู่ในประเภทที่ 3 (ดีถึงพอใช้) แต่ห้วยมุกและห้วยแข้ที่รับน้ำเสียจากชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมีคุณภาพน้ำเสื่อมโทรม (ประเภทที่ 4–5) ค่า DO ต่ํากว่า 4 มก./ล., BOD เกิน 2 มก./ล., แบคทีเรียโคลิฟอร์มเกิน 4,000 MPN/100 มล.[4]
สาธารณูปโภค
[แก้]การไฟฟ้า
[แก้]สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหารได้ดำเนินการขยายเขตการติดตั้งไฟฟ้าให้สามารถใช้ได้อย่างทั่วถึงครอบคลุมทุกหมู่บ้านในจังหวัด โดยข้อมูลสถิติระบุว่า จังหวัดมุกดาหารมีจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งสิ้น 109,331 ราย และมีการใช้กระแสไฟฟ้าภายในจังหวัดรวม 339.03 ล้านกิโลวัตต์/ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมพลังงานทดแทน เช่น โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมเป้าหมายขนาดใหญ่ในพื้นที่อำเภอนิคมคำสร้อย เพื่อผลักดันมุกดาหารสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะด้านพลังงาน (Smart Energy) [4]
การประปา
[แก้]การให้บริการน้ำประปาดูแลโดยการประปาส่วนภูมิภาค สาขามุกดาหาร โดยอาศัยแหล่งน้ำดิบหลักจากแม่น้ำโขง ปัจจุบันมีเขตจำหน่ายน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคจำนวน 6 แห่ง มีผู้ใช้น้ำรวม 18,667 ราย และจำหน่ายน้ำให้แก่ผู้ใช้ในปริมาณทั้งสิ้น 4,739,509 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ควบคู่ไปกับการยกระดับและปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้านเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลมีน้ำสะอาดอุปโภคบริโภคอย่างทั่วถึง [4]
การสื่อสารและโทรคมนาคม
[แก้]หมายเหตุ:ยังใช้ข้อมูลการสื่อสารและโทรคมนาคมปี 2554 เนื่องจากไม่มีข้อมูลอัพเดท
ไปรษณีย์โทรเลขในจังหวัดมี 33 แห่ง แยกตามอําเภอ: เมืองมุกดาหาร 19 แห่ง, คําชะอี 1 แห่ง, ดอนตาล 1 แห่ง, นิคมคําสร้อย 1 แห่ง, ดงหลวง 1 แห่ง, หว้านใหญ่ 1 แห่ง, หนองสูง 1 แห่ง รหัสไปรษณีย์ 49000 (เมือง), 49110 (คําชะอี), 49120 (ดอนตาล), 49130 (นิคมคําสร้อย), 49140 (ดงหลวง), 49150 (หว้านใหญ่), 49160 (หนองสูง)[4] โทรศัพท์: มีชุมสายโทรศัพท์ในทุกอําเภอ พร้อมระบบอินเทอร์เน็ต ADSL โดยรวมมีเลขหมายเต็ม 14,772 หมายเลข เปิดใช้งาน 9,617 หมายเลข พอร์ต ADSL เต็ม 5,248 พอร์ต ใช้งาน 3,843 พอร์ต[4]
หมายเหตุ
[แก้]- 1 2 การเรียกชื่ออำเภอควรใช้ "อำเภอเมืองมุกดาหาร" ในช่วง พ.ศ. 2441–2459 และตั้งแต่ พ.ศ. 2525–ปัจจุบัน ส่วนช่วงระหว่าง พ.ศ. 2459–2525 ให้ใช้ชื่อ "อำเภอมุกดาหาร" กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศให้เปลี่ยนคำว่าเมือง เป็นจังหวัด ให้เหมือนกันหมดทั่วราชอาณาจักร ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2459
- ↑ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏในหนังสือประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาค จังหวัดมุกดาหาร หนังสือแบบเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ เก็บถาวร 2026-07-03 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน และเอกสารราชการของจังหวัดมุกดาหาร ได้ระบุตรงกันว่า เมืองมุกดาหารมีเจ้าเมืองในทำเนียบทั้งสิ้น 8 ท่าน ทั้งนี้แม้ว่าพระจันทร์สุริยวงษา (แสง) จะมิได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในตำแหน่ง “เจ้าเมือง” โดยตรง หากแต่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเป็น “ผู้ว่าราชเมือง” ก็ตาม แต่ตามแบบแผนของกระทรวงมหาดไทยก็ยังคงนับรวมพระจันทร์สุริยวงษา (แสง) ไว้ในลำดับเจ้าเมืองมุกดาหารด้วย
- ↑ ร.น. ย่อมาจาก ราชนาวี เป็นคำต่อท้ายชื่อของทหารเรือชั้นสัญญาบัตร (ตั้งแต่ยศเรือตรีขึ้นไป) เพื่อแสดงสังกัดอย่างเป็นทางการ
- 1 2 โรงพยาบาลเอกชนไม่ถูกจัดระดับตามเกณฑ์ A/S/M/F ของกระทรวงสาธารณสุข
อ้างอิง
[แก้]- ↑ ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง กรมการปกครอง (13 มิถุนายน 2569). "ข้อมูลการปกครอง". กระทรวงมหาดไทย. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2006-06-13. สืบค้นเมื่อ 2016-06-13.
- ↑ กรมการปกครอง (13 มิถุนายน 2569). "ฐานข้อมูลราษฎรสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569". กระทรวงมหาดไทย. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-02-24. สืบค้นเมื่อ 2025-06-13.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 "หนังสือที่นี่มุกดาหาร: จังหวัดมุกดาหาร" (PDF). เว็บไซต์จังหวัดมุกดาหาร. ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร. p. 19. สืบค้นเมื่อ 2026-05-17.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 ข้อมูลทั่วไปจังหวัดมุกดาหาร พ.ศ 2553 (PDF). จังหวัดมุกดาหาร. สืบค้นเมื่อ 2026-06-05.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 อัตลักษณ์เชิงเลขนศิลป์ 8 กลุ่มชาติพันธุ์ในแถบลุ่มแม่น้ําโขง กรณีศึกษาจังหวัดมุกดาหาร. "อัตลักษณ์เชิงเลขนศิลป์ 8 กลุ่มชาติพันธุ์ในแถบลุ่มแม่น้ําโขง กรณีศึกษาจังหวัดมุกดาหาร" (PDF).
- 1 2 ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 หนังสือแหล่งผลิตกลองมโหระทึก พิมพ์ขึ้นเนื่องในโอกาส ครบรอบ ๑๑๓ ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร. แหล่งผลิตกลองมโหระทึกในประเทศไทยที่แหล่งโบราณคดีโนนหนองหอ อําเภอนิคมคําสร้อย จังหวัดมุกดาหาร (PDF).
- ↑ คุณนิภาภรณ์. nipapon ประวัติศาสตร์จังหวัดมุกดาหาร เขียนบน nipapon.wordpress.com เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ 2554
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ราชกิจจานุเบกษา (27 สิงหาคม 2525). "พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดมุกดาหาร พ.ศ. ๒๕๒๕" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 99 (121): 14–17. สืบค้นเมื่อ 2026-05-17.
- 1 2 "เกี่ยวกับจังหวัด | สํานักงานธนารักษ์พื้นที่มุกดาหาร". ระบบจัดการเว็บไซต์ย่อยภาครัฐ. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-12-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-27.
- 1 2 สํานักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ. "รหัสลําดับและตัวย่อ ของจังหวัดเรียงตามอักขระวิธี" (PDF).
- 1 2 3 ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร. ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น: เมืองมุกดาหาร (PDF). เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-04-28. สืบค้นเมื่อ 2026-06-05.
- 1 2 3 "ประวัติและที่มา ทําไมจึงได้ชื่อว่า มุกดาหาร (จ.มุกดาหาร)". ทางอีศาน. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-04-29. สืบค้นเมื่อ 2026-06-03.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ (2512). เรื่องเที่ยวที่ต่าง ๆ ภาคที่ 4 (PDF). พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ รองอํามาตย์เอก หลวงพิทักษ์พนมเขตร์. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-06-03. สืบค้นเมื่อ 2026-06-03.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 "เอกสารเสด็จตรวจราชการเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ร.ศ. 119 - 131 (พ.ศ. 2443 - 2455)". กรมศิลปากร. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-06-03. สืบค้นเมื่อ 2026-06-05.
- 1 2 3 4 5 6 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ (2026-06-01). "นิทานที่ ๑๗ เรื่องแม่น้ําโขง | นิทานโบราณคดี". vajirayana.org. สืบค้นเมื่อ 2026-06-07.
- ↑ Thailand, Sanook Online Ltd. "มุกดาหาร คือ…? (คืออะไร หมายถึง ความหมาย) - ถามตอบที่ Sanook! Guru". guru.sanook.com (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-06-05.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 กรมทรัพยากรธรณี. "บัญชีแหล่งซากดึกดําบรรพ์" (PDF). เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-05-25. สืบค้นเมื่อ 2026-05-25.
- 1 2 Pachara (2023-02-20). "ฮือฮา พบซากปลาดึกดําบรรพ์ ฉายาไดโนเสาร์มีชีวิต จ.มุกดาหาร อายุ 393 ล้านปี". Thaiger ข่าวไทย. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-25.
- 1 2 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (2550). ข้อมูลอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ จังหวัดมุกดาหาร. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
- 1 2 สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (7 ตุลาคม 2562). "เต่าทรงพระเจริญ (Basilochelys macrobios)". ระบบคลังข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย (TH-BIF). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-05-25. สืบค้นเมื่อ 2026-05-25.
- ↑ กรมศิลปากร (2542). วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดมุกดาหาร. คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ ในคณะกรรมการอํานวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว.
- ↑ วันที่ ๑๑ มิถุนายน ๑๑๙ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๖ น่า ๑๔๐. ราชกิจจานุเบกษาประกาศเปลี่ยนนามมณฑล และจัดระเบียบเมืองที่ได้รวบรวมไว้เข้าเป็นมณฑลเดียวกัน (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2012-01-27. สืบค้นเมื่อ 2026-06-02.
- ↑ "เฉลิมยศ แสนวิเศษ". วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-10-12. สืบค้นเมื่อ 2026-06-26.
- ↑ กระทรวงมหาดไทย, ประวัติกระทรวงมหาดไทย ส่วนภูมิภาค จังหวัดมุกดาหาร. "MOI Library". library.moi.go.th. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-03. สืบค้นเมื่อ 2026-07-06.
- ↑ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนคําว่าเมืองเรียกว่าจังหวัด ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2459 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 28 พฤษภาคม 2459) (PDF).
- ↑ คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ (2544). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น: เมืองมุกดาหาร. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.
- ↑ "ประวัติเมืองมุกดาหารและจังหวัดมุกดาหาร สํานักงานจังหวัดมุกดาหาร". www.mukdahan.go.th. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-06-19. สืบค้นเมื่อ 2026-06-02.
- ↑ สมเด็จพระกนิษฐานธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ําห้วยบางทรายตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ตําบลกกตูม อําเภอดงหลวง และตําบลบ้านค้อ อําเภอคําชะอี จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 สํานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร
- ↑ "สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดอาคารสํานักงานเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารหลังใหม่". TBN connext. 18 เมษายน 2568.
- ↑ "ภูผาซาน". ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม. 2016-03-31.
- ↑ เทศบาลตําบลนาสีนวน อําเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร. "อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ". nasrinuan.go.th. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-06-03.
- ↑ สํานักงานทรัพยากรน้ําแห่งชาติ. รายงานฉบับสมบูรณ์ รายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) สําหรับแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําในพื้นที่ลุ่มน้ําโขงตะวันออกเฉียงเหนือ (PDF).
- ↑ ปรเมศร์ อมาตยกุล และ เทวินทร์ โจมทา (2557). "อุตุนิยมวิทยาน่ารู้เพื่อการเกษตรจังหวัดมุกดาหาร" (PDF). กรมอุตุนิยมวิทยา. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-08-03. สืบค้นเมื่อ 2026-06-05.
- ↑ "ค่าปกติภูมิอากาศของสถานีอุตุนิยมวิทยา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่าง พ.ศ. 2524-2553". กรมอุตุนิยมวิทยา. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-08-06. สืบค้นเมื่อ 2026-06-05.
- ↑ สํานักงานสถิติแห่งชาติ (2563). สํามะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2563: รายงานเชิงวิเคราะห์การขยายตัวของความเป็นเมือง (Urbanization) จังหวัดมุกดาหาร. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
- ↑ "สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร". กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-02-24. สืบค้นเมื่อ 2026-06-05.
- 1 2 โคราชในอดีต ประวัติพระยากําแหงสงคราม (จัน อินทรกําแหง)
- ↑ "แจ้งความกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ให้นายอําเภอมุกดาหาร รับราชการ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 30: 1222. 14 กันยายน 2456.
- ↑ "รองอํามาตย์เอก หลวงวิวิธสุรการ (ถวิล เจียรมานพ)". สารสนเทศท้องถิ่นนครราชสีมา. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-12-15. สืบค้นเมื่อ 2026-06-05.
- ↑ "โรงเรียนบ้านดงมอน - ประวัติโรงเรียนบ้านดงมอน". sites.google.com. สืบค้นเมื่อ 2026-06-13.
- ↑ "แจ้งความกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ย้ายข้าราชการ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 56: 303. 1 พฤษภาคม 2482. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-11-05. สืบค้นเมื่อ 2026-06-13.
- 1 2 3 ทำเนียบนายด่านศุลกากรมุกดาหาร
- 1 2 ภวัครพันธุ์, นิติ (2022-05-08). "'มรณสักขีแห่งสองคอน' กับความหวาดระแวงของรัฐไทย". The 101 World (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2026-05-27.
- 1 2 วิทยานิพนธ์ระดับมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย วีรภัทร ผิวผ่อง. ""จากผู้พลัดถิ่น สู่ 'ญวนอพยพ': ชีวิตของชาวเวียดนามในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย ค.ศ. 1945 – 1976
- ↑ ประวัติโรงเรียนมุกดาลัย. "แผนพัฒนาการจัดการศึกษา 5 ปี โรงเรียนมุกดาลัย" (PDF).
- 1 2 "วารสารข้าราชการ ปีที่ 5 ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2503" (PDF). วารสารข้าราชการ. สํานักงานข้าราชการพลเรือน. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-06-09. สืบค้นเมื่อ 2026-06-04.
- ↑ "เดลินิวส์ หัวข้อข่าวพวกผู้ก่อการร้ายยิงนายอําเภอ" (PDF). เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-06-13.
- ↑ "การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในประเทศไทย พ.ศ. 2556". วิกิพีเดีย. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-04-12. สืบค้นเมื่อ 2026-05-24.
- ↑ "พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ นายก อบจ.มุกดาหาร คนใหม่ รับใบประกาศผลการเลือกตั้ง". สํานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร. 8 กุมภาพันธ์ 2564. สืบค้นเมื่อ 2026-05-24.
- ↑ "มุกดาหาร ผลคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ. วีระพงษ์ ทองผา ชนะ 2 พรรคใหญ่ ขาดลอย". 77kaoded ผ่าน LINE TODAY. 3 กุมภาพันธ์ 2568. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-24.
- ↑ "ข้อมูลผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการ". องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-10-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-24.
- ↑ "สัญลักษณ์ประจําจังหวัด". เว็บไซต์จังหวัดมุกดาหาร. ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-04-19. สืบค้นเมื่อ 2026-05-13.
- ↑ สํานักงานธนารักษ์พื้นที่มุกดาหาร. "เกี่ยวกับจังหวัดมุกดาหาร". ระบบจัดการเว็บไซต์ย่อยภาครัฐ. สืบค้นเมื่อ 2026-05-17.
- ↑ สํานักงานราชบัณฑิตยสภา. คําขวัญประจําจังหวัดและต้นไม้ประจําจังหวัด. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-09-19. สืบค้นเมื่อ 2026-06-03.
- 1 2 "ไม้มงคลพระราชทานประจําจังหวัดมุกดาหาร : ช้างน้าว – ส่วนผลิตกล้าไม้". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-06-17. สืบค้นเมื่อ 2026-06-03.
- ↑ "รายงานการประชุมกรมการจังหวัดมุกดาหาร ครั้งที่ 9/2562" (PDF). จังหวัดมุกดาหาร. 26 กันยายน 2562. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-07-22. สืบค้นเมื่อ 2026-06-05.
- ↑ "รู้หรือยัง? ไทยมี "สัตว์น้ําประจําจังหวัด" ครบ 77 จังหวัด จังหวัดคุณคือสัตว์อะไร?". www.sanook.com/campus. 2026-05-29. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-05-30. สืบค้นเมื่อ 2026-06-03.
- 1 2 "ผ้าไหมมัดหมี่ลายแก้วมุกดา". หม่อนไหม. 2014-02-25. สืบค้นเมื่อ 2026-07-16.
- ↑ "ฐานข้อมูลคำขวัญประจำจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เก็บรวบรวมเมื่อ พ.ศ 2545". www.thaigoodview.com. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-03. สืบค้นเมื่อ 2026-07-03.
- ↑ สํานักงานจังหวัดมุกดาหาร กลุ่มงานอํานวยการ จังหวัดมุกดาหาร, ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ถนนวิวิธสุรการ มห 49000 (16 มีนาคม 2563). "ประกาศจังหวัดมุกดาหาร ที่ มห 001.3 / ว1913 เรื่อง ผลการตัดสินการประกวดคําขวัญจังหวัดมุกดาหาร ลงวันที่ 16 มีนาคม 2563" (PDF). ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-06-29. สืบค้นเมื่อ 2026-05-17.
- ↑ จังหวัดมุกดาหาร. "ประกาศจังหวัดมุกดาหาร เรื่องผลการตัดสินการประกวดคําขวัญจังหวัดมุกดาหาร ฉบับ ลงวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ 2563" (PDF). เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-06-29. สืบค้นเมื่อ 2026-05-28.
- ↑ "คนมุกดาหารวิจารณ์เดือด หลังจังหวัดเสนอเปลี่ยนคําขวัญ ชี้ทิ้งอัตลักษณ์ ไม่ถาม ปชช". มติชนออนไลน์. 31 สิงหาคม 2565. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-05-19. สืบค้นเมื่อ 2022-09-01.
- 1 2 3 4 หนังสืออนุสรณ์ 250 ปี เมืองมุกดาหาร เก็บถาวร 2026-02-12 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 จัดทำขึ้นโดยจังหวัดมุกดาหาร เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปี ของการก่อตั้งเมืองมุกดาหาร
- ↑ "สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร". กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-02-24. สืบค้นเมื่อ 2026-06-05.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 nipapon (2011-01-26). "ประวัติ จ.มุกดาหาร". nipapon. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-12. สืบค้นเมื่อ 2026-05-25.
- ↑ สุรจิตต์ จันทรสาขา. "หนังสือรวมเผ่าไทมุกดาหาร". กรมศิลปากร. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-27.
- ↑ "คนไทยเชื้อญวนในมุกดาหาร สืบสานประเพณีบรรพบุรุษ". mgronline.com. 2011-02-20. สืบค้นเมื่อ 2026-05-30.
- ↑ "ตรุษจีนมุก 6 | Mukdahan Indochina Fest 2026". mukdahan.prd.go.th. สืบค้นเมื่อ 2026-05-30.
- ↑ "เที่ยวมุกสุขทั้งปี "ตรุษจีนมุก#๒" แสดงวิถีชีวิตของชาวไทย-จีน-เวียดนาม ส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร – จังหวัดมุกดาหาร". m.mukdahan.go.th. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-11-28. สืบค้นเมื่อ 2026-05-30.
- ↑ "บุญราศีทั้ง 7 แห่งประเทศไทย". www.catholic.or.th. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-25.
- ↑ MuslimThaiPost (2019-12-04). "ประวัติมัสยิดกลางจังหวัดมุกดาหาร MUSLIMTHAIPOST". muslimthaipost.com. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-25.
- 1 2 "สํานักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดมุกดาหาร จับมือภาคเอกชน กลุ่ม MUK Street Art ส่งเสริมเทศกาลศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยลุ่มแม่น้ําโขง ในงาน Muk Street Art & Exhibition # 2". OCAC (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2026-05-25.
- ↑ "ศูนย์กลางข้อมูลทางวัฒนธรรม ภาษาโซ่ อําเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร".
- ↑ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (4 กันยายน 2560). "บทความเรื่อง"ดัชนีความก้าวหน้าของคน ปี 2560: เครื่องมือวัดความก้าวหน้าของคนในระดับจังหวัด"" (PDF).
- ↑ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (2560). รายงานศักยภาพเศรษฐกิจและเส้นทาง EWEC มุกดาหาร-สะหวันนะเขต-ดานัง. คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
- 1 2 "แผนบูรณาการความร่วมมือในการเชื่อมโยงเรื่องราวแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง ในจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี" (PDF). กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-06-05.
- ↑ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (2564). ข่าวกรมการค้าต่างประเทศ การค้าผ่านแดนปี 2568 สูงเป็นประวัติการณ์กว่า 1.04 ล้านล้านบาท บวก 24.4% ดึงยอดรวมการค้าชายแดนและผ่านแดนขยายตัว 6.7% ทะลุ 1.93 ล้านล้านบาท (Report). ขอนแก่น: กระทรวงพาณิชย์. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-06-27.
- 1 2 คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ. "ประกาศ กนพ. ที่ 1/2558 เรื่อง กำหนดพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจฉบับลงวันที่ 19 มกราคม 2558".
- ↑ สำนักยุทธศาสตร์และการวางแผนพัฒนาพื้นที่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. "การพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดนเป้าหมายทั้ง 10 แห่ง" (PDF). เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-30.
- ↑ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (The Board of Investment of Thailand) BOI. "เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 10 จังหวัด (SEZ)". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-30.
- ↑ "เขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร – จังหวัดมุกดาหาร". m.mukdahan.go.th. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-30.
- ↑ "การลงพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหารและนครพนม - สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ". 2026-01-20. สืบค้นเมื่อ 2026-05-30.
- ↑ "NBT CONNEXT - คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเป็นประตูการค้าสู่อินโดจีน". thainews.prd.go.th. สืบค้นเมื่อ 2026-05-30.
- ↑ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันเอเชียศึกษา (2558). ศักยภาพ และโอกาสการพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร (PDF). กรุงเทพฯ: สำนักงานวิทยาทรัพยากรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
- ↑ มิ่งขวัญ บุณยวดี (2554). การศึกษาเชิงเปรียบเทียบการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนไทย-ลาว: ศูนย์กลางการค้าจังหวัดมุกดาหาร (PDF). สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.).
- ↑ ด่านศุลกากรมุกดาหาร. (2569). ข้อมูลทั่วไป เก็บถาวร 2026-06-24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. สืบค้นเมือวันที่ 24 มิถุนายน 2569
- ↑ ด่านศุลกากรมุกดาหาร. (2568). รายงานสถิติการนำเข้า–ส่งออก–ผ่านแดน เก็บถาวร 2026-06-24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. สืบค้นเมือวันที่ 24 มิถุนายน 2569
- ↑ ข้อมูลจากระบบ e-Customs กรมศุลกากร เก็บถาวร 2026-06-24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน ด่านศุลกากรมุกดาหาร (2568).
- ↑ ศูนย์ส่งเสริมการค้าชายแดนไทย–สปป.ลาว จังหวัดมุกดาหาร. (2568). มูลค่าการนำเข้า–ส่งออก ด่านศุลกากรมุกดาหาร ประจำเดือนพฤษภาคม 2568. เก็บถาวร 2026-06-24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน สืบค้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569
- ↑ Khaosod English. (2026, March 29). Mukdahan customs seize 60,000 counterfeit luxury items worth over 40 million baht. เก็บถาวร 2026-06-24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- ↑ รายงานการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขต SEZ มุกดาหาร, สำนักงานสภาพัฒน์ฯ (2569).
- 1 2 3 4 สถิติการนำเข้า–ส่งออกผ่านด่านศุลกากรมุกดาหาร ฐานข้อมูลสถิติการค้าระหว่างประเทศ(IMTS) 2INT010 , ระบบ CIS (Customs Information System) กรมศุลกากร เข้าถึงได้จาก สถิติการนำเข้า-ส่งออก-ผ่านแดน เก็บถาวร 2026-05-20 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน สืบค้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569
- ↑ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) (2565). รายงานสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: โฟกัสเมืองชายแดนเขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร (Report). ธนาคารอาคารสงเคราะห์.
- ↑ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (2562). คู่มือท่องเที่ยวเที่ยวเมืองรอง: มุกดาหาร นครพนม สกลนคร (PDF). กรุงเทพฯ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.
- ↑ "Kick off "มุกดาหารสนามบินน้องใหม่ลำดับที่ 30". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-06-17. สืบค้นเมื่อ 2026-07-11.
- ↑ กองยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด สำนักงานจังหวัดมุกดาหาร (12 พฤศจิกายน 2562). "ประกาศจังหวัดมุกดาหาร เรื่อง เขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะจังหวัดมุกดาหาร" (PDF). ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-07-07. สืบค้นเมื่อ 2026-05-30.
- ↑ "ผู้ว่าฯมุกดาหารชูแนวคิดการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในเวที การประชุมการเจรจาระเบียงแม่น้ำโขงครั้ง1 – จังหวัดมุกดาหาร". m.mukdahan.go.th. สืบค้นเมื่อ 2026-05-30.
- ↑ "แผนส่งเสริมเมืองอัจฉริยะจังหวัดมุกดาหาร (Smart City Mukdahan)". จังหวัดมุกดาหาร และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-08-18. สืบค้นเมื่อ 2026-05-16.
- ↑ โครงการทุ่งกังหันลม ร่มเกล้า วินด์ฟาร์ม ตำบลร่มเกล้า อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร (PDF). องค์การบริหารส่วนตำบลร่มเกล้า. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-30.
- ↑ ผู้ประสงค์ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้า บมจ. ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์. "โครงการบริหารและจัดการขยะมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วยระบบปิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองมุกดาหาร" (PDF). สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.). เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-30.
- 1 2 3 ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดมุกดาหาร เก็บถาวร 2025-11-13 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน ที่มา: สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดมุกดาหาร (ข้อมูล ณ วันที่ 9 กรกฎาคม 2568)
- ↑ วัฒนา สุกัณศีล (2560). "การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนของประเทศไทย: สถานการณ์ ความเป็นไปได้ และข้อจํากัด" (PDF). วารสารสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา. ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 36 (1): 28–29, 33, 37, 44, 50. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-06-20. สืบค้นเมื่อ 2026-05-17.
- ↑ เก็บถาวร 2026-07-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีนจุฬาลงกรมหาวิทยาลัย (2562). โครงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region - GMS) โครงการพัฒนาพื้นที่แนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) (PDF). วิทยานิพนธ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Report). Vol. 15. pp. 34–50.
- ↑ เทศบาลเมืองมุกดาหาร (2564). แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566 - 2570) เทศบาลเมืองมุกดาหาร (PDF). กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองมุกดาหาร. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-27.
- ↑ สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) (2557). การวิจัย โครงการ การพัฒนากลไกการจัดการแรงงานเพื่อการขับเคลื่อนนโยบายด้านแรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.มุกดาหาร (PDF). เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-27.
- ↑ จังหวัดมุกดาหาร (2564). จังหวัดมุกดาหาร เอกสารประกอบการชี้แจง เสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 วุฒิสภา (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2022-06-29. สืบค้นเมื่อ 2026-05-16.
- ↑ สุจิตรตรา ฤทธิ์สกุลชัย (2562). "การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน: กรณีศึกษา อําเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร". วารสารช่อพะยอม. 30 (2). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-05-17. สืบค้นเมื่อ 2026-05-17.
- ↑ จังหวัดมุกดาหาร (2565). แผนพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร (พ.ศ. 2566 - 2570) (PDF). กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด สํานักงานจังหวัดมุกดาหาร. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2022-07-22. สืบค้นเมื่อ 2026-05-17.
- ↑ จังหวัดมุกดาหาร (2566). บรรยายสรุปจังหวัดมุกดาหาร ประจําปี 2566. สํานักงานจังหวัดมุกดาหาร. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-05-19. สืบค้นเมื่อ 2026-05-17.
- 1 2 นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร. "พร้อม ! เปิดรับนักศึกษา รุ่นแรก 4 หลักสูตร ป.ตรี เพื่อลูกหลานชาวมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จับมือ มทร.ธัญบุรี เปิดหลักสูตรปริญญาตรี 4 สาขาวิชา สร้างโอกาสทางการศึกษา สําหรับชาวมุกดาหาร ในปี 2567 นี้". สํานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร.
- ↑ "ม.อุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร พร้อมวางศิลาฤกษ์ 21 ธันวาคม นี้". www.sanook.com/news. 2009-12-12. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-30.
- ↑ "มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร". มหาวิทยาลัยไทย (ภาษาอังกฤษ). 2013-02-02. สืบค้นเมื่อ 2026-05-30.
- ↑ "ข้อบังคับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ว่าด้วยการบริหารวิทยาเขต พ.ศ ๒๕๕๑" (PDF).
- 1 2 3 4 5 6 7 8 สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร. Annual Report 2025: Mukdahan Provincial Public Health Office รายงานประจําปี พ.ศ. 2568. "Last2.04.69Annual Report 2025 MDO.pdf". สืบค้นเมื่อ 2026-06-20.
- ↑ "ปลัดสธ. เซ็นโยกย้าย 'ผอ.รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป" ทั่วประเทศ มีผล 15 ต.ค.68". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2025-10-15. สืบค้นเมื่อ 2026-07-11.
- 1 2 "สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร". BusOnlineTicket Thailand. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-06-24. สืบค้นเมื่อ 2026-06-24.
- ↑ "เดินเรือข้ามฟาก จ.มุกดาหารเฮระดับแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้น". mgronline.com. 2016-03-20. สืบค้นเมื่อ 2026-07-14.
- ↑ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร. ชาวมุกดาหารมีเฮ! ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ยืนยัน สนามบินมุกดาหารเดินหน้าสร้างต่อ มติ ครม.ให้เร่งรัดไม่ใช่ยกเลิก พร้อมแจง ครม.ไฟเขียวงบมุกดาหาร 100 ล้านบาท. 30/04/2568
- ↑ จิราสิต, จิรา. "เลิกสร้าง "สนามบินมุกดาหาร"ตรวจสอบสถานะติดEIAต้องแก้ไขเพียบถ้า "คมนาคม-รัฐบาล"ไม่เอาไม่เกิด". เดลินิวส์. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-06-23. สืบค้นเมื่อ 2026-06-23.
- ↑ Limited, Bangkok Post Public Company. "Mukdahan airport to be regional hub". Bangkok Post. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-12-01. สืบค้นเมื่อ 2021-12-01.
- 1 2 จิราสิต, จิรา. "เลิกสร้าง "สนามบินมุกดาหาร"ตรวจสอบสถานะติดEIAต้องแก้ไขเพียบถ้า "คมนาคม-รัฐบาล"ไม่เอาไม่เกิด". เดลินิวส์. สืบค้นเมื่อ 2026-06-23.
- 1 2 สํานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร. ชาวมุกดาหารมีเฮ! ผู้ว่าฯ มุกดาหาร ยืนยัน สนามบินมุกดาหารเดินหน้าสร้างต่อ มติ ครม.ให้เร่งรัดไม่ใช่ยกเลิก พร้อมแจง ครม.ไฟเขียวงบมุกดาหาร 100 ล้านบาท. 30/04/2568
- ↑ "NBT CONNEXT - กรอ.จังหวัดมุกดาหารติดตามความคืบหน้าการสร้างทางรถไฟและสนามบินมุกดาหาร". thainews.prd.go.th. สืบค้นเมื่อ 2026-06-23.
- ↑ "เวนคืนล่าช้า! รฟท.ขยายเวลา "กลุ่มเอเอส-ช.ทวี" สร้างทางคู่ "บ้านไผ่-นครพนม" สัญญา 1 อีก 983 วัน". mgronline.com. 2026-06-02. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-06-24. สืบค้นเมื่อ 2026-06-24.
- ↑ "มุกดาหารเปิดอนุสาวรีย์และหอเกียรติยศ "พลตรีธวัชชัย บุสภา (จ่าโต๋)" เชิดชูวีรกรรมทหารกล้าเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่อนุชนรุ่นหลัง".
- ↑ pskhun (14 ตุลาคม 2559). "Basilochelys macrobios: A New Basal Turtle from the Early Cretaceous of Thailand". NovaTaxa. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-05-25. สืบค้นเมื่อ 2026-05-25.
- ↑ "งานบุญข้าวยาคู บูชาพระบรมสารีริกธาตุ ประจําปี 2567 ณ วัดป่าศิลาวิเวก – จังหวัดมุกดาหาร". m.mukdahan.go.th. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-05-25. สืบค้นเมื่อ 2026-05-25.
- ↑ "จังหวัดมุกดาหาร จัดพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมุกดาหาร ก่อนเปิดงานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจําปี 2566 – จังหวัดมุกดาหาร". m.mukdahan.go.th. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-31.
- 1 2 "จังหวัดมุกดาหาร". www.mukdahan.go.th. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-08-09. สืบค้นเมื่อ 2026-05-25.
- 1 2 3 4 5 สํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร กระทรวงวัฒนธรรม. ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี มุกดาหาร (PDF). เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-06-19. สืบค้นเมื่อ 2026-05-26.
- ↑ "เทศกาลแห่ดาว วัดสองคอน – จังหวัดมุกดาหาร". m.mukdahan.go.th. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-05-25. สืบค้นเมื่อ 2026-05-25.
- ↑ กระจู้ เป็นภาษาถิ่นของจังหวัดมุกดาหาร หมายถึง กระทงที่ทําจากกะลามะพร้าว
- ↑ "NBT CONNEXT - มุกดาหารจัดพิธีบวงสรวงใหญ่และสรงน้ํา "พระธาตุภูมโนรมย์" เสริมสิริมงคล สืบสานประเพณีรับปีใหม่ไทย 2569". thainews.prd.go.th. สืบค้นเมื่อ 2026-05-25.
- ↑ "จังหวัดมุกดาหารจัดงานประเพณีบรูไฮ ไทโซ่ อําเภอดงหลวง ประจําปี พ.ศ. 2567 ขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ อัตลักษณ์ชนเผ่าพื้นเมือง – จังหวัดมุกดาหาร". m.mukdahan.go.th. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-27.
- ↑ มณีวงษ์, ธีรศักดิ์ (2024-04-03). "ลําผญาดอนตาล จากหมอลําคําสอนภาษิต สู่มหรสพยอดฮิต "หมอลําผญาซิ่ง"". เดอะอีสานเรคคอร์ด. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-31.
- ↑ ประกาศจังหวัดมุกดาหาร เรื่อง รายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดมุกดาหาร ประจําปี พ.ศ. ๒๕๖๙ จํานวน ๑ รายการ ได้แก่ ลําผญา ประเภทศิลปะการแสดง
- ↑ สารสนเทศท้องถิ่นอีสาน ศุภลักษณ์ มาคูณตน. "การศึกษาอัตลักษณ์ผ้าทอโบราณชนเผ่าจังหวัดมุกดาหาร" (PDF).
- ↑ สํานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร กรมประชาสัมพันธ์. "จังหวัดมุกดาหารคัดเลือกเมนูอาหารถิ่นของจังหวัด จาก 10 เมนู เหลือ 5 เมนู ยกระดับอาหารถิ่น สู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย เพื่อให้ประชาชนคัดเลือก" 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น"".
- ↑ สํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร กระทรวงวัฒนธรรม. "ประกาศจังหวัดมุกดาหาร เรื่อง ผลการคัดเลือกเมนูอาหารถิ่นของจังหวัดมุกดาหาร "รสชาติ...ที่หายไป The Lost Taste ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙".
- ↑ admin (2025-05-16). "รู้จักมุกดาหารผ่าน อาหาร ตอนที่ 1". The City Leaders (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2026-07-04. สืบค้นเมื่อ 2026-05-31.
- ↑ สํานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร, "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในพิธี...", 26 กรกฎาคม 2568
- ↑ "สํานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขาร พระเดชพระคุณ พระราชมุกดาหารคณี(ยอด ยสชาโต) อดีตเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีมงคลใต้ พระอารามหลวง และอดีตเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง". mdh.onab.go.th. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-12-17. สืบค้นเมื่อ 2026-06-21.
- ↑ สํานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร, งานวันบูรพาจารย์มุทิตาสักการะอายุวัฒนมงคล พระราชรัตนโมลี (สมยง กตปุญฺโญ), 8 มกราคม 2567
- ↑ สนุก.คอม, "มาแรง! เปียโน นุชรียา ทายาทหมอลํา 'นิว มุกดา'" เก็บถาวร 2026-06-20 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, 30 พฤษภาคม 2566
- ↑ ประวัติไอดิน อภินันท์ เก็บถาวร 2026-06-20 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, momayphaiclub.blogspot.com
- ↑ องค์การบริหารส่วนตําบลหนองแวง, ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นตําบลหนองแวง, หน้า 4 เก็บถาวร 2022-08-09 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- ↑ เดลินิวส์, "'มุกดาหาร' ยืนหนึ่งกีฬาเรือพายกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 39", 1 เมษายน 2567 เก็บถาวร 2026-07-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- ↑ "สำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร - สำนักงานอัยการสูงสุด". สำนักงานในสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุดภาค 4. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-12-03. สืบค้นเมื่อ 2026-06-26.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]16°32′N 104°43′E / 16.54°N 104.72°E
- แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ จังหวัดมุกดาหาร
- แผนที่ จาก มัลติแมป โกลบอลไกด์ หรือ กูเกิลแผนที่
- ภาพถ่ายทางอากาศ จาก เทอร์ราเซิร์ฟเวอร์
- ภาพถ่ายดาวเทียม จาก วิกิแมเปีย


