จังหวัดขอนแก่น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
"ขอนแก่น" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ขอนแก่น (แก้ความกำกวม)
จังหวัดขอนแก่น
ตราประจำจังหวัดขอนแก่น
ตราประจำจังหวัด
พระธาตุขามแก่น เสียงแคนดอกคูน ศูนย์รวมผ้าไหม
ร่วมใจผูกเสี่ยว เที่ยวขอนแก่นนครใหญ่
ไดโนเสาร์สิรินธรเน่ สุดเท่เหรียญทองแรกมวยโอลิมปิก
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทยขอนแก่น
อักษรโรมันKhon Kaen
ชื่อไทยอื่น ๆขามแก่น
ผู้ว่าราชการสมศักดิ์ จังตระกุล
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2560)
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่10,885.991 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 15)
ประชากร1,805,895 คน[2] (พ.ศ. 2561)
(อันดับที่ 4)
ความหนาแน่น165.89 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 22)
ISO 3166-2TH-40
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
ต้นไม้กัลปพฤกษ์
ดอกไม้ดอกคูณ
สัตว์น้ำปลาพรม
ศาลากลางจังหวัด
ที่ตั้งถนนหน้าศูนย์ราชการ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
โทรศัพท์0 4323 6882, 0 4333 0297
เว็บไซต์จังหวัดขอนแก่น
แผนที่
ประเทศมาเลเซียประเทศพม่าประเทศลาวประเทศเวียดนามประเทศกัมพูชาจังหวัดนราธิวาสจังหวัดยะลาจังหวัดปัตตานีจังหวัดสงขลาจังหวัดสตูลจังหวัดตรังจังหวัดพัทลุงจังหวัดกระบี่จังหวัดภูเก็ตจังหวัดพังงาจังหวัดนครศรีธรรมราชจังหวัดสุราษฎร์ธานีจังหวัดระนองจังหวัดชุมพรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จังหวัดเพชรบุรีจังหวัดราชบุรีจังหวัดสมุทรสงครามจังหวัดสมุทรสาครกรุงเทพมหานครจังหวัดสมุทรปราการจังหวัดฉะเชิงเทราจังหวัดชลบุรีจังหวัดระยองจังหวัดจันทบุรีจังหวัดตราดจังหวัดสระแก้วจังหวัดปราจีนบุรีจังหวัดนครนายกจังหวัดปทุมธานีจังหวัดนนทบุรีจังหวัดนครปฐมจังหวัดกาญจนบุรีจังหวัดสุพรรณบุรีจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจังหวัดอ่างทองจังหวัดสิงห์บุรีจังหวัดสระบุรีจังหวัดลพบุรีจังหวัดนครราชสีมาจังหวัดบุรีรัมย์จังหวัดสุรินทร์จังหวัดศรีสะเกษจังหวัดอุบลราชธานีจังหวัดอุทัยธานีจังหวัดชัยนาทจังหวัดอำนาจเจริญจังหวัดยโสธรจังหวัดร้อยเอ็ดจังหวัดมหาสารคามจังหวัดขอนแก่นจังหวัดชัยภูมิจังหวัดเพชรบูรณ์จังหวัดนครสวรรค์จังหวัดพิจิตรจังหวัดกำแพงเพชรจังหวัดตากจังหวัดมุกดาหารจังหวัดกาฬสินธุ์จังหวัดเลยจังหวัดหนองบัวลำภูจังหวัดหนองคายจังหวัดอุดรธานีจังหวัดบึงกาฬจังหวัดสกลนครจังหวัดนครพนมจังหวัดพิษณุโลกจังหวัดอุตรดิตถ์จังหวัดสุโขทัยจังหวัดน่านจังหวัดพะเยาจังหวัดแพร่จังหวัดเชียงรายจังหวัดลำปางจังหวัดลำพูนจังหวัดเชียงใหม่จังหวัดแม่ฮ่องสอนแผนที่ประเทศไทย จังหวัดขอนแก่นเน้นสีแดง
เกี่ยวกับภาพนี้
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดขอนแก่น เป็นจังหวัดที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นจังหวัดศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง จังหวัดขอนแก่นมีเทศบาลนครขอนแก่นเป็นศูนย์กลางของจังหวัด ซึ่งตั้งอยู่ในจุดที่ถนนมิตรภาพ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ถนนสายเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก) ตัดผ่าน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญอีกเส้นหนึ่งในการเดินทางจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางเข้าไปสู่ภาคเหนือตอนล่างที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ และเดินทางเข้าสู่ประเทศลาวทางด้านทิศใต้ของลาว อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับจังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดอุดรธานี ทิศตะวันออกติดกับจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดกาฬสินธุ์ ทิศใต้ติดกับจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดนครราชสีมา ทิศตะวันตกติดกับจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดเพชรบูรณ์

ที่มาของชื่อ[แก้]

เหตุที่เมืองนี้มีนามว่า เมืองขอนแก่นนั้นได้มีตำนานแต่โบราณเล่าขานสืบต่อกันมาว่า ก่อนที่เพี้ยเมืองแพนจะอพยพไพร่พลมาตั้งบ้านตั้งเมืองขึ้นนั้น ปรากฏว่าบ้านขาม หรือตำบลบ้านขาม อำเภอน้ำพองปัจจุบัน ซึ่งเป็นเขตแขวงร่วมการปกครองกับบ้านชีโล้น มีตอมะขามขนาดใหญ่ที่ตายไปหลายปีแล้ว กลับมีใบงอกงามเกิดขึ้นใหม่อีก และหากผู้ใดไปกระทำมิดีมิร้ายหรือดูถูกดูหมิ่น ไม่ให้ความเคารพยำเกรง ก็จะมีอันเป็นไปในทันทีทันใด เป็นที่น่าประหลาดและมหัศจรรย์ยิ่งนัก

ดังนั้น บรรดาชาวบ้านชาวเมืองในแถบถิ่นนั้นจึงได้พร้อมใจกันก่อเจดีย์ครอบตอมะขามนั้นเอาไว้เสีย เพื่อให้เป็นที่สักการะของคนทั่วไป พร้อมกับได้บรรจุพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า 9 บทเข้าไว้ในเจดีย์ครอบตอมะขามนั้นด้วย ซึ่งเรียกว่า พระเจ้า 9 พระองค์ แต่เจดีย์ที่สร้างในครั้งแรกเป็นรูปปรางค์ หลังจากได้ทำการบูรณะใหม่เมื่อราว 50 ปีที่ผ่านมานี้ จึงได้เปลี่ยนเป็นรูปทรงเจดีย์ และมีนามว่า พระธาตุขามแก่น ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตวัดเจติยภูมิ บ้านขาม ตำบลบ้านขาม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น พระเจดีย์ขามแก่นถือว่าเป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจะมีงานพิธีบวงสรวง เคารพสักการะกันในวันเพ็ญเดือน 6 ทุกปี

ส่วนทางด้านทิศตะวันตกของเจดีย์พระธาตุขามแก่นนั้น มีซากโบราณที่ปรักหักพังปรากฏอยู่ โดยอยู่ห่างจากเจดีย์ราว 15 เส้น หรืออยู่คนละฟากทุ่งของบ้านขาม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริเวณแถบนี้น่าจะเป็นที่ตั้งของเมืองมาก่อน แต่ได้ร้างไปนาน ดังนั้น จึงได้ถือเอานิมิตนี้มาตั้งนามเมืองว่าขามแก่น แต่ต่อมาจึงเรียกเพี้ยนมาเป็นเมืองขอนแก่น จนกระทั่งทุกวันนี้

ประวัติ[แก้]

การก่อตั้ง[แก้]

ประวัติเมืองขอนแก่นนั้น มีความเกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์สำคัญ นับตั้งแต่เกิดเหตุความวุ่นวาย ในราชอาณาจักรล้านช้าง และการสร้างบ้านแปงเมือง ในเขตตอนกลางภาคอีสาน โดยเดิม เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเมืองสุวรรณภูมิ ( เดิม เมืองท่งศรีภูมิ ) ที่สถาปนาในปี พ.ศ. 2256 โดย เจ้าแก้วมงคล ( พระบิดา ของ พระขัติยวงษา (ทนต์) เจ้าเมืองร้อยเอ็ดท่านแรก ) เป็น ผู้ครองเมืองพระองค์แรก ภายใต้การสถาปนาแต่งตั้ง ของ เจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูร กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรล้านช้างจำปาสัก และต่อมา เพียเมืองแพน ที่เป็นกรมการเมือง ของเจ้าเมืองสุวรรณภูมิ ในราวปี พ.ศ. 2331 ได้ขอแบ่งไพร่พล จำนวน 500 คน แยกออกมาตั้งเมือง โดยแรกเริ่มอยู่บริเวณ บึงบอน จากนั้น 9 ปี ต่อมา ในปี 2340 จึงได้รับการแต่งตั้งและสถาปนาเมืองเป็น เมืองขอนแก่น และ เพียเมืองแพน (ตำแหน่งของกรมการเมือง ในระบบอาญาสี่) เป็น "พระนครศรีบริรักษ์" แยกอาณาเขตตั้งแต่บ้านกู่ทอง หนองกองแก้ว ( ปัจจุบัน คือ เมืองชนบท ) จากเขตเมืองสุวรรณภูมิ (ปัจจุบัน คือ อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด) มานับแต่สมัยนั้น

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า นับจากสมัยที่ สมเด็จพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช พระเจ้ามหาชีวิตแห่งพระนครจันทบุรีศรีสัตนาคนหุตเสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 2231 พระองค์มีพระราชโอรสที่ยังทรงพระเยาว์มากองค์หนึ่งพระนามว่า เจ้าองค์หล่อ พระชนม์ 3 พรรษา พระยาแสนสุรินทรลือชัยไกรเสนาบดีศรีสรราชสงคราม (ท้าวมละ) ตำแหน่งพระยาเมืองแสนหรืออัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวา จึงถือโอกาสแย่งเอาราชสมบัติจากพระราชกุมารที่ยังทรงพระเยาว์ เพื่อความชอบธรรมในการครองอำนาจพระยาเมืองแสนจึงหมายจะบังคับเอาเจ้านางสุมังคลราชเทวีพระมเหสีของสมเด็จพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช พระมารดาของเจ้าองค์หล่อและขณะนั้นพระนางก็ทรงพระครรภ์อยู่ด้วย มาเป็นมเหสีของตนเพื่อความชอบธรรมในราชบัลลังก์แต่พระนางไม่ยอม พระนางจึงขอความช่วยเหลือไปยังเจ้าราชครูหลวง วัดโพนเสม็ด ( ญาคูขี้หอม )

เจ้าราชครูหลวง วัดโพนเสม็ดจึงวางอุบายให้ให้ศิษย์นำเสด็จพระนางเสด็จหนีไปหลบซ้อนที่ภูฉะง้อหอคำ (อยู่ในแขวงบอลิคำไซ) และต่อมาพระนางได้ประสูติการพระราชโอรส เจ้าราชครูหลวงถวายพระนามว่า เจ้าหน่อกระษัตริย์ ส่วนเจ้าองค์หล่อนั้นขุนนางที่จงรักภัคดีพาหนีไปยังเมืองพานภูชน

พระยาเมืองแสน เห็นว่าเจ้าราชครูหลวงวัดโพนเสม็ดเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือวางอุบายให้เจ้านางสุมังคลราชเทวีหลบหนีเป็นแน่ อีกทั้งเจ้าราชครูหลวงยังเป็นที่เคารพของราชวงศ์ล้านช้าง มีลูกศิษย์ที่เป็นเชื้อพระวงศ์และเป็นขุนนางในราชสำนักเป็นจำนวนมาก รวมถึงราษฎรล้านช้างก็ให้ความเคารพเชื่อฟังนับถือมาก ต่อไปในภายหน้าเจ้าราชครูหลวงวัดโพนเสม็ดคงจะวางอุบายชิงเอาบ้านเมืองกลับไปถวายเชื้อพระวงศ์ล้านช้างองค์ใดองค์หนึ่งอย่างแน่นอน จึงวางอุบายจะกำจัดเจ้าราชครูหลวงวัดโพนเสม็ด

เจ้าราชครูหลวงเองก็รู้ตัวอยู่แล้วว่าพระยาเมืองแสนหาทางจะกำจัดตน เจ้าราชครูหลวงจึงวางอุบายหนีด้วยการไปบูรณพระธาตุพนม ให้เจ้าแก้วมงคลแล้วและลูกศิษย์รวบรวมกำลังคนนัดแนะกันหนีออกจากพระนครจันทบุรีไปยังนครพนม ให้เจ้าจันทรสุริยวงศ์ไปอารักขาเจ้านางสุมังคลาราชเทวีและเจ้าหน่อกษัตริย์มายังบ้านงิ้วพันลำสมสนุก

เจ้าราชครูหลวงได้บูรณพระธาตุพนมอยู่สามปีจึงเสร็จ แล้วก็พาคณะศิษย์เดินทางลงทิศใต้เพื่อที่จะหาสถานที่ตั้งบ้านเมือง ระหว่างทางมีชาวบ้านขอติดตามไปด้วยเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งได้เดินทางล้ำเข้าไปในดินแดนกรุงกัมพูชา พระเจ้ากรุงกัมพูชาจึงเรียกเก็บส่วย เจ้าราชครูจึงได้พาคณะเดินทางกลับขึ้นมาตามลำน้ำโขงจนถึงเมืองหนึ่งนามว่า นครกาละจำปากนาคบุรีศรี ซึ่งมีเจ้าผู้ครองนครเป็นผู้หญิงที่ทรงพระชราภาพมากแล้ว เจ้าราชครูหลวงจึงขอเข้าพักในเขตนครกาละจำปากนาคบุรีศรี

เจ้านางผู้ครองนครกาละจำปากนาคบุรีศรีซึ่งทรงชราภาพมากไม่สามารถบริหารบ้านเมืองได้และพระองค์ก็ทรงศรัทธาเจ้าราชครูหลวงเป็นอย่างมาก จึงทรงมอบพระราชอำนาจให้เจ้าราชครูหลวงเป็นผู้สำเร็จราชการทุกอย่างในพระนคร

พ.ศ. 2252 เจ้าราชครูหลวงจึงให้เจ้าแก้วมงคลนำกำลังขึ้นไปบ้านงิ้วพันลำสมสนุก เพื่อช่วย เจ้าจันทรสุริยวงศ์เชิญเสด็จเจ้าหน่อกระษัตริย์และพระมารดามายังนครกาละจำบากนาคบุรีศรี ต่อมาเกิดความวุ้นวายขึ้นในพระนครกาละจำปากนาคบุรีศรี แต่สามารถปราบได้อย่างรวดเร็ว

พ.ศ. 2256 เจ้าราชครูหลวง จึงจัดพระราชพิธีราชาภิเสกเจ้าหน่อกระษัตริย์ ขึ้นเป็นพระเจ้ามหาชีวิต ถวายพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูร ครองราชย์สมบัติเป็นเอกราช เปลี่ยนนามนครใหม่ ว่า นครจำปาสักนัคบุรีศรี (อาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์) จัดการบ้านเมืองตามโบราณราชประเพณีล้านช้างทุกประการ

และมีพระราชโอการให้ เจ้าแก้วมงคล โอรสของเจ้าองค์ศรีวิชัย, พระนัดดาของเจ้ามหาอุปราชศรีวรมงคล, พระราชปนัดดาของสมเด็จพระเจ้าศรีวรวงษาธิราช (เจ้ามหาอุปราชศรีวรวงษา หรือสยามออกพระนามว่า พระมหาอุปราชวรวังโส) นำกำลังในสังกัดข้ามแม่น้ำโขงมาตั้งเมืองขึ้นบนบริเวณที่ราบริมฝังแม่น้ำ (แม่น้ำเสียว) ซึ่งเป็นแหล่งเกลือและนาข้าวที่อุดมสมบูรณ์ ให้ชื่อว่า เมืองทุ่งศรีภูมิ มีพระราชโองการให้ เจ้าแก้วมงคล เป็นเจ้าผู้ครองเมืองทุ่งศรีภูมิ (องค์ที่ 1) ให้เจ้ามืดดำโดนเป็นอุปราช มีการจัดการบริหารบ้านเมืองเช่นเดียวกับนครจำปาสักนัคบุรีศรี

พ.ศ. 2268 เจ้าแก้วมงคล สิ้นพระชนม์ เมื่อ 84 พรรษา มีโอรส 2 องค์ คือ เจ้ามือดำโดน, เจ้าสุทนต์มณี สมเด็จพระเจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูรจึงมีพระราชโอการให้ เจ้ามืดดำโดนอุปราช ขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองเมืองทุ่งศรีภูมิ (องค์ที่ 2) ให้เจ้าสุทนต์มณีเป็นอุปฮาดเมืองทุ่งศรีภูมิ เจ้ามืดดำโดนได้ตั้งแต่งตำแหน่งเมืองแสน เมืองจันทร์ ท้าว เพีย เต็มอัตรากำลังเช่นเมืองหลวงทุกประการ

ต่อมาสมเด็จพระเจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูรทรงพระประชวร จึงมีพระราชโอการให้เจ้ามหาอุปราชไชยกุมารเป็นผู้สำเร็จราชการ

พ.ศ. 2280 สมเด็จพระเจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูรเสด็จสวรรคต พระชนม์ได้ 50 พรรษา ครองราชย์สมบัติได้ 25 ปี เจ้ามหาอุปราชไชยกุมาร จึงขึ้นเสวยราชสมบัติ ทรงพระนามว่า สมเด็จพระพุทธเจ้าองค์หลวง และมีพระราชโองการให้เจ้าธรรมเทโวผู้เป็นพระราชอนุชาเป็นเจ้ามหาอุปราช พ.ศ. 2306 เจ้าผู้ครองเมืองทุ่งศรีภูมิ (เจ้ามืดดำโดน) สิ้นพระชนม์ มีโอรส 2 องค์ คือ เจ้าเชียง เจ้าสูน สมเด็จพระพุทธเจ้าองค์หลวง พระเจ้ามหาชีวิตจึงมีพระราชโองการให้เจ้าสุทนต์มณีอุปราชขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองเมืองทุ่งศรีภูมิ (องค์ที่ 3) เจ้าเชียงและเจ้าสูนโอรสเจ้ามืดดำโดนเจ้าผู้ครองเมืององค์ก่อนไม่พอใจ จึงสมคบกับขุนนางส่วนหนึ่งหนีไปพึ่งขุนหลวงเอกทัศน์แห่งกรุงศรีอยุธยา

พ.ศ. 2308 เจ้าเชียงและเจ้าสูนเมื่อไปถึงอยุธยาแล้วจึงของกองทัพเพื่อจะขึ้นมาตีเมืองทุ่งศรีภูมิ หากตีเมืองได้ เจ้าเชียงจะขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองเมืองและจะขอเป็นเมืองประเทศราชส่งเครื่องบรรณาการแก่อยุธยา แต่ระหว่างนั้นอยุธยากำลังถูกกองทัพพระเจ้ามังระแห่งย่างกุ้งรุกรานไม่สามารถส่งกองทัพขึ้นมาได้ ทางอยุธยาจึงสั่งรวบรวมกำลังหัวเมืองขึ้นของอยุธยาที่อยู่ใกล้เข้าตีเมืองทุ่งศรีภูมิจนแตก ประกอบกับช่วงนั้นทางนครจำปาสักนัคบุรีศรีเกิดความวุ่นวายสมเด็จพระเจ้ามหาชีวิตพระพุทธเจ้าองค์หลวงทรงอ่อนแอไม่สามารถส่งกองทัพมาช่วยได้ เจ้าสุทนต์มณีจึงทิ้งเมืองหนี เจ้าเชียงจึงขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองเมือง (องค์ที่ 4) และให้เจ้าสูนเป็นอุปราช เมืองทุ่งศรีภูมิจึงตกเป็นเมืองประเทศราชของกรุงศรีอยุธยา

พ.ศ. 2310 กองทัพพระเจ้ามังระก็ตีกรุงศรีอยุธยาแตกเป็นเหตุให้อาณาจักรอยุธยาล่มสลาย แต่ไม่นานในปลายปีเดียวกันพระยาตากขุนนางของกรุงศรีอยุธยาก็รวบรวมกองทัพขับไล่กองกำลังของพระเจ้ามังระที่ประจำอยู่ในอยุธยาแตกหนีกลับไปได้ และพระยาตากก็สถาปนาราชวงศ์ใหม่และย้ายเมืองหลวงมายังกรุงธนบุรี

พ.ศ. 2319 พระเจ้ากรุงธนบุรีได้ส่งกองทัพขึ้นมารวบรวมหัวเมืองที่เคยเป็นเมืองประเทศราชของกรุงศรีอยุธยาให้กลับไปเป็นเมืองประเทศราชส่งบรรณาการให้กับกรุงธนบุรี กองทัพกรุงธนบุรีมาถึงเมืองทุ่งศรีภูมิเจ้าผู้ครองเมืองทุ่งศรีภูมิ (เจ้าเซียง) จึงออกไปอ่อนน้อมขอส่งเครื่องบรรณาการให้กรุงธนบุรีเช่นเดียวกลับที่เคยส่งให้กรุงศรีอยุธยา เมื่องกองทัพกรุงธนบุรีเข้าเมืองแล้ว เจ้าผู้ครองเมืองทุ่งศรีภูมิ (เจ้าเซียง) เห็นว่าเมืองท่งศรีภูมินั้นตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำเสียวถึงฤดูฝนน้ำก็ท่วม จึงปรึกษากับแม่ทัพกรุงธนบุรีเพื่อขอพระราชโองการย้ายเมืองไปยังดงเท้าสาร ซึ่งห่างจากตัวเมืองเดิมประมาณ ๑๐๐ เส้น พระเจ้ากรุงธนบุรีจึงโปรดให้ย้ายเมืองตามที่ขอ และพระราชทานนามเมืองใหม่ว่า เมืองสุวรรณภูมิประเทศราช

ประวัติศาสตร์ พื้นที่ส่วนนี้ยังเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ กระจัดกระจายกันตามพื้นที่ราบสูง ในปี พ.ศ. 2322 ขณะนั้นเมืองเวียงจันทน์ได้เกิดเหตุพิพาทกับกลุ่มของเจ้าพระวอจนถึงกับยกทัพไปตีค่ายของเจ้าพระวอแตกที่บ้านดอนมดแดง (อุบลราชธานีปัจจุบัน) และจับเจ้าพระวอประหารชีวิต สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงถือว่าฝ่ายเจ้าพระวอเป็นข้าขอบขัณฑสีมาของไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกกับเจ้าพระยาสุรสีห์ยกทัพขึ้นไปตีเวียงจันทน์ จากนั้นจึงได้ยกทัพกลับมายังกรุงเทพมหานคร พร้อมกับได้อัญเชิญพระแก้วมรกต พระพุทธปฏิมากร และพระบางกลับมาถวายแต่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีด้วย

เมืองแพน (หรือเพี้ยเมืองแพน) ซึ่งเป็นโอรสของเจ้าแสนปัจจุทุม (ท้าวแสนแก้วบุฮม) ได้ยกกองทัพจากบ้านเพี้ยปู่ เขตแขวงเมืองทุละคม (ธุระคม) ได้ติดตาม กลุ่มเจ้าแก้วมงคล (ประสูติ ปี พ.ศ. 2184 พิราลัย พ.ศ. 2268 ) และ พระครูโพนเสม็ก และต่อมา เจ้าแก้วมงคล ได้เป็น ผู้ครองเมืองท่งศรีภูมิ (อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด) ระหว่างปี พ.ศ. 2256 - พ.ศ. 2268

โดยในช่วงที่ พระรัตนวงษา (อ่อน) เป็นบุตร ของพระขัติยวงษาทนต์ และเป็นหลานของ เจ้าแก้วมงคล ได้ครองเมืองสุวรรณภูมิ แล้ว ได้ขอพระราชทาน แต่งตั้ง ท้าวโอ๊ะ (บุตร พระรัตนวงษาเซียง) ที่ดำรงตำแหน่ง ราชบุตร เดิมนั้น ขึ้นดำรงตำแหน่ง เป็น "อุปฮาด" ต่อมา ราว พ.ศ. 2331 เพี้ยเมืองแพน ซึ่ง เป็นหนึ่ง ในตำแหน่งกรมการเมืองสุวรรณภูมิ ได้ขอ พระรัตนวงษา (อ่อน) เจ้าเมืองสุวรรณภูมิ พาราษฎรและไพร่พลประมาณ 330 คน ขอแยกตัวออกจากเมืองสุวรรณภูมิไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ฝั่งบึงบอน ยกขึ้นเป็นเมืองที่บ้านดอนพยอมเมืองเพี้ย (ปัจจุบันคือ บ้านเมืองเพีย ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่) เพียเมืองแพน (ภายหลังได้รับการสถาปนา เป็น พระยานครศรีบริรักษ์) ได้ขออพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ในบ้านชีโหล่น คุมไพร่พลคนละ 500 คน แยกออกมาจาก "เมืองท่ง" หรือ "เมืองสุวรรณภูมิ" และให้ขึ้นตรงต่อเมืองสุวรรณภูมิ ครั้นต่อมาอีกราว 9 ปี ในปี พ.ศ. 2340 เพี้ยเมืองแพนก็ได้พาราษฎรและไพร่พล ย้ายมาตั้งเมืองใหม่ ที่บริเวณ เมืองเก่า ริมบึงแก่นนคร ในปัจจุบัน และได้รับพระบรมราชานุญาต ตั้งเป็นเมือง ขอนแก่น และ สถาปนายศ เจ้าเมือง "เพียเมืองแพน" เป็น "พระนครศรีบริรักษ์" เจ้าเมืองขอนแก่น ท่านแรก ในปี พ.ศ. 2340 โดยในปีเดียวกันนั้น เจ้าเมืองสุวรรณภูมิ พระรัตนวงษา (อ่อน) เป็นบุตร ของพระขัติยวงษาทนต์ ได้ครองเมืองสุวรรณภูมิ แล้ว ได้ขอพระราชทาน แต่งตั้ง ท้าวโอ๊ะ (บุตร พระรัตนวงษาเซียง) ที่ดำรงตำแหน่ง ราชบุตร เดิมนั้น ขึ้นดำรงตำแหน่ง เป็น "อุปฮาด" ต่อมา และ มีใบบอกไปยังกรุงเทพมหานคร ว่า เพียเมืองแพน ได้ขอแบ่งไพร่พล และตั้งเป็นเมืองขอนแก่น นับแต่นั้น โดยแบ่งพื้นที่ตั้งแต่ บ้านกู่ทอง หนองกองแก้ว ขึ้นเป็นเมืองขอนแก่น

บึงบอนหรือดอนพยอมในปัจจุบันได้ตื้นเขินเป็นที่นาไปหมดแล้ว แต่ก็ยังปรากฏเป็นรูปของบึงซึ่งมีต้นบอนขึ้นอยู่มากมาย ต่อมาก็ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เมืองแพนเป็นพระนครศรีบริรักษ์ เจ้าเมืองขอนแก่น ดังปรากฏข้อความในพงศาวดารหัวเมืองมณฑลอีสานของหม่อมอมรวงศ์วิจิตรว่า

เอกสารพงศาวดารอีสานฉบับพระยาขัติยวงศา (เหลา ณ ร้อยเอ็ด) ได้กล่าวถึงการตั้งเมืองขอนแก่นว่า “...ได้ทราบข่าวว่าเมืองแพน บ้านชีโล่น แขวงเมืองสุวรรณภูมิ พาราษฎร ไพร่พลประมาณ 330 คน แยกจากเมืองสุวรรณภูมิไปขอตั้งฝั่งบึงบอนเป็นเมือง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เมืองแพนเป็นพระนครศรีบริรักษ์ ผู้ว่าราชการเมืองขอนแก่น...” ขอนแก่นจึงได้ที่มาว่าเป็นเมืองคู่กับมหาสารคามนั้นเอง

ส่วนเมืองบริวารอื่นๆ ที่มีส่วนเก่ยวข้องกับการแยกตัวออกมา จากเมืองสุวรรณภุมิ และภายหลังมีการตัง้เป็น เมือง ในเขตจังหวัดขอนแก่น หลังปี พ.ศ. 2340 นั้น ได้แก่ เมืองมัญจาคีรีหรืออำเภอมัญจาคีรี ปรากฏอยู่ในทำเนียบมณฑลอุดร กล่าวว่า เมื่อ พ.ศ. 2433 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเมืองขึ้นชื่อเมืองมัญจาคีรี โดยมีจางวางเอกพระยาพฤติคุณธนเชษ (สน สนธิสัมพันธ์) เป็นเจ้าเมืองคนแรกเมื่อ พ.ศ. 2433-2439 เจ้าเมืองคนที่ 2 คือ พระเกษตรวัฒนา (โส สนธิสัมพันธ์) เมื่อ พ.ศ. 2439-[[พ.ศติจังหวัดในประเทศไทย ในห้องสมุดของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) บ้านสร้าง บ้านชีโหล่น (อยู่ในเขตเมืองสุวรรณภูมิ อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ดปัจจุบัน)

ในปัจจุบัน บางบ้านก็อยู่ในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น บางบ้านก็อยู่ในเขต[[(จังหวัดยโสธร) เป็นต้น ทั้งนี้เป็นเพราะได้มีการเปลี่ยนแปลงเขตเมืองในสมัยหลัง ๆ ต่อมานั่นเอง

การย้ายถิ่นฐาน[แก้]

ในปี พ.ศ. 2439 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เปลี่ยนการปกครองหัวเมืองไกลใหม่ โดยเปลี่ยนเป็นบริเวณหัวเมืองลาวฝ่ายเหนือ ให้เป็นหัวเมืองลาวพวน ดังนั้น เมืองขอนแก่นจึงอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองอุดรธานี หรือมณฑลอุดรธานี โดยมีกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมเป็นผู้ปกครองมณฑล ในสมัยนั้นได้มีสายโทรเลข ที่เดินจากเมืองนครราชสีมา ผ่านเมืองชนบท เข้าเขตเมืองขอนแก่นข้ามลำน้ำชีที่ท่าหมากทัน ตรงไปท่าพระ บ้านทุ่ม โดยไม่เข้าเมืองขอนแก่น และตรงไปข้ามลำน้ำพองไปบ้านหมากแข้งเมืองอุดรธานี ศูนย์กลางมณฑลอุดร กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม (ผู้ปกครองมณฑลอุดรธานีในขณะนั้น) ซึ่งเป็นข้าหลวงใหญ่ประจำมณฑลอุดรธานีทรงดำริว่า ที่ว่าการเมืองขอนแก่นที่ตั้งอยู่ที่บ้านดอนบม ไม่สะดวกแก่ราชการ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ย้ายเมืองขอนแก่นไปตั้งอยู่ที่บ้านทุ่ม (อำเภอเมืองขอนแก่นในปัจจุบัน) ในปลาย พ.ศ. 2439 และเปลี่ยนนามตำแหน่งเจ้าเมืองเป็นผู้ว่าราชการเมือง และตั้งชื่อเมืองว่า "ขอนแก่น" จนถึงปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2440 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชทานบรรดาศักดิ์ท้าวหนูหล้าปลัดเมืองขอนแก่นเป็นพระพิทักษ์สารนิคม และในปี พ.ศ. 2441 ก็ได้ย้ายเมืองขอนแก่นจากบ้านทุ่มกลับไปตั้งอยู่ที่บ้านเมืองเก่าตามเดิม โดยตั้งศาลากลางขึ้นที่ริมบึงเมืองเก่าทางด้านเหนือ (หน้าสถานีโทรทัศน์ในปัจจุบัน) ด้วยเหตุผลที่ว่า บ้านทุ่มนั้นกันดารน้ำในฤดูแล้ง

ในปี พ.ศ. 2444 ทางราชการได้เกณฑ์แรงงานของราษฎรที่เคยหลงผิดไปเชื่อผีบุญ-ผีบาป ที่เขตแขวงเมืองอุบลราชธานีในตอนนั้น โดยให้พากันมาช่วยสร้างทำนบกั้นน้ำขึ้นเป็นถนนรอบบึงเมืองเก่า เพื่อกักน้ำไว้ใช้สอยในฤดูแล้ง เพราะบึงนี้เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชาวเมืองขอนแก่น

ต่อมาในปี พ.ศ. 2447 พระนครบริรักษ์ (อุ นครศรี) เจ้าเมืองขอนแก่น ได้กราบถวายบังคมลาออกจากราชการ เหตุเพราะชราภาพ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนตำแหน่งพระพิทักษ์สารนิคม (หนูหล้า สุนทรพิทักษ์) ปลัดเมืองขอนแก่นขึ้นเป็นเจ้าเมืองขอนแก่น และในปีนั้นเอง ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เปลี่ยนนามตำแหน่งข้าหลวงประจำเมืองขอนแก่นเป็นข้าหลวงประจำบริเวณพาชี ส่วนเมืองต่าง ๆ ที่ขึ้นต่อนั้น ก็ให้เปลี่ยนเป็นอำเภอ และผู้เป็นเจ้าเมืองนั้น ๆ ก็ให้เปลี่ยนเป็นนายอำเภอ ตำแหน่งอุปฮาดก็เป็นปลัดอำเภอไป แต่ขึ้นตรงต่อเมืองอุดรธานี มณฑลอุดรธานีในขณะนั้น

ต่อมาในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2459 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกเลิกระบบมณฑลในประเทศ ให้เปลี่ยนคำว่าเมืองเป็นจังหวัดแทน ตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองจึงกลายเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด และศาลาว่าการเมืองก็เปลี่ยนมาเป็นศาลากลางจังหวัด นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาขอนแก่นจึงได้กำเนิดเป็น "จังหวัดขอนแก่น"

ภูมิศาสตร์[แก้]

ภูมิประเทศ[แก้]

จังหวัดขอนแก่นมีสภาพพื้นที่ลาดเอียงจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกและทิศใต้ บริเวณที่สูงทางด้านตะวันตกมีสภาพพื้นที่เป็นเขาหินปูนตะปุ่มตะป่ำสลับกับพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย มีระดับความสูงประมาณ 200-250 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีภูเขารูปแอ่งหรือภูเวียงวางตัวอยู่ติดอำเภอภูเวียง บริเวณที่สูงตอนกลางและด้านเหนือมีสภาพพื้นที่เป็นเทือกเขา ได้แก่ ภูเก้า ภูเม็ง ภูพานคำ เป็นแนวขวางมาจากด้านเหนือ แล้ววกลงมาทางตะวันตกเฉียงใต้ ไหล่เขาด้านนอกมีความสูงและลาดชันมาก สูงประมาณ 300-660 เมตร ไหล่เขาด้านในมีความลาดชันน้อย มีระดับความสูงประมาณ 220-250 เมตร

บริเวณแอ่งโคราช ครอบคลุมพื้นที่ทางด้านใต้จังหวัด สภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย มีความสูงประมาณ 150-200 เมตร มีบางส่วนเป็นเนิน สูงประมาณ 170-250 เมตร และลาดต่ำไปทางราบลุ่มที่ขนานกับลำน้ำชี มีความสูงประมาณ 130-150 เมตร จากนั้น พื้นที่จะลาดชันไปทางตะวันออก มีลักษณะเป็นลูกคลื่นลอนลาดมีความสูงประมาณ 200-250 เมตร และค่อนข้างราบ มีความสูงประมาณ 170 -180 เมตร

จังหวัดขอนแก่นมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดอื่น ๆ ดังนี้

ภูมิอากาศ[แก้]

สภาพภูมิอากาศของขอนแก่น โดยทั่วไปเป็นแบบทุ่งหญ้าในเขตร้อน คือ มีฝนตกสลับกับแห้งแล้ง ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีอุณหภูมิสูงสุดโดยเฉลี่ย 36.35 องศาเซลเซียส และมี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนพฤษภาคม อากาศร้อนจัดในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม โดยจะมีฝนตกชุกในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี และฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ สภาพอากาศจะหนาวเย็น โดยทั่วไปจะหนาวจัดในช่วงเดือนธันวาคมจนถึงเดือนมกราคมของทุกปี อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 15.4 องศาเซลเซียส

ข้อมูลภูมิอากาศของจังหวัดขอนแก่น (พ.ศ. 2504-2533)
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 30.3
(86.5)
32.7
(90.9)
35.2
(95.4)
36.4
(97.5)
34.5
(94.1)
33.2
(91.8)
32.7
(90.9)
32.0
(89.6)
31.6
(88.9)
31.4
(88.5)
30.7
(87.3)
29.7
(85.5)
32.53
(90.56)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) 16.2
(61.2)
19.3
(66.7)
22.3
(72.1)
24.5
(76.1)
24.8
(76.6)
24.8
(76.6)
24.4
(75.9)
24.2
(75.6)
23.7
(74.7)
22.5
(72.5)
19.6
(67.3)
16.4
(61.5)
21.89
(71.41)
หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) 2.1
(0.083)
14.7
(0.579)
38.0
(1.496)
72.5
(2.854)
172.2
(6.78)
170.9
(6.728)
165.2
(6.504)
206.8
(8.142)
239.4
(9.425)
113.3
(4.461)
15.1
(0.594)
4.2
(0.165)
1,214.4
(47.811)
วันที่มีหยาดน้ำฟ้าโดยเฉลี่ย (≥ 0.1 mm) 0.8 2.2 3.8 7.7 13.9 14.9 16.2 17.1 17.6 9.7 2.3 0.7 106.9
จำนวนชั่วโมงที่มีแดด 280.5 245.4 252.6 250.8 238.8 179.0 182.2 163.3 171.6 232.8 255.1 267.5 2,719.6
แหล่งที่มา1: WMO
แหล่งที่มา 2: CMA

การเมืองการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 26 อำเภอ 199 ตำบล 2331 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองขอนแก่น
  2. อำเภอบ้านฝาง
  3. อำเภอพระยืน
  4. อำเภอหนองเรือ
  5. อำเภอชุมแพ
  6. อำเภอสีชมพู
  7. อำเภอน้ำพอง
  8. อำเภออุบลรัตน์
  9. อำเภอกระนวน
  10. อำเภอบ้านไผ่
  11. อำเภอเปือยน้อย
  12. อำเภอพล
  13. อำเภอแวงใหญ่
  14. อำเภอแวงน้อย
  15. อำเภอหนองสองห้อง
  16. อำเภอภูเวียง
  1. อำเภอมัญจาคีรี
  2. อำเภอชนบท
  3. อำเภอเขาสวนกวาง
  4. อำเภอภูผาม่าน
  5. อำเภอซำสูง
  6. อำเภอโคกโพธิ์ไชย
  7. อำเภอหนองนาคำ
  8. อำเภอบ้านแฮด
  9. อำเภอโนนศิลา
  10. อำเภอเวียงเก่า
 
แผนที่

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

มีจำนวนทั้งสิ้น 225 แห่ง แบ่งออกเป็น องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 6 แห่ง เทศบาลตำบล 77 แห่ง และ องค์การบริหารส่วนตำบล 140 แห่ง โดยเทศบาลสามารถจำแนกได้ตามพื้นที่ดังนี้

อำเภอเมืองขอนแก่น

อำเภอกระนวน

อำเภอชุมแพ

อำเภอพล

อำเภอบ้านไผ่

อำเภอน้ำพอง

อำเภอหนองเรือ

อำเภออุบลรัตน์

อำเภอเปือยน้อย

อำเภอมัญจาคีรี

อำเภอภูเวียง

อำเภอภูผาม่าน

อำเภอสีชมพู

อำเภอพระยืน

อำเภอบ้านฝาง

อำเภอหนองสองห้อง

อำเภอชนบท

อำเภอแวงน้อย

อำเภอโคกโพธิ์ไชย

อำเภอบ้านแฮด

อำเภอแวงใหญ่

อำเภอเขาสวนกวาง

อำเภอโนนศิลา

อำเภอซำสูง

อำเภอเวียงเก่า

อำเภอหนองนาคำ

ขอนแก่น

ประชากร[แก้]

รายชื่อตำบลเรียงตามจำนวนประชากร[แก้]

      หมายถึงจำนวนประชากรได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
      หมายถึงจำนวนประชากรได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
อันดับ

(ปีล่าสุด)

ตำบลในจังหวัดขอนแก่น สังกัดอำเภอ พ.ศ. 2561 พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2559 พ.ศ. 2558 พ.ศ. 2557 พ.ศ. 2556 พ.ศ. 2555 พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2553 พ.ศ. 2552 พ.ศ. 2551
1 ในเมือง เมืองขอนแก่น 118,080 120,143 120,045 119,537 115,928 112,329 110,686 111,294 113,754 116,157 118,203
2 ศิลา เมืองขอนแก่น 52,272 51,691 51,185 50,341 49,569 49,023 48,443 47,450 46,948 45,838 44,194
3 บ้านเป็ด เมืองขอนแก่น 43,492 42,772 41,878 40,857 39,717 38,210 36,988 35,518 34,208 32,338 29,801
4 เมืองเก่า เมืองขอนแก่น 29,934 29,573 29,135 28,789 28,288 27,843 27,337 26,649 25,984 25,387 24,840
5 ในเมือง บ้านไผ่ 25,532 25,671 25,828 26,142 26,160 26,195 26,266 26,272 26,339 26,380 26,498
6 พระลับ เมืองขอนแก่น 22,482 22,347 22,250 22,179 22,178 21,934 21,726 21,307 21,160 20,927 20,803
7 ชุมแพ ชุมแพ 21,887 21,862 21,856 22,049 22,029 21,997 21,891 21,717 21,804 21,882 21,924
8 หนองไผ่ ชุมแพ 21,684 21,604 21,565 21,446 21,359 21,149 21,100 20,959 21,031 20,950 20,851
9 หนองโก กระนวน 21,307 21,318 21,403 21,514 21,577 21,596 21,652 21,598 21,703 21,658 21,694
10 ท่าพระ เมืองขอนแก่น 19,623 19,596 19,556 19,554 19,509 19,467 19,390 19,316 19,189 19,125 19,197
11 สาวะถี เมืองขอนแก่น 18,257 18,226 18,135 18,069 18,038 18,079 18,017 17,917 17,930 17,783 17,751
12 บ้านทุ่ม เมืองขอนแก่น 18,078 17,945 17,777 17,681 17,564 17,434 17,338 17,178 17,123 17,087 17,088
13 เมืองพล พล 17,531 17,687 17,775 17,845 18,034 18,232 18,394 18,473 18,771 18,871 18,985
14 บ้านไผ่ บ้านไผ่ 17,488 17,496 17,547 17,534 17,571 17,553 17,588 17,639 17,677 17,699 17,739
15 บ้านค้อ เมืองขอนแก่น 16,628 16,461 16,306 16,155 15,966 15,813 15,721 15,555 15,478 15,418 15,352
16 น้ำพอง น้ำพอง 13,760 13,782 13,880 13,962 13,985 13,951 13,951 14,009 14,052 14,082 14,081
17 หนองสองห้อง หนองสองห้อง 13,623 13,661 13,674 13,702 13,741 13,801 13,763 13,824 14,037 14,106 13,949
18 พระยืน พระยืน 13,120 13,121 13,099 13,117 13,034 12,931 12,887 12,802 12,758 12,771 12,711
19 กุดเค้า มัญจาคีรี 12,677 12,764 12,836 12,923 12,911 12,978 13,071 13,134 13,194 13,216 13,142
20 บัวเงิน น้ำพอง 12,283 12,344 12,356 12,214 12,228 12,295 12,124 12,131 12,164 12,130 12,095
21 โนนทอง หนองเรือ 12,009 12,016 12,021 12,021 12,003 11,947 11,937 11,859 11,860 11,887 11,832
22 กุดธาตุ หนองนาคำ 11,869 11,927 11,902 11,876 11,855 11,835 11,825 11,758 11,811 11,748 11,727
23 บ้านเม็ง หนองเรือ 11,719 11,757 11,809 11,843 11,833 11,815 11,780 11,733 11,836 11,775 11,747
24 วังเพิ่ม สีชมพู 11,492 11,512 11,519 11,562 11,581 11,602 11,626 11,859 11,546 11,535 11,546
25 หนองเรือ หนองเรือ 11,233 11,224 11,217 11,211 11,171 11,177 11,173 11,110 11,230 11,237 11,232
26 ศรีสุข สีชมพู 10,970 10,990 10,986 10,964 10,948 10,944 10,935 10,894 10,891 10,882 10,860
27 บ้านฝาง บ้านฝาง 10,907 10,858 10,863 10,850 10,833 10,766 10,765 10,649 10,603 10,647 10,576
28 บ้านหัน โนนศิลา 10,872 10,799 10,739 10,693 10,667 10,643 10,568 10,529 10,524 10,483 10,393
29 บ้านหว้า เมืองขอนแก่น 10,686 10,735 10,725 10,730 10,727 10,725 10,655 10,605 10,615 10,621 10,632
30 หนองกุงใหญ่ กระนวน 10,596 10,582 10,596 10,609 10,582 10,555 10,546 10,529 10,482 10,464 10,433
31 วังชัย น้ำพอง 10,559 10,566 10,526 10,526 10,536 10,541 10,513 10,534 10,501 10,502 10,494
32 บ้านดง อุบลรัตน์ 10,494 10,536 10,454 10,439 10,401 10,411 10,374 10,269 10,262 10,244 10,244
33 บ้านเหล่า บ้านฝาง 10,405 10,379 10,349 10,326 10,321 10,296 10,269 10,288 10,231 10,197 10,147
34 ม่วงหวาน น้ำพอง 10,110 10,082 10,024 9,940 9,899 9,837 9,748 9,620 9,523 9,444 9,385
35 ดอนหัน เมืองขอนแก่น 10,089 10,061 10,034 9,992 9,973 9,986 9,912 9,808 9,800 9,804 9,812
36 นาจาน สีชมพู 10,014 10,019 10,031 10,009 9,995 9,994 9,996 9,985 10,039 10,004 9,929
37 กุดกว้าง หนองเรือ 9,988 10,015 9,961 9,958 9,931 9,960 9,963 9,908 9,831 9,806 9,766
38 หนองกุง น้ำพอง 9,988 9,996 9,992 9,984 9,974 10,000 10,038 10,003 9,993 9,911 9,915
39 สะอาด น้ำพอง 9,928 9,852 9,819 9,792 9,770 9,744 9,724 9,650 9,652 9,662 9,657
40 สำราญ เมืองขอนแก่น 9,910 9,883 9,885 9,735 9,663 9,576 9,599 9,548 9,619 9,637 9,637
41 โนนท่อน เมืองขอนแก่น 9,782 9,761 9,751 9,756 9,754 9,707 9,679 9,628 9,545 9,499 9,457
42 แวงน้อย แวงน้อย 9,735 9,798 9,781 9,809 9,855 9,850 9,844 9,841 9,901 9,881 9,853
43 นาข่า มัญจาคีรี 9,606 9,606 9,574 9,591 9,647 9,669 9,686 9,637 9,720 9,697 9,643
44 ยางคำ หนองเรือ 9,484 9,471 9,448 9,444 9,462 9,448 9,398 9,370 9,409 9,379 9,363
45 ชนบท ชนบท 9,452 9,498 9,520 9,551 9,549 9,523 9,516 9,494 9,500 9,466 9,476
46 หนองกุงธนสาร ภูเวียง 9,407 9,366 9,352 9,338 9,312 9,270 9,277 9,254 9,272 9,298 9,297
47 บ้านขาม น้ำพอง 9,403 9,408 9,433 9,414 9,390 9,396 9,403 9,357 9,362 9,332 9,281
48 โนนสมบูรณ์ บ้านแฮด 9,370 9,396 9,337 9,343 9,355 9,311 9,284 9,212 9,221 9,206 9,241
49 เมืองเพีย บ้านไผ่ 9,363 9,367 9,402 9,456 9,506 9,570 9,647 9,620 9,593 9,577 9,573
50 โนนสะอาด หนองเรือ 9,318 9,290 9,282 9,301 9,297 9,247 9,230 9,225 9,180 9,145 9,129
51 ก้านเหลือง แวงน้อย 9,298 9,341 9,296 9,318 9,277 9,266 9,234 9,209 9,321 9,319 9,358
52 กุดขอนแก่น ภูเวียง 9,292 9,246 9,221 9,214 9,194 9,188 9,200 9,190 9,224 9,232 9,178
53 นาหนองทุ่ม ชุมแพ 9,282 9,248 9,221 9,232 9,169 9,163 9,110 9,078 9,056 9,026 8,953
54 บ้านแฮด บ้านแฮด 9,282 9,322 9,271 9,289 9,283 9,260 9,261 9,165 9,100 9,082 9,049
55 เขาสวนกวาง เขาสวนกวาง 9,254 9,249 9,215 9,159 9,144 9,099 9,058 9,048 9,061 8,978 8,928
56 ขัวเรียง ชุมแพ 9,125 9,113 9,097 9,081 9,044 9,001 8,977 8,930 8,902 8,886 8,787
57 คำแคน มัญจาคีรี 9,114 9,117 9,084 9,122 9,070 9,051 9,084 9,057 9,096 9,092 9,059
58 ไชยสอ ชุมแพ 9,104 9,114 9,152 9,237 9,313 9,380 9,402 9,442 9,550 9,516 9,552
59 โคกสำราญ บ้านแฮด 9,048 9,086 9,121 9,115 9,109 9,067 9,066 9,031 9,034 8,982 8,969
60 โคกสี เมืองขอนแก่น 9,046 9,074 9,012 8,965 8,947 8,975 8,924 8,918 8,959 8,869 8,788
61 ในเมือง เวียงเก่า 9,032 9,030 9,027 8,991 8,981 8,978 8,940 8,913 9,028 9,018 8,989
62 สีชมพู สีชมพู 9,005 9,013 9,030 9,034 9,018 8,963 8,965 8,956 8,953 8,946 9,089
63 โนนทัน หนองเรือ 8,959 8,966 8,970 8,954 8,949 8,944 8,902 8,912 8,915 8,893 8,909
64 ดงเมืองแอม เขาสวนกวาง 8,949 8,932 8,960 8,979 8,967 8,953 8,941 8,909 8,912 8,883 8,843
65 วังหินลาด ชุมแพ 8,948 8,841 8,803 8,832 8,811 8,743 8,659 8,546 8,536 8,511 8,493
66 โคกสูง อุบลรัตน์ 8,939 8,946 8,832 8,831 8,800 8,803 8,721 8,602 8,585 8,564 8,528
67 บ้านลาน บ้านไผ่ 8,880 8,900 8,898 8,887 8,895 8,929 8,932 8,907 8,889 8,863 8,834
68 หนองแปน มัญจาคีรี 8,866 8,862 8,867 8,855 8,833 8,871 8,838 8,841 8,929 8,899 8,880
69 คำม่วง เขาสวนกวาง 8,843 8,889 8,843 8,878 8,845 8,827 8,752 8,666 8,699 8,672 8,576
70 โจดหนองแก พล 8,711 8,683 8,629 8,575 8,516 8,508 8,433 8,311 8,237 8,163 8,070
71 นาเพียง ชุมแพ 8,553 8,584 8,605 8,601 8,618 8,633 8,636 8,635 8,701 8,675 8,681
72 แดงใหญ่ เมืองขอนแก่น 8,473 8,252 7,994 7,820 7,691 7,542 7,471 7,357 7,291 7,224 7,190
73 กุดน้ำใส น้ำพอง 8,432 8,326 8,193 8,157 8,096 8,031 7,963 7,876 7,823 7,804 7,739
74 นาหว้า ภูเวียง 8,389 8,364 8,331 8,331 8,335 8,330 8,306 8,271 8,294 8,181 8,145
75 โนนสะอาด ชุมแพ 8,375 8,336 8,455 8,151 8,449 8,325 8,377 8,391 8,583 8,456 8,401
76 ดอนดู่ หนองสองห้อง 8,303 8,288 8,270 8,245 8,180 8,220 8,190 8,150 8,270 8,242 8,189
77 หินตั้ง บ้านไผ่ 8,247 8,223 8,163 8,127 8,110 8,088 7,992 7,954 7,971 7,894 7,873
78 ดูนสาด กระนวน 8,121 8,149 8,128 8,129 8,102 8,078 8,081 8,089 8,005 7,991 8,024
79 บ้านฝาง กระนวน 8,045 8,060 8,045 8,055 8,013 7,986 8,005 7,913 7,865 7,886 7,863
80 โพนเพ็ก มัญจาคีรี 8,035 8,044 7,999 7,968 7,985 7,996 7,992 7,934 7,930 7,910 7,903
81 หนองเม็ก หนองสองห้อง 8,020 8,023 8,068 8,034 7,989 7,946 7,932 7,881 7,914 7,883 7,856
82 จระเข้ หนองเรือ 7,987 8,004 8,012 8,011 8,017 8,019 8,044 8,033 8,101 7,999 8,015
83 ใหม่นาเพียง แวงใหญ่ 7,959 7,990 7,964 7,956 7,980 7,958 7,937 7,905 7,871 7,856 7,813
84 นางาม มัญจาคีรี 7,949 7,942 7,919 7,966 7,936 7,919 7,885 7,863 7,864 7,860 7,870
85 ป่าหวายนั่ง บ้านฝาง 7,884 7,929 7,915 7,918 7,845 7,861 7,854 7,805 7,785 7,831 7,827
86 เขื่อนอุบลรัตน์ อุบลรัตน์ 7,776 7,828 7,834 7,867 7,886 7,913 7,924 7,871 7,881 7,828 7,830
87 หนองตูม เมืองขอนแก่น 7,718 7,685 7,672 7,651 7,626 7,578 7,549 7,442 7,440 7,426 7,375
88 ดงลาน สีชมพู 7,653 7,708 7,659 7,691 7,600 7,606 7,619 7,630 7,638 7,568 7,676
89 บัวใหญ่ น้ำพอง 7,608 7,641 7,675 7,699 7,751 7,760 7,774 7,772 7,800 7,824 7,797
90 ป่าปอ บ้านไผ่ 7,606 7,618 7,607 7,574 7,557 7,535 7,548 7,520 7,494 7,469 7,467
91 ละหานนา แวงน้อย 7,573 7,562 7,576 7,584 7,579 7,619 7,585 7,550 7,568 7,523 7,499
92 ท่าศาลา มัญจาคีรี 7,570 7,591 7,593 7,590 7,622 7,613 7,543 7,564 7,567 7,529 7,488
93 บึงเนียม เมืองขอนแก่น 7,556 7,503 7,501 7,447 7,407 7,400 7,389 7,307 7,356 7,314 7,291
94 สวนหม่อน มัญจาคีรี 7,554 7,568 7,607 7,623 7,630 7,641 7,669 7,651 7,663 7,665 7,653
95 วังแสง ชนบท 7,484 7,492 7,501 7,472 7,471 7,444 7,400 7,362 7,348 7,333 7,317
96 ทรายมูล น้ำพอง 7,455 7,486 7,479 7,447 7,409 7,417 7,381 7,387 7,364 7,335 7,333
97 ท่ากระเสริม น้ำพอง 7,446 7,492 7,476 7,468 7,498 7,542 7,551 7,529 7,567 7,534 7,500
98 ห้วยม่วง ภูผาม่าน 7,422 7,370 7,327 7,294 7,217 7,161 7,111 7,040 7,036 7,002 6,952
99 หนองบัว บ้านฝาง 7,378 7,394 7,352 7,334 7,288 7,257 7,219 7,189 7,162 7,150 7,100
100 พังทุย น้ำพอง 7,347 7,344 7,304 7,313 7,309 7,252 7,191 7,143 7, 147 7,139 7,137
101 หนองแวงโสกพระ พล 7,329 7,332 7,339 7,354 7,352 7,346 7,335 7,310 7,314 7,233 7,249
102 หนองแดง สีชมพู 7,318 7,319 7,306 7,326 7,335 7,328 7,379 7,331 7,366 7,360 7,376
103 ภูเวียง ภูเวียง 7,270 7,288 7,310 7,410 7,418 7,427 7,456 7,435 7,557 7,578 7,713
104 บริบูรณ์ สีชมพู 7,248 7,263 7,255 7,237 7,195 7,184 7,223 7,309 7,141 7,105 7,105
105 บ้านโคก โคกโพธิ์ไชย 7,203 7,173 7,174 7,179 7,158 7,116 7,186 7,229 7,241 7,228 7,215
106 หนองแวงนางเบ้า พล 7,129 7,109 7,111 7,085 7,098 7,066 7,087 7,051 6,998 7,024 7,014
107 โพธิ์ไชย โคกโพธิ์ไชย 7,117 7,140 7,167 7,178 7,144 7,136 7,180 7,131 7,163 7,208 7,249
108 หัวนาคำ กระนวน 7,107 7,089 7,082 7,030 7,040 7,024 7,014 6,965 6,936 6,881 6,832
109 หนองเขียด ชุมแพ 7,074 7,084 7,025 6,945 6,906 6,789 6,725 6,676 6,604 6,569 6,511
110 แคนเหนือ บ้านไผ่ 7,053 7,041 7,028 7,017 7,038 7,097 7,088 7,063 7,055 7,067 6,995
111 ลอมคอม พล 7,029 7,051 7,060 7,102 7,110 7,055 7,084 6,997 7,033 6,991 6,979
112 บ้านกง หนองเรือ 7,010 7,024 7,021 7,029 6,967 6,977 6,966 6,945 6,929 6,780 6,763
113 เพ็กใหญ่ พล 6,979 6,995 6,988 6,995 6,980 6,989 7,046 7,017 7,008 7,008 6,961
114 ขนวน หนองนาคำ 6,899 6,912 6,912 6,908 6,946 6,931 6,872 6,791 6,817 6,781 6,751
115 โนนอุดม ชุมแพ 6,830 6,878 6,826 6,850 6,839 6,856 6,812 6,795 6,826 6,827 6,831
116 โสกนกเต็น พล 6,806 6,728 6,701 6,674 6,618 6,590 6,566 6,513 6,484 6,437 6,430
117 นาชุมแสง ภูเวียง 6,800 6,777 6,728 6,749 6,727 6,722 6,698 6,658 6,627 6,562 6,568
118 สงเปือย ภูเวียง 6,741 6,740 6,718 6,714 6,647 6,597 6,542 6,451 6,473 6,484 6,467
119 หนองเสาเล้า ชุมแพ 6,730 6,706 6,652 6,639 6,638 6,658 6,628 6,631 6,589 6,570 6,546
120 โนนหัน ชุมแพ 6,722 6,703 6,687 6,667 6,658 6,657 6,623 6,605 6,591 6,659 6,620
121 คึมชาด หนองสองห้อง 6,696 6,693 6,655 6,671 6,633 6,625 6,621 6,551 6,605 6,565 6,554
122 นาคำ อุบลรัตน์ 6,693 6,675 6,683 6,679 6,678 6,673 6,621 6,616 6,590 6,543 6,513
123 ซับสมบูรณ์ โคกโพธิ์ไชย 6,669 6,670 6,667 6,659 6,631 6,638 6,618 6,546 6,499 6,477 6,438
124 บ้านโต้น พระยืน 6,557 6,580 6,579 6,573 6,546 6,571 6,596 6,564 6,586 6,602 6,611
125 วังม่วง เปือยน้อย 6,549 6,488 6,489 6,458 6,408 6,391 6,373 6,343 6,359 6,330 6,305
126 ดงเค็ง หนองสองห้อง 6,546 6,522 6,516 6,488 6,463 6,497 6,540 6,496 6,660 6,613 6,615
127 หนองน้ำใส บ้านไผ่ 6,497 6,498 6,447 6,446 6,450 6,459 6,457 6,392 6,356 6,272 6,267
128 ศรีบุญเรือง ชนบท 6,433 6,447 6,508 6,551 6,599 6,572 6,577 6,591 6,653 6,695 6,685
129 ห้วยโจด กระนวน 6,415 6,406 6,376 6,355 6,351 6,340 6,374 6,327 6,346 6,334 6,323
130 ป่ามะนาว บ้านฝาง 6,406 6,398 6,406 6,368 6,356 6,308 6,258 6,234 6,243 6,217 6,230
131 หนองโน กระนวน 6,400 6,402 6,383 6,379 6,353 6,355 6,305 6,229 6,183 6,161 6,120
132 โนนพะยอม ชนบท 6,285 6,266 6,269 6,298 6,344 6,371 6,393 6,312 6,347 6,328 6,306
133 โนนฆ้อง บ้านฝาง 6,284 6,285 6,260 6,256 6,238 6,208 6,187 6,139 6,066 6,072 6,076
134 โคกสง่า พล 6,273 6,285 6,293 6,282 6,290 6,317 6,320 6,264 6,217 6,196 6,197
135 โนนข่า พล 6,243 6,274 6,271 6,274 6,254 6,277 6,267 6,295 6,312 6,348 6,322
136 ภูเหล็ก บ้านไผ่ 6,241 6,210 6,199 6,192 6,198 6,162 6,124 6,123 6,092 6,027 5,966
137 ห้วยยาง กระนวน 6,117 6,092 6,056 6,059 6,045 5,982 6,002 5,978 5,987 5,922 5,914
138 หนองกุงเซิน ภูเวียง 6,098 6,146 6,116 6,077 6,096 6,087 6,079 6,047 6,093 6,074 6,073
139 โนนสะอาด แวงใหญ่ 6,045 6,033 6,031 6,037 6,019 5,989 5,976 5,946 5,941 5,948 5,923
140 โนนสมบูรณ์ เขาสวนกวาง 5,987 5,975 5,941 5,900 5,890 5,903 5,836 5,776 5,797 5,729 5,728
141 บ้านผือ หนองเรือ 5,972 5,952 5,917 5,917 5,894 5,888 5,848 5,799 5,799 5,772 5,743
142 เมืองเก่าพัฒนา เวียงเก่า 5,954 5,954 5,985 5,990 5,999 5,964 5,916 5,897 5,921 5,914 5,905
143 โคกงาม บ้านฝาง 5,886 5,879 5,865 5,822 5,790 5,768 5,680 5,638 5,612 5,607 5,578
144 บ้านโนน ซำสูง 5,886 5,896 5,888 5,891 5,888 5,868 5,857 5,883 5,911 5,881 5,872
145 ห้วยแก ชนบท 5,875 5,868 5,893 5,890 5,915 5,938 5,957 5,904 5,924 5,860 5,828
146 ตะกั่วป่า หนองสองห้อง 5,836 5,862 5,878 5,874 5,922 5,959 5,954 5,903 6,011 5,993 6,019
147 ขามป้อม พระยืน 5,786 5,777 5,752 5,760 5,751 5,731 5,754 5,764 5,728 5,735 5,704
148 สำโรง หนองสองห้อง 5,768 5,757 5,761 5,746 5,764 5,795 5,771 5,791 5,841 5,818 5,833
149 บ้านใหม่ สีชมพู 5,694 5,678 5,686 5,697 5,711 5,718 5,680 5,627 5,616 5,563 5,590
150 ศรีสุขสำราญ อุบลรัตน์ 5,635 5,623 5,595 5,542 5,509 5,504 5,514 5,461 5,448 5,392 5,354
151 ท่าวัด แวงน้อย 5,570 5,559 5,566 5,589 5,589 5,578 5,569 5,579 5,660 5,685 5,695
152 โนนธาตุ หนองสองห้อง 5,545 5,532 5,565 5,557 5,551 5,560 5,571 5,589 5,669 5,634 5,615
153 ขามป้อม เปือยน้อย 5,537 5,532 5,528 5,529 5,535 5,519 5,455 5,451 5,443 5,428 5,436
154 เก่างิ้ว พล 5,537 5,520 5,538 5,512 5,522 5,543 5,523 5,527 5,494 5,488 5,427
155 โนนทอง แวงใหญ่ 5,503 5,497 5,492 5,479 5,512 5,495 5,494 5,479 5,449 5,438 5,416
156 นางิ้ว เขาสวนกวาง 5,418 5,453 5,422 5,428 5,440 5,425 5,414 5,353 5,345 5,293 5,240
157 แวงใหญ่ แวงใหญ่ 5,367 5,378 5,388 5,415 5,397 5,414 5,410 5,410 5,390 5,418 5,438
158 หว้าทอง ภูเวียง 5,327 5,302 5,288 5,282 5,263 5,260 5,279 5,257 5,276 5,269 5,234
159 กระนวน ซำสูง 5,312 5,318 5,310 5,293 5,267 5,280 5,288 5,286 5,274 5,271 5,250
160 ทุ่งโป่ง อุบลรัตน์ 5,303 5,289 5,260 5,276 5,251 5,237 5,197 5,169 5,148 5,118 5,074
161 หนองแซง บ้านแฮด 5,236 5,222 5,181 5,122 5,105 5,079 5,074 5,056 5,059 5,005 4,953
162 บ้านโคก หนองนาคำ 5,070 5,043 5,015 5,029 5,026 5,032 5,010 4,984 4,967 4,966 4,952
163 หนองแวง พระยืน 5,027 5,017 5,002 4,987 4,976 4,978 4,938 4,920 4,909 4,891 4,830
164 ทางขวาง แวงน้อย 4,984 5,007 5,042 5,056 5,051 5,032 5,056 5,092 5,103 5,091 5,046
165 ภูผาม่าน ภูผาม่าน 4,971 4,972 4,900 4,885 4,848 4,811 4,804 4,826 4,795 4,799 4,783
166 เขาน้อย เวียงเก่า 4,968 4,975 4,970 4,995 4,991 4,984 4,981 4,965 4,990 4,964 4,943
167 ภูห่าน สีชมพู 4,952 4,964 4,953 4,970 4,964 4,971 4,964 4,928 4,925 4,914 4,920
168 ปอแดง ชนบท 4,947 4,957 4,997 5,026 5,016 5,009 5,003 4,982 4,959 4,938 4,947
169 ดอนช้าง เมืองขอนแก่น 4,940 4,934 4,918 4,924 4,909 4,901 4,874 4,866 4,880 4,790 4,745
170 น้ำอ้อม กระนวน 4,883 4,885 4,863 4,851 4,867 4,849 4,811 4,808 4,799 4,787 4,778
171 ท่านางแนว แวงน้อย 4,770 4,788 4,760 4,785 4,780 4,797 4,806 4,810 4,836 4,845 4,845
172 ดินดำ ภูเวียง 4,766 4,775 4,752 4,758 4,753 4,726 4,721 4,711 4,757 4,748 4,691
173 ทุ่งชมพู ภูเวียง 4,750 4,762 4,728 4,688 4,643 4,635 4,585 4,553 4,531 4,524 4,495
174 คอนฉิม แวงใหญ่ 4,692 4,714 4,699 4,685 4,691 4,698 4,720 4,694 4,663 4,654 4,630
175 คูคำ ซำสูง 4,686 4,743 4,745 4,713 4,689 4,677 4,693 4,663 4,653 4,646 4,616
176 วังหิน หนองสองห้อง 4,639 4,628 4,610 4,597 4,602 4,590 4,586 4,546 4,597 4,586 4,570
177 ดอนดั่ง หนองสองห้อง 4,624 4,627 4,585 4,558 4,574 4,553 4,566 4,575 4,584 4,564 4,573
178 นาแพง โคกโพธิ์ไชย 4,580 4,579 4,570 4,578 4,577 4,597 4,567 4,570 4,558 4,552 4,515
179 หนองไผ่ล้อม หนองสองห้อง 4,573 4,548 4,528 4,521 4,541 4,525 4,488 4,471 4,503 4,438 4,391
180 โนนศิลา โนนศิลา 4,563 4,524 4,508 4,477 4,445 4,416 4,408 4,366 4,318 4,303 4,276
181 หนองปลาหมอ โนนศิลา 4,482 4,493 4,477 4,482 4,454 4,455 4,483 4,464 4,500 4,477 4,459
182 เปือยน้อย เปือยน้อย 4,425 4,410 4,431 4,449 4,447 4,422 4,461 4,416 4,468 4,445 4,445
183 ห้วยเตย ซำสูง 4,417 4,422 4,457 4,467 4,435 4,423 4,455 4,465 4,446 4,438 4,442
184 พระบุ พระยืน 4,343 4,360 4,359 4,344 4,340 4,323 4,308 4,323 4,342 4,346 4,340
185 วังสวาบ ภูผาม่าน 4,240 4,249 4,217 4,210 4,203 4,143 4,113 4,049 3,994 3,949 3,943
186 บ้านแท่น ชนบท 4,234 4,233 4,242 4,252 4,252 4,280 4,260 4,256 4,260 4,272 4,275
187 หันโจด หนองสองห้อง 4,166 4,135 4,104 4,092 4,070 4,015 4,031 4,039 4,122 4,131 4,100
188 โนนคอม ภูผาม่าน 4,077 4,086 4,089 4,090 4,084 4,086 4,075 4,086 4,107 4,112 4,116
189 หนองมะเขือ พล 4,017 4,015 4,018 4,014 4,014 4,043 4,043 4,053 4,069 4,053 4,051
190 ซำยาง สีชมพู 3,937 3,948 3,965 3,968 3,945 3,958 3,917 3,878 3,870 3,859 3,871
191 บ้านเรือ ภูเวียง 3,909 3,906 3,891 3,865 3,859 3,843 3,829 3,794 3,814 3,793 3,736
192 กุดเพียขอม ชนบท 3,699 3,676 3,713 3,716 3,695 3,716 3,704 3,718 3,767 3,781 3,764
193 สระแก้ว เปือยน้อย 3,669 3,684 3,666 3,678 3,657 3,649 3,618 3,599 3,647 3,671 3,651
194 หัวหนอง บ้านไผ่ 3,647 3,610 3,616 3,616 3,625 3,626 3,628 3,618 3,616 3,626 3,638
195 โนนแดง โนนศิลา 3,527 3,521 3,523 3,535 3,525 3,565 3,561 3,566 3,589 3,569 3,567
196 คำแมด ซำสูง 3,379 3,358 3,396 3,390 3,386 3,399 3,415 3,413 3,438 3,474 3,467
197 เปือยใหญ่ โนนศิลา 3,335 3,348 3,366 3,384 3,414 3,406 3,411 3,424 3,436 3,430 3,436
198 หัวทุ่ง พล 3,289 3,309 3,313 3,338 3,336 3,328 3,316 3,301 3,321 3,317 3,301
199 นาฝาย ภูผาม่าน 2,552 2,578 2,581 2,596 2,597 2,607 2,608 2,616 2,625 2,612 2,597
รวม 1805,895 1,805,910 1,801,753 1,798,014 1,790,049 1,781,655 1,774,816 1,766,066 1,767,601 1,762,242 1,756,101

รายนามผู้ว่าราชการขอนแก่น[แก้]

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ[แก้]

จังหวัดขอนแก่นมีความสัมพันธ์ในฐานะเมืองพี่น้องกับเมืองดังต่อไปนี้

ประชากร[แก้]

สถิติประชากรตามทะเบียนราษฎรจังหวัดขอนแก่น
ปี ประชากร  ±%  
2550 1,752,414—    
2551 1,756,101+0.2%
2552 1,762,242+0.3%
2553 1,767,601+0.3%
2554 1,766,066−0.1%
2555 1,774,816+0.5%
2556 1,781,655+0.4%
2557 1,790,049+0.5%
2558 1,798,014+0.4%
2559 1,801,753+0.2%
2560 1,805,910+0.2%
อ้างอิง:กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย[3]

จังหวัดขอนแก่นมีประชากรทั้งสิ้น 1,790,055 คน นับเป็น 576,964 ครัวเรือน นับเป็นประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตอำเภอเมือง 141,404 คน (ณ ปี พ.ศ. 2557)

จังหวัดขอนแก่นเคยตกอยู่ใต้อำนาจการปกครองของอาณาจักรล้านช้าง เวียงจันทน์ จำปาศักดิ์ จึงได้มีการอพยพของประชาชนชาวลาวเข้ามาอาศัย โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในสมัยธนบุรีและต้นสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นประชากรดั้งเดิมของจังหวัด นอกจากนั้นแล้ว ในเขตเมืองขอนแก่นยังมีชาวไทยเชื้อสายจีนเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นชุมชนใหญ่และมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก รวมถึงชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม และชาวต่างชาติ ซึ่งย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดขอนแก่น

การศึกษา[แก้]

จังหวัดขอนแก่น มีสถาบันการศึกษาระดับขั้นพื้นฐานหลากหลายแห่ง โดยประกอบด้วยโรงเรียนมัธยมจาก 2 สังกัด ได้แก่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 ครอบคลุมโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดขอนแก่น 84 แห่ง และสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ครอบคลุมโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดขอนแก่น 17 แห่ง ส่วนโรงเรียนประถมศึกษา อยู่ภายใต้สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น ซึ่งมีทั้งหมด 5 เขต และสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งครอบคลุมโรงเรียนขยายโอกาศทางการศึกษาอีก 43 แห่ง

สถานศึกษาในระดับอาชีวศึกษาทั้งรัฐและเอกชน ปัจจุบันอยู่ในกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรรมการการอาชีวศึกษา ส่วนสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาที่สำคัญ คือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

เศรษฐกิจ[แก้]

จังหวัดขอนแก่นมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี เป็นอันดับที่ 2 ของภาคอีสาน แต่มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีมากที่สุดคือ 107,607 บาท 

ภาคการเงินการธนาคาร จังหวัดขอนแก่นมีจำนวนสำนักงานของธนาคารทั้งสิ้น 102 สำนักงาน (พ.ศ. 2554) เงินรับฝากรวมทุกประเภท ทั้งสิ้น 68,000 ล้านบาท และเงินให้สินเชื่อรวมทุกประเภท (มี.ค.2557) ทั้งสิ้น 90,000 ล้านบาท

กรมธนารักษ์ประเมินราคาที่ดินระยะ 4 ปี โดยประกาศใช้ตั้งแต่1ม.ค. 2559-31ธ.ค.2562 พบว่าจังหวัดขอนแก่นมีราคาที่ดินเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 28.53% ราคาสูงสุดไม่เปลี่ยนแปลงที่ 2 แสนบาทต่อตรว. โดยเป็นราคาที่ดินที่แพงที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยย่านถนน ถนนศรีจันทร์ มีราคาสูงที่สุด เฉลี่ย 5,000-200,000 ต่อตารางวา ซึ่งทำให้เกิดอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมีเนียมแบบ high rise ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จาก คอนโดมีเนียมความสูง 30 ชั้นขึ้นไปหลายแห่งภายในเขตเทศบาล

อุตสาหกรรม[แก้]

การผลิตภาคอุตสาหกรรมมีอัตราการขยายตัวในอัตราที่สูงอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความสำคัญต่อเศรษฐกิจของจังหวัดมากขึ้นเป็นลำดับ ประเภทของอุตสาหกรรมได้เริ่มปรับเปลี่ยน จากอุตสาหกรรมเกษตร มาเป็นอุตสาหกรรมวิศวการ ทั้งนี้อุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบทางการเกษตร เช่น โรงสีข้าว  โรงงานมันเส้น  โรงงานน้ำตาล และ โรงงานเยื่อกระดาษ  ฯลฯ

อุตสาหกรรมที่สำคัญของจังหวัด 4 อันดับ ได้แก่

  1. อุตสาหกรรมกระดาษและผลิตภัณฑ์จากกระดาษ เงินลงทุนรวม 14,795 ล้านบาท  และในปี 2550 ยังมีการอนุญาตการประกอบกิจการโรงงานผลิตกระดาษของบริษัท ฟินิกซ พัลพ์ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด (มหาชน) ด้วยเงินลงทุน 7,168 ล้านบาท ประกอบกิจการผลิตกระดาษพิมพ์เขียนชนิดไม่เคลือบผิว กำลังการผลิต 200,000 ตัน/ปี 
  2. อุตสาหกรมไฟฟ้า เงินลงทุนรวม 4,036 ล้านบาท  เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำบริเวณเขื่อนอุบลรัตน์ในอำเภออุบลรัตน์  โรงไฟฟ้าน้ำพอง บริษัท โรงไฟฟ้าน้ำตาลขอนแก่น จำกัด  บริษัท พานาโซนิค อิเล็กทริคเวิร์คส์ จำกัด  บริษัท เอ็นเนอร์ยีซีสเท็มส์ จำกัด  ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์  เป็นต้น
  3. อุตสาหกรรมอาหาร  ด้วยเงินลงทุน 3,830 ล้านบาท อาทิเช่น อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับอาหารสัตว์  บริษัท ศรีวิโรจน์ฟาร์ม จำกัด  บริษัท อุตสาหกรรมกระดูกสัตว์ จำกัด เป็นต้น  อุตสาหกรรมเกี่ยวกับน้ำและน้ำแข็ง เช่น หจกโรงน้ำแข็งมิตรภาพ  หจก.โรงน้ำแข็งหลอดศรีนวล  อุตสาหกรรมน้ำตาลทราย เช่น บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด  บริษัท น้ำตาลมิตรภูเวียง จำกัด
  4. อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม เงินลงทุนรวม 3,037 ล้านบาท เช่น บริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ จัด ผลิตโซดาและน้ำดื่ม  บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ผลิตน้ำอัดลมและน้ำดื่ม   บริษัท คราฟท์ฟูดส์ (ประเทศไทย) จำกัด  ผลิตเครื่องดื่มชนิดผง  บริษัท แก่นขวัญ จำกัด ผลิตสุรา เป็นต้น

การขนส่ง[แก้]

ทางถนน[แก้]

ขอนแก่นอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 449 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ถึงจังหวัดสระบุรี ตรงหลักกิโลเมตรที่ 107 แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ผ่านจังหวัดนครราชสีมาถึงจังหวัดขอนแก่น

รถโดยสารประจำทาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง รถออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ (หมอชิต 2) มีรถโดยสารธรรมดา รถปรับอากาศ และรถนอนพิเศษชนิด 24 ที่นั่ง วิ่งบริการทุกวัน

รถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศ บริษัทขนส่งจำกัด และรัฐวิสาหกิจรถเมล์นครหลวงเวียงจันทน์ ร่วมเปิดเส้นทางเดินรถระหว่าง ขอนแก่น-นครหลวงเวียงจันทน์ โดบจัดรถปรับอากาศมาตรฐาน 45 ที่นั่ง ให้บริการ 2 เที่ยวต่อวัน มีต้นทางและปลายทางที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่น แห่งที่ 2 และ สถานีรถเมล์ขนส่งผู้โดยสารตลาดเช้า นครหลวงเวียงจันทน์ โดยไม่มีจุดจอดระหว่างทาง

ทางรถไฟ[แก้]

ขบวนรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ ผ่านจังหวัดขอนแก่นไปยังจังหวัดอุดรธานี และหนองคายทุกวัน ขบวนรถที่ให้บริการได้แก่ รถด่วนพิเศษอีสานมรรคา (ขบวนที่ 25), รถด่วนดีเซลรางปรับอากาศที่ 75 และ 77 และรถเร็วที่ 133

สถานีรถไฟขอนแก่นเป็นสถานีรถไฟประจำจังหวัด โดยด้านหน้าสถานีจะมีขอนไม้ตั้งอยู่พร้อมตัวอักษร "ขอน–แก่น" อาคารสถานีเดิมถูกรื้อถอนใน พ.ศ. 2560 และสร้างขึ้นใหม่ในรูปแบบสถานียกระดับเพื่อรองรับรถไฟทางคู่ที่เริ่มต้นการก่อสร้างจากสถานีรถไฟชุมทางถนนจิระ จังหวัดนครราชสีมา

ทางอากาศ[แก้]

ปัจจุบัน สนามบินขอนแก่นมีสายการบินมาเปิดให้บริการเป็นจำนวนมาก มีจุดหมายปลายทางได้แก่ กรุงเทพฯ, สงขลา (หาดใหญ่), เชียงใหม่

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

ศาลหลักเมือง

สถานที่ทางประวัติศาสตร์[แก้]

  • ศาลหลักเมืองขอนแก่น : เป็นสถานที่เคารพบูชาของชาวขอนแก่น ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาสุขใจ ถนนเทพารักษ์ หน้าสำนักงานเทศบาลนครขอนแก่น ท่านเจ้าคุณปู่พระราชสารธรรมมุนีและหลวงธุรนัยพินิจ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้นำหลักศิลาจารึกมาจากโบราณสถานในท้องที่อำเภอชุมแพมาประกอบพิธีตามแนวทางพระพุทธศาสนาทำเป็นหลักเมืองเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2499 ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2549 เทศบาลนครขอนแก่น ได้ทำการบูรณะศาลหลักเมืองขอนแก่น ตามโครงการบูรณะพัฒนาปฏิสังขรณ์ศาลหลักเมืองและในวโรกาสมหามงคลสมัยเพื่อน้อมถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงเจริญพระชนมายุ 80 พรรษา โดยผลการคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างวิธีพิเศษ ได้ตกลงว่าจ้าง หจก.แก่นชาญกิจวิศวกรรม มาดำเนินการก่อสร้าง แล้วเสร็จและมีการฉลองสมโภชศาลหลักเมืองขอนแก่น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 80 พรรษา เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2550 สิ้นค่าก่อสร้างกว่า 54 ล้านบาท ศาลหลักเมืองขอนแก่นที่ปรับปรุงใหม่นั้น อยู่ ณ บริเวณจุดเดิม ลักษณะตัวอาคารมีศิลปะและสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ ทรวดทรงและส่วนประกอบงานศิลป์เป็นการอนุรักษ์งานสถาปัตยกรรมที่สำคัญของ ท้องถิ่นอีสาน ขนาดและรูปทรงเป็นเป็นอาคารโถงจัตุรมุข กว้างขวางโอ่โถงกว่าของเดิมมาก โดยมีขนาดตัวอาคาร 13 x 13 เมตร โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กมีพื้นที่ภายในเป็นห้องโถงรวม 73 ตารางเมตร ย่อมุมตัวอาคารโดยรอบมีระเบียงยื่นทั้ง 4 ด้าน ความสูงจากพื้นลานรอบอาคารถึงถึงยอดฉัตรทองคำรวม 27.50 เมตร หลังคาเป็นทรงจั่วจัตุรมุขหลังคาซ้อน 3 ชั้น และชั้นเครื่องยอดเป็นรูปเจดีย์ศิลปะพื้นเมืองอีสาน สัณฐานเป็นเจดีย์จำลองจากองค์พระธาตุขามแก่น
  • พระมหาธาตุแก่นนคร: ตั้งอยู่ภายในวัดหนองแวงพระอารามหลวง ถนนกลางเมือง เป็นศิลปะสมัยทวารวดีผสมผสานศิลปะอินโดจีน รูปทรงแบบชาวอีสานตากแห มี 9 ชั้น เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มีการตกแต่งด้วยลวดลายแกะสลัก และภาพเขียนอย่างงดงาม เป็นสถานที่เคารพบูชาของชาวขอนแก่น และเป็นสถานที่ชมทัศนียภาพเมืองขอนแก่น
  • อนุสาวรีย์พระนครศรีบริรักษ์: ตั้งอยู่ที่สวน เจ.ซี. ถนนรอบบึง พระนครศรีบริรักษ์หรือท้าวเพี้ยเมืองแพนเป็นขุนนางเชื้อพระวงศ์กษัตริย์เวียงจันทน์ มีธิดาชื่อนางคำแว่นเป็นสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในปี พ.ศ. 2332 ท้าวเพี้ยเมืองแพนได้พาสมัครพรรคพวกประมาณ 330 คน อพยพมาอยู่ที่บ้านบึงบอน ขึ้นตรงต่อพระยานครราชสีมา ต่อมาในปี พ.ศ. 2340 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ยกบ้านบึงบอนขึ้นเป็น "เมืองขอนแก่น" และยกฐานันดรศักดิ์ท้าวเพี้ยเมืองแพนขึ้นเป็น "พระนครศรีบริรักษ์" พ่อเมืองคนแรกของจังหวัดขอนแก่น ในปี พ.ศ. 2525 ประชาชนชาวขอนแก่น ได้ร่วมใจกันสร้างอนุสาวรีย์พระนครศรีบริรักษ์ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์และเคารพสักการะของชาวเมือง
  • น้ำส่างสนามบิน: ตั้งอยู่บริเวณถนนหน้าศูนย์ราชการ ตรงข้ามโรงเรียนสนามบินด้านทิศเหนือ เป็นบ่อน้ำประวัติศาสตร์ที่มีมาก่อนที่เมืองขอนแก่นจะมีน้ำประปาบริโภค เป็นจุดรวมใจของชาวขอนแก่น เป็นแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวขอนแก่นในอดีต และให้คุณประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่แก่ประชาชนชาวขอนแก่นมาเป็นเวลายาวนาน
  • ศาลหลักเมือง (เมืองเก่า) : เป็นศาลหลักเมืองหรือบือบ้านที่ท้าวเพี้ยเมืองแพนได้ตั้งไว้ ณ บริเวณใจกลางหมู่บ้าน เป็นเสาหลักเมืองขอนแก่นหลักแรกก่อนจะมีการย้ายเมืองอีก 5 ครั้ง ปัจจุบันตั้งอยู่บริเวณซอยกลางเมือง 21 ด้านข้างศูนย์กัลยาณมิตร
  • พระธาตุขามแก่น: พระธาตุขามแก่นตั้งอยู่ที่วัดเจติยภูมิ บ้านขาม หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านขาม อำเภอน้ำพอง เป็นปูชนียสถานของจังหวัดขอนแก่น บ้านขามเคยเป็นเมืองมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นเวลาประมาณ 2000 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 500
  • บึงละเลิงหวาย อำเภอพล : เป็นบึงขนาดเล็กซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าละเลิงหวาย และเป็นที่กราบสักการะของคนไทยเชื้อสายจีน และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง
  • ปราสาทเปือยน้อย ตั้งอยู่ที่ อ.เปือยน้อย เป็นปราสาทศิลปะขอมโบราณผสมระหว่างศิลปะเขมรแบบบาปวนและแบบนครวัด สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 เพื่อใช้เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู เป็นปราสาทที่มีความสมบูรณ์ที่สุดในเขตภาคอีสานตอนบน
  • นาหลังหมู่บ้านทุ่งน้อย ( นาเช้าสุข ) : เป็นทุ่งนาบริเวณกว้าง อยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้านทุ่งน้อย ตำบลลอมคอม อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ และมีทิวทัศน์ที่สวยงาม
  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 7 ขอนแก่น: ตั้งอยู่ที่ถนนกสิกรทุ่งสร้าง เป็นสถานที่ที่เก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่เป็นของแถบอีสานตอนเหนือ โดยรอบอาคารพิพิธภัณฑ์จัดตั้งใบเสมาหินที่ได้จาก "เมืองฟ้าแดดสงยาง" ไว้เป็นจำนวนมาก
  • หอศิลปวัฒนธรรมและอาคารศูนย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น: เป็นแหล่งแสดงศิลปะพื้นบ้านและเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการต่างๆ ตั้งอยู่ที่ถนนมะลิวัลย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • โฮงมูนมังเมืองขอนแก่น: โฮงมูนมังเมืองขอนแก่น ตั้งอยู่ ณ บริเวณชั้นล่างอาคารสวนสาธารณะ 200 ปี บึงแก่นนคร เทศบาลนครขอนแก่น ภายในโฮงมูนมันเมืองขอนแก่น ได้จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นพื้นที่ในส่วนของนิทรรศการ และห้องจำหน่ายของที่ระลึก สำหรับการจัดนิทรรศการได้แบ่งออกเป็น 5 โซน โดยแบ่งตามเนื้อหาสาระในระบบการปกครอง วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันน่าภาคภูมิใจของชาวขอนแก่น นับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคสร้างบ้านแปงเมือง จวบจนเป็นเมืองขอนแก่นในปัจจุบัน

สถานที่ทางธรรมชาติ[แก้]

  • ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ประจำท้องถิ่น จังหวัดขอนแก่น: ตั้งอยู่ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขที่ 4 บ้านสามเหลี่ยม ถนนศรีมารัตน์ เป็นแหล่งศึกษาความรู้สำหรับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ที่พร้อมไปด้วยข้อมูลพื้นฐาน ความรู้ หลักการทฤษฎีทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนเป็นแหล่งรวบรวมอุปกรณ์เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ และการแสดงถึงวิวัฒนาการในการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
  • พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง: ตั้งอยู่ในเขตตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า เป็นพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดและวิวัฒนาการของโลก ประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาและกำเนิดและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งไดโนเสาร์ที่ขุดค้นพบในหุบเขาภูเวียง ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะกับสถานศึกษาและนักท่องเที่ยวทั่วไป
  • บึงทุ่งพึงพืด: ศูนย์รวมพรรณไม้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น เป็นสาขา สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จังหวัดเชียงใหม่ ทำหน้าที่รวบรวม พรรณไม้ประจำถิ่นและข้อมูลพืชของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นศูนย์ทดลอง สาธิตและวิจัยพืชเศรษฐกิจและพืชทนเค็มตลอดจนที่ข้องเกี่ยวโดยร่วมมือกับนักวิจัยจากสถาบันในภูมิภาค ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่และภูมิทัศน์ ให้เป็นสถานที่ศึกษาฝึกอบรมของนักเรียน นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาในภูมิภาคและเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในธรรมชาติตลอดจนแหล่งสันทนาการและท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์แก่ผู้เข้าเยี่ยมชม
  • ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัดขอนแก่น: ตั้งอยู่ติดถนนมิตรภาพ ทางไปจังหวัดนครราชสีมา ประมาณกิโลเมตรที่ 44-45 ในเขตอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น
  • บึงแก่นนคร : เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและสถานที่ท่องเที่ยวใจกลางเมือง เป็นบึงธรรมชาติคู่เมืองขอนแก่น ที่มีความกว้างถึง 600 ไร่ในฤดูฝนจะมีระดับน้ำปริ่มฝั่ง มีสถานที่ออกกำลังกาย โซนตกปลา ลานกีฬา แหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลา ตั้งอยู่ติดกับถนนรอบบึง
  • บึงทุ่งสร้าง : ตั้งอยู่ที่ ถนนจอมพล ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (ทางไปบ้านดอนหญ้านาง) เป็นบึงน้ำและสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเขตเทศบาลนครขอนแก่นคอยดูแล เพื่อให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกายให้กับชาวเมือง มีการให้บริการต่างๆ เช่น สนามบาสเกตบอล ลานอเนกประสงค์ สระน้ำ และยังมีสวนนกขนาดใหญ่อยู่ภายในสวนสาธารณะด้วย บรรยากาศร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ที่มีทั้งไม้ดอกไม้ประดับปลูกไว้อย่างสวยงาม ปัจจุบันบึงทุ่งสร้าง ทางองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยกำลังปรับปรุงสถานที่ให้เป็นสวนสัตว์ ไนท์ซาฟารี หรือ ซิตตี้ซู
  • บึงหนองโคตร
  • สวนประตูเมือง ขอนแก่น (สวนเรืองแสง)

วัฒนธรรม[แก้]

จังหวัดขอนแก่นมีงานประเพณีและงานเทศกาลท้องถิ่นที่สำคัญ ดังนี้

  • งานประเพณีทำบุญตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่ โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 1 มกราคม ของทุกปี
  • งานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสานเทศกาลดอกคูน–เสียงแคน และถนนข้าวเหนียว โดยจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 5–15 เมษายน ของทุกปี
  • งานประเพณีวันเข้าพรรษา โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันเข้าพรรษาของทุกปี
  • งานประเพณีออกพรรษา ไต้ประทีปบูชา พุทธกตัญญู โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันออกพรรษาของทุกปี
  • งานเทศกาลไหมสากล ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาด จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน–10 ธันวาคม ของทุกปี

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จานวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกรายอายุ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561
  3. สำนักบริหารการทะเบียน. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "จำนวนประชากรและบ้าน." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.dopa.go.th/xstat/popyear.html 2555. สืบค้น 3 เมษายน 2556.
  • สำนักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น (ข้อมูลสำรวจเมื่อเดือนตุลาคม 2549)

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 16°25′N 102°50′E / 16.42°N 102.83°E / 16.42; 102.83