ข้าวเหนียว
| คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 g | |
|---|---|
| พลังงาน | 230 kcal (960 kJ) |
51.8 g | |
| น้ำตาล | 0.1 ก. |
0.60 g | |
4.10 g | |
| †เปอร์เซ็นต์ประมาณการโดยใช้คำแนะนำของสหรัฐอเมริกาสำหรับผู้ใหญ่ แหล่งที่มา: ตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข | |
ข้าวเหนียว (ชื่อวิทยาศาสตร์: Oryza sativa var. glutinosa) ข้าวเหนียวเป็นข้าวที่เก่าแก่ที่สุดที่ปลูกในประเทศไทย โดยมีการค้นพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีการปลูกข้าวเหนียวมาตั้งแต่ 5,500 ปีก่อน[1]เป็นข้าวที่มีลักษณะเด่นคือการติดกันเหมือนกาวของเมล็ดข้าวที่สุกแล้ว เมล็ดมีลักษณะเรียวเล็กคล้ายเขี้ยวงู[2] ปลูกมากทางภาคอีสานของประเทศไทยและ ประเทศลาว[3][4]
ข้าวเหนียวเป็นที่นิยมบริโภคอย่างกว้างขวางในประเทศ และเป็นอาหารหลักของประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ นอกจากการบริโภคโดยตรงแล้วยังมีการนำข้าวเหนียวมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตสุราพื้นเมือง การผลิตแป้งข้าวเหนียวเพื่ออุตสาหกรรมอาหารและขนมขบเคี้ยว
คนอีสานในวัฒนธรรมลาว กินข้าวเหนียวตั้งแต่หลายพันปีมาแล้ว สืบเนื่องถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับคนภาคเหนือ (ในวัฒนธรรมลาว เช่นกัน) เรียก ข้าวนึ่ง จึงมีคําเรียกอย่างดูถูกว่า “ลาวข้าวเหนียว” และ “ลาวข้าวนึ่ง” แต่ปัจจุบัน ข้าวเหนียวหรือข้าวนึ่ง กลายเป็นอาหารยอดนิยม[5] ข้าวเหนียวมีบทบาทในพิธีกรรมต่างๆ เช่น งานแต่งงาน (ที่ภาคใต้เรียกว่า "กินเหนียว") และงานบุญต่างๆ
ข้าวเหนียวมี 2 สี คือ สีขาวและสีดำ (คนเหนือเรียกว่า"ข้าวก่ำ") แต่ข้าวเหนียวดำจะมีสารอาหาร ที่เป็นประโยชน์มากกว่าข้าวเหนียวขาว สารอาหารที่ว่า คือ “โอพีซี" (OPC) มีสรรพคุณช่วยชะลอการแก่ก่อนวัย และความเสื่อม ถอยของร่างกาย โดยสารโอพีซีที่พบในข้าวเหนียวดำ เป็นสารชนิดเดียวกับสารสกัดที่ได้ จากองุ่นดำองุ่นแดง เปลือกสน
อ้างอิง
[แก้]- ↑ สุจิตต์วงษ์เทศ. ""ข้าวเหนียว" อาหารหลักเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย". มติชนสุดสัปดาห์. สืบค้นเมื่อ 2025-07-13.
- ↑ customerservice (2023-08-15). "ทำไมข้าวเหนียวถึงเหนียว?". Thamm Culture. สืบค้นเมื่อ 2025-07-13.
- ↑ "รู้ลึกเรื่อง 'ข้าวเหนียว'". posttoday. 2020-07-21. สืบค้นเมื่อ 2025-07-13.
- ↑ gabby (2023-04-27). "The history of sticky rice". Tilda Rice UK (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2025-07-13.
- ↑ Neng (2022-07-02). "ข้าวเหนียว พันธุ์ข้าวเก่าแก่ของสุวรรณภูมิ ข้าวที่คนทั่วไปกินกัน". สืบค้นเมื่อ 2025-07-13.