จังหวัดพัทลุง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำหรับพัทลุง ในความหมายอื่น ดูที่ พัทลุง (แก้ความกำกวม)
จังหวัดพัทลุง
ตราประจำจังหวัดพัทลุง
ตราประจำจังหวัด
เมืองหนังโนรา อู่นาข้าว พราวน้ำตก
แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้ำพุร้อน
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย พัทลุง
อักษรโรมัน Phatthalung
ชื่อไทยอื่น ๆ เมืองลุง, เสกัก
ผู้ว่าราชการ กู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2560)
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 3,424.473 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 58)
ประชากร 524,857 คน[2] (พ.ศ. 2560)
(อันดับที่ 49)
ความหนาแน่น 153.26 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 28)
ISO 3166-2 TH-93
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
ต้นไม้ พะยอม
ดอกไม้ พะยอม
สัตว์น้ำ ปลากระแห
ศาลากลางจังหวัด
ที่ตั้ง ถนนราเมศวร์ ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง 93000
โทรศัพท์ (+66) 0 7461 3409
โทรสาร (+66) 0 7461 3409
เว็บไซต์ จังหวัดพัทลุง
แผนที่
 
ประเทศมาเลเซียประเทศพม่าประเทศลาวประเทศเวียดนามประเทศกัมพูชาจังหวัดนราธิวาสจังหวัดยะลาจังหวัดปัตตานีจังหวัดสงขลาจังหวัดสตูลจังหวัดตรังจังหวัดพัทลุงจังหวัดกระบี่จังหวัดภูเก็ตจังหวัดพังงาจังหวัดนครศรีธรรมราชจังหวัดสุราษฎร์ธานีจังหวัดระนองจังหวัดชุมพรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จังหวัดเพชรบุรีจังหวัดราชบุรีจังหวัดสมุทรสงครามจังหวัดสมุทรสาครกรุงเทพมหานครจังหวัดสมุทรปราการจังหวัดฉะเชิงเทราจังหวัดชลบุรีจังหวัดระยองจังหวัดจันทบุรีจังหวัดตราดจังหวัดสระแก้วจังหวัดปราจีนบุรีจังหวัดนครนายกจังหวัดปทุมธานีจังหวัดนนทบุรีจังหวัดนครปฐมจังหวัดกาญจนบุรีจังหวัดสุพรรณบุรีจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจังหวัดอ่างทองจังหวัดสิงห์บุรีจังหวัดสระบุรีจังหวัดลพบุรีจังหวัดนครราชสีมาจังหวัดบุรีรัมย์จังหวัดสุรินทร์จังหวัดศรีสะเกษจังหวัดอุบลราชธานีจังหวัดอุทัยธานีจังหวัดชัยนาทจังหวัดอำนาจเจริญจังหวัดยโสธรจังหวัดร้อยเอ็ดจังหวัดมหาสารคามจังหวัดขอนแก่นจังหวัดชัยภูมิจังหวัดเพชรบูรณ์จังหวัดนครสวรรค์จังหวัดพิจิตรจังหวัดกำแพงเพชรจังหวัดตากจังหวัดมุกดาหารจังหวัดกาฬสินธุ์จังหวัดเลยจังหวัดหนองบัวลำภูจังหวัดหนองคายจังหวัดอุดรธานีจังหวัดบึงกาฬจังหวัดสกลนครจังหวัดนครพนมจังหวัดพิษณุโลกจังหวัดอุตรดิตถ์จังหวัดสุโขทัยจังหวัดน่านจังหวัดพะเยาจังหวัดแพร่จังหวัดเชียงรายจังหวัดลำปางจังหวัดลำพูนจังหวัดเชียงใหม่จังหวัดแม่ฮ่องสอนแผนที่ประเทศไทย จังหวัดพัทลุงเน้นสีแดง
เกี่ยวกับภาพนี้

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

พัทลุง เป็นจังหวัดในภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย เคยเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่แห่งหนึ่ง และยังมีสภาพภูมิประเทศทั้งที่ราบ เนินเขา และชายฝั่ง โดยทางทิศตะวันตกของจังหวัด จะเป็นพื้นที่ที่ราบสูงและที่ราบเชิงเขา อันเนื่องมาจากมีพื้นที่ติดต่อกับเทือกเขานครศรีธรรมราช ถัดลงมาทางตอนกลางและทางทิศตะวันออกของจังหวัด จรดทะเลสาบสงขลาจะเป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การทำการเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนาข้าว ชาวภาคใต้จะเรียกจังหวัดนี้ว่า เมืองลุง

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

  • คำขวัญประจำจังหวัด : เมืองหนังโนรา อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้ำพุร้อน
  • ตราประจำจังหวัด : ปรากฏเป็นรูปภูเขาอกทะลุ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของจังหวัด ซึ่งภูเขาอกทะลุนี้ ตั้งอยู่ในตัวอำเภอเมืองพัทลุง ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ มีบันไดทอดตัวยาวขึ้นจากเชิงเขาถึงถ้ำ ซึ่งเป็นรูอยู่ตรงกลางเพื่อให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมทิวทัศน์ของจังหวัดพัทลุง ได้อย่างกว้างขวาง หากแต่ปัจจุบันยังขาดการดูแล ปรับปรุงและพัฒนาที่ยั่งยืนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด
  • ต้นไม้ประจำจังหวัด : ต้นพะยอม (Shorea roxburghii)
  • ดอกไม้ประจำจังหวัด : ดอกพะยอม
  • สัตว์น้ำประจำจังหวัด : ปลากระแหหรือปลาลำปำ (Barbonymus schwanenfeldii)
พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ โดยได้รับการโปรดเกล้าฯจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชให้นำมาประดิษฐานประจำทิศใต้ ณ จังหวัดพัทลุง ถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดพัทลุงและพระพุทธรูปประจำภาคใต้
น้ำตกโตนแพรทอง อยู่ในเขตอำเภอศรีนครินทร์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพัทลุง

ที่ตั้ง[แก้]

จังหวัดพัทลุง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของภาคใต้ของประเทศไทย ระหว่างละติจูดที่ 7 องศา 6 ลิปดาเหนือถึง 7 องศา 53 ลิปดาเหนือ และลองจิจูดที่ 100 องศา 5 ลิปดาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพมหานครตามเส้นทางสายเอเชีย (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41) เป็นระยะทางประมาณ 858 กิโลเมตร และตามเส้นทางรถไฟ ระยะทางประมาณ 846 กิโลเมตร ความยาวของจังหวัดจากทิศเหนือไปทิศใต้ประมาณ 78 กิโลเมตรและความกว้างจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ระยะทางประมาณ 53 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 3,424.473 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,140,296 ไร่ (พื้นดิน 1,919,446 ไร่ พื้นน้ำ 220,850 ไร่)

มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้

อาณาเขตจังหวัดพัทลุงด้านตะวันออกซึ่งติดต่อกับทะเลสาบสงขลาตอนกลาง(ทะเลหลวง)

ประวัติ[แก้]

พัทลุงเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ดังปรากฏหลักฐานจากการค้นพบขวานหินขัดในท้องที่ทั่วไปหลายอำเภอในสมัยศรีวิชัย (พุทธศตวรรษที่ 13–14) บริเวณเมืองพัทลุงเป็นแหล่งที่ได้รับวัฒนธรรมอินเดียในด้านพระพุทธศาสนาลัทธิมหายาน มีหลักฐานค้นพบ เช่น พระพิมพ์ดินดิบจำนวนมากเป็นรูปพระโพธิสัตว์ รูปเทวดาโดยค้นพบบริเวณถ้ำคูหาสวรรค์ และถ้ำเขาอกทะลุ[ต้องการอ้างอิง]

ในพุทธศตวรรษที่ 19 เมืองพัทลุงได้ตั้งขึ้นอย่างมั่นคงภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา ในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ ได้ปรากฏชื่อเมืองพัทลุง ในกฎหมายพระอัยการนาทหารหัวเมือง พ.ศ. 1998 ระบุว่าเมืองพัทลุงมีฐานะเป็นเมืองชั้นตรี ซึ่งนับได้ว่าเป็นหัวเมืองหนึ่งของพระราชอาณาจักรทางใต้ ที่ตั้งเมืองพัทลุงในระยะเริ่มแรกนั้นเชื่อกันว่า ตั้งอยู่ที่เมืองสทิงพระ จังหวัดสงขลาในปัจจุบัน มักจะประสบปัญหาโดนโจมตีจากกลุ่มโจรสลัดมลายูอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มโจรสลัดราแจะอารูและอุยงคตนะ ได้เข้าปล้นสดมภ์โจมตีเผาทำลายเมืองอยู่เนือง ๆ[ต้องการอ้างอิง]

ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม ด๊ะโต๊ะโมกอล ชาวมุสลิมที่อพยพมาจากเมืองสาเลห์ บริเวณหมู่เกาะชวา ซึ่งเป็นต้นตระกูลของสุลต่านสุไลมาน แห่งเมืองสงขลาได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานค้าขาย ณ หัวเขาแดง แล้วตั้งประชาคมมุสลิมขึ้น ตรงนั้นอย่างสงบ ไม่มีการขัดแย้งกับชาวเมืองที่อยู่มาก่อน ปักหลักอยู่ยาวนานจนมีผู้คนอพยพมาอาศัยอยู่มากขึ้นในที่สุดก็พัฒนาขึ้นมาเป็นเมืองท่าปลอดภาษี มีเรือสำเภาแวะเข้ามาซื้อ

บทบาทของดะโต๊ะโมกอลได้รับการสนับสนุนจากอาณาจักรศรีอยุธยาด้วยดี พระเจ้าทรงธรรมโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็น "ข้าหลวงใหญ่" ผู้ดำรงตำแหน่งนี้ต่อมาคือท่านสุไลมานบุตรชายคนโต มีหน้าที่ปกครองดูแลรักษาความสงบของพื้นที่ตั้งแต่ตอนล่างของนครศรีธรรมราช มาจดเขตปัตตานี ครอบคลุมครึ่งล่างของเมืองตรัง ปะเหลียน พัทลุง และสงขลา นอกจากนี้ก็ต้องเก็บส่วยสาอากรส่งถวายพระเจ้าแผ่นดินที่กรุงศรีอยุธยา ท่านสุไลมานก็ได้ทำหน้าที่นี้เรียบร้อยด้วยดีมาตลอด ต่อมาได้ย้ายเมืองสงขลาจากสทิงพระมายังหัวเขาแดงซึ่งมีชัยภูมิป้องกันตนเองได้ดีกว่า

ในสมัยสุลต่านสุไลมาน บุตรของดะโต๊ะโมกอล ได้ส่ง ฟาริซีน้องชายซึ่งเป็นปลัดเมืองมาสร้างเมืองใหม่ที่เขาชัยบุรี เพื่อป้องกันศัตรูที่จะมาโจมตีเมืองสงขลาทางบก ภายหลังได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าเมืองพัทลุง และได้ย้ายเมืองพัทลุงออกจากเมืองสงขลาตั้งแต่นั้น และตั้งเมืองอยู่ที่เขาชัยบุรีตลอดมาจนกระทั่งสิ้นกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ. 2310[ต้องการอ้างอิง]

ในสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ ได้มีการย้ายสถานที่ตั้งเมืองอีกหลายครั้งและได้ยกขึ้นเป็นเมืองชั้นโทในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในช่วงนี้เมืองพัทลุงมีผู้นำที่มีความสำคัญในการสร้างความเจริญและความมั่นคงให้กับบ้านเมืองหลายท่าน อาทิ พระยาพัทลุง (ขุนคางเหล็ก) พระยาวิชิตเสนา (ทองขาว)พระยาอภัยบริรักษ์ (จุ้ย จันทร์โรจน์วงศ์) ส่วนประชาชนชาวเมืองพัทลุงก็ได้มีบทบาทในการร่วมมือกับผู้นำ ต่อสู้ป้องกันเอกราชของชาติมาหลายครั้ง เช่น เมื่อสงครามเก้าทัพ (พ.ศ. 2328 – 2329) พม่าจัดกองทัพใหญ่ 9 ทัพ 1 ใน 9 ทัพ มีเกงหวุ่นแมงยีเป็นแม่ทัพ ยกลงมาตีทางใต้ ตีได้เมืองกระบุรี ระนอง ชุมพร ไชยา และนครศรีธรรมราชตามลำดับ และในขณะที่กำลังจัดไพร่พลอยู่ที่นครศรีธรรมราช เพื่อจะยกมาตีเมืองพัทลุงและสงขลานั้น พระยาพัทลุงโดยความร่วมมือจากพระมหาช่วยแห่งวัดป่าลิไลยก์ ได้รวบรวมชาวพัทลุงประมาณ 1,000 คน ยกออกไปตั้งขัดตาทัพที่คลองท่าเสม็ด จนกระทั่งทัพของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท วังหน้าในรัชกาลที่ 1 ทรงยกกองทัพมาช่วยหัวเมืองปักษ์ใต้ ตีทัพพม่าแตกหนีไป พระมหาช่วยได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ลาสิกขาแล้วแต่งตั้งเป็นพระยาทุกขราษฎร์ช่วยราชการเมืองพัทลุง นอกจากสงครามกับพม่าแล้วชาวพัทลุงยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติในหัวเมืองภาคใต้ เพราะปรากฏอยู่เสมอว่าทางเมืองหลวงได้มีคำสั่งให้เกณฑ์ชาวพัทลุง พร้อมด้วยเสบียงอาหารไปทำสงครามปราบปรามกบฏในหัวเมืองมลายูเช่น กบฏไทรบุรี พ.ศ. 2373 และ พ.ศ. 2381 ซึ่งบทบาทดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นความสำคัญของเมืองพัทลุง ทางด้านการเมือง การปกครองในอดีตเป็นอย่างดี[ต้องการอ้างอิง]

ครั้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ปฏิรูปการปกครองเป็นแบบเทศาภิบาลใน พ.ศ. 2437 และได้ประกาศจัดตั้งมณฑลนครศรีธรรมราชขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2439 ประกอบด้วยเมืองต่างๆ คือ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และหัวเมืองทั้ง 7 ที่เป็นเมืองปัตตานีเดิม สำหรับเมืองพัทลุงแบ่งการปกครองออกเป็น 3 อำเภอ คืออำเภอกลางเมือง อำเภออุดร และอำเภอทักษิณ ขณะนั้นตัวเมืองตั้งอยู่ที่ตำบลลำปำ จนกระทั่ง พ.ศ. 2467 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองพัทลุงมาอยู่ที่ตำบลคูหาสวรรค์ในปัจจุบัน เพื่อจะได้อยู่ใกล้เส้นทางรถไฟ และสะดวกในด้านติดต่อกับเมืองต่างๆ[ต้องการอ้างอิง]

จากอดีตถึงปัจจุบัน เมืองพัทลุงได้มีการย้ายเมืองหลายครั้งสถานที่เคยเป็นที่ตั้งเมืองพัทลุงมาแล้ว ได้แก่

1.โคกเมืองแก้ว ปัจจุบัน หมู่ที่ 4 ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน 2.บ้านควนแร่ ปัจจุบัน หมู่ที่ 1 ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง 3.เขาชัยบุรี(เขาเมือง) ปัจจุบัน เขต 3 ตำบล คือตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง 4.ท่าเสม็ด ปัจจุบัน ตำบลท่าเสม็ด อำเภอชะอวด จ.นครศรีธรรมราช 5.เมืองพระรถ ปัจจุบัน หมู่ที่ 1 ตำบลควนมะพร้าว อ.เมืองพัทลุง 6.บ้านควนมะพร้าว ปัจจุบัน หมู่ที่ 2 ตำบลพญาขัน อ.เมืองพัทลุง 7.บ้านม่วง ปัจจุบัน หมู่ที่ 2 ตำบลพญาขัน อ.เมืองพัทลุง 8.บ้านโคกสูง ปัจจุบัน หมู่ที่ 4 ตำบลลำปำ อ.เมืองพัทลุง

ในปี พ.ศ. 2476 ได้มีการจัดระเบียบบริหารส่วนภูมิภาคเป็นจังหวัดและอำเภอ ได้ยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ทำให้เมืองพัทลุงมีฐานะเป็นจังหวัดหนึ่ง ในปัจจุบันจังหวัดพัทลุง แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ คือ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน อำเภอกงหราอำเภอตะโหมด อำเภอป่าบอน อำเภอศรีบรรพต อำเภอป่าพะยอม อำเภอบางแก้ว และอำเภอศรีนครินทร์[3]

หน่วยการปกครอง[แก้]

การปกครองแบ่งออกเป็น 11 อำเภอ 65 ตำบล 626 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองพัทลุง
  2. อำเภอกงหรา
  3. อำเภอเขาชัยสน
  4. อำเภอตะโหมด
  5. อำเภอควนขนุน
  6. อำเภอปากพะยูน
  7. อำเภอศรีบรรพต
  8. อำเภอป่าบอน
  9. อำเภอบางแก้ว
  10. อำเภอป่าพะยอม
  11. อำเภอศรีนครินทร์
 
แผนที่หน่วยการปกครอง

รายนามเจ้าเมืองและผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง[แก้]

รายพระนาม รายนาม พุทธศักราช
  1. พระยาพัทลุง (ขุนคางเหล็ก) 2315 - 2332
  2. พระศรีไกรลาศ 2332 - 2333
  3. พระยาวิจิตเสนา (ทองขาว) 2334 - 2360
  4. พระยาพัทลุง (เผือก) 2360 - 2369
  5. พระยาอุทัยธรรม (น้อยใหญ่) 2369 - 2382
  6. พระยาอภัยบริรักษ์ (จุ้ย จันทรโรจน์วงศ์) 2382 - 2393
  7. พระยาอภัยบริรักษ์ (ทับ) 2394 - 2410
  8. พระยาอภัยบริรักษ์ (น้อย) 2410 - 2431
  9. พระยาอภัยบริรักษ์ (เนตร) 2431 - 2446
  10. พระสุรฤทธิ์ภักดี (คอยุตี่  ณ ระนอง) 2446 - 2447
  11. พระศิริธรรมบริรักษ์ (เย็น  สุวรรณปัตมะ) 2447 - 2449
  12. พระแก้วโกรพ (หมี ณ ถลาง) 2449 - 2450
  13. พระกาญจนดิษฐ์มณี (อวบ  ณ ถลาง) 2450 - 2451
  14. พระยาอุดรกิจพิจารณ์ (สุด  สารสุทธิ) 2452 - 2454
  15. พระยาวุฒิภาคภักดี (ช้าง  ช้างเผือก) 2455 - 2456
  16. หม่อมเจ้าพระสพประสงค์ (ชุมพล) 2456 - 2456
  17. หลวงวิชิตเสรี (หงวน ศตะรัตน์) 2457 - 2458
  18. พระวิชิตสรไกร (ทองสุก ผลพันธิน) 2458 - 2464
  19. พระคณาศัยสุนทร  (สา สุวรรณสาร) 2464 - 2475
  20. พระสาครบุรานุรักษ์ (ปริก  สุวรรณนานนท์) 2475 - 2476
  21. พ.อ.พระยาสุรเดชรณชิต (ชิต  ยุวณเตมีย์) 2476 - 2477
  22. ขุนประสงค์สุขการี (สมบุญ ลาภเจริญ) 2477 - 2479
  23. หลวงปราณีประชาชน (ลาภ  หงษเวศ) 2479 - 2485
  24. ขุนพิเศษนครกิจ  (ชุบ กลิ่นสุคนธ์) 2485 - 2486
  25. หลวงอรรถวิจิตรจรรยารักษ์ (กังวาน  วงษ์สกุล) 2486 - 2487
  26. ร.อ.ขุนสุรจิตจตุรงค์ (สุรจิต  อินทรกำแหง) 2488 - 2489
  27. นายสุวรรณ รื่นยศ 2489 - 2490
  28. หลวงอรรถวิภัชพจนกร (กรุง  อรรถวิภัชน์) 2491 - 2493
  29. นายลิขิต สัตยายุทย์ 2493 - 2495
  30. นายจันทร์ สมบูรณ์กุล 2495 - 2497
  31. นายชูสง่า ไชยพันธ์ 2497 - 2498
  32. ขุนวัฒนานุรักษ์  (ประจักษ์ วงษ์รัตน์) 2498 - 2499
  33. พ.ต.อ.บุญนรงค์ วัฑฒนายนต์ 2499 - 2500
  34. นายพันธุ์ สายตระกูล 2500 - 2501
  35. นายวิชาญ บรรณโสภิฐ 2501 - 2503
  36. นายสวัสดิ์ มีเพียร 2503 - 2508
  37. นายนิรุต  ไชยกูล 2508 - 2509
  38. นายสมัค  ปทุมานนท์ 2509 - 2512
  39. นายมนัส เจริญประสิทธิ์ 2512 - 2514
  40. พลตรีสุวรรณ อินทุลักษณ์ 2514 - 2517
  41. นายจำลอง  พลเดช 2517 - 2518
  42. นายบำรุง สุขบุษย 2518 - 2519
  43. นายดิเรก ดิเรกวัฒนะ 2519 - 2521
  44. ร้อยตรีกิตติ ประทุมแก้ว 2521 - 2523
  45. นายนิพนธ์ บุญญภัทโร 2523 - 2526
  46. เรือตรีสุกรี รักษ์ศรีทอง 2526 - 2529
  47. ร้อยตรีอนุกูล สุภาไชยกิจ 2529 - 2531
  48. พันตรีชอบ มงคลรัตน์ 2531 - 2533
  49. นายสมพงศ์ ศรียะพันธุ์ 2533 - 2535
  50. นายไพโรจน์ พรหมสาส์น 2535 - 2537
  51. นายประสิทธิ์ พรรณพิสุทธิ์ 2537 - 2539
  52. นายสุวิช  รัตนะรัต 2539 - 2540
  53. นายนิรันดร์ชัย เพชรสิงห์ 2540 - 2542
  54. นายไพศาล แก้วประสม 2543 - 2544
  55. นายอำนวย สงวนนาม 2544 - 2546
  56. นายประจักษ์ สุวรรณภักดี 2546 - 2549
  57. นายสุเทพ โกมลภมร 2549 - 2552
  58. นายวิญญู ทองสกุล 2552 - 2552
  59. นายวินัย ครุวรรณพัฒน์ 2552 - 2553
  60. นายพิสิษฐ บุญช่วง 2553 - 2554
  61. นายวิญญู  ทองสกุล 2554 - 2556
  62. นายเสรี  ศรีหะไตร 2556 - 2557
  63. ดร.วินัย  บัวประดิษฐ์ 2557 - 2559
64. นายวันชัย คงเกษม 2559 - 2560
65. นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธ์ุ 2560 - ปัจจุบัน

อุทยาน[แก้]

การศึกษา[แก้]

โรงเรียน[แก้]

ระดับอุดมศึกษา[แก้]

  • มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง
  • วิทยาลัยเทคนิคพัทลุง
  • วิทยาลัยสารพัดช่างพัทลุง
  • วิทยาลัยนาฏศิลป์พัทลุง

ชาวพัทลุงที่มีชื่อเสียง[แก้]

พระสงฆ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_58.pdf 2560. สืบค้น 27 มีนาคม 2561.
  3. http://www.phatthalung.go.th/history.php Retrieved on 23 December 2012

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 7°38′N 100°04′E / 7.63°N 100.07°E / 7.63; 100.07