ย่างกุ้ง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ย่างกุ้ง
ရန်ကုန်
ร่างกุ้ง
เมือง
ภาพเมืองย่างกุ้ง
ภาพเมืองย่างกุ้ง
ย่างกุ้ง ซึ่งตั้งอยู่ใน พม่า
ย่างกุ้ง
ย่างกุ้ง
ที่ตั้งเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า
พิกัดภูมิศาสตร์: 16°48′N 96°09′E / 16.800°N 96.150°E / 16.800; 96.150พิกัดภูมิศาสตร์: 16°48′N 96°09′E / 16.800°N 96.150°E / 16.800; 96.150
ประเทศ พม่า
เขต ย่างกุ้ง
ตั้งถิ่นฐาน ราว ค.ศ. 1028–1043
การปกครอง
 • นายกเทศมนตรี ลา มยิน
เนื้อที่[1]
 • เขตเมือง 231.18 ตร.ไมล์ (598.75 ตร.กม.)
 • เขตมหานคร 3,930 ตร.ไมล์ (10,170 ตร.กม.)
ประชากร (2013)[2]
 • เมือง 5,998,000
 • ชาติพันธุ์ พม่า, ชิน, ยะไข่, มอญ, กะเหรี่ยง, พม่าเชื้อสายจีน, พม่าเชื้อสายอินเดีย, พม่าเชื้อสายอังกฤษ
 • ศาสนา พุทธ, คริสต์, ฮินดู, อิสลาม
เขตเวลา MST (UTC+6:30)
รหัสพื้นที่ 1
เว็บไซต์ www.yangoncity.com.mm

ย่างกุ้ง[3] (พม่า: ရန်ကုန်; MLCTS: rankun, ออกเสียง: [jàɴɡòʊɴ] ยานโกน; "อวสานสงคราม"[4]) หรือ ร่างกุ้ง (อังกฤษ: Rangoon) คืออดีตเมืองหลวงของประเทศพม่าและเป็นเมืองหลวงของเขตย่างกุ้ง นอกจากนี้ยังเคยเป็นเมืองหลวงของรัฐบาลพลัดถิ่นอินเดียในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (กลุ่ม Azad Hind หรือ Free India) ย่างกุ้งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมีประชากรกว่า 5 ล้านคน และเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญที่สุด ถึงแม้ว่ารัฐบาลทหารพม่าจะทำการย้ายเมืองหลวงไปยังเนปยีดอในเดือนมีนาคม 2549 แล้วก็ตาม[5]

แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานในเมืองย่างกุ้งจะยังไม่ได้รับการพัฒนามากนักเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ปัจจุบันย่างกุ้งก็มีจำนวนของอาคารในยุคอาณานิคมเป็นจำนวนมากที่สุดในภูมิภาค[6] ขณะที่ในสองทศวรรษที่ผ่านมามีการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารสูงที่เป็นที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ทั่วทั้งย่านใจกลางเมืองและตลอดทั้งเมือง แต่เมืองอื่นที่อยู่โดยรอบก็ยังมีความยากจนอยู่มาก[ต้องการอ้างอิง]

ที่มาของชื่อ[แก้]

ย่างกุ้ง (ရန်ကုန်) เป็นคำผสมที่เกิดจากคำว่า ยาน yan (ရန်) ซึ่งมีความหมายว่า ศัตรู ข้าศึก และคำว่า โกน koun (ကုန်) ซึ่งมีความหมายว่า หมดไป ซึ่งสามารถแปลได้อีกอย่างว่า อวสานสงครามหรือสิ้นสุดสงคราม ส่วนคำว่าย่างกุ้งในภาษาอังกฤษ Rangoon มีที่มาจากการเลียนเสียงของคำว่า ยานโกน Yangon ในภาษาอาระกัน ซึ่งออกเสียงว่า รอนกู้น [rɔ̀ɴɡʊ́ɴ] ขณะที่ในภาษาไทยยังไม่แน่ชัดว่าเกิดจากการเลียนเสียงจากภาษาใดกันแน่

ประวัติศาสตร์[แก้]

ประวัติศาสตร์ยุคเริ่มแรก[แก้]

ย่างกุ้งก่อตั้งขึ้นในชื่อ ดากอน (Dagon) ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 (พ.ศ.1571-1586) โดยชาวมอญซึ่งครอบครองพื้นที่ภาคใต้ส่วนใหญ่ของพม่าในขณะนั้น[7] ดากอนเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ซึ่งมีศูนย์กลางคือเจดีย์ชเวดากอง ในพ.ศ.2298 พระเจ้าอลองพญา ได้บุกยึดดากอน พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น ย่างกุ้ง (Yangon) และมีการตั้งถิ่นฐานของราษฎรที่เพิ่มขึ้นตลอดมา เมื่อถึงพ.ศ.2367 กองทัพอังกฤษสามารถยึดเมืองย่างกุ้งได้ในสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งแรก แต่หลังจากสงคราม อังกฤษก็คืนย่างกุ้งให้แก่พม่า ในพ.ศ.2384 เกิดเพลิงไหม้ใหญ่ในเมืองซึ่งทำลายเมืองไปเกือบทั้งหมด[8]

ร่างกุ้งในยุคอาณานิคม[แก้]

อังกฤษยึดย่างกุ้งและส่วนล่างของพม่าทั้งหมดได้ในสงครามระหว่างอังกฤษ-พม่าครั้งที่สอง เมื่อปี 2395 และได้เปลี่ยนย่างกุ้งให้กลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าและการเมืองของพม่าของอังกฤษ (British Burma) และยังเป็นสถานที่ซึ่งอังกฤษส่งตัวจักรพรรดิบาฮาดูร์ ชาห์ ซาฟาร์ที่ 2 จักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์โมกุลของอินเดียมาจองจำหลังจากเกิดเหตุการณ์กบฎอินเดีย หรือกบฎซีปอยขึ้นเมื่อปี 2400 อังกฤษได้สร้างเมืองย่างกุ้งใหม่โดยวางผังเมืองเป็นรูปตารางบนที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ โดยมีร้อยโทอเล็กซานเดอร์ เฟรเซอร์ นายทหารช่างเป็นผู้ควบคุมการออกแบบ มีพื้นที่ทอดยาวไปทางทิศตะวันออกจรดแม่น้ำพะซุนดวง (Pazundaung Creek) ทิศตะวันตกและทิศใต้จรดแม่น้ำย่างกุ้ง ย่างกุ้งกลายเป็นเมืองหลวงของพม่าของอังกฤษหลังจากที่อังกฤษยึดพม่าตอนบนได้ในสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่ 3 เมื่อปี 2428 และตั้งแต่ทศวรรษที่ 1890 เป็นต้นมา ประชากรและการค้าในย่างกุ้งเติบโตขึ้นอย่างรุ่งเรืองซึ่งเป็นผลให้เมืองขยายออกไปทางเหนือจรด รอยัล เลค หรือทะเลสาบ กันดอจี (Kandawgyi) และทะเลสาบอินยา (Inya Lake)[9] นอกจากนี้อังกฤษยังได้จัดตั้งโรงพยาบาลขึ้น หนึ่งในนั้นคือ โรงพยาบาลย่างกุ้ง (Rangoon General Hospital) และวิทยาลัย ซึ่งก็คือ มหาวิทยาลัยย่างกุ้ง (Rangoon University) ในปัจจุบัน

ย่างกุ้งในยุคอาณานิคม มีสวนสาธารณะและทะเลสาบที่กว้างขวาง อีกทั้งยังประกอบไปด้วยอาคารที่ทันสมัยและสถาปัตยกรรมไม้แบบดั้งเดิม ทำให้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ "สวนเมืองแห่งทิศตะวันออก" (the garden city of the East)[9] และในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ย่างกุ้งก็มีการบริการสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานที่เทียบเท่าลอนดอนเลยทีเดียว[10]

ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ประชากรเกินครึ่งของ 5 แสนคนในย่างกุ้งเป็นชาวอินเดียหรือไม่ก็ชาวเอเชียใต้อื่นๆ มีเพียงแค่ 1 ใน 3 เท่านั้นที่เป็นชาวพม่า[11] ขณะที่เหลือประกอบไปด้วยชาวกะเหรี่ยง พม่าเชื้อสายจีน และลูกครึ่งอังกฤษ-พม่า

หลังจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งย่างกุ้งกลายเป็นศูนย์กลางของการเคลื่อนไหวเรียกร้องเอกราชโดยมีนักศึกษาฝ่ายซ้ายเป็นแกนนำ มีการประท้วงต้อจักรวรรดิอังกฤษทั้งหมด 3 ครั้ง ในปี 2463, 2479 และ 2481 ทั้งหมดเกิดขึ้นในย่างกุ้ง ย่างกุ้งตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่น (2485-2488) และเมืองได้รับความเสียหายอย่างมากจากสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ก็ยึดคืนมาได้หลังสงครามสิ้นสุดลงโดยฝ่ายสัมพันธมิตร ในเดือนพฤษภาคม 2488 ย่างกุ้งกลายเป็นเมืองหลวงของสหภาพพม่าเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2491 เมื่อประเทศได้รับเอกราชจากจักรวรรดิอังกฤษ

ย่างกุ้งในสมัยปัจจุบัน[แก้]

ไม่นานหลังจากการได้รับเอกราชของพม่าเมื่อปี 2491 ชื่อหลายชื่อของถนนและสวนสาธารณะที่เป็นแบบอาณานิคมถูกเปลี่ยนให้มีความเป็นชาตินิยมพม่ามากขึ้น ในปี 2532 รัฐบาลทหารพม่าได้เปลี่ยนชื่อเมืองในภาษาอังกฤษเป็น Yangon (เดิม Rangoon) พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ อีกมากมายในการทับศัพท์ภาษาอังกฤษโดยชื่อพม่า(การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้รับการยอมรับจากชาวพม่าจำนวนมากซึ่งคิดว่ารัฐบาลทหารไม่มีความเหมาะสมที่จะทำการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เช่นเดียวกับสื่อสิ่งพิมพ์ สำนักข่าวหลายสำนัก รวมไปถึงสื่อที่มีชื่อเสียงอย่าง บรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษ(สำนักข่าวบีบีซี) สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกาและชาติอื่นๆ)[12][13]

นับตั้งแต่ได้รับเอกราชย่างกุ้งมีการขยายตัวออกไปมาก รัฐบาลได้สร้างเมืองขึ้นมาโดยรอบ เช่นในทศวรรษที่ 1950 สร้างย่านธาเกตา (Thaketa) ออกกะลาปาเหนือ (North Okkalapa) ออกกะลาปาใต้ (South Okkalapa) จนถึงทศวรรษที่ 1980 เกิดย่าน แลงตะยะ (Hlaingthaya) ชเวปีตา (Shwepyitha) และดากอนใต้ (South Dagon)[8] ทำให้ทุกวันนี้มหานครย่างกุ้งครอบคลุมพื้นที่เกือบ 600 ตารางกิโลเมตร (230 ตารางไมล์)[1]

ในช่วงการปกครองแบบลัทธิโดดเดี่ยวโดยนายพลเน วิน (2505-2531) โครงสร้างพื้นฐานของย่างกุ้งเสื่อมโทรมมากเนื่องจากไม่ได้รับการบำรุงรักษาที่ดีและไม่รองรับกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ช่วงทศวรรษที่ 1990 รัฐบาลทหารมีนโยบายเปิดตลาดมากขึ้นเพื่อดึงดูดการลงทุนจากทั้งในและนอกประเทศซึ่งช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานของเมืองมีความทันสมัยขึ้นตามสมควร ผู้อยู่อาศัยในเมืองชั้นในถูกขับให้ไปอยู่ยังบริเวณรอบนอกเมืองใหม่ อาคารหลายอาคารในยุคอาณานิคมถูกทำลายเพื่อเปิดทางให้กับโรงแรมสูงระฟ้า อาคารสำนักงานและห้างสรรพสินค้า

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Third Regional EST Forum: Presentation of Myanmar. Singapore: Ministry of Transport, Myanmar. 17–19 March 2008. 
  2. "United Nations World Urbanization Prospects, 2007 revision". United Nations. Archived from the original on 23 December 2009. สืบค้นเมื่อ 27 April 2010. 
  3. "ประกาศราชบัณฑิตยสถาน เรื่อง กำหนดชื่อประเทศ ดินแดน เขตการปกครอง และเมืองหลวง (พ.ศ. 2544)". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 118 (ตอนพิเศษ 117ง): 2. 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544. 
  4. สุจิตต์ วงษ์เทศ. กรุงเทพฯ มาจากไหน?. กรุงเทพฯ:มติชน. 2548, หน้า 211
  5. "Burma's new capital stages parade". BBC News. 27 March 2006. สืบค้นเมื่อ 3 August 2006. 
  6. Martin, Steven (30 March 2004). "Burma maintains bygone buildings". BBC News. สืบค้นเมื่อ 22 May 2006. 
  7. Founded during the reign of King Pontarika, per Charles James Forbes Smith-Forbes (1882). Legendary History of Burma and Arakan. The Government Press. p. 20. ; the king's reign was 1028 to 1043 per Harvey, G. E. (1925). History of Burma: From the Earliest Times to 10 March 1824. London: Frank Cass & Co. Ltd. p. 368. 
  8. 8.0 8.1 Kyaw Kyaw (2006). Frauke Krass, Hartmut Gaese, Mi Mi Kyi, ed. Megacity yangon: transformation processes and modern developments. Berlin: Lit Verlag. pp. 333–334. ISBN 3-8258-0042-3. 
  9. 9.0 9.1 "Yangon Summary Review and Analysis". Bookrags.com. 17 October 2005. สืบค้นเมื่อ 17 April 2010. 
  10. Falconer, John (2001). Burmese Design & Architecture. Hong Kong: Periplus. ISBN 962-593-882-6. 
  11. Tin Maung Maung Than (1993). Indian Communities in south-east Asia - Some Aspects of Indians in Rangoon. Institute of south-east Asian Studies. pp. 585–587. ISBN 9789812304186. 
  12. Who, What, Why? (26 September 2007). "Should it be Burma or Myanmar?". BBC News. สืบค้นเมื่อ 17 April 2010. 
  13. "Background Note: Burma". Bureau of East Asian and Pacific Affairs, US Department of State. สืบค้นเมื่อ 1 January 2009.