เตียง ศิริขันธ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เตียง ศิริขันธ์
ภาพเตียง ศิริขันธ์ในชุดสมาชิกรัฐสภา
รัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
31 สิงหาคม – 17 กันยายน 2488
นายกรัฐมนตรี ทวี บุณยเกตุ
ดำรงตำแหน่ง
17 กันยายน 2488 – 31 มกราคม 2489
นายกรัฐมนตรี หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
ดำรงตำแหน่ง
23 สิงหาคม 2489 – 10 เมษายน 2490
นายกรัฐมนตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสกลนคร
ดำรงตำแหน่ง
พ.ศ. 2480 – 2495
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 5 ธันวาคม พ.ศ. 2452
จังหวัดสกลนคร ประเทศสยาม
เสียชีวิต 13 ธันวาคม พ.ศ. 2495
จังหวัดพระนคร ประเทศไทย
พรรคการเมือง พรรคสหชีพ
การเข้าร่วม
การเมืองอื่น
เสรีไทย
บิดา ขุนนิเทศพาณิชย์ (บุดดี ศิริขันธ์)
มารดา อ้ม ศิริขันธ์
คู่สมรส นิวาศน์ ศิริขันธ์
ศิษย์เก่า คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อาชีพ นักการเมือง

เตียง ศิริขันธ์ (5 ธันวาคม พ.ศ. 2452 – 13 ธันวาคม พ.ศ. 2495) เป็นนักการเมืองไทยฉายา "ขุนพลภูพาน" หนึ่งใน "สี่เสืออีสาน"[a][1][2] ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร 5 สมัย[3] ตั้งแต่อายุ 28 ปี และรัฐมนตรี 3 สมัย[4] ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสหชีพ[5] หัวหน้าใหญ่ขบวนการเสรีไทยภาคอีสานและสกลนคร มีแนวคิดทางการเมืองที่สำคัญคือ "ข้าพเจ้าเป็นราษฎรไทย ทั้งข้าพเจ้าต้องการให้ทุก ๆ คนบนพื้นอันเป็นสยามประเทศนี้เป็นราษฎรเสมอหน้ากันหมด ปราศจากความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ความเป็นราษฎรจึงเป็นอุดมคติที่ข้าพเจ้าบูชา"[6]

ชาติภูมิ[แก้]

ชาติกำเนิดและครอบครัว[แก้]

เตียงกับนิวาศน์ ภริยา

เขา เกิดที่บ้านในตำบลตลาด อำเภอเมืองสกลนคร เป็นบุตรลำดับที่ 6 ในจำนวน 9 ท่าน ของขุนนิเทศพาณิชย์ (บุดดี ศิริขันธ์) กรมการพิเศษเมืองสกลนคร หรือนายฮ้อยบุดดี กับนางอ้ม ศิริขันธ์ (บุตรีท้าวมหาเสนากับนางทองศรี) สมรสกับนางนิวาศน์ ศิริขันธ์ (สกุลเดิม พิชิตรณการ) ในปี พ.ศ. 2482[7] บุตรีของ ร.อ.นาถ และนางเวศ พิชิตรณการ มีบุตรด้วยกัน 1 ท่าน คือ นายวิฑูรย์ ศิริขันธ์ ร.อ.นาถ บิดาของภริยาเป็นเพื่อนสนิทกับจอมพลผิน ชุณหะวัณ ส่วนนางวิง น้องสาวนางเวส (มารดานางนิวาศน์) เป็นภริยาของบิดา พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์

บุคลิกและนิสัยส่วนตัว[แก้]

เขารักการอ่านหนังสือแต่วัยเยาว์เป็นชีวิตจิตใจ เรียนหนังสือเก่งและมักเป็นที่ปรึกษาแก่มิตรสหายอย่างดี มีความรู้ภาษาอังกฤษดี อ่าน พูด และเขียนคล่อง นางนิวาศน์ ศิริขันธ์ ภริยากล่าวถึงท่านว่า "...เขาเป็นคนที่มีอุดมคติสูง จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มาตลอดชีวิต เขาเป็นคนรักลูกรักเมีย…ฉันรักเขาเพราะเขาเป็นสามีที่ดีที่สุดเท่าที่สิ่งแวดล้อมจะให้โอกาสให้เขาได้...ดิฉันทราบดีว่าพี่เตียงเป็นคนเจ้าชู้ ซึ่งก็คงเป็นธรรมดาของนักการเมืองในบรรยากาศอย่างนั้น แต่พี่เตียงจะให้เกียรติดิฉันในฐานะภรรยาของเขา ไม่ว่าเขาจะไปที่ใดหรืออยู่ต่อหน้าใคร..." สมัยศึกษาที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาชอบอ่านหนังสือชุด Everyman’s classics เฉลี่ยเดือนละ 3 เล่ม ห้องสมุดที่บ้านมีหนังสือจำนวนมากโดยเฉพาะประวัติศาสตร์และการเมืองยุโรป จิตวิทยา วิชาการศึกษา วรรณคดีอังกฤษ และสารานุกรมอังกฤษ 4 ชุด ที่ใช้บ่อยคือ Britannica และ Social sciences[8]

การศึกษา[แก้]

เขาเข้าศึกษาชั้นแรกที่โรงเรียนสกลราชวิทยานุกุลจนจบระดับมัธยมต้น ศึกษาจบมัธยมกลางที่โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล แล้วเข้าศึกษาที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศจนจบประกาศนียบัตรประโยคครูประถม (ป.ป. เทียบมัธยมปลาย) ต่อมาได้รับทุนศึกษาต่อที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับประกาศนียบัตรประโยคครูมัธยมรุ่นแรกของคณะ เมื่ออายุ 22 ปี (รุ่น พ.ศ. 2473) ขณะนั้นคณะดังกล่าวยังไม่มีการศึกษาระดับปริญญา ต่อมาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใน พ.ศ. 2480 จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองแต่ไม่จบเนื่องจากไม่มีเวลาศึกษาและไม่มีเวลาสอบ[9][10]

รับราชการครู[แก้]

เขาเข้ารับราชการครูครั้งแรกที่โรงเรียนมัธยมหอวังใน พ.ศ. 2472 จากนั้นย้ายไปสอนที่โรงเรียนฝึกหัดครูวัดบวรนิเวศ แล้วย้ายกลับมาเป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ที่โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ขณะนั้นสอนวิชาประวัติศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย พร้อมปฏิบัติหน้าที่ดูแลงานบริหารทั่วไป งานธุรการ และฝ่ายปกครองแทนอาจารย์ใหญ่คือ ม.ล.มานิจ ชุมสาย ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้ตรวจการศึกษาภาคด้วย

การเมือง[แก้]

ก่อนเข้าร่วมเสรีไทยสายอีสาน[แก้]

เดิมเขาเป็นบุคคลสำคัญจากขบวนการต่อสู้ทางการเมืองลาวในนาม "ลาวเสรีชน" จากนั้นได้แนะให้ไทยตั้งขบวนการ "เสรีไทย" ขึ้นตามแนวทางการต่อสู้ของขบวนการลาวเสรีชน แล้วมอบหมายให้ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นผู้บัญชาการ ต่อมา พ.ศ. 2517 (ค.ศ. 1947) เขาถูกเชิญตัวเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเจรจาเรื่องเอกราชลาวแต่ถูกสังหารก่อน การเจรจาจึงไม่สำเร็จ[11]

สมาชิกเสรีไทย[แก้]

นายเตียง ศิริขันธ์ (คนกลาง) ในเครื่องแบบเสรีไทย กับนายทหารสัมพันธมิตร

เมื่อปรีดี พนมยงค์ จัดตั้งขบวนการเสรีไทยเพื่อต่อต้านญี่ปุ่นขึ้น เขาขณะอายุ 34 ปี เข้าร่วมขบวนการเป็นรุ่นแรกพร้อมจำกัด พลางกูร โดยรับภาระจัดตั้งเสรีไทยภาคอีสานแห่งแรกที่บ้านเกิดคือจังหวัดสกลนคร ปรีดี พนมยงค์ ส่งจำกัด พลางกูร เป็นผู้แทนขบวนการไปติดต่อกับจีน ณ เมืองจุงกิง[12] เดินทางจากไทยผ่านภาคอีสาน เขาอำนวยความสะดวกโดยรอรับที่จังหวัดขอนแก่นและไปส่งที่จังหวัดนครพนมเพื่อข้ามน้ำโขงไปฝั่งลาวตัดเข้าเวียดนามต่อไปจีน ก่อนแยกทางได้รวบรวมทรัพย์สิน แหวน กำไล ของภรรยามอบติดตัวเพื่อใช้ยามขาดแคลน นับว่าฐานที่มั่นเสรีไทยภาคอีสานขณะนั้นมีคนในพื้นที่เข้าร่วมจำนวนมาก วิสุทธิ์ บุษยกุล ระบุว่า "...แต่ในเรื่องการจัดตั้งหน่วยกำลังรบภาคอีสานต่อต้านญี่ปุ่นแล้ว ครูเตียงเป็นหัวหน้าใหญ่ ทุกหน่วยที่นักการเมืองเหล่านี้ จัดตั้งขึ้นล้วนแต่อยู่ภายใต้การควบคุมของคุณครูเตียง ซึ่งจะติดต่อรับทราบนโยบายใหญ่จากท่านปรีดีอีกทีหนึ่ง..."[13]

ผลงานวิชาการ[แก้]

เขามีผลงานเขียนหนังสือชุดเพื่อนครูร่วมกับสหัส กาญจนพังคะ 5 เล่ม ได้แก่ หลักการศึกษา ประวัติการศึกษา จิตวิทยา การสอนวิชาเฉพาะ และนักการศึกษา นอกจากนี้ยังแปลหนังสือ "เอมิล" (Emile, Or Treatise on Educationของ) ของ ฌ็อง ฌาค รุสโซ (Jean Jacques Rousseau)[14] และแต่งหนังสือทางการเมืองเรื่อง "หัวใจปฏิวัติในฝรั่งเศส" ร่วมกับจำรัส สุขุมวัฒนะ โดยระบุว่า "เรื่องปฏิวัติในฝรั่งเศสนี้ชาวอารยประเทศถือว่าผู้ที่ได้รับการศึกษารักชาติเอาใจใส่ในชาติควรจะได้รู้ละเอียด เพื่อจะได้ซาบซึ้งในหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยพิจารณาในปรัชญาจากเรื่องนี้จริง ๆ"

การศาสนา[แก้]

พ.ศ. 2489 เขาขณะดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนครพร้อมด้วยพระวิมลเมธี เจ้าคณะจังหวัดสกลนคร นายเติม ศิลปี ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และพระสงฆ์ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ประชุมพร้อมกันเป็นเอกฉันท์เพื่อสร้างพระวิหารวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารขึ้นใหม่เนื่องจากหลังเก่าทรุดโทรม กรมศิลปากรเขียนแบบแปลนพระวิหารสำเร็จเมื่อ พ.ศ. 2497 เบื้องต้นใช้เงินวัด 13,516 บาทจัดซื้อศิลาแลง 4,516 ก้อน ขณะเดียวกันทางการได้บอกบุญตามอำเภอต่าง ๆ ในเขตจังหวัดสกลนครได้เงินบริจาค 40,000 บาทเศษ คณะกรรมการจัดสรรเงินบริจาคให้เขาจัดจ้างทำอิฐ 300,000 ก้อน สิ้นเงิน 14,421 บาท ทางวัดแบ่งอิฐไปสร้างกำแพงวัดเกือบครึ่งหนึ่งแต่ยังไม่ได้ก่อสร้างพระวิหาร ส่วนเงินบริจาคที่เหลือทางจังหวัดเก็บรักษาไว้ 27,000 บาทเศษ[15]

ขัดแย้งกับรัฐบาลและหลังสงครามโลกครั้งที่ 2[แก้]

พ.ศ. 2487 เขาและคณะแสดงตนเป็นปฏิปักษ์กับหลวงพิบูลสงครามหรือจอมพล ป.พิบูลสงคราม ในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเปิดเผย โดยท่านและเพื่อนสมาชิกสภาในภาคอีสานร่วมออกเสียงไม่รับร่างกฎหมายรัฐบาลติดกัน 2 ฉบับในเดือนกรกฎาคม หลวงพิบูลสงครามจำใจลาออกจากนายกรัฐมนตรี ชัยชนะทางการเมืองในรัฐสภาครั้งนี้เกิดจากการอภิปรายคัดค้านรัฐบาลเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติอนุมัติพระราชกำหนดระเบียบราชการบริหารนครบาลเพชรบูรณ์ พุทธศักราช 2487 และร่างพระราชบัญญัติอนุมัติพระราชกำหนดสร้างพุทธบุรีมณฑลในบริเวณรอบพระพุทธบาท พุทธศักราช 2487 ต่อมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ชีวิตทางการเมืองของท่านรุ่งเรืองอย่างมากเมื่อทวี บุณยเกตุ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีรอ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช กลับจากสหรัฐอเมริกามาดำรงตำแหน่ง เขาและผู้นำเสรีไทยสายอีสานเข้าร่วมรัฐบาลโดยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี (ลอย) ครั้งแรก แม้รัฐบาลมีอายุสั้นแต่ได้เป็นรัฐมนตรีต่อมาในรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ถึง 31 มกราคม พ.ศ. 2489 เมื่อรัฐบาลควง อภัยวงศ์ ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้รับเลือกเป็นผู้แทนราษฎรจากการลงเลือกตั้งในเดือนมกราคม พ.ศ. 2489 หลังว่างเว้นจากการเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลควง อภัยวงศ์ และรัฐบาลปรีดี พนมยงค์ ถึง 23 สิงหาคม พ.ศ. 2489 หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เขาจึงกลับเข้าเป็นรัฐมนตรี (ลอย) อีกครั้งจนถึง 10 เมษายน พ.ศ. 2490 แล้วลาออกไปเป็นตัวแทนการเจรจาประนีประนอมระหว่างไทย-ฝรั่งเศสเนื่องจากสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดี ต่อมารัฐบาลหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ถูกโค่นอำนาจจากคณะรัฐประหารในขณะที่เขาอยู่นอกรัฐบาล วิสุทธิ์ บุษยกุล ระบุว่า "...หลังจากเกิดรัฐประหารไม่กี่วัน ครูก็ออกจากบ้านราชวิทย์ บอกว่าจะไปตั้งหลักอยู่สกลนคร.....ครูออกป่าไปหลายเดือน แล้วได้กลับมา..."[16][17]

ถูกสังหารและถึงแก่กรรม[แก้]

เหตุการณ์รุนแรงก่อนถูกสังหาร[แก้]

หลังเหตุการณ์กบฎวังหลวงถูกจับกุมซึ่งรัฐเชื่อว่าเป็นฝ่ายสนับสนุนปรีดี พนมยงค์ เป็นเหตุให้ท่านทองอินทร์ ภูริพัฒน์ ท่านถวิล อุดล และท่านจำลอง ดาวเรือง ถูกจับด้วย ส่วนเขาหลบหนีได้ ท่านถวิลคุมขังที่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง ท่านจำลองคุมขังที่สถานีตำรวจยานนาวา ท่านทองอินทร์คุมขังสถานีตำรวจนครบาลสามเสน 3 มีนาคม พ.ศ. 2492 มีคำสั่งให้ย้ายทั้ง 3 ท่านไปคุมขังที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขนเพื่อความปลอดภัย เวลากลางคืนตำรวจใช้รถยนต์ 3 คันเดินทางไปรับตัวพร้อมท่านทองเปลว ชลภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี อดีตรัฐมนตรีสมัย พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เพื่อไปสถานีตำรวจนครบาลบางเขนทางถนนพหลโยธินระหว่างกิโลเมตรที่ 14-15 ประมาณ 2.00 น. ของ 4 มีนาคม พ.ศ. 2492 รถตำรวจถูกยิงและทั้ง 4 ท่านถึงแก่กรรมในที่เกิดเหตุทันที นายตำรวจในเหตุการณ์อ้างว่าโจรมลายูบุกชิงตัวทั้ง 4 ท่านจึงเกิดการต่อสู้จนรถถูกกระสุนปืนจากการปะทะ แต่โจรมลายูทั้งหมดหนีไปได้และไม่ทิ้งร่องรอยใดไว้ เขาบันทึกความรู้สึกระบุถึงเหตุการณ์นี้ว่า "...การตายของพวกนายทำให้เราเศร้าใจและว้าเหว่มาก…ส่วนด้านประชาชนแล้วรู้สึกว่าจะเป็นเรื่องทำลายขวัญกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะประชาชนชาวอีสานการตายของพวกนายมิใช่เป็นการหลู่เกียรติกันอย่างเดียว แต่เป็นการท้าทายประชาชนชาวอีสานทั้งมวล..."[18]

ถึงแก่กรรม[แก้]

หลังการสังหาร 4 รัฐมนตรีเขาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งใน พ.ศ. 2492 กลับมาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและทำงานด้วยอุดมการณ์เดียวกับ 4 รัฐมนตรี พ.ศ. 2494 พรรคสหชีพที่ท่านถวิล ท่านจำลอง ท่านทองอินทร์ และเขาสังกัดถูกยุบ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2495 เขาถูกจับด้วยข้อหาคอมมิวนิสต์และถูกสังหารโดยการรัดคอเผาศพทิ้งเมื่อ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2495 สมัยรัฐบาลคณะรัฐประหาร ผู้ถูกร่วมสังหารครั้งนั้นคือ ชาญ บุนนาค เล็ก บุนนาค ผ่อง เขียววิจิตร และสง่า ประจักษ์วงศ์ โดยศพถูกนำไปเผาทิ้งที่ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

เกี่ยวกับญาติวงศ์[แก้]

บรรพบุรุษ[แก้]

ขุนนิเทศพาณิชย์ (บุดดี ศิริขันธ์) บิดาของเขาเป็นบุตรลำดับที่ 4 ของพระเสนาภักดี (ขันธ์ ศิริขันธ์) กับนางพรหมมา เขาเป็นหลานลุงของรองอำมาตย์โท พระบริบาลศุภกิจ (คำสาย ศิริขันธ์) อดีตผู้พิพากษาศาลบริเวณเมืองสกลนคร นายอำเภอเมืองวาริชภูมิและเมืองไชยบุรี[19] และเป็นหลานลุงของเพียเมืองขวา (คำสอน ศิริขันธ์) อดีตกรมการเมืองสกลนคร สามีนางบัว ศิริขันธ์ ธิดาพระโคษาราช (ต้นสกุล นาถโคษา) กำนันตำบลสะพานหิน ทวดของเขาคือพระศรีวรราช บรรดาศักดิ์เดิมที่เพียสีสุวงษ์ (รี) อดีตกรมการเมืองสกลนคร กับนางที[20] บิดาของทวดคือเพียสีหาเทพ (ศรี) กรมการเมืองสกลนครชั้นผู้ใหญ่ชุดแรกสมัยเริ่มตั้งเมืองสกลนคร ตระกูลศิริขันธ์เป็นเชื้อสายเจ้านายกรมการลาวเดิมและเป็นญาติเกี่ยวดองกับกลุ่มตระกูลเจ้าเมืองสกลนครคือตระกูล พรหมสาขา ณ สกลนคร มาหลายชั่วคน[21]

พี่น้องร่วมบิดามารดา[แก้]

เขา มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 9 ท่าน คือ

1. นางเนียม นวนมณี

2. นายเจียม ศิริขันธ์

3. นางบุญเทียม บำเพ็ญสิทธิ

4. นางเที่ยง อาษาเสน

5. นางเถียง (ถนอมสิน) ศิริขันธ์

6. นายเตียง ศิริขันธ์

7. นางกองแก้ว ศิริขันธ์

8. นางคำเปลว ชื่นสำราญ

9. เรืออากาศโท พีระ ศิริขันธ์[22]

เชิงอรรถ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ดูรายละเอียดใน ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ประวัติการเมืองไทย 2475-2500, พิมพ์ครั้งที่ 4, (กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2549), 348 หน้า. และ ดูรายละเอียดใน ประสมศักดิ์ ทวีชาติ (ป. ทวีชาติ), รัฐตำรวจยุคอัศวินผยอง, (กรุงเทพฯ: วันชนะ, 2545), 304 หน้า.
  2. ศรัญญู เทพสงเคราะห์, ราษฎรธิปไตย: การเมือง อำนาจ และทรงจำของ(คณะ)ราษฎร (ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ), (กรุงเทพฯ: มติชน, 2562), หน้า (26). และ ดูรายละเอียดใน ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์, ปรีดี พนมยงค์ และ 4 รัฐมนตรีอีสาน+1, (กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2544).
  3. ดำรงตำแหน่ง พ.ศ. 2480, 2481, 2489, 2492 และ 2495, ดู: กรมโคสนาการ, "รายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราสดรประเภทที่ 1 สิงหาคม 2487", ใน ประกาสตั้งผู้สำเหร็ดราชการแทนพระองค์ ตั้งนายกรัถมนตรี และ รัถมนตรี นโยบายของรัถบาลซึ่งได้รับความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราสดร เมื่อ 3 สิงหาคม 2487 และคำปราสัยของพนะท่านพันตรีควง อภัยวงส์ นายกรัถมนตรี กล่าวแด่ประชาชนชาวไทย เมื่อ 4 สิงหาคม 2487, (พระนคร: พานิชสุภผล, 2487), หน้า 32.
  4. ชุด นรม., นายทวี บุณยเกตุ, ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช, หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์
  5. ประจวบ อัมพะเศวต, พลิกแผ่นดิน: ประวัติการเมืองไทย 24 มิถุนายน 2475-14 ตุลาคม 2516, (กรุงเทพฯ: สุขภาพใจ, 2543), หน้า 338.
  6. ไม่ปรากฏนาม, "เตียง ศิริขันธ์ (5 ธันวาคม 2452-12 ธันวาคม 2495)", ไทยอีนิวส์, (5 ธันวาคม 2553), อ้างใน เสรีราษฎร, (9 กรกฎาคม 2479), ไม่ปรากฏหน้า.
  7. วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร, ดร. (ราชบัณฑิต), ตำนานเสรีไทย, เริงไชย พุทธาโร, บรรณาธิการ, (กรุงเทพฯ: แสงดาว, 2546), หน้า 792.
  8. กษิดิศ อนันทนาธร, (16 มกราคม 2018 (2561)). "เตียง ศิริขันธ์ สามัญชนคนมีอุดมคติ", Politics, Thai Politics, Story, People [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.the101.world/tiang-sirikun/ [3 สิงหาคม 2563].
  9. กษิดิศ อนันทนาธร, (16 มกราคม 2018 (2561)). "เตียง ศิริขันธ์ สามัญชนคนมีอุดมคติ", Politics, Thai Politics, Story, People [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.the101.world/tiang-sirikun/ [3 สิงหาคม 2563].
  10. ดูรายละเอียดใน นิยม รักษาขันธ์, 2488 ครูอีสานกู้ชาติ, (สกลนคร: สถาบันราชัฏสกลนคร, 2543). และ ดูรายละเอียดใน วิสุทธ์ บุษยกุล, เตียง ศิริขันธ์ วีรชนนักประชาธิปไตย ขุนพลภูพาน, พิมพ์ครั้งที่ 2, (กรุงเทพฯ: แม่คำผาง, 2533).
  11. เอี่ยม ปางคำ, บันทึกครบรอบ 100 ปี แห่งการสูญเสียอีสาน 1893-1993=100 ปี: เตียง ศิริขันธ์ นักกู้ชาติลาว, พิมพ์ครั้งที่ 2, (Rochester, NY: ลาวเสรีชน, 1996 (2539)), หน้า 10.
  12. ดูรายละเอียดใน อภิสิทธิ์ กิจเจริญสิน, "แนวคิดและบทบาททางการเมืองของนายเตียง ศิริขันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พ.ศ. 2480-2495", วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, (สาขาประวัติศาสตร์: มหาวิทยาลัยมหาสาคาม, 2542).
  13. นรนิติ เศรษฐบุตร, ศาสตราจารย์พิเศษ และนิยม รัฐอมฤต, รองศาสตราจารย์ ดร., (2016 (2559)). "เตียง ศิริขันธ์: เสรีไทยผู้ถูกฆ่าเพราะการเมือง", ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E [3 สิงหาคม 2563].
  14. ดูรายละเอียดใน เตียง ศิริขันธ์, เอมิลหรือการศึกษา, (พระนคร: ศุภอักษร, 2479)., ดูรายละเอียดใน Rousseau, Jean-Jacques Rousseau, Emile, or On Education, Trans. Allan Bloom, (New York: Basic Books, 1979). และ ดูรายละเอียดใน Jimack, Peter, Rousseau: Émile, (London: Grant and Cutler, Ltd., 1983).
  15. เกรียงไกร ปริญญาพล, ดร., (19 เมษายน 2014 (2557)). "บันทึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์พระธาตุเชิงชุม", ภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองสกลฯ [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.facebook.com/274775666034559/photos/ อ้างใน http://www.kkppn.com/?fbclid=IwAR2 [4 สิงหาคม 2563].
  16. นรนิติ เศรษฐบุตร, ศาสตราจารย์พิเศษ และนิยม รัฐอมฤต, รองศาสตราจารย์ ดร., (2016 (2559)). "เตียง ศิริขันธ์: เสรีไทยผู้ถูกฆ่าเพราะการเมือง", ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B9%80%E [3 สิงหาคม 2563].
  17. ดูรายละเอียดใน ปรีชา ธรรมวินทร, เตียง ศิริขันธ์ ขบวนการเสรีไทยสกลนคร, (กรุงเทพฯ: แม่คำผาง, 2553.).
  18. The Isaander (นามแฝง), (4 มีนาคม ม.ป.ป.). "71 ปี เหตุสังหารรัฐมนตรีอีสานกลางกรุง: จุดจบอันน่าเศร้าของผู้เป็นปฏิปักษ์เผด็จการ", The Isaander [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.theisaander.com/post/200304ministersofisaan [7 สิงหาคม 2563].
  19. เกรียงไกร ปริญญาพล และคณะ, ที่ระลึกในงานฌาปนกิจศพขุนนิเทศพานิช (บุดดี ศิริขันธ์) ณ เมรุวัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2494: โครงการหนังสือดีศรี ˈ"ศิริขันธ์" เล่มที่ 3 พ่อในความทรงจำของลูก..เตียง ศิริขันธ์, (สกลนคร: สกลนครการพิมพ์, 2559), หน้า 6-7.
  20. พระศรีวรราช (รี) เป็นผู้อุทิศที่ดินและสร้างวัดศีรษะเกตุ ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร ปัจจุบันเป็นวัดประจำตระกูลศิริขันธ์
  21. เกรียงไกร ปริญญาพล, (ม.ป.ป.). "ประวัติรองอำมาตย์โท พระบริบาลศุภกิจ (คำสาย ศิริขันธ์)", ไม่ปรากฏชื่อเรื่องหลัก [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.kkppn.com/?cid=1040817 [2 สิงหาคม 2563].
  22. เกรียงไกร ปริญญาพล และคณะ, ที่ระลึกในงานฌาปนกิจศพขุนนิเทศพานิช (บุดดี ศิริขันธ์) ณ เมรุวัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2494: โครงการหนังสือดีศรี ˈ"ศิริขันธ์" เล่มที่ 3 พ่อในความทรงจำของลูก..เตียง ศิริขันธ์, หน้า 8.